สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การเมืองไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มที่.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข23 มีนาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน การเมืองไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ _ 3867ภาคการเมืองอาจมองลุงตู่ไม่ใช่นักการเมืองที่ถูกใจทุกผลปย.ระบบอุปถัมภ์เก่า! แต่ภาคปชช.มองลุงตู่ใช่ข้ารองบาทฯที่ถูกตรงตามพระราชอำนาจโดยธรรมชอบถูกต้องฯตามรธน.พระราชานุมัติมติหาชนฯ พ่อครูว่า..นักการเมืองโง่หรืออวิชชาไม่รู้ status quo ของ phenomenon ของสังคมที่เป็นจริงที่มีสิ่งที่มีอยู่เป็นอยู่อย่างนี้ขณะนี้ปัจจุบันนี้ ก็เอาแต่เพ้อ ถล่มประเทศของตนเอง ใช้วาทกรรมโป้ปดมดเท็จ พูดอะไรไปเรื่อย ถ้าเขารู้ว่าอันนี้มันใช่ สังคมประเทศชาติของผู้ที่อยู่ รวมทั้งประชาชนรวมทั้งผู้บริหารขณะนี้ไปได้ดีหมดเลยสอดคล้องไปหมด ประเด็นเห็นแย้ง ตัวเองเห็นแยก ก็ต้องพยายามทำความเข้าใจ ถ้าหมู่ใหญ่ อย่างเหมือนพวกเราเห็นแย้งกับทักษิณ ก็จะออกไปประท้วง เชื่อไหมว่า ถ้าเราประท้วงมั่นคงแจกแจงสัจจะต่อไป ถ้าสุดท้ายเราประท้วงแล้วประท้วงอีก คุณสุเทพเรียกมวลมาร่วมกัน เราอยู่มาก่อน แล้วรวมพลกันมาก็มากจนไม่รู้กี่ล้านเป็นสิบล้าน ไม่เคยเกิดได้เลยอย่างนี้ แสดงความจริงเปิดเผยความจริงขับไล่ความชั่วที่เป็นทรราช ก็เลยเป็นพลังที่สมบูรณ์แบบพอ ออกมา 10 กว่าล้านนี้มากที่สุดแล้ว ถ้าหากประเทศดีๆกว่านี้ ออกมาประท้วงแค่ 1 ล้านก็ยอมรับแล้วจบ ประเทศจะดี ประเทศไทยเราแย่น้อยออกมาตั้ง 10 กว่าล้านแล้วถึงยอม ถ้าต้องออกมา 10 ล้าน 30 ล้านออกมาหมดเลยจึงจะได้มันเป็นได้ไปได้ยากเลย มันมาไม่ได้คนแก่คนเฒ่าคนเด็กคนทำมาหากินคนไม่มีเวลาไม่มีแรงจะมาก็มาไม่ได้ หรือแม้มาก็ไม่เอาด้วยก็มีส่วนหนึ่งเขาจะทำมาหากินช่างหัวคนอื่น ก็แล้วแต่คนชนิดนั้นก็มีในโลกแต่คนที่เห็นแก่บ้านเมืองก็ออกมาช่วยกันเมืองไทยมีสำนึกอันนี้เจริญ ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน อาตมาว่ามันไปได้ดีเลย

ผู้มีสิทธิ์เลือ

อ่านต่อ

กตั้งปี 62 51,419,975 คน อายุ 18-25 ปี 7,339,772 คน อายุ 26 - 45 ปี 19,583,472 คน อายุ 46 ถึง 60 ปี 14,444,663 คน อายุ 60 ปีขึ้นไป 10,052,068 คน

พ่อครูว่า...อาตมาว่าเมืองไทยเป็นประชาธิปไตยเต็มที่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงมีแกนหลักจากความรู้พระพุทธเจ้าเพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ เป็นพุทธศาสนิกชน 95% ขึ้นไป ภูมิปัญญาอาตมา แบ่งไว้ 3 ประเด็น 1. ประชาชนคนไทยมีอิสรเสรีภาพเต็มที่ ทุกวันนี้ แต่แน่นอน ความมีอิสระนั้นก็ต้องไม่ละเมิดหรือว่าผิดกฎหมาย และเป็นความอิสระเสรีภาพที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย 2. ประชาชนเองต้องมีความเห็นแก่สังคม แต่ละคนมีจิตใจเห็นแก่สังคมเห็นแก่ผู้อื่นมากกว่าความเห็นแก่ตัว แม้จะไม่ถึงขั้น ถึงตายก็ยอม อันนี้เป็นสิ่งสูงสุด ตายให้แก่สังคมให้แก่สถาบันสูงสุด ตายให้แก่ชาติก็ยอมอันนี้คือจิตวิญญาณที่ดีสูงสุด แต่คนที่เห็นแก่สังคมส่วนใหญ่ไม่ถึงตายก็ต้องเห็นแก่สังคมส่วนใหญ่เท่าที่จะมีน้ำหนัก จะมีน้ำหนักเท่าไหร่ก็ต้องไปอ่านความรัก 10 มิติ 3. ประชาชนสุขสำราญเบิกบานใจ มีเงื่อนไขให้ตรวจสอบได้ง่ายๆ แต่ประเทศไทยไม่ถึงขั้นนี้ทีเดียว เพราะอะไร เดี๋ยวค่อยว่า ประชาชนที่สุขสำราญเบิกบานใจอย่างชาวอโศก เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของมนุษยชาติสังคมกลุ่ม เพราะ 1.ไม่เป็นหนี้ ส่วนตัวใครตัวมันจะเป็นหนี้ส่วนตัวแอบซ่อนก็เป็นของใครของมัน ไปจัดการซะให้เรียบร้อยแล้วก็มาอยู่กับหมู่สบาย ไม่ทำหรอกใครเป็นหนี้จะไม่กล้ายกมือกัน ใครไม่เป็นหนี้บ้างยกมือขึ้น 2.ทำงานพึ่งพาตนเองรอด 3. ขยันทำงานเกินกินเกินใช้ เหลือเฟือ 4.แจกจ่ายเจือจานเกื้อกูลผู้อื่น อาตมาภูมิใจสบายใจมากที่ชุมชนหมู่บ้านชาวอโศกมีความสำเร็จ ใน 4 ประเด็นนี้ 1. ไม่เป็นหนี้ 2. เลี้ยงตัวเองก็รอด 3. สร้างสรรเกินกินเกินใช้ 4. มีเหลือก็แจกจ่ายแก่คนอื่นขายให้ต่ำกว่าทุน เรามีผลผลิตแล้วก็ขายต่ำกว่าทุนได้แจกจ่ายได้ ทิ้งไว้ก็เน่าเสียเปล่าเราก็มีกินมีใช้แล้วอย่างนี้เป็นต้น เป็นการแสดงถึงสภาพความเป็นมนุษย์ความเป็นสังคมที่สมบูรณ์เต็มที่ ไม่ต้องสะสมก็อยู่มีพฤติกรรม 4 อย่างนี้ในสังคม รับรองคุณสุขสำราญเบิกบานใจตลอดกาลเลย จริงๆเลย ที่อาตมารวบรวมไว้ พูดไว้ ต่อไปในอนาคต คนมีภูมิปัญญาจะมารวบรวมเอาไว้ อาตมามั่นใจว่าเป็นสัจธรรมที่ถูกต้อง ถ้าผู้ใดปฏิบัติจริง มันจะสำเร็จผลได้ผลสูงสุดมีวรรณะ 9 ตามมูลสูตร 10 ผลจะออกมาเป็น สาราณียธรรม 6 จบเลย จะออกมาเป็นเช่นนั้นจริงๆตามสัจจะของพระพุทธเจ้าที่ยืนยันความสุขที่ว่านี้

สรุปว่า ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทย คนไทยมีศาสนาพุทธถึง 95 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ดีแล้วเราไม่ได้ปฏิเสธเราให้อิสระ ศาสนาอื่นก็มาอยู่รวมกับเราได้ไม่มีปัญหาอะไร เกื้อกูลกันไปแต่เราก็เห็นว่าศาสนาพุทธดีมีคำสอนที่ดี ก็อยากให้ผู้ที่นับถือศาสนาอื่นมาศึกษาศาสนานี้และสุดท้ายก็มาเป็นชาวศาสนาเดียวกันเป็นพุทธนี่แหละ เราก็บังคับกันไม่ได้หรอกเราไม่บังคับมีอิสรเสรีภาพ เพราะฉะนั้นคนไทยก็เป็นไปอย่างนี้แหละมีทั้งศาสนาพุทธและศาสนาอื่นย่อยๆ แม้แต่มีศาสนาเงิน (ออกสำเนียงใต้ว่า เฮิน) สมณะฟ้าไทว่า...ที่ปฐมอโศกมีเด็กใต้ไปเห็นงูก็บอกว่า ฮูๆๆๆ เพื่อนไม่รู้ก็เลยไปดู พ่อครูว่า...ในยุคของพระพุทธเจ้าท่านไม่เรียกคำว่าประชาธิปไตย เพราะคำนี้ยังไม่เฟื่องฟูยังไม่รู้ยังไม่ยึดถือกัน ประชาธิปไตยเป็นภาษาไทยที่เอาภาษาบาลีสันสกฤตมาใช้ คำว่าอธิปไตยเป็นพลังงานท่านแบ่งพลังงานไว้สาม 1. มีพลังงานของโลก 2. พลังงานของ อัตตา เสร็จแล้วคนที่เรียนรู้โลก และอัตตา และถ้ารวมพลังงานโลกรวมกันเรียกโลกาธิปไตย ขณะนี้เมืองไทยกำลังรวบรวมอำนาจอธิปไตยให้เป็นอย่างนี้ พยายามสร้างอัตตา เรียนรู้อัตตา แล้วล้างอัตตาอกุศลเห็นแก่ตัว จะเป็นอัตตาที่ไม่เห็นแก่ตัวเป็นอนัตตา รู้สภาวะอัตตาคืออะไรแล้วล้างอัตตาตนเองจนหมดตั้งแต่ โอฬาริกอัตตา จนเหนืออัตตานั้นได้ ต่อมาก็ล้างอัตตาที่เหลือส่วนในเข้าไปข้างใน หยาบใหญ่ตั้งแต่โอฬาริกอัตตา เหลือต่อมาเป็นมโนมยอัตตา อัตตาที่สำเร็จในจิต สร้างในจิตตนเอง ใหญ่โตอยู่ข้างใน ข้างนอกหมดแล้วก็ทำ รูปภพ อรูปภพต่ออีก ในอัตตา 3 นี้หมดไป ก็เหลือตัวตน ใช้ภาษาเรียกเท่านั้นว่าเหลือตัวตนแต่จริงๆแล้วไม่มีตัวตนทั้ง 3 อัตตา เป็นคนไม่มีอัตตาแล้วมีแต่อัตตาอาศัย อาศัยอัตตานี้อยู่ไปจนไม่เห็นแก่ตัวตนเลยทั้ง 3 อัตตา เมื่อมีความเป็นอย่างนี้แล้ว คนที่หมดอัตตาแล้วจึงทำประโยชน์ให้แก่โลก เรียกว่า พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) อาตมานี้มีประโยชน์ต่อพหุชน คนที่รู้ก็มาเอาคนที่ไม่รู้เขาก็ตีทิ้งบางทีจะฆ่าอาตมาด้วย เพราะว่าหาว่ามาล้มล้างความคิดความเห็นของเขา อาตมาไม่ต่อสู้ก็ทำงานไปเรื่อยๆ ก็ได้พลังงานชาวโลกโลกาธิปไตยนั้นมาทำ เราไม่มีอัตตา แต่มีอธิปไตย มีสติ สัมปชัญญะ มีปัญญาเป็นอุตระ อยู่เหนือโลก เหนืออัตตาก็ทำงานอย่างธรรมาธิปไตย ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตมีแต่ประโยชน์คุณค่ารับใช้มวลชน คนที่สามารถที่จะรู้จักอัตตาและหมดอัตตา อาศัยอัตตาอยู่แล้วเชิญออกไปตามลำดับเท่าที่เราจะมีบารมีมีความสามารถ ด้วยธรรมะที่ตนเองรู้จักธรรมะดีที่สุดเป็นโลกุตรธรรม ไม่ใช่แค่โลกียธรรมที่มีแต่ดีและชั่ว แต่ของพระพุทธเจ้านั้นเอาแต่ดีไม่มีชั่วเลย สามารถควบคุมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมได้ ไม่ให้ทำชั่วเลยทำแต่ดี สุดท้ายจิตใจไม่มีสุขไม่มีทุกข์นี่เหนือกว่าความดีความชั่ว จิตใจไม่มีสุขไม่มีทุกข์จึงทำงานอย่างไม่กลัวสุขกลัวทุกข์ ทำงานอย่างมีพลังมาก มีประโยชน์มาก พหุชนหิตายะ ขอยืมคำว่าสุขมาใช้ คนที่สุขก็ยังมี แต่คนที่บรรลุไม่มีสุขไม่มีทุกข์แล้ว อย่างเช่นอาตมาเป็นอรหันต์ขึ้นไปไม่มีสุขไม่มีทุกข์ ก็ช่วยคนที่เขายังมีความสุขความทุกข์อยู่ให้เป็นคนมีความสุขอย่างเป็นโลกุตระ วูปสโมสุข ไม่ใช่ความสุขอย่างบำเรอโลกียะ ก็รู้จักขั้นตอนของโลกียะ โลกีย์อย่างอบายก็หมดมาเป็นกามภพ รูปภพ อรูปภพก็หมดไปตามลำดับ มีอัตตาไว้อาศัยมีชีวิตช่วยคนอื่นต่อไป 620322_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มีกำลัง 4 พ้นภัย 5 ได้หากจิตเป็นกลางอย่างพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน