สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประเทศไทยเป็นไอดอลประชาธิปไตยของโลก.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.91 KB
วันที่แก้ไข21 มีนาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประเทศไทยเป็นไอดอลประชาธิปไตยของโลก _จากใบฟ้า กราบนมัสการพ่อครูด้วยเศียรเกล้า กราบขอพิจารณาตามสมควรค่ะ “วันที่รอคอย” วันนี้วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2562 ชาวชุมชนบวรราชธานีอโศกคนหนึ่งได้ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน ก่อนวันเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งกลางนอกเขตเลือกตั้ง สำนักงานเทศบาลเมืองต้นเปา เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเลือก พรรคที่ใช่ที่สุด ณ สถานการณ์ของประเทศอย่างที่เห็นและเป็นอยู่ ภาพที่ปรากฏน่าชื่นชมยินดีมากค่ะ เพราะพี่น้องประชาชนมากันอย่างเนืองแน่น ข้อมูลจากประชาสัมพันธ์ทราบว่า ประชาชนจาก 70 กว่าจังหวัดมาใช้สิทธิ์ที่นี่ถึง 7000 กว่าคนบรรยากาศจึงคึกคักเจ้าหน้าที่และประชาชนร่วมด้วยช่วยกัน อำนวยความสะดวกอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย อุทิศเวลาและอดทนรอคอยเพื่อประเทศไทยอันเป็นที่รัก 1 วัน(ให้ไปเลย) ดิฉันเองภูมิใจยิ่งที่ได้เลือกพรรคที่เชิดชูคนดีมีความสามารถ พาชาติรอดจากความวิบัติจากสภาพปัญหารอบทิศ มาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนายก (candidate) ท่านนี้... 1.ไม่เคยตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องโกหก!(คนที่ไม่ควรคบ) 2.ไม่ปฏิเสธการร่วมมือกับภาคที่จริงใจต่อชาติบ้านเมือง(ปรองดอง) 3.ยืดหยุ่นอย่างชาญฉลาดกับ “สถานการณ์”ที่เหมาะควรมากกว่า “กอดหลักการ”อย่างเหนียวแน่น! (ยืดหยุ่นยืนหยัด) 4.อนุรักษ์และเป็นไอดอลของ “นิยมไทย”นำสู่สากล(เชิดชูชาติ) 5.องอาจแกล้วกล้า กล้าคิดกล้าทำเอาอยู่ 6.มุ่งมั่นนำศาสตร์พระราชามาพัฒนาประเทศ “ตามรอยพระบาท”โดยส่วนตัวเห็นว่า เพียง 6 ประการที่หยิบยกมานี้ ก็ “พอเพียง”สำหรับผู้นำของประเทศคนที่ 30 ค่ะ กราบขอนำเรียนเล่าสู่เพียงเท่านี้ค่ะ พ่อครูว่า..คำความนี้มองประเทศไทยได้ลึก คนมอง

อ่านต่อ

ว่าประเทศไทยมีความเป็นอนุรักษ์นิยมก็จริง อนุรักษ์และเป็นไอดอลของ “นิยมไทย”นำสู่สากล(เชิดชูชาติ) เป็นพระเอกนางเอกของการเสนอให้แก่คนให้รู้ว่า เป็นอาการของการแสดงนิยมไทย ความเห็นของอาตมาที่ถูก อาตมารับผิดชอบว่าประเทศไทยนี่แหละเป็นไอดอลของโลก อาตมาว่าอาตมามีรัฐศาสตร์มาตั้งแต่ปางก่อนถึงปางนี้ ใครจะฟังแล้วอ้วกก็ไม่เป็นไร อาตมามีความจริงอย่างนั้น ใครจะมองยังไงก็ตาม ตั้งแต่ในยุค 2000 กว่าปีในยุคของพระพุทธเจ้าก็เป็นประชาธิปไตยแล้ว ซึ่งในยุคนั้นเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์กันทั่วโลกยังไม่เป็นประชาธิปไตยกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน แต่ว่าพระพุทธเจ้าท่านมีธรรมนูญของท่านเรียกว่าศีล จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล เป็นหลักเกณฑ์ของสังคม หลักเกณฑ์ของมนุษยชาติ ท่านก็นำธรรมนูญที่ท่านประกาศไปทั่วทุกแคว้นในทวีปอินเดียในยุคนั้น ยังไม่ออกนอกทวีป ท่านก็ไปทั่วทวีป จะเรียกว่ารัฐหรือประเทศก็แล้วแต่ประเทศมคธ ประเทศโกศล สองแคว้นนี้ใหญ่ที่สุด พระพุทธเจ้าได้รับการยอมรับจากพระเจ้าแผ่นดินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสารยอมรับพระพุทธเจ้าโดยดุษณี ใครจะเข้าลัทธิเข้ารีตของพระพุทธเจ้าท่านให้หมดเลย เรียกว่าวิเศษประเสริฐจนคนยอมทุกคน เป็นการปลดแอกไม่เป็นทาสนี่คือจุดหลัก ประชาธิปไตยมีคุณลักษณะชัดเด่นคือ 1. เป็นอิสระเสรีภาพ 2. เป็นการรับใช้ประชาชนอย่างไม่มีตัวตน เสียสละรับใช้ประชาชนอย่างไม่มีตัวตน 3. มีภูมิปัญญาที่รู้ความเป็นมนุษย์และความเป็นสังคม และก็จัดสรรการเป็นอยู่ของสังคมประเทศชาติ ที่ตัวเองบริหารดูแลรับผิดชอบให้อยู่เย็นเป็นสุข พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) 3 คำนี้คือความเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ ประเทศไทยทุกวันนี้มีความสุขสงบอย่างดีมากเลย 3 คำนี้บ่งบอกถึงความเป็นประชาธิปไตยที่สุดยอดเป็นเนื้อแท้ประชาธิปไตย แต่ว่านักรัฐศาสตร์จะเข้าใจแค่ไหนก็ไม่รู้ พระพุทธเจ้าท่านทำได้ก็เผยแพร่ลัทธิประชาธิปไตยของท่าน ศาสนาพุทธนี่แหละเป็นลัทธิประชาธิปไตยที่แท้ ขอยืนยันอีกร้อยครั้งพันครั้ง ว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประชาธิปไตยที่แท้ สมบูรณ์แบบที่สุดเลย ประชาธิปไตยที่เหนือชั้นกว่าคอมมิวนิสต์เหนือชั้นกว่าเผด็จการ ระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์หรือประชาธิปไตยก็ตามการถ้าหากผู้บริหารปกครอง ต้องการรายได้เข้าส่วนกลางให้มากที่สุดใช่ไหม เป็นแต่เพียงว่าถ้าหากผู้ปกครองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ก็เป็นเจ้าของทั้งหมด คอมมิวนิสต์ก็เป็นคณะเป็นเจ้าของ ลอกเลียนแบบเผด็จการมานั่นแหละ แต่ก็บอกว่าจะรวบรวมมาให้ได้รายได้ส่วนกลางให้มากเพื่อจะได้แชร์และแบ่งแจกให้ประชาชน เขาก็ว่าอย่างนั้น แต่จริงๆแล้วผู้บริหารนั้นมีกิเลสขี้โลภขี้ได้เห็นแก่ตัวไหม ก็ยังมี ถ้าผู้บริหารคณะผู้บริหารจะเป็นคอมมิวนิสต์หรือเผด็จการ ถ้าจิตใจไม่ขี้โลภไม่เห็นแก่ได้ไม่สะสมไม่เห็นแก่ตัว มี 0 บาทก็ได้ เป็นคนมักน้อยสันโดษถ้าอย่างนั้นก็โอเค เหตุปัจจัยอยู่ที่ผู้บริหารประเทศ ถ้าหากผู้บริหารประเทศนั้นจะเป็นเผด็จการหรือเป็นคอมมิวนิสต์จะเป็นประชาธิปไตยก็ตาม ทั้ง 3 ระบบถ้าหากผู้บริหารประเทศนั้น รู้จักอิสระเสรีภาพและก็สร้างอิสรเสรีภาพให้แก่มวลประชาชนและไม่เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ ไม่โลภ โกรธ หลง ทำงานรับใช้ประชาชนอย่างเดียว หรือจะเรียกโก้ๆว่า ประชาธิปไตยก็ตาม มีจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน ให้สังคมมีความเป็นอยู่สงบสุขมีกินมีใช้อยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง คอมมิวนิสต์มีข้อบังคับ เผด็จการก็ถือว่ามีอำนาจบาตรใหญ่ ส่วนประชาธิปไตยถือว่าให้อิสรเสรีภาพสูงสุด เพราะฉะนั้นความจริง ถ้าบุคคลให้อิสรเสรีภาพที่สุด อย่างปัจจุบันนี้ประเทศไทย การบริหารประเทศขณะนี้ นายกฯตู่ให้ประชาธิปไตยดีมากสมบูรณ์แบบเลย เป็นแต่เพียงว่าอย่าให้เกินขอบเขตนัก แต่ให้วิจารณ์วิจัย สมส่วน ระบอบประชาธิปไตยต้องมีฝ่ายค้านต้องมีฝ่ายที่ด่ารัฐบาลพูดให้ชัด เขาก็ปล่อยให้ด่ารัฐบาลได้สบาย ทั้งๆที่เขาสามารถใช้มาตรา 44 จัดการปิดปากได้ แต่เขาก็ทำขนาดนี้ มีประเทศไหนกล้าหาญชาญชัย ไม่ต้องโกรธแค้นไม่ต้องโกรธเคืองให้คุณด่าได้ รัฐบาลใจกว้างเพียงพออย่างขณะนี้ 620320_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ Democracy Corridor ประชาธิปัตยายตนะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน