13 ภูเพียรธรรม_บทที่ 7_ภูมิปัญญาการเคี้ยว .pdf

โฟลเดอร์ภูมิปัญญาการเคี้ยวฯ PDF files
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์995 KB
วันที่แก้ไข22 สิงหาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 7 องค์ประกอบการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทย การวิจัยเรื่อง ภูมิปัญญาการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นการศึกษาโดยใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ระหว่างการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา (Ethnography Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Qualitative Research) มีวัตถุประสงค์การวิจัย คือ 1. เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2. เพื่อทดลองภูมิปัญญาการเคี้ยวกวฬิงการาหาร ที่บูรณาการตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ในสวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร จ านวน 5 คน 3. เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบภูมิปัญญาการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทย และเสนอยุทธศาสตร์การส่งเสริมสุขภาวะในชุมชน การวิเคราะห์องค์ประกอบการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทย จากการศึกษาวิจัยในขั้นตอนที่ 1-2 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่เน้นใช้แบบการวิจัยเชิงชาติพันธุ์วรรณนา (Ethnography) ในรูปแบบของการศึกษาปรากฏการณ์เฉพาะรายกรณีศึกษา (An Explanatory Case Study) ในลักษณะเพื่อมุ่งหาค าอธิบายและให้เข้าใจถึงพฤติกรรมการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และศึกษาการทดลองปฏิบัติภูมิปัญญาการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะ ที่บูรณาการตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ของชุมชนวิถีธรรม สวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร เน้นเฉพาะผู้รับอาหารมังสวิรัติ ใช้เวลาทดลอง 1 ปี ถึงรูปแบบของพฤติกรรมสุขภาพที่ดีและไม่ดี ด้วยกระบวนการปฏิบัติหลัก ศีล สมาธิ ปัญญา ตามหลักพุทธธรรม เพื่อการปรับเปลี่ยน “พฤติกรรมการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะ”

อ่านต่อ

ตามหลักพุทธธรรมเพื่อความผาสุกอันยั่งยืน สมบูรณ์ ผาสุก เบิกบาน ผ่องใส จากการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการภาคสนาม โดยเลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักแบบเจาะจง (Purposive sampling) การสังเกตการณ์และการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติของผู้วิจัย แบบสมุดบันทึกสภาวธรรม ประสบการณ์ต่าง ๆ จากการปฏิบัติ หนังสือ วารสาร เอกสาร ข้อมูลทางสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สื่อออนไลน์ และเอ็มพี 3 ที่ได้มีการเผยแพร่ไว้เป็นสาธารณะ การศึกษาวิจัยในขั้นตอนที่ 3 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ผู้วิจัยได้น าข้อมูลจากบทสัมภาษณ์เชิงลึกในการศึกษาวิจัยในขั้นตอนที่ 1-2 มาท าการสกัดตั้งเป็นข้อกระทงค าถาม จ านวน 60 ข้อ โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นน าแบบสอบถามไปเก็บข้อมูลในกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) ในพื้นที่ชุมชนสวนป่า 477 นาบุญ 1 จังหวัดมุกดาหาร สวนป่านาบุญ 2 จังหวัดนครศรีธรรมราช สวนป่านาบุญ 9 จังหวัดสุพรรณบุรี อันประกอบด้วยจิตอาสาแพทย์วิถีธรรมที่มาบ าเพ็ญและอาศัยอยู่ในชุมชนแบบประจ าและแบบไม่ประจ า รวมถึงประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้มาเข้ารับการอบรมค่ายสุขภาพแพทย์วิถีธรรมและพระไตรปิฎกในพื้นที่ดังกล่าว และชาวชุมชนบุญนิยมบวรราชธานีอโศก จังหวัดอุบลราชธานี อายุ 20 ปีขึ้นไป เพื่อตอบแบบสอบถาม ได้รวมจ านวน 593 คน การสังเคราะห์บทสัมภาษณ์เชิงลึกเพื่อตั้งเป็นข้อค าถาม การสังเคราะห์และสกัดบทสัมภาษณ์เพื่อตั้งเป็นข้อค าถามในแบบสอบถาม จ านวน 60 ข้อ ด าเนินการ โดยผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพที่ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกกลุ่มตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลหลัก เพื่อศึกษาภูมิปัญญาและพฤติกรรมการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และศึกษาการทดลองปฏิบัติภูมิปัญญาการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะ ที่บูรณาการตามหลักการแพทย์วิถีธรรม ในสวนป่านาบุญ 1 อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร โดยใช้หลักการวิเคราะห์สามเส้า (Triangulation analysis) หลังจากนั้น ได้น าข้อมูลจาการสัมภาษณ์มาสังเคราะห์และสกัดข้อมูลเพื่อสร้างข้อค าถาม และน าไปเก็บข้อมูลในกลุ่มตัวอย่างต่อไป รายละเอียดข้อค าถามและข้อมูลการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับภูมิปัญญาการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แสดงในตารางที่ 8 ดังนี้ ตารางที่ 8 ข้อค าถามและข้อมูลการสัมภาษณ์การศึกษางานวิจัย เรื่องภูมิปัญญาการเคี้ยวกวฬิงการาหารเพื่อสุขภาวะในประเทศไทยและสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล 1 การรับประทานอาหารทุกครั้งด้วย “สติ” พิจารณาว่ารับประทานอาหารเพื่อให้ได้ประโยชน์แก่ร่างกายและจิตใจ รวมทั้งพิจารณาบาปบุญคุณโทษ ไม่เบียดเบียนตนเอง คนอื่นและสัตว์อื่น ในฐานะของเราที่เป็นนักปฏิบัติธรรม สืบพันธุ์ก็ตัดทิ้ง การกลัวภัย เมื่อรู้วัฎฎะสงสาร แล้วก็ไม่กลัว แต่อาหารนั้นตัดทิ้งไม่ได้ แสวงหาอาหารมาเลี้ยงกายนี้ ถ้าจะแสวงหาอาหารมาเลี้ยงกายนี้ให้เหมาะสม เราต้องรู้จักอาหารที่มีประโยชน์ ไม่มีโทษ ที่เรากินอาหารมังสวิรัติ เพราะอาหารนั้นไม่มีโทษ ไม่มี สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน (2561, มีนาคม 15) (ไทย) บาป เรื่องโทษ เรื่องบาป เรื่องจิตวิญญาณเราพ้นไป 478 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล 2 “อาหาร” หรืออาหารรูป เป็น 1 ในอุปาทายรูป 24 ที่มีผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของกายและใจ หรือเรียกว่าอินทรีย์แก่กล้า ส่งเสริมปัญญาและ สุขภาวะ พระพุทธเจ้าตรัสว่า อาหารเป็นหนึ่งในโลก ครูอาจารย์สอนว่า คนจะแข็งแรงเป็นที่หนึ่งก็ด้วยอาหาร จะเจ็บป่วยเป็นที่หนึ่งก็ด้วยอาหาร เพราะอาหารกินเข้าไปแล้วจะเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายของเรา เป็นเนื้อเป็นตัวของเรา ดังนั้นอาหารจึงส าคัญมาก ถ้าเราเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และอาหารที่ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์อย่างอาหารมังสวิรัติ วิบากร้ายในการเบียดเบียนลดลง จะท าให้ร่างกายแข็งแรง ชีวิตมีความผาสุก เนื่องจากลดโรคภัยไข้เจ็บได้มากขึ้น แสงอรุณ สังคมศิลป์ (2561, พฤษภาคม 6) (ไทย) 3 ทั้ง “เวลา” และพฤติกรรมการรับประทานอาหาร มีนัยส าคัญมาก นอกจากบ ารุงร่างกาย ท าอินทรีย์แก่กล้าแล้ว ส่งเสริมให้ใช้ปัญญาลดละกิเลส เข้าถึงสภาวธรรม “การล้างชอบชัง” การลดกิเลสเป็นหลัก จะถึงสวนป่านาบุญ ก็ต้องลดกิเลสเป็นหลัก กินอาหารก็ลดกิเลส ไม่ใช่กินแต่เพียงเลี้ยงร่างกาย เลี้ยงร่างกาย ก็เป็นสุขภาพเป็นวิทยาศาสตร์สามัญ ก็เรียนอยู่แล้วไม่มีปัญหาหรอก ทางศาสนาจึงเรียนเรื่องของบุญ เป็นการลดกิเลสอย่างแท้จริง แต่ทั้งโลกเขาเรียนกันที่ไหน เขากินอาหารมีแต่มัวเมามีแต่ไปกับกิเลสแล้วก็หลอกกัน ปรุงแต่งหลอกกันเป็นเชฟมือหนึ่ง รวย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ (2561, เมษายน 13) (ไทย) 4 อาหารค าข้าว (กวฬิงการาหาร) หากฝึกเคี้ยวช้า ๆ นาน ๆ ท าให้จิตเราก าหนดรู้ความยินดีใน กามคุณ 5 (รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส) เป็นส่วนหนึ่งของวิปัสสนา ภูมิปัญญาการเคี้ยว ก็ต้องรู้จนถึงขั้นเคี้ยว เคี้ยวให้มันดีให้มันแหลก รสเคี้ยวให้มันเป็นอย่างไร ละเอียดดีนะ เคี้ยวไปเคี้ยวมา เคี้ยวจนกัดปาก เคี้ยวให้อ่านไปถึงรส และโลกุตระเลย ถึงเรื่องโลกุตระ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ (2561, กุมภาพันธ์ 14) 479 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล จริง ๆ ว่าสุขภาพการเคี้ยว มันมีความรู้ตามอาการของเรา การเคี้ยวให้ละเอียด การเคี้ยวเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม คือ การเคี้ยวเป็นผัสสะอย่างหนึ่ง เคยอธิบายว่า เคี้ยว ๆ ๆ แล้วก็บ้วนออกมา ดูแล้วก็ปลงอสุภะ มันเป็นอาหารเคี้ยวจากปากเราแท้ ๆ มือเราก็ไม่ได้สกปรกอะไร แล้วก็เอาเข้าไปอีก มันจะเป็นอะไร มันไม่ใช่อาเจียน มันไม่ใช่เศษกากอะไร อาหารที่เรากินอยู่ เคี้ยว ๆ ๆ มีการพิจารณา ก็เป็นอยู่ ปลง คุณอย่าไปนั่งอุปาทาน ว่าอาหารนี้เคี้ยวแล้วก็คายออกมา เหมือนขยะเหมือนอาเจียนเหมือนอะไรนี่ มันไม่ใช่ มันก็อยู่ในสภาพที่คุณรู้อยู่เดี๋ยวนี้ เคี้ยวแล้วคายออกมา ถ้าคุณไม่คายออกมามันก็กลืนเข้าไป เอาออกมานี่ มือคุณนี่มันก็ใส่ช้อนใส่ชามอยู่ มันก็ยังสะอาดอยู่อย่างเก่านั้นแหละ คุณจะเอากินคืนเข้าไปมันก็อยู่เหมือนเก่า นี้คือการปฏิบัติธรรม (ไทย) 5 กวฬิงการาหาร หมายถึงการรวมค าข้าว ตะล่อมในปากพร้อมทั้งเคลื่อนไหวบดเคี้ยว ท าให้เกิดความรู้ เพื่อเจริญภาวนา ลดกิเลสในผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และวิญญาณาหารในที่สุด คนที่ไม่หลงใหลในโลกธรรมลาภยศสรรเสริญโลกียสุขมาก จะกินอาหารช้า แต่ถ้าคนที่ติดยึดในโลกธรรมมากจะกินอาหารเร็วจะรีบกินจะต้องไปล่าในลาภยศสรรเสริญ หรือไปเสพสุข อะไรของเขาก็แล้วแต่ที่ต้องแสวงหาทางนอกทางในทางใจ กวฬิงการาหาร อาหารคือค าข้าว ก็ไม่ได้หมายถึงแค่ธาตุที่ควรกินเข้าไปเลี้ยงขันธ์ พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ (2561, เมษายน 13) (ไทย) 480 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล ก็คือให้ครบ 5 หมู่ แต่คนไปติดที่รส กวฬิงการาหาร ติดเนื้อสัตว์ก็ต้องลดลง 3 อย่างนี้เป็นของศาสนาพุทธ กวฬิงการาหาร ก็คือโภชนาหารค าข้าวทั่วไป ของพุทธ ถ้าเข้าใจต้องมาศึกษา ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร 3 อย่างนี้เป็นของศาสนาพุทธ ก็ครบ 6 การเคี้ยวมีนัยส าคัญมากในวัฒนธรรมการกิน ชนพื้นเมืองเดิมของหลายประเทศ ใช้อาการเคี้ยว เพื่อตอกย้ าค่านิยมที่ว่า “กวฬิงการาหาร” เป็นหนึ่งในโลก “อาหารเป็นหนึ่งในโลก” ถ้าใครได้ฝึกการเคี้ยวมา เป็นศาสตร์ที่ยากมากลึกซึ้งมาก ที่จะท าให้เกิดประสิทธิภาพสูง ดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ เรื่องเล็ก ๆ แต่จริง ๆ เรื่องการเคี้ยว เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมาก คนที่ไม่เข้าใจสัจจะ ก็จะมองว่าการเคี้ยวเฉย ๆ อาหารจะกลืนลงท้องแล้ว ไม่เห็นต้องศึกษาลึกซึ้ง ใจเพชร กล้าจน (2560, ธันวาคม 27) (ไทย) 7 การเคี้ยว “ค าข้าว” อย่างประณีต คือ การค้ าจุนชีวิตและเป็นการก าหนดรู้ เพื่อปฏิบัติวิปัสสนาในอันที่จะช่วยลบล้างโมหะหรือหลงชอบหลงชังได้ การเคี้ยวนั้นนอกจากเป็นการย่อยง่าย ท าให้ร่างกายแข็งแรง พระพุทธเจ้า ยังสอนรวมไปถึงการล้างชอบชังได้ อย่างคนเครียดมาก ๆ ก็กินเอา ๆ หรือคนเศร้ามาก ๆ ก็กินไม่ลง จะเห็นได้ว่า กิเลสในเหตุการณ์ต่าง ๆ จะมาออกที่อาหาร และกิเลสในอาหารก็จะไปออกที่เหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ทั้งหมด ใจเพชร กล้าจน (2560, ธันวาคม 27) (ไทย) 8 การเคี้ยวละเอียด พร้อมใช้เวลาก าหนดรู้ ท าให้เราเห็นชัดเจนในการสัมพันธ์กันของรูป 28 หรือเข้าถึงกายคตาสติ และแยกรูปแยกนามได้ในที่สุด เรากินอาหาร ก็พยายามเคี้ยวให้พอเหมาะ มันก็ชินอย่างนั้น การรีบเคี้ยวอาหารก็หยาบ การย่อยก็ต้องใช้พลังงานมาก การเคี้ยวละเอียดก็ต้องเคี้ยวอย่างพอเหมาะพอดี เคี้ยวอย่างกลืนพอได้ ก็ใช้สามัญส านึกก็พอแล้ว นี่ก็เป็นพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ (2561, เมษายน 13) 481 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล ธรรมชาติอยู่แล้วคน นอกจากคนที่มีกิเลสมากรีบเคี้ยวรีบกินไปเล่นไปหาเงิน อย่างนั้นไม่ต้องสอนอะไรกันมาก ไม่ได้มาปฏิบัติธรรมหรอก (ไทย) 9 ทุกขภาวะในสังคมปุถุชน มองข้ามการเคี้ยว จึงบริโภคอาหารค าข้าวโดยขาดการก าหนดรู้ อาสวะกิเลส จึงเจริญขึ้นทั้ง โทสะ โลภะ โดยมีความหลง (โมหะ) เป็นฐาน จิตเราจะเคี้ยวได้ดี ถ้าเราเลือกสรรอาหาร ถ้าจิตเราสงบเราจะเลือกสรรอาหารได้ที่ดีที่เหมาะกับตัวเรา ถ้าจิตเราไม่ได้กินไปเสพกาม ไม่ชอบใจ เราก็จะมีการเคี้ยวที่ถูกต้อง แต่ถ้าจิตเรามีการเคี้ยวไปเพื่อเสพกาม มีโทสะ เราก็จะเคี้ยวข้าวไม่แหลก ไม่ชอบใจ รีบ ๆ กินไปเถอะ กิน ๆ กลืน ๆ ไปให้มันลงไปสิ สมณะฟ้าไท สมชาติโก (2561, กุมภาพันธ์ 16) (ไทย) 10 การรับประทานอาหารอย่างถูกวิธี ท าให้รู้สึกเบาเนื้อเบาตัว สามารถปล่อยวาง “รูป” และเข้าถึงความรู้ “นาม” และหูตาเจตสิก มีผลต่อการมีโรคน้อย กินอะไรแล้วถูกกัน คือ กินแล้วเบาเนื้อ เบาตัว แรงเต็ม จบเลย แต่ถ้ากินอะไร ไม่ถูกกัน จะหนักเนื้อ หนักตัว แรงตก เพราะร่างกาย จะต้องใช้พลังไปดันความกลัวความวิตกกังวลออก จึงท าให้หมดแรง เสียพลัง ความคิดที่ผิด ท าให้เสียพลัง พลังจะตก คิดผิด พลังตก หนักตัว คิดถูกพลังเต็ม เบาตัว เบาใจ อาหารวัตถุ และอาหารจิตวิญญาณเหมือนกัน อ่านเวทนาทางใจ คิดถูกจะเบากาย มีก าลัง คิดผิด จะหนักตัว พลังตกอ่อนแรง สามารถดูความสัมพันธ์ ทางกายใจ ได้ อะไรที่เบาใจ ถูก อะไรที่หนักใจ ผิด พุทธะเบาใจ ไม่เสียพลังมาแก้ไขกับความเจ็บป่วยในร่างกาย จึงสามารถเรียนรู้ใจเพชร กล้าจน (2561, พฤษภาคม 10) (ไทย) 482 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล อาการในจิตได้ดี และควบคุมจิตได้ดียิ่งขึ้น ไสยะหนักใจ 11 อาหารคือ เครื่องค้ าจุนชีวิต หากเสพกวฬิงการาหารอย่างประณีตถูกวิธี ก็เข้าถึงผัสสาหาร โดยก าหนดรู้ระหว่างการเคี้ยวถึงการบรรจบกันแห่งอายตนะภายใน-นอก เข้าถึงเวทนานุ ปัสนาสติปัฎฐาน ได้ลดความใจร้อน เร่งรีบ ซึ่งจะส่งผลดีไปถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น การท างาน ขับรถ การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เราจะมีสติอ่านอาการของจิตได้ทัน ท าให้ป้องกันอกุศลที่จะเกิดจากการคิดพูดท าของเรา เมื่อจิตดีพลังงานที่ปล่อยสู่สังคมก็เป็นพลังกุศลเป็นแรงเหนี่ยวน าที่ดีในสังคม ปัญญาจะเพิ่มขึ้นเป็นล าดับ เพราะพลังกุศลและการรู้และสัมผัสจริง รู้ผิดถูกรู้ประโยชน์โทษรู้ความจริงตามความเป็นจริงในทุก ๆ เรื่อง เป็นล าดับ ๆ วรวัตร ข าเจริญ (2561, มีนาคม 18) (ไทย) 12 “ปัญญา” ในอินทรีย์ 5 เกิดขึ้นอันเนื่องจากอาหารค าข้าว และการเคี้ยวที่พึงก าหนดรู้และบริโภคพอเพียงในสภาวธรรม “โภชเนมัตตัญญุตา” ได้ลดความใจร้อน เร่งรีบ ซึ่งจะส่งผลดีไปถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย เช่น การท างาน ขับรถ การปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เราจะมีสติอ่านอาการของจิตได้ทัน ท าให้ป้องกันอกุศลที่จะเกิดจากการคิดพูดท าของเรา เมื่อจิตดีพลังงานที่ปล่อยสู่สังคมก็เป็นพลังกุศลเป็นแรงเหนี่ยวน าที่ดีในสังคม ปัญญาจะเพิ่มขึ้นเป็นล าดับ เพราะพลังกุศลและการรู้และสัมผัสจริง รู้ผิดถูกรู้ประโยชน์โทษรู้ความจริงตามความเป็นจริงในทุก ๆ เรื่อง เป็นล าดับ ๆ วรวัตร ข าเจริญ (2561, มีนาคม 18) (ไทย) 13 การรับประทานอาหารด้วยจงใจเบียดเบียนชีวิตสัตว์ เท่ากับปฏิเสธหลักธรรม “มโนสัญเจตนาหาร” จึงท าให้เกิดโรคจากวิบากกรรม โรคทุกอย่างเกิดจากการกิน ถ้าลดละเลิกเนื้อสัตว์ได้ ก็สามารถหายจากโรคที่เป็นได้ทั้งหมด ทุกวันนี้การท าอาหารกลายเป็นการท าเพื่อการพาณิชย์ไปหมด ภัสภูมิ มหารักษิต (2561, พฤษภาคม 9) 483 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล เร่งการเติบโต วิถีชีวิตเปลี่ยนไป มีแต่การใช้สารเคมี และเอาก าไรมากเกินควร (ไทย) 14 การพิจารณาประโยชน์ของอาหารขณะเคี้ยว ยิ่งอาหารที่เคี้ยวได้อย่างละเอียดพอดี จะท าให้กระเพาะอาหารล าไส้แข็งแรง จะน าสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ จึงควรมีการฝึกฝนการเคี้ยวอาหาร การให้ความรู้แก่ประชาชนได้รับทราบ กรณีกินข้าวสวยต้องวางช้อนหลังตักเข้าปาก แล้วมีเวลาพิจารณาประโยชน์ของอาหารขณะเคี้ยว การเคี้ยวอาหารเป็นการช่วยเหลือร่างกายครั้งสุดท้ายที่จะน าสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย ยิ่งละเอียดจะท าให้ใช้ประโยชน์ จึงควรมีการฝึกฝนการเคี้ยวอาหาร การให้ความรู้แก่ประชาชนได้รับทราบ ประสิทธิ์ อิ่มปัญญา (2561, มีนาคม 17) (ไทย) 15 การเคี้ยวอาหารอย่างประณีตตามแบบแผนพุทธศาสตร์แล้ว จะมีผลต่ออินทรีย์ 5 สามารถก าหนดรู้ในตัณหา 3 เข้าถึงจิตเจตสิกเป็นเครื่องค้ าจุนชีวิต อายุยืน การเคี้ยวอาหารให้ละเอียด (30-50 ครั้ง หรือจนกว่าจะละเอียด) ก่อนกลืนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และเป็นผลดีต่อสุขภาพ จะท าให้ระบบการย่อยดี มีผลให้สุขภาพดี และมีอายุที่ยืนยาวได้ อนงค์ลักษณ์ ฤทธิวุฒิ (2561, มีนาคม 9) (ไทย) 16 ในระหว่างการเคี้ยวโดยประณีต พึงก าหนดรู้แบบธรรมวิจัย ก็จะพบว่าค าข้าวที่ถูกกับร่างกายและจิตต้องการ จะเคี้ยวง่าย ย่อยง่าย เพราะเคี้ยวในระหว่างจิตกุศลหรือโสภณจิต การปรับสมดุลร้อนเย็น โดยการกินอาหารที่ถูกสมดุลร้อนเย็น ณ เวลานั้นๆ เช่น อากาศร้อนก็กินอาหารฤทธิ์เย็นเป็นหลัก ถ้าอากาศเย็น ก็เพิ่มอาหารฤทธิ์ร้อนมากขึ้น (แต่ยังคงมีฤทธิ์เย็นเป็นพื้น) และสังเกตความเข้ากันได้ (ถูกกัน) กับร่างกายของเรา ถ้าถูกกัน จะรู้สึกเคี้ยวง่าย กลืนง่าย มีน้ าลายมาก ถ้าไม่ถูกกัน จะรู้สึกฝืด ๆ เคี้ยวยาก กลืนยาก ไม่ค่อยมีน้ าลาย ถ้ากินอาหารถูกสมดุลร้อนเย็นกับที่ร่างกายต้องการ ก็จะไม่ค่อยเจ็บป่วย ลักขณา แซ่โซ้ว (2561, มีนาคม 17) (ไทย) 484 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล 17 การตะล่อมอาหารค าข้าวนั้น ในวัฒนธรรมการกินดั้งเดิม มีแบบแผนใช้มือปั้นให้ละเอียดระดับหนึ่งก่อนเข้าปาก ฉะนั้นภูมิรู้เรื่องการเคี้ยวและกวฬิงการาหารจึงควรแพร่ขยายเพื่อสังคมสุขภาวะ นิเวศต่างกัน วัฒนธรรมต่างกัน ยุคสมัยที่ต่างกัน วัฒนธรรมก็ต่างกัน ข้าวหุง ถ้าเป็นข้าวเหนียว ต้องแช่ค้างคืนก่อนจึงหุงได้ ข้าวเจ้าก็ต้องมีกรรมวิธีหุง ถ้าข้าวเป็นสมัยก่อน ก็ต้องเช็ดน้ า แต่สมัยนี้ก็ใช้หม้อหุงข้าว การกินโบราณใช้มือ เพราะมือคอยปั้น แม้ข้าวเจ้า ก็ต้องปั้นใส่ปาก ข้าวเหนียวก็ปั้น แต่ปัจจุบัน มากินข้าวตามร้านอาหาร ไม่ใช้มีด ไม่ใช้มือ ใช้ช้อนอย่างเดียว นี้คือ ละเลยภูมิปัญญาโบราณ ภูมิปัญญาโบราณ ให้ใช้มือกินข้าว หรือ จีน ใช้ตะเกียบ ตะเกียบมันคีบได้นิดเดียว ให้เข้าปาก ได้น้อยๆ แต่ทุกวันนี้ใช้ช้อน อัจฉรา ภาณุรัตน์ (2561, เมษายน 4) (ไทย) 18 การเคี้ยวอาหารค าข้าวอย่างละเอียดประณีตด้วยการก าหนดรู้สติปัฎฐาน 4 จะท าให้อิ่มช้า อิ่มนาน ย่อยง่าย และเบาท้อง ตอนที่ยังกินเนื้อสัตว์อยู่เคี้ยวหยาบและเคี้ยวเร็วก่อนกลืน ปัจจุบันกินมังสวิรัติ เคี้ยวช้าและละเอียดก่อนกลืน “เคี้ยวหยาบ ๆ ย่อยยาก อิ่มเร็ว หิวบ่อย แน่นท้อง เคี้ยวละเอียดอิ่มช้า อิ่มนาน ย่อยง่าย เบาท้อง” สมัชชา พลเขต (2561, มีนาคม 11) (ไทย) 19 การกินอาหารให้เหมาะสมกับวัยของชีวิต ท าให้ระบบการขับถ่ายเป็นปกติ และนอนหลับได้ดี การเคลื่อนไหว มันจะไว เพราะฉะนั้น เราต้องเรียนรู้องค์ประกอบ แต่เรียนรู้อย่างเดียวไม่ได้ ทุกอย่างมันเกี่ยวหมด การเคี้ยวจึงเกี่ยวหมด เป็นหนึ่งในหลักการปฏิบัติธรรม การกินแล้วป่วย หนึ่ง เป็นเพราะตามใจกิเลส สอง เป็นเพราะโมหะ เหมือนเด็ก สมณะฟ้าไท สมชาติโก (2561, กุมภาพันธ์ 16) (ไทย) 485 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล เมื่อก่อนอาตมาเป็นนักศึกษา กินก๋วยเตี๋ยว ไม่ใส่ผงชูรส อาตมานั่งเฝ้าเลยนะ ไม่เอาผงชูรส อาหารเป็นพิษ ก็เลือกให้เหมาะสม เราเลือกเพราะไม่ได้กินเพื่อความอร่อยไง ถ้าผงชูรสเขาบอกว่าอร่อย แต่เราฉันนี้ตรงกันข้ามเลยนะ เวลาฉันอาตมาเลือก เพื่อไม่ให้เกิดเวทนาใหม่ ดับเวทนาเก่า ร่างกายจึงอยู่สบายอย่างทุกวันนี้ ถ่ายก็สะดวก เคี้ยวก็ง่าย หลับก็สบาย 20 บุคคลที่รับการปลูกฝังมารยาทการรับประทานอาหารอย่างถูกวิธี ไม่พูดระหว่างเคี้ยว แม้มิได้ก าหนดรู้สภาวธรรมอาหาร 4 ก็มีผลลัพธ์สุขภาพกายดี สอดคล้องกับ 5 อ. ของการสาธารณสุข เรื่องภูมิปัญญามันไม่ใช่เป็นเรื่องของการปฏิบัติธรรมอย่างเดียว แต่บางคนก็ถูกฝึกสอนมาให้ฝึกกินอย่างมีมารยาทดี กินแล้วต้องเรียบร้อย กลืนทีละค า ไม่รีบกิน เคี้ยวช้า ๆ ก็มี แต่ไม่ได้ปฏิบัติธรรม กินเพราะถูกปลูกฝังกินตามมารยาท แต่บางคนก็ไม่ได้ถูกปลูกฝังให้กินตามมารยาทเลย เขาก็กินอร่อย สมณะแสนดิน ภูมิพุทธโธ (2561, กุมภาพันธ์ 13) (ไทย) 21 เมื่อก าหนดรู้ความหมายและความส าคัญของเรื่องอาหาร 4 ด้วยการปฏิบัติการเคี้ยวเป็นกิจประจ า ก็พบว่ามีสติและปัญญา ชอบรับประทานผักเป็นยาและสุขภาพดีขึ้น หลังปฏิบัติธรรม เห็นคุณค่าของชีวิตสัตว์มากขึ้น งดเบียดเบียนสัตว์ ไม่ทานเนื้อสัตว์ ทานผักมากขึ้น เคี้ยวอาหารละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม อาการของโรคกระเพาะอาหารหายไป ฟันแข็งแรง มากขึ้น ปากไม่มีกลิ่นเหม็น เบากาย ใจเย็นลง เคี้ยวอาหารช้าลง เข้าใจคนอื่นมากขึ้น ที่ส าคัญเข้าใจตัวเองมากขึ้น น้ าหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ จากที่เคยน้ าหนักเกิน ประภากร อินทร์ยา (2561, มีนาคม 9) (ไทย) 486 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล 22 การรับประทานอาหารค าข้าวด้วยการเคี้ยวอย่างประณีต สามารถลดจ านวนมื้ออาหารด้วยตนเอง ก าหนดรู้และเห็นจนแยกกายและจิตได้ การกินท าให้จิตใจของเรามีความเข็มแข็ง ถ้าเราสามารถที่จะไม่ติดยึดในความอร่อย โดยมีกระบวนการวิธีการ ก็จะส่งผลต่อการด าเนินชีวิตที่เราจะสามารถก าหนดวัตถุได้ ไม่ใช่วัตถุมาก าหนดเรา ก าหนดให้ว่าอะไรควรไม่ควร ให้สอดคล้องกับความรู้ที่เรามีอยู่ ถ้าวัตถุก าหนดเราได้ ต่อให้เรารู้ว่ามันไม่ดี แต่เราก็อดไม่ไหว เราก็จะต้องไปกินมัน บริโภคมันเข้าไป ก็วัตถุก าหนดเรา น้ าลายเรานี้มันมีฤทธิ์เป็นกรด มันฆ่าเชื้อ แต่ถ้าเคี้ยวไปนาน ๆ มันมีความเป็นกลาง การที่เคี้ยวนาน กระเพาะก็ท างานลดลง แต่ถ้าเราเคี้ยวเร็วกระเพาะก็ท างานเหมือนเครื่องจักร เครื่องจักรมันท างานมากขึ้น การเคี้ยวช้า ๆ มันท าให้ร่างกายไม่ท างานหนัก สมณะบินบน ถิรจิตโต (2561, มีนาคม 4) (ไทย) 23 ปฏิบัติการเคี้ยวที่ควบคู่กับการก าหนดรู้ความยินดีในกามคุณ เวทนา ตัณหาและนามรูป ก่อเกิดสติสัมปชัญญะ ส่งผลดีต่อมหาภูตรูปหรือธาตุ 4 และรูปที่อาศัยเกิดจากมหาภูตรูป ก่อนกินมังสวิรัติยังกินเนื้อสัตว์เคี้ยวอาหาร 2 – 3 ที แล้วกลืน หลังปฏิบัติธรรมเคี้ยว 10-50 ครั้ง แล้วค่อยกลืน เคี้ยวช้า ๆ ให้ละเอียดท าให้ไม่เหนื่อย ไม่รีบ ใจเย็นสงบ ได้บุญ สุขภาพดี โรคหายได้ไว ล้างทุกข์กาย ทุกข์ใจ ทุกข์ในเหตุการณ์ได้เร็ว ส่งผลดีต่อสุขภาพ เลือดลมดี ความดันปกติ หัวใจเต้นเป็นปกติ ชุติวรรณ แสงส าลี (2561, มีนาคม 16) (ไทย) 24 การคัดเลือกวัตถุดิบการประกอบเป็นอาหาร การบดปั้นเป็นค าข้าวด้วยมือ การตะล่อมและเคี้ยวกวฬิงการาหาร การร่างมีส่วนส าคัญ เพราะเมื่อเวลาร่างดูได้เหมาะสมแล้ว จิตใจก็ไม่ต้องมากังวลกับร่างนี้นะ ปวดฟันไม่ใช่เรื่องเล็ก ฟันเสียวไม่ใช่เรื่องเล็ก ดิฉัน เคยเป็นมาหมด ปวดสิกขมาตุกล้าข้ามฝัน 487 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล กลืน และการก าหนดรู้ คือ วัฒนธรรมและภูมิปัญญาการกินในวิถีพุทธเพื่อสุขภาวะ ฟัน ฟันเสียว พวกนี้เคยเป็นมาหมด หินปูน มันเกาะฟัน ฟันเสียว ฉะนั้น ถ้าเราสามารถปฏิบัติได้ลงตัวทุกอย่าง ก็เหมือนกับร่างเรา ถ้าเราได้โยคะ ได้ออกก าลังกาย วันทั้งวัน ก็สบาย มันก็ติดใจกับการโยคะ ก็ท าบ่อย ฟันนี้ก็เหมือนกัน การแปรงฟันก็เหมือนกัน การแปรงฟันที่ถูกวิธี มันจะไม่ขี้เกียจท า มันเหมือนถึงเวลาก็มากินข้าว มันไม่ขี้เกียจ ก็เราได้ดี (2561, มีนาคม 15) (ไทย) 25 “การเคี้ยว” กระทบด้วยหลายส่วนภายในร่างกายและกระเทือนตลอดจิตเจตสิกและรูป หากก าหนดรู้บ่อย ๆ ประกอบการเคี้ยวทุกครั้งจนเป็นวสี ก็จะรู้แจ้งธรรมะในข้ออื่น ๆ ได้มากขึ้น การเคี้ยวมีส่วนหรือไม่มีส่วนต้องดูวัตถุที่เราทานเป็นยาด้วย ว่ามีส่วนใดท าให้เกิดโรค การเคี้ยวธรรมดา ส่วนส่งเสริมระบบกระเพาะ มีส่วนท าหน้าที่ไม่ต้องละเอียดมากเกินไป เราดูจากพฤติกรรมการกิน ฉันน้ าก็เหมือนกัน ไม่แต่เฉพาะอาหาร การพักผ่อนก็อยู่ได้ เรากินอาหารให้ร่างกายตั้งอยู่ ไม่ให้เป็นภาระแก่คนอื่น หลวงพ่อเลี่ยม (2561, เมษายน 9) (ไทย) 26 อาหาร “ค าข้าว” เป็นเครื่องค้ าจุนชีวิต หากรับประทานตามแบบแผนอาหาร 4 โภชเนมัตตัญญุตา และอาหาเรปฏิกูลสัญญาแล้ว จะท าให้ระบบย่อยธาตุดินน้ าไฟลมสมดุล ใช้เวลาเคี้ยวนานขึ้น เคี้ยวละเอียดช่วยให้ระบบย่อยท างานเต็มศักยภาพ ส่งผลต่อมน้ าลายหลั่งเอนไซม์เพื่อย่อยอาหาร ดูดซึมดีขึ้น สมาธิจดจ่อดี ความจ าเกิดจากใจที่โปร่งโล่ง ขากรรไกรเคลื่อนไหวอย่างแข็งแรง อิ่มเร็วขึ้นโดยทานอาหารปริมาณน้อยลง ความรู้สู่ความเชื่อ ประสบปัญหาแล้วเกิดทุกข์ ได้เห็นประโยชน์แล้วพากเพียรปฏิบัติ มีหมู่กลุ่มท าเป็นตัวอย่าง เคี้ยวอาหารฤทธิ์เย็นได้อย่างละเอียดปรับสมดุล ถอนพิษร้อน อย่างใจเย็น ไม่เร่งรีบ กุศล บูรพากล้าจน (2561, มีนาคม 8) (ไทย) 488 ตารางที่ 8 (ต่อ) ข้อ ข้อค าถาม ค าสัมภาษณ์ ผู้ให้ข้อมูล 27 การประมาณความเพียรด้วย “การเคี้ยว” และก าหนดรู้สภาวธรรมขณะกวฬิงการาหาร เคลื่อนไหวภายในปากและระบบย่อยอย่างประณีต มีผลต่อสุขภาพกายและจิต รับประทานอาหารก็ค่อย ๆ เคี้ยวไป อ่านเวทนาตามความเป็นจริงของอาหาร อ่านใจว่ามีอาการชอบชังหรือไม่ ถ้ายังมีชอบมีชัง เราก็ใช้พลังปัญญาในการวิปัสสนาตามความเป็นจริง ไม่ใช่เอาตามใจกิเลส วรัทยา ธรรมรักษ์ 8 เมษายน 2561 28 การเคี้ยวช้าอย่างละเอียด สามารถปฏิบัติภาวนาหยั่งรู้ฤทธิ์ร้อน-เย็นอาหารค าข้าว และปรับสมดุลรวมทั้งถอนพิษได้ ไม่ต้องรีบเร่ง ใจร้อน เคี้ยวให้ละเอียดให้ได้มากที่สุดก่อนกลืน จะท าให้ย่อยง่าย ระบบย่อย ไม่ท างานหนัก เกิดกรดและควา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน