สื่อธรรมะพ่อครู(อุเบกขา) ตอน ไม่สุขไม่ทุกข์ที่เป็นอุเบกขา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(อุเบกขา) ตอน ไม่สุขไม่ทุกข์ที่เป็นอุเบกขา _ทาทา ปัญญาชมแสง • น้อมกราบนมัสการพ่อท่านด้วยความเคารพและศรัทธายิ่ง ลูกขอน้อมหมอบกราบคารวะสาธุธรรมครับและขอน้อมกราบอนุโมทนาแม่ที่เมตตาแบ่งปันประสบการการปฏิบัติวิตกวิจารขณะทำกิจการงานด้วยนาม 5 เป็นความรู้ที่ยอดยิ่ง ทำให้ลูกเข้าใจแต่ละสภาวะของการเกิดความรู้ในนาม 5 แม่ท่านแบ่งสภาวะธรรม ที่เข้าใจได้ง่ายต่อการปฏิบัติครับ พ่อครูว่า…กรรมในการพูด การทำ การคิด เอานาม 5 ไปใช้ บทต้นคือเวทนา บทสองคือสัญญา บท 3 คือเจตนา บท 4 คือผัสสะ บท 5 คือมนสิการ คำว่า มนสิการ เป็นตัวจุดที่จะให้เกิดผลเป็นจุดโยนิโสฯ เป็นจุดทำให้เกิด เป็นแดนเกิด จุดนี้ถ้าใครหาจุดนี้ในจิตวิญญาณ หทยรูปของคุณไม่เจอ อ่านจิตเจตสิก มันไม่มีตัวตนไม่มีที่อยู่ไม่มีรูปร่าง แต่คุณต้องใช้สัญญาในการกำหนดรู้ และการกำหนดโดยไม่มีเหตุปัจจัยไม่มีของจริงสัมผัสทางทวาร 5 ก็โมฆะ ต้องกำหนดรู้ขณะปัจจุบัน มีเวทนามีสังขารอย่างไร สังขารตัวนี้คือสภาวะ สภาวะที่เน้นให้ปฏิบัติคือเวทนา อาการอารมณ์ที่รู้สึกอยู่บัดนั้นในปัจจุบันนั้น ไปนึกเอาอดีตอนาคตก็ไม่ใช่ของจริง เอาอดีตมาปฏิบัติก็เหมือน ขยำขี้ เอาอนาคตมาปั้นเองก็ไม่ใช่ของจริง ในพรหมชาลสูตร นั้นบอกไว้ หากไม่มีผัสสะก็ไม่มีฐานแห่งการปฏิบัติ ต้องทำใจในใจในปัจจุบันผัสสะ เกิดเป็นเวทนา มันทำงานเจาะลึกลงไปให้ถึงเวทนา ในเวทนามันมีเจตนา 3 อยู่ และเจตนานี่มันมีกิเลสอยู่ในนี้ เจตนาคือกาม เจตนาหมดกามเหลือภพคือรูปภพ อรูปภพ หมดรูป อรูปก็เป็นวิภวตัณหา หมดกามก็อยู่กับโลก แต่ไม่มีผลทำให้เกิดกิเลส เหลือรูป อรูปก็ล้างอีกจนหมดเกลี้ยง แล้วก็เตวิชโช ตรวจสอบ ทำไปแล้วได้ผลจริงไหม ปฏิบัติทุกปัจจุบันได้จริงไหมทบทวนทั้งนอกทั้งใน จะแน่ใจครบปัจจุบัน 36 สังคมเป็น
อ่านต่อ
อดีต 36 จนแน่ใจในอนาคตก็ 36 ก็คือเวทนา 36 เกิดจากทวาร 6 ที่สัมผัสแล้วเกิดสุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ คุณก็ต้องทำให้เกิดความไม่สุขไม่ทุกข์หรืออุเบกขา ไม่สุขไม่ทุกข์ นี่ อาตมาก็จะหาโอกาสที่จะอธิบายว่า ไม่สุขไม่ทุกข์นี้มีนัยยะสำคัญแตกต่างจากอุเบกขา อุเบกขาแปลว่า กลางๆ ไม่สุข ก็ต้องรู้สุข ไม่ทุกข์ก็ต้องรู้ทุกข์ ว่าทุกข์ไม่มี สุขไม่มี หากคุณบอกว่าอุเบกขาแต่ไม่รู้ความสุขความทุกข์เลยไปนั่งหลับตาแล้วก็ทำเฉยๆ สุขทุกข์ไม่มีแล้วก็เฉยๆ ไม่นึกไม่คิดอะไร และไม่มีอาการนั้นเพราะคุณหลับตา คุณปั้นความไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่รู้ในอาการความสุขความทุกข์ที่มันกระทบแล้วมันเคยเกิด แต่ปัจจุบันนี้ที่กระทบอยู่หลัดๆ แล้วไม่เกิดความสุขความทุกข์นี่มันชัดเจนกว่า อุเบกขาเป็นเคหสิตะก็ได้ เป็น เนกขัมมะก็ได้ เคหสิตะก็คือพวกมิจฉาทิฐิส่วนมากก็หลับตาแม้จะลืมตาก็เป็น เคหสิตะได้ พวกสมถะ ไม่ใช่ความสงบที่เกิดจากการลดกิเลสแต่เป็นความสงบจากหนีจากสิ่งที่รู้ หลบจากสิ่งควรรู้ ไม่มีสัมผัส 630129_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ยึดติดอัตตาเพราะขาดปัญญาปล่อยวาง