สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน อุปาทานไม่มีจริง.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปฏิจจสมุปบาท) ตอน อุปาทานไม่มีจริง _มีคำถามจากญาติธรรมหญิงคนหนึ่ง
(สมมุติชื่อญาติธรรมคือ คุณ A) เธอได้เล่าถึง สามีของเขาที่เป็นคนต่างชาติ สามีมีอุปาทาน อะไรที่เป็นอาหารเจ มังสวิรัติ ถ้ารู้จะไม่ยอมกินเลย แต่มีคราวหนึ่ง คุณ A นำข้าวหน้าเป็ดเจมาให้กิน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอาหารเจ คุณสามีก็กินอย่างเอร็ดอร่อย แต่จนบัดนี้ ก็ไม่รู้ว่าคือข้าวหน้าเป็ดเจ
มีอีกคราวที่สามีไปหลงสาวคนไทย พี่สาวคุณ A บอกกับคุณ Aและสามีว่า เขาถูกสาวคนนี้ ทำคุณไสย เลยทำให้หลงใหลเขาอย่างนั้น สามีหลงมาก ไม่หยุดไปหาสาวคนนี้ ทั้งที่คุณ Aก็รู้ จนทำให้คุณ Aบอกว่า จะเลิกกับสามี ถ้าสามีไปหาเขาอีก แต่คืนนั้นสามีก็ไปหาเขาอีก แต่ปรากฏว่า สามีกลับมาตอนตีห้า บอกว่าเลิกกับสาวคนนี้แล้ว
...ทำไม ก็เพราะว่าสามีไปหาสาวคนนี้ แล้วไปดูที่ตู้เสื้อผ้า ว่าเขามี ตุ๊กตาทำคุณไสยอยู่หรือไม่ จะเป็นรูปผู้หญิงผู้ชายผูกติดกันไว้ (ทำตามคำบอกของพี่สาวคุณ A) พอคุณสามีเห็นอย่างนั้น ก็เลยเลิกกับสาวคนที่ว่า หันกลับมาเป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดีของลูกเหมือนเดิมได้
คุณสามีคนนี้ กลับเป็นคนเชื่อไสยศาสตร์ จนบัดนี้คุณสามีก็ห้อยพระ (ที่พี่สาวคุณ Aให้)ที่คอไว้อยู่ตลอดเวลา เหมือนเชื่อว่า เป็นเครื่องรางของขลัง โดยที่ไม่ได้นับถือ ศาสนาพุทธเลย แต่ก่อนเขานับถือศาสนาคริสต์ แต่ตอนหลังบอกว่าเลิกนับถือศาสนาคริสต์แล้ว เพราะไม่ได้ประโยชน์จากศาสนาคริสต์ ทั้งที่เสียภาษีศาสนาคริสต์ให้ตลอดมา (ศาสนาคริสต์เขามีเก็บภาษีศาสนาด้วย)
...กราบนิมนต์พ่อครูวิเคราะห์ลักษณะอาการจิต ดังนี้ 1.ลักษณะอุปาทานจิต ที่ไม่อยากกินอาหารเจ แม้ได้ยินแค่ชื่อว่า เป็นการติดยึดใน นิมิตหรืออนุพยัญชนะอย่างไร 2.รบกวนให้พ่อครูวิเคราะห์ กลไกของจิต ของสามีที่ทำไม สามา
อ่านต่อ
รถเลิกจากการติดกามคุณ 5 ได้ เพราะว่า เชื่อว่าไสยศาสตร์มีจริง
กราบนมัสการค่ะ
ตอบ...แกไม่ได้เลิกกามคุณ 5 แต่เลิกแค่กับผู้หญิงคนนั้น เพราะแกไปเห็นเครื่องคุณไสย นี้ สมมุติว่า ผู้หญิงคนนี้ไม่มีตุ๊กตาอันนี้ แกก็ยังไม่หลุดออกมา แต่ทีนี้แกไปเห็นเข้า ก็แสดงว่าจิตของเขาเอง เป็นจิตที่เชื่อไสยศาสตร์ เพราะฉะนั้นการไปติดผู้หญิง โดยไม่รู้ว่ามีไสยศาสตร์ ก็เกิดอาการรักชอบหลงใหล พอบอกว่าถูกไสยศาสตร์ เขาก็เลิกเลย คือจิตอุปาทานแท้ๆ อุปาทานในไสยศาสตร์ และการไปรักเขา ก็ยิ่งชัดว่าคืออุปาทาน พอเห็นตุ๊กตา ก็เพราะตุ๊กตาทำให้รัก ก็เลยยิ่งชัดว่าที่ไปรักคืออุปาทาน แต่คุณไม่ได้เลิกกิเลสกาม ที่เลิกจากคนนี้ เพราะเขาเชื่อไสยศาสตร์ พอไปเห็นเข้าก็เลยเลิก ก็ชัดเลยว่ารักคืออุปาทาน ถ้าคุณเชื่อไสยศาสตร์มีจริง ฟังให้ดีนะ ถ้าเชื่อไสยศาสตร์ไม่มีจริง จะเชื่อโดยภาษาธรรมเลยว่า อันนั้นคืออุปาทานเต็มๆ คนนี้ไม่ได้รักผู้หญิง มันเชื่อไสยศาสตร์ เพราะไสยศาสตร์ทำให้รัก แต่ความจริงจะรักหรือไม่รัก จะไสยศาสตร์หรือไม่ ก็คือ ความรักทางกามนี้ไม่มีจริง พิสูจน์ชัด พอบอกเป็นไสยศาสตร์ ก็ตัดมาได้เลย มันจะเก่งขนาดไหน ไปติดมาตั้งนาน พอเห็นตุ๊กตา ที่จริงก็คือตุ๊กตาสองตัวแค่นั้น ไม่มีฤทธิ์อะไร เหลือแต่อุปาทานทั้งดุ้นเลย พอบอกว่าไม่มี ก็ดึงอุปาทานตนเองมาหมด ไม่มี เห็นไหม อุปาทานทั้งดุ้นเลย จิตของตัวเองเป็นเอง งมงายเองดีที่ว่า ไม่ดันเอาตุ๊กตาตัวนั้นมาห้อย ทำเราติด ก็เลยเอามาใช้อีก ก็เลยเอาพระห้อยก็แล้วกัน
สำหรับจิตที่อุปาทาน ในการกินอาหารเจ แม้ได้ยินแค่ชื่อว่า อาหารเจ ก็ไม่กิน แล้วคนไม่บอกว่านี่คืออาหารเจ มาให้กิน ไม่บอกชื่อ แกก็กินเฉยเลย ก็คืออุปาทานทั้งสิ้น อุปาทานนี้ อาตมาไปเล่นวิทยาศาสตร์สะกดจิต ยืนยันว่า อุปาทานนี้มีให้ไม่มีก็ได้ ไม่มีก็ให้มีก็ได้ เจ็บก็ให้ไม่เจ็บก็ได้ ไม่เจ็บก็ให้เจ็บได้ บอกว่า ขณะนี้จะเอาเหล็กร้อนแดงๆ นาบแขนนะ ก็เอาไม้บรรทัดธรรมดาทาบไป ก็เกิดผิวหนังสีแดงขึ้นมา เหมือนโดนของร้อน ไหม้เป็นทางเลย ได้ อาตมาพิสูจน์มาจริงๆ สะกดจิตแล้วทำก็เกิดจริงๆ เป็นอุปาทานจิตไง ไม้บรรทัดนี้ไม่ได้เป็นเหล็กแดงเผาไฟอะไร แต่แตะเข้าที่แขน แกก็ร้อนสะบัด ผิวแดงแป๊ดเลย เพราะฉะนั้น พวกที่เป็นโรคจิต psychosis บอกว่าตัวเองป่วย ก็ป่วยได้จนต้องไปหาหมอเลย บางคนเลือดออก ทางจมูกทางปากเลย ไปอุปาทานทำตัวเอง เช่น ตนทะเลาะกันกับสามี ก็เลยหาอำนาจต่อรอง ก็บอกตนเองว่าป่วยๆ ก็เลือดออกทางจมูกปาก ชักดิ้นชักงอ สามีก็ต้องมาดูแล พาไปหาหมอ คือ Psychosis หรือจะต่อรองว่า วันนี้ไม่ไปทำงานหรอก เพราะป่วย ก็ป่วยได้จริง หมอเอาไปตรวจ ก็พบผู้ป่วย ตัวร้อนขึ้นมาได้ อย่างนี้เป็นต้น อุปาทานนี้ ให้เห็น ไม่มีเลยนี่ บนนี้ไม่มีขวดแต่ให้เห็นขวด ทั้งที่ไม่มีขวด ก็เห็นขวด หรือให้ลืมตาเห็นเสือก็เห็น ลุกวิ่งหนีไปเลย จะให้หนังเหนียวอยู่ยงคงกระพัน เดินบนไฟ ไม่ร้อน แทงปากแทงคอได้ ไม่มีปัญหา ไม่ใช่เรื่องลึกลับเลย ถ้าจิตสร้างอุปาทานแล้ว เป็นจริงได้หมด อุปาทานที่หยาบอย่างที่อธิบายนี้ พวกเราก็เป็นไม่ได้ง่าย พวกเราบอกว่า จะเดินบนไฟไม่ร้อนก็ไม่ได้ เดินบนดาบไม่บาดไม่ได้ อาตมาเล่นไสยศาสตร์มา ให้หนังเหนียว ใช้ใบมีดโกนลองกรีดเลย มันเหมือนกับ อะไรทื่อๆ มาเฉือนก็ไม่เข้าหนัง ลื่นๆไปเฉยๆ เวลาจะลอง ก็เอามีดโกนมาโกนขน ว่าคมๆมากก่อน แล้วลองแทง ก็เจ็บนะ แล้วก็กรีด บางที่ก็แดงเป็นทางแต่ไม่เข้า แต่ถ้าไม่เหนียวนะ เหวอะแน่ เป็นจิตอุปาทาน อาตมา จึงไม่แปลกใจไสยศาสตร์ วิทยาศาสตร์อาตมาก็เรียนมา ชัดเจน พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า อย่าไปเสียเวลากับมัน ให้มาเรียนรู้ลดละกิเลสนี่ อุปาทานว่านี่อาหารเจไม่กินนะ ถ้าไม่กินก็ไปหาที่อื่นกิน หรือตายไปเสียตรงนี้แหละ บ้านนี้กินเจกินมังฯ
600116_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ลืมตาได้ปัญญาหลับตาได้แค่สัญญา