สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ 77 ข้อ ตอน 2.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ 77 ข้อ ตอน 2 ซึ่งในความเป็นมนุษย์ที่ครบสมบูรณ์ นั้นต้องมี“ธรรมะ ๒”คือ มี“มหาภูตรูป ที่มีเลือดหรือกาย” กับ“จิตหรือวิญญาณ” เจริญได้สัดส่วนกัน ไม่ขาดไม่พร่องสิ่งหนึ่งสิ่งใด เมื่อ“มหาภูต ๔ ที่มีเลือดและวิญญาณ”เจริญเพียงพอทั้งคู่ ก็มีกำลังสร้างสรรสังคม นั้นๆได้ เจริญพัฒนาทั้งจิตทั้งวัตถุอย่างสมดุลย์ดีจริง ไม่ขาดพร่อง เพราะ“จิตวิญญาณเป็นประธานสิ่งทั้งปวง”แท้จริง เมื่อผู้นั้น“สติ”มี“อธิปไตย”(มีพลังเพียงพอ)จริง “ปัญญา”เป็น“อุตตระ”(อยู่เหนือภาวะนั้น)แท้ ก็จะมี“พลัง ๔ และพลัง ๕” จัดการ(อภิสังขาร)กายสังขาร(ปรุงแต่งความเป็นวัตถุกับจิต)-วจีสังขาร(ปรุงแต่งภาษาคำพูดอยู่ในจิต)-มโนสังขาร(ปรุงแต่งเฉพาะจิตใจ)ได้อย่างมีผลสำเร็จ “พ้นภัย ๕”อย่างเป็นจริงตามที่ตนประสงค์นั้นๆทีเดียว โดยเฉพาะสำคัญยิ่งในความเป็น“มนุษย์”นั้น “จิตเป็นนาย-กายเป็นบ่าว”จริงๆ “จิตเป็นประธานกาย”แท้จริง “จิต”หรือ“วิญญาณ”จึงต้องให้เจริญสัมบูรณ์เป็นสำคัญยิ่งกว่าเสมอ แล้ว“จิต”จะจัดการกับ“กายสังขาร-วจีสังขาร-มโนสังขาร”ได้ดียิ่งจริง หากสังคมประเทศใดมีกษัตริย์จึงจะชื่อว่า ประเทศนั้นมีมนุษย์ที่ครบ“กาย”ครบ“จิตวิญญาณ” เป็น“ธรรมะ ๒” จึงจะเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตย ๒ ขาได้จริง ส่วนสังคมประเทศใดที่“ไม่มีกษัตริย์”จะเรียกว่า ประเทศนั้นสมประกอบในความเป็นมนุษย์และเป็นสังคมคนยังไม่ได้แน่ๆ เพราะยังไม่มี“รูปกับนาม” หรือยังไม่มี“อุตุนิยาม(มหาภูต ๔ = ดิน,น้ำ,ลม,ไฟ)กับชีวะขั้นจิตนิยาม(นาม ๔ = เวทนา,สัญญา, สังขาร,วิญญาณ)”ที่ครบถ้วนบริบูรณ์ในความเป็นมนุษย์ซึ่งต้องมี“กายกับจิต” หรือมี“ธรรมะ ๒”จึงจะครบความเป็นมนุษย์ได้ ไม่เช่นนั้นก็ยังไม่ใช่มนุษย์ที่เต็มสภาพตามความเป็นจริง (พ่อค
อ่านต่อ
รูว่า...ความรู้เรื่องประชาธิปไตยสองขาจะมีแต่โพธิรักษ์ที่พูดอย่างนี้ได้) หากกษัตริย์ในประเทศนั้นทรงมี“จิตวิญญาณ”ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและประชาชนก็มีความเป็นประชาธิปไตยดีแข็งแรงยิ่ง ประเทศนั้นจะไม่ต้องมี“การเลือกตั้ง”โดยประชาชนหรอก แค่ใช้วิธี“การซาวเสียงกัน”ในหมู่ชนนั้นๆที่รู้จักกันทั่วถึงอย่างสนิทชิดเชื้อก็ได้ผู้รับผิดชอบแล้ว และส่วนผู้ทำงานกว้างขวางขึ้นขั้นบริหารประเทศ ก็มีวิธี “กษัตริย์ทรงแต่งตั้ง”ผู้รับผิดชอบขึ้นมารับหน้าที่ ก็ใช้ได้แล้ว ทั้ง ๒ “วิธี”ในข้อ 29. นี้ไม่ใช่“การเลือกตั้ง”ทั้ง ๒ ประการ เพราะแตกต่างจากการใช้“วิธี”ให้ประชาชนทั้งหมดทั่วประเทศออกเสียง“เลือกตั้ง”อย่างมีนัยสำคัญยิ่ง มีแค่“การซาวเสียงกัน”ในหมู่ชนนั้นๆ เลือกผู้เหมาะสมขึ้นมาทำหน้าที่ในแต่ละเขตชุมชน แต่ละตำแหน่งหน้าที่ ก็เป็นไปได้แล้ว ส่วนตำแหน่งหน้าที่สำคัญๆสูงในขีดขั้นต้องบริหารประเทศนั้น กษัตริย์ทรง“แต่งตั้ง”ก็เพียงพอแล้ว เพราะกษัตริย์นั้นจะมี DNA ที่สืบทอดกันมาเป็น“สันตติวงศ์” การสืบทอด“สันตติวงศ์”คือ การเสวยราชย์ต่อเนื่องตามเชื้อสาย พ่อครูว่า..สันตติ เป็นข้อที่ 2ของ ลักขณรูป สี่อย่างคือ อุปจยะ สันตติ ชรตา อนิจจตา อุปจยะคือทำการเกิดได้ รู้จักการเกิดได้ แล้วจะให้ต่อไปไหมก็คือให้สันตติ โดยเฉพาะเป็นการก้าวหน้าระดับCoefficient สัมประสิทธิ์ที่มีคุณสมบัติถึงสัมโพธิปรายนะ ได้ เลยนิยตะอีก สันตตินี้อยู่ที่ตัวเรา เราจะต่อหรือจะตัด เราไม่ต่อ แต่พลังงานนี้มีmomentum แล้วค่อยๆเสื่อม ชรตา แต่ถ้าไปฮึดตอนชรตาก็ขึ้นมาได้อีกเติมพลังงานปลุกมาอีกได้ แต่ถ้าไม่มีปล่อยให้ชรตาไปก็ดับสูญ ตัวสันตติจึงเป็นตัวสำคัญ ทำ Coefficient สัมประสิทธิ์ก็เจริญขึ้นมาใหม่อีกได้ ถ้าปล่อยก็สูญ กษัตริย์คือ ผู้เป็นประมุขของรัฐหรือของประเทศนั้นๆมาแต่ไหนแต่ไร แม้ประเทศนั้นจะไม่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย เมื่อทรงเป็นประมุขคู่รัฐ ในระบอบประชาธิปไตยจึงชื่อว่าประชาธิปไตย 2 ขา และในคราที่ประเทศเรียกได้ว่าเป็น“ประชาธิปไตย”นั้นกษัตริย์จะทรงมี“ทศพิธราชธรรม”ในพระจริยวัตรอย่างแท้จริง จึงชื่อว่ากษัตริย์ที่ทรงธรรมแท้ เมื่อมีทั้งกษัตริย์ที่ทรงธรรมแท้ และประชาชนมีความรู้ประชาธิปไตยจริง สัมบูรณ์ด้วย“ปัญญา” โดยเฉพาะสำคัญยิ่งสัมบูรณ์ด้วย“เลือดและวิญญาณ”ก็สัมบูรณ์ความเป็นประชาธิปไตย 2 ขา ก็จะมี“ราชประชาสมาศัย”เป็นนาม-รูป นั่นคือ กษัตริย์และประชาชนต่างอาศัยซึ่งกันและกัน ครบครันเต็มความเป็น“สัตว์โขลง” และเป็น“สัตว์สังคมมนุษย์” ไม่เอียงโต่งอยู่แค่..เป็น“มนุษย์ที่มีแต่เลือด ทว่าไม่มีวิญญาณ” หรือ“มนุษย์หลงสำคัญแต่วัตถุ ทว่าไม่สำคัญจิตวิญญาณ” ซึ่งสำคัญมากเพราะเป็น“ธรรมะ 2”ครบถ้วน“รูป”กับ“นาม” คือ “เลือดกับวิญญาณ” จึงจะสามารถมี“ธรรมะ”ขั้นโลกุตระได้ ฉะนี้จึงจะชื่อว่า ประชาธิปไตย ๒ ขา ธรรมะต้องเป็นโลกุตระจริง คือล้างความเป็นตัวตน(อัตตา)ออกจากจิตให้มากเท่าที่จะมากให้ได้ ที่สุดจนหมดตัวตน จึงจะรับใช้ประชาชน ด้วยธรรมะที่เป็นโลกุตระนั้นๆ ไม่อย่างนั้นจะต้องใช้วิธี“เลือกตั้ง”ในสังคมนั้นอยู่ร่ำไป พ่อครูว่า...ที่ยังต้องมีเลือกตั้งตอนมีร.9 คือเป็นต้นเค้าของกัปป์นี้ ประเทศในกัปป์นี้ 190 กว่าประเทศมีประชาธิปไตยประเทศไหนก็สู้ของไทยไม่ได้ ไทยเป็นตัวเร่ิมต้นเป็นแม่แบบของประชาธิปไตยทั่วโลก อังกฤษทำให้ประชาธิปไตยอยู่ในอังกฤษไม่ได้คือไปขับอินเดียออก แต่คนไทยนี่ชาวอินเดียชอบมากมาอยู่ในไทย ประชาธิปไตยในไทยเป็นสายปัญญา อินเดียเป็นเจโต คนอินเดียที่มีปัญญาแล้วจะมา
600710_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยดีสุดต้องโลกุตระ 77 ข้อ(ตอน2)