สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน อัตตาสามอันลึกซึ้ง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.94 KB
วันที่แก้ไข26 กรกฎาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน อัตตาสามอันลึกซึ้ง พ่อครูว่า...สิ่งเหล่านี้ เป็นสัจจะ เหตุปัจจัยต้องลงตัว สรุปคือต้องเรียนรู้ อัตตาสาม โอฬาริกอัตตา มโนมยาอัตตา อรูปอัตตา โอฬาริกอัตตาคือหยาบหนักหนา จัดจ้าน ก็หมดไป จิตคุณเหนือได้ ถ้าคุณมีกำลัง จิต เหนืออัตตาได้ เป็นอธิปไตย ไม่ได้หมดอัตตา แต่อาศัยได้มีก็ได้ไม่มีก็ได้ ผู้เป็นอมตบุคคล นี่จะมีก็ได้ไม่มีก็ได้ ท่านอยู่เหนือแล้ว จะตายหรือไม่ตายก็ได้ อาศัยอัตตานี้ไป อัตตาที่อยู่เหนือโลกหยาบ หมดอบายไปตามลำดับ อบายที่คนทั่วไปรู้แล้ว หยาบต่ำหนักหนาสาหัสแล้ว ก็จะซับซ้อน ของหยาบที่คนนักเลง ตีหัวหมาด่าแม่เจ๊ก ใครก็รู้ได้ง่าย อย่างธัมมชโยหรือว่าทักษิณนี้ คนดูได้ยากกว่า แต่ทำลายประเทศได้ยิ่งกว่านักเลงตีหัวหมาด่าแม่เจ๊ก เลวร้ายกว่าไม่รู้กี่รอบ คนจะไปรู้เรื่องหยาบของคนเลวร้ายเรื่องโลกอย่างทักษิณกับธัมมชโยแล้วสร้างหมู่กลุ่มอีก โง่ สกุลเดียวกัน เขาเรียกว่าตระกูลแดง อยู่อย่างนั้นโดยเขาไม่รู้คือโอฬาริกะ อย่าว่าแต่ธัมมชโยเลย ขนาดเณรคำก็ยังมีพระมาเถียงให้อีก สมณะฟ้าไทว่า...มีญาติธรรมบอกว่าสามีตนไปกราบเณรคำอีก ผมก็เลยว่าคนทำไมเป็นถึงขนาดนี้ พ่อครูว่า..เขาก็ดูไม่ออกยังเชื่อมั่นเข้าใจว่าดี เราไปบังคับความเฉลียวฉลาดคนไม่ได้ ภูมิใครก็ภูมิใคร คนที่เข้าใจแล้วว่าอัตตาตัวตนของใคร เขาก็เป็นของเขา เราจะไม่กดขี่ข่มเหงแม้ธัมมชโยก็มีอัตตาเช่นนี้ จิตเราไม่ได้โกรธเคือง แต่มีเมตตาสงสารแต่ต้องประกาศให้โลกรู้ว่ามันต่ำ (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า...มีโลกและอัตตา แต่สัจจะมีหนึ่งเดียว แต่ต้องมีตั้งแต่สองคนเข้าใจตรงกันยืนยันกันได้ ตั้งแต่สองคนเป็นต้นไป พ่อครูว่า...ตัวเองก็ติดยึดในสิ่งหยาบๆนี้เป็นตัวตน เป็นอำนาจ หลอกให้คนอื่นมาเป็นพวกของตน

อ่านต่อ

ได้อีก คนนี้หลงอัตตาตัวตน ใครที่หลุดออกมาได้ จากอบาย จากกาม ตั้งแต่ภายนอก เป็นมโนมยอัตตาภายนอกเป็นกายภายนอก รูปร่างตัวตนเป็นชิ้นเป็นอัน แม้ที่สุด มันไม่มีรูปร่าง ตัวตนก็นึกว่าเห็นรูปร่างตัวตน เช่นเห็นผี เห็นเทวดา มันไม่มีของจริงเหรอ แม้ทางแพทย์เรียกภาพหลอน เสียงหลอน ไม่มีกลิ่นเขาก็สัมผัสกลิ่น ไม่มีสัมผัสเขาก็รู้สึกสัมผัสได้ บางคนมีผัวเป็นพระพรหมเลย เขาก็ปั้นได้ในจิตเขา ยิ่งละเอียดกว่านั้น รสอร่อยไม่มี เราไปสร้างมันเอง หรือแม้อันนี้สวย คนนี้มาดูว่าสวย แต่อีกคนหนึ่งมาดูว่าไม่ได้สวยอะไร บางคนว่ากลิ่นอย่างนี้หอม บางคนบอกว่าเหม็น ไม่ชอบ ถ้าคนส่วนใหญ่เห็นว่าหยาบ แต่เราก็ไม่เห็นว่าหยาบคือเรามีโอฬาริกอัตตา มีการยึดถือวัตถุสมบัติเป็นชิ้นเป็นอันเป็นของเรา ทั้งที่ไม่ใช่ของเราตัวเรา มันก็อาศัยเพียงชั่วระยะเวลา ในกามภพ แม้แต่ยึดถือคนนี้ๆ คนนี้หน้าดี มีตรงนั้นตรงนี้ดีแล้วแต่ก็บ้าๆบอๆไป แค่ถุงขี้ผูกโบว์(หญิง)หรือแค่หนังควายหุ้มขี้(ชาย) เป็นมโนมยอัตตา เมื่อเรารู้ชัดเจนก็ไม่ไปยึดมั่นถือมั่นไม่ต้องเอารสชาติ แต่ที่สุด สัมผัสเสียดสี เป็นรสชาติ อันนี้แหละยาก โผฏฐัพพารมย์เหมาหมด สัมผัส ตา หู จมูก ลิ้น กาย ก็เป็นโผฏฐัพพะ ทั้งกายผิว ภายนอก สมมุติไป บางคนบอกว่าฝ่าเท้าเธอนี่อร่อยมาก หรือบางคนบอกว่าอร่อยที่กระดูกสันหลังก็สมมุติไป บางคนกินน่องไก่ ตีนไก่ ตูดไก่ แต่ก่อนเราเคยสั่งตูดเป็ดตูดไก่กิน ร้านแถวนางเลิ้ง มโนมยอัตตามีภายนอกและภายใน โอฬาริกอัตตามีแต่ภายนอก คนเห็นผี ไม่มีรูปร่างแต่คนเห็นได้ ปั้นเป็นรูปที่สำเร็จด้วยจิต แม้ที่สุดสำเร็จด้วยอวัยวะน้อยใหญ่ทั้งหมด จนกระทั่งเห็นเป็นกระดูกเดินได้ มันไม่มีหรอก แต่ก็เห็น เห็นผีกระสือมีไส้ลอยตุ๊ปป่อง มีอวัยวะน้อยใหญ่ ไม่บกพร่อง หากเราหมดมโนมยอัตตาภายนอกก็ยังมีมโนมยอัตตาภายใน แบบนี้สอนยาก อย่างพวกนั่งหลับตาปฏิบัติ เห็นเทวดาอีก ปั้นให้ว่าอายุยืนด้วยอยู่นาน แต่ละองค์ๆ อายุยืน ว่ากันไปอย่างอาจารย์มั่นสอนเทวดามาจากเยอรมัน ก็ว่าไป เป็นมโนมยอัตตาที่ไม่เข้าใจอัตตาภายใน เห็นเป็นรูปร่างตัวตนภายในสารพัด หมดมโนมยอัตตาก็เป็นอรูปอัตตา อรูปอัตตา 4 ขั้นคือ อากาสาฯ วิญญานัญจา อากิญจัญญาฯ เนวสัญญานาสัญญา ค่อยอธิบายที่หลัง มีพรหมอีก 20 ค่อยอธิบายทีหลัง

600726_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัจจะหนึ่งเดียวของโลกและอัตตา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน