สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน อุปาทายรูป 24.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน อุปาทายรูป 24 จากครูสุดา ใจดี...กราบนมัสการค่ะ กราบฝากเรียน ถามพ่อครูว่า.. อุปาทายรูป 24 เป็นองค์รวมของอุปาทาน หรือไม่ อย่างไรคะ ..กราบขอบพระคุณค่ะ พ่อครูว่า... ใช่ คำว่าอุปาทายรูป 24 นั้นมันไม่ใช่ 28 มันพ้นมาจาก ดินน้ำไฟลม มหาภูติ 4 24 นี้แหละเป็นอาการ เริ่มเป็นนามธรรม แต่ทั้งหมดคือ รูป มันเป็นนามธรรม ที่ซ้อนอยู่ในรูป เริ่มต้นตั้งแต่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย 5 ปสาทรูปกับโคจรรูป(วิสัยรูป) ทำงานร่วมกัน หากไม่มีสองอันนี้ จะปะทะกันให้ตาย ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น หากปสาทรูปเสื่อม ประสาทดับ กระทบอะไร ก็ไม่เกิดอะไรเพิ่ม แต่ถ้าทำงานพร้อมกัน กระทบกัน ก็เกิดอันที่สาม เป็นภาวรูป ที่เป็นภาวะสอง ต้องทำให้เป็นหนึ่งให้ได้ จนทำหนึ่งให้ลึกซึ้ง จนกระทั่งไม่มีเพศเลย( นปุงสกลิงค์) เลย เป็น 0 เลย จะเอาอำนาจมาใช้ หรือไม่ใช้ก็ได้ แต่มีอำนาจ ก็ค่อยๆทำตามลำดับ จากภาวรูป 2 จึงต้องเรียนรู้ ตั้งแต่อิตถีภาวะ ปุริสภาวะ จึงรู้จักพลังงานชีวิตที่มันยังไม่ตาย ที่มันเป็นอกุศล ที่มันเป็นพลังงานที่ต้องกำจัด แยกให้ได้ ถ้าแยกแยะผิด ก็เละเลย ก็จะไปกำจัด พลังงานที่ไม่ควรกำจัด ต้องมีความรู้จะถึงขั้นพ้นวิจิกิจฉา ต้องรู้ว่า มันเป็นอกุศลจิตจริงๆ แล้วกำจัดมัน ตั้งหลัก นามธรรมอยู่ที่ไหน?อย่างไร? หทยรูปนี่ อยู่ที่ไหนอย่างไร มันไม่ใช่วัตถุ ไม่ใช่สถานที่ แต่มันอยู่ในเรา ของใครของมัน หทยรูป เห็นใจพวกที่เรียนอภิธรรม แล้วบอกว่า อยู่ในหัวใจห้องที่ 4 มีน้ำใสๆสีน้ำเงิน ที่จริงแล้ว มันไม่มีตัวตนอะไร มันเล็กละเอียด ยิ่งกว่าอากาศ พอจับได้มั่น อย่างไม่มีสงสัยลังเล ถูกแน่ๆของจริง ก็จะรู้อาการ หทยรูป ก็จะรู้ความมีชีวิต ชีวิตินทรีย์ของอกุศล ก็จัดการไปตามลำดับ กิเลสตัวนี้ มันมีอะไรเป็นอาหาร วิธีปฏิบัติก็ทำอย
อ่านต่อ
่างนี้ ปริเฉทรูป ภาวะมีสามอย่าง มีตัวประธาน กับอีกสองตัว ประธานคือตัวรู้ของเรา เป็นธาตุรู้ของเรา มีธาตุรู้ที่เป็นประธานจัดการ กับอีก 2 ภาวะ ให้เหลือ 1 เดียว จัดการทีละ ปริเฉทๆๆ สามเส้า เป็นอย่างมาก แล้วทำ 2 ให้เหลือ 1 มีประธาน I แล้วมี S she คืออิตถีภาวะ และมี H คือ he คือปุริสภาวะ ถ้าสามารถรู้สภาวะพวกนี้ แล้วทำได้จริง คุณก็จบไปเป็นปริเฉท ที่พูดนี้มี โคจรรูป 5 ปสาทรูป5 (หักประธานออก 1 เหลือ 9 ) ภาวรูป 2 หทยรูป1 ชีวิตรูป1 อาหารรูป1 ปริเฉทรูป1 แล้วทำต่อไปอีก หลายปริเฉท ขึ้นเรื่อยๆ ส่วนต่อก็เกิด วิการรูป 5 เอามาใช้ทางกายกรรม วจีกรรม เป็นกายวิญญัติ วจีวิญญัติอีก 2 ก็จะช่วยอีกวิการรูป 3 ลหุตา มุทุตา กัมมัญญา และสุดท้าย มีลักขณรูปอีก 4 ตัวลักขณรูป 4 คือรูป วิการรูปคือ นาม เป็นตัวเคลื่อนไหวอยู่ เราจะทำให้เบาที่สุด เรียกว่าลหุ ตัวที่จะจัดการได้คือมุทุ ตัวมุทุ คือตัวธาตุยอดสุด ทั้งปฏิภาณปัญญา ตัวเจโตก็เร็วไว แข็งแรง ปรับได้ง่าย ปัญญาก็ไวเร็ว แล้วมีกัมมัญญะ มีการกระทำที่ได้ดี เพราะคุณสมบัติ ที่มีปัญญารู้ จิตและปัญญาทำได้เร็ว แล้วทำได้ออกมา จึงเป็นสิ่งที่ไม่มีเสียหาย มีแต่สิ่งที่เหมาะควร เป็นการงาน เป็นการกระทำที่ดีตลอด จึงออกเป็นกายวิญญัติ วจีวิญญัติ ในห้านี้เคลื่อนไหวทั้งนั้น ส่วนอีกสี่ลักขณรูป อุปจยะ สันตติ ชรตา อนิจจา เราฟังดูแล้ว เหมือนชรตา เป็นการเคลื่อนไหวแต่มันเป็นธรรมชาติ อนิจจตาเป็นรูป ไม่ใช่พลังงาน อุปจยะคือเกิดใหม่ ก็เป็นรูป ยิ่งสันตติ ตัวสูญ ตัวกลาง จะให้เกิดหรือไม่เกิดก็ได้ อยู่ที่ตัวเอง จะใช้ปัญญาตัดสิน ว่าจะต่อ หรือไม่ต่อสันตติ ถ้าต่อก็เป็นตัวเกิด ถ้าไม่ต่อก็สูญหายไป อรหันต์แท้ ปรินิพพาน เป็นปริโยสาน จบหายไปเลย แต่ถ้าต่อมา แม้ต่อมา ถ้าไม่เพิ่มทศนิยมให้แก่ตัวเอง คุณเกิดมาอย่างไร มันก็จะต้องตาย ก็จะมีแต่ลดลงๆ ชรตา เสื่อมลงไม่เที่ยง แต่ถ้าต่อ ก็ไม่ชรตาแล้ว อยู่ดีไม่ว่าดี คุณไปเพิ่มพลังขึ้น แทนที่จะอุปจยะ ให้เกิดแล้วไม่ต่อ ไม่สันตติ ก็เหลือชรตากับอนิจจตา คือไม่เที่ยง หากต่อ ก็กลับไปหาสันตติ กับอุปจยะ หากไม่ต่อ ก็ชรตาไปหา สูญ มันต้องสูญของมันเองเลย นี่คือลักขณรูป 4 ซึ่งเดาไม่ได้ อธิบายไม่ออกอย่างอาตมา มันสลับซับซ้อนไปมา เป็นรูปนามใน วิการรูป ลักขณรูป มีชรตาที่หมุนซ้อนไม่เที่ยง คู่สุดท้ายของนามธรรม แต่เรียกว่ารูป คือชรตากับอนิจจตา จะไปยืดมั่นถือมั่นเอา ชรตาหรืออนิจจตา อย่างเดียวไม่ได้ แล้วแต่ว่า ประธานจะทำอย่างไร หรือจะไม่ทำอย่างไร สิ่งที่จบ จึงจบที่ตัวเราเอง ตัวกูของกู อัตตาของกูแท้ๆ มันที่จะเป็นไป อย่าไปโทษใครเลย
600203_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ทานศีลภาวนา ในสัมมาทิฏฐิ ๑๐
https://www.youtube.com/watch?v=GqZJtIQErWE