สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7_การตำหนิ) ตอน การกล่าวแก้เมื่อถูกติ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.74 KB
วันที่แก้ไข3 สิงหาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิ) ตอน การกล่าวแก้เมื่อถูกติ ทีนี้ ประเด็นต่อไป สอง เรื่องของการกล่าวแก้ ...คนมาชมเราก็อย่าเหลิง รู้แล้วก็พอถ้าจริงก็จบอย่าฟูใจ แต่ถ้าเขาติ ควรจะบอกว่า เราไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็เหตุนั้น เราเป็นอย่างนี้ต่างหาก ให้เขารู้ละเอียดชัดเจน ก็จะได้ไม่ไปเข้าใจผิด ถ้าเขาเข้าใจผิดก็เป็นภัยต่อเขา ถ้าสมมุติว่า ไปเข้าใจพระพุทธเจ้าผิด หรือเข้าใจพระอริยะผิด ก็เข้าใจความถูกว่าเป็นความผิด ก็ซวยเขา อย่างอาตมาเป็นพระโพธิสัตว์ แต่ก็ไม่ได้บอกให้เขาเข้าใจจริงๆ ว่าไม่เป็นอย่างคุณเข้าใจผิด ที่อาตมาพูดและทำเป็นอาริยธรรมไม่ได้เป็นโทษ แม้แต่ด่าก็ไม่ได้ด่าเป็นโทษ แต่ด่าเป็นคุณนะ ด่าเป็นคุณ ก็คือคุณพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง พูดแล้วไม่ค่อยจะฟัง มันหนาหนักมาก ไม่ใช่แก้ตัว ไม่ได้ทำกับคุณคนเดียว ต้องประมาณตัวเองให้เหมาะสม ไม่ใช่ว่าทำแต่กับคุณ คนอื่นหวานจ๋อย ไม่ใช่เลย ก็ว่าเท่ากันถ้าไม่ถูกอย่างนี้ คนนี้ผิดมากกว่าก็ว่ามากกว่า คนนี้ไม่ดีมากๆก็เจอมากๆเข้าไปอีก ก็เป็นธรรมดา สมณะฟ้าไทว่า… คนที่ควรว่าเขาจะว่า คนที่ไม่ควรว่าก็ไม่ควรว่า พ่อครูว่า….บางคนควรจะว่าบ้างไม่ว่าบ้าง คนที่ผมไม่ว่าเลยนี่ แต่จริงๆควรว่า ดีไหม...ไม่ดี ก็ใจร้ายสิ สมณะฟ้าไทว่า… ถ้าพ่อครูพูดแล้วจิตเขาไม่ดีเพิ่มก็ไม่ว่าครับ พ่อครูว่า…. ก็ใช่แล้ว แต่ที่อาตมาว่าธัมมชโย เพราะจิตใจเขาไม่ดียิ่งกว่าไม่ดี ทุบเท่าไหร่ก็ไม่กระเทือน ตีงูให้กากิน ว่าเขาแต่คนอื่นจะได้ ลูกศิษย์เขาหรือคนอื่นจะได้ มันคุ้มกับการลงทุน ตีวัวกระทบคราด วัวเจ็บหน่อยเพื่อคราดได้ประโยชน์ ธัมมชโยก็ไม่ฟังหรอกแต่ได้กุศลเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นได้

ประเด็นในพรหมชาลสูตรเรื่องของการยก ควรชมอย่างไร

เรื่องทิฏฐิ 62 เรื่องอดีต คือเรื่องที่คุณผ่านมาแล้ว ถ้าคุณไม่ไ

อ่านต่อ

ด้ผ่านก็ไม่ใช่เรื่องอดีตที่เป็นประสบการณ์ของคุณ ต้องมีเหตุการณ์มีปัจจัยจริง เป็นสิ่งที่เกิดอยู่ในสัญญา เป็นคลังความจำของเรา ถ้าผู้ใดไม่เกิดเหตุการณ์ในชีวิต ไม่ว่าชาติไหนก็ไม่มีในสัญญา ไม่มีในความจำ จะระลึกอย่างไรก็ระลึกไม่ได้ ระลึกไม่ออกนะ นึกเอาจากคลังสัญญาคุณก็ไม่มี อาตมาจะมาระลึกชาติให้คุณ ถ้าคุณเพิ่งเจออาตมาชาตินี้ชาติเดียว ชาติอื่นไม่เคยเจอกันเลย จะระลึกให้ตายอย่างไรก็ไม่มี ไม่มีเหตุการณ์ไม่มีปรากฏการณ์ร่วมกันสักอย่าง จะเอาอะไรมาจากความทรงจำ จะมานั่งระลึกชาติให้คนอื่นได้นี่ เอ็งเก่งอย่างไรอวดดีอย่างไรเล่าเรื่องได้หมดอย่างธัมมชโย เก่งเรือหายเลย เขาไม่เข้าใจ เขาก็โม้ไปทำไป เราก็จับได้ว่าเขาไม่ประสีประสาเลย สุ่มสี่สุ่มห้า เลอะเทอะ เขาว่าฝันให้ฟัง ก็เป็นการหลอกไว้เท่านั้นเอง แก้ตัวว่าเป็นแค่ฝัน อย่ามาแก้ตัวเลยฟังไม่ขึ้นหรอก พูดเล่นๆแต่เอาเงินจริง เอามากฉิบหายด้วย หลอกให้เขาหามาให้มากฉิบหายด้วย

อย่างนายองอาจ กับนายอัยย์ เพชรทอง น่าสงสารนายอัยย์ อาการหนักกว่าองอาจเยอะเลย นอกนั้นก็ยังดูอนุโมทนา อย่างสมชายหรือทัตตชีโวก็มอบตัว พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ที่ทำผิดแล้วสารภาพและทำคืน ก็จะดี แต่ถ้ายังเถียงคอเป็นเอ็น ก็จะอีกนานเท่าไหร่น้อ

เรื่องศีลที่จะชมพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องต่ำมาก ยังมีเรื่องอีกมากที่จะชมพระพุทธเจ้าได้ พ่อครูว่า คนไม่ค่อยชอบฟังการชมตนเองของคนอื่น แต่ถ้าพูดถึงส่วนเสียของตนก็ไม่กระไร แต่คนจะพูดเรื่องดีของตนก็เป็นเรื่องยาก เพราะคนมีอคติก็จะไม่อยากให้คนพูดเรื่องดีกว่าของตน คนมีอัตตามานะไม่ชอบ แต่ควรพูดความดี เพราะความชั่วก็พอทำเนา จะชั่วซับซ้อนอีก แต่ถ้าพูดความดีก็กระทบคนดีเขาก็ไม่พยาบาท แต่คนไปพยาบาทไม่ชอบใจ มันมีอนาคตต่อไปอีก ไม่จบ สรุปแล้ว การชมคนหรือโดยเฉพาะชมตนเองนั้นยาก พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า จะชมเรานั้นมีอีกเยอะนัก อาตมาก็ขอพระพุทธเจ้านิดหน่อย อาตมาคงต้องชมตัวเองอีกนาน อย่าพยาบาทอาตมานักเลย นี่แค่พูดถึงเรื่องชมหรือติก็มากมายหลากหลาย

600329_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ การชมหรือติด้วยศีล

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน