สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การเกิดอัญญะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การเกิดอัญญะ คนจะเกิดอัญญะ อัญญะ อาตมาอธิบายแล้วว่าเป็นพลังงานของ ธาตุจิต ธาตุวิญญาณ ตัวที่มันเริ่มรู้โลกุตรธรรม นั่นแหละตัวแรกที่เป็นพลังงานธาตุรู้ ที่ต่างจากธาตุรู้โลกียะ หรือธาตุรู้ของปุถุชน ปุถุชนมีธาตุรู้ตัวเดียวคือโลกียะ ไม่ข้ามเขต โคตรภูญาณ ไม่ข้าม ผู้ใดเริ่มมีอัญญะ ที่เป็นญาณ เป็นธาตุรู้ที่เข้าใจว่า เกิดเป็นคนจะต้องมาทางนี้ทางประเสริฐ ทางที่จะต้องทวนกระแสที่หลงแย่ง ลาภยศสรรเสริญโลกียชน ว่าน่าได้น่ามีน่าเป็น ก็มาหลงสะสมลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ก็เข้าใจอย่างนั้นเป็นสามัญของชาวโลก แม้แต่ศาสนาเทวนิยมไม่ใช่โลกุตระ เพียงแต่ว่า ศาสนาโลกียะเทวนิยมเป็นแต่ว่า คุณจะเอาลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ก็เอาเถอะ เพียงแต่อย่าทุจริตให้สุจริตเข้าไว้และมีเมตตา สุจริตและเมตตาช่วยเหลือผู้อื่นเป็นกัลยาณธรรม แต่ของพุทธกลับความคิดเลยว่า..ไม่ใช่ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขเป็นตัวการสำคัญ ที่หลอกให้เราหัวปักหัวปำและหวังว่าจะต้องได้ดีมากๆ แม้สุจริตก็ตาม... ไม่ใช่เลย แม้แต่สุจริตก็ไม่ควรจะสะสมกอบโกยอะไรเลย ไม่ต้องมีไม่ต้องเป็นเลย ในลาภ ยศ จะเป็น เศรษฐศาสตร์ชั้นหนึ่ง เศรษฐศาสตร์สุดยอดของพระพุทธเจ้า ขั้นมีงานการเลี้ยงชีพ คืออาชีวะ สูงสุดทำงานไม่ต้องมีรายได้ ฟรีเลย อย่าว่าแต่สุจริตแล้วรับของที่ควรได้ควรเป็นควรมี ก็ไม่ต้องเลย แม้ของพึงได้พึงมี เราก็ยังสละออกเอาช่วยเหลือผู้อื่น จนกระทั่งไม่ต้องมีทรัพย์สมบัติศฤงคาร ก็คือพระอนาคามี เป็นคนอยู่ในโลกสังคมมนุษย์ แต่ไม่เป็นภัยให้อะไรกับสังคม ไม่แย่ง ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เหมือนอย่างเช่นชาวอโศก ที่ส่วนใหญ่แล้วมาเป็นเช่นนั้นตามบารมี เพราะมีอัญญะเข้าใจชัดแล้ว อัญญะ กับเฉกะ เฉกะจะเฉลียวฉลาดอย่างไรก็คือโลกียะ ส่วนอัญญานั้
อ่านต่อ
น ใครเกิดมีความรู้ความเข้าใจตัวนี้ก็เป็นความเข้ากระแส โสดาปัตติมรรค เป็นการเกิดทางจิตวิญญาณ จิตเป็นจริง ซึ่งเป็นอจินไตย แต่มันเป็นเรื่องที่อาตมามีปัญญารู้ความหมายของอันนี้ ซึ่งก็ยกนิทานอัญญาโกณทัญญะ ที่เป็นคนแรกที่ท่านสอน ในห้าคนนี้เกิดอัญญะได้คนหนึ่ง อาตมาก็สอนมาในร้อยในห้าพันคนก็ยังไม่เกิดอัญญะ แต่ก็มีเกิดอยู่แต่ไม่ได้ทำสถิติตรวจสอบ พระพุทธเจ้าหยั่งรู้จิตโกณทัญญะ เมื่อเทศนาสองกัณฑ์แรก เสร็จ โกณทัญญะเกิดจิตเข้าใจ อัญญะแปลว่าอื่น ลักษณะอัญญะคือความฉลาดเฉลียวไม่ใช่เฉกะ หรือเฉโก แต่ฉลาดเฉลียวแบบโลกีย์ จะฉลาดแบบสุจริตก็ดี ถ้าไม่เป็นความสุจริตเป็นความทุจริตก็ไม่ดี เป็นบาปใครบาปมัน แต่ของพระพุทธเจ้านั้น ทั้งมีความสุจริตและเสียสละ ทั้งละตัวตน หมดตัวตนอัตตา แล้วรู้จักความเป็นอัตตา อัตตาคือมีพลังงานยึดตัวตน ต้องเพื่อตัวตน จนสุดท้ายไม่เพื่อตัวตน มีตัวตน แต่มีสมรรถนะ มีความขยันหมั่นเพียร มีกรรมการงาน ไม่ทำเพื่อตน แต่ทำเพื่อผู้อื่นไปเลย เป็นแต่เพียงตัวเองอย่าให้เสียสุขภาพ จะทำงานของตน อย่าให้เสื่อม จะเสื่อมก็เสื่อมสุขภาพ ส่วนเสื่อม ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ก็ไม่มีแล้ว เจริญลาภ เสื่อมลาภ เจริญยศ เสื่อมยศ เจริญสุข มีทุกข์ ก็ไม่มีแล้ว มีแต่ขยันเสียสละ พากเพียรเพื่อผู้อื่น แล้วมีกินมีใช้ อยู่ทำงานในหมู่กลุ่ม เป็นหมู่มิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี ไม่ทำมิจฉาอาชีวะ มิจฉากัมมันตะ มิจฉาวาจา มิจฉาสังกัปปะ มีแต่พาทำสัมมาอาชีวะ สัมมากัมมันตะ สัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะ ในหมู่มิตรดีสหายดี มีพฤติกรรมสังคมวัฒนธรรม อย่างชาวอโศก มีวัฒนธรรม 30-40 ปี จึงพากันทำ ไม่มีบาปแก่ชีวิต อยู่ในนี้เป็นสังคมที่ปลอดภัย เป็นสังคมที่น่าอยู่ แต่ไม่มา ก็พอรู้ว่าดีแต่ไม่มา กิเลสมันไม่ให้มา มันต้านไว้ สู้กิเลสหน่อยสิ มาให้คับๆหน่อย ชุมชนชาวอโศกมีที่ว่างเยอะ ก็มารวมกัน พากเพียรพากันปฏิบัติประพฤติไป 600405_เทศน์เปิดงานปฏิญาณศีล 8 ปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ #40