อัตตานุทิฏฐิ กับ อัตตสัมมาปณิธิ มีนัยต่างกัน.docx
เนื้อหาในไฟล์
อัตตานุทิฏฐิ กับ อัตตสัมมาปณิธิ มีนัยต่างกัน __ส.พอจริง : ฝากถามพ่อครูครับ อัตตานุทิฏฐิ กับ อัตตสัมมาปณิธิ มีนัยต่างกัน เหมือนกัน อย่างไร ครับ ขอบคุณครับ พ่อครูว่า…ในการละทิฎฐิ 3 บุคคลรู้เห็นอายตนะ12 รู้เห็นวิญญาณ 6 รู้เห็นสัมผัส 6 รู้เห็นเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะสัมผัสทั้ง 6 เป็นปัจจัย รู้โดย ความเป็นของไม่เที่ยง (อนิจจโต) จึงละมิจฉาทิฏฐิได้ . บุคคลรู้เห็นอายตนะ 12 รู้เห็นวิญญาณ 6 รู้เห็นสัมผัส 6 รู้เห็นเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะสัมผัสทั้ง 6 เป็นปัจจัย รู้โดย ความเป็นทุกข์ (ทุกขโต) จึงละสักกายทิฏฐิได้ บุคคลรู้เห็นอายตนะ 12 รู้เห็นวิญญาณ 6 รู้เห็นสัมผัส 6 รู้เห็นเวทนาที่เกิดขึ้นเพราะสัมผัสทั้ง 6 เป็นปัจจัย รู้โดย ความเป็นของไม่ใช่ตัวตน (อนัตตโต) จึงละอัตตานุทิฏฐิได้ (พตปฎ. ล.18 ข.254 – 256)
อัตตานุทิฏฐิ มีความรู้ถึงขั้นและละเอียดแยกอัตตาระดับอนุได้ ส่วนอัตตสัมมาปณิธิ ซึ่งอยู่ในจักร 4 อัตตสัมมาปณิธิ แล้วก็มี บุพเพกตปุญโญตา แยกเป็น 2 ก็ต้องมีนัยยะสำคัญที่ต่าง ปฏิรูปเทสวาสะ (การอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม) . สัปปุริสูปัสสยะ (การคบหาสัตบุรุษ) . อัตตสัมมาปณิธิ (การตั้งตนไว้ชอบธรรม) ปุพเพกตปุญญตา (ความเป็นผู้มีบุญอันได้กระทำแล้วในปางก่อน ไว้เป็นที่พึ่งอาศัย) (พตปฎ. เล่ม 21 ข้อ 31) มีความรู้ในอัตตา ทำลายอัตตาได้แล้วแต่ยังอาศัยอัตตาอยู่ นี่คืออัตตสัมมาปณิธิ อัตตานุทิฏฐิ รู้จักอัตตา ทำอนัตตาได้เลย ส่วน อัตตสัมมาปณิธิ ทำได้เช่นกันแต่ยังไม่ยอมจบ ยังรักษาอัตตาตนเองอยู่ แต่ทำได้แล้ว ที่ได้คือ บุพเพกตปุญญตา อัตตสัมมาปณิธิคือ ส่วนที่ได้บุพเพกตปุญญตา คือส่วนที่ได้กำจัดกิเลสแล้ว คือความเป็นผู้มีบุญเก่า แต่ไม่มีบุญนะไม่ได้อะไรนะ แต่ใช้ภาษามาเรียกเท่านั้น บุญเป็นของไม่มี ทำความไม่
อ่านต่อ
มีให้แก้ตัวเองได้แล้ว กตะ ก็ทำบุญ ได้แล้วมาแต่ปางก่อน พอมาถึงปางนี้ อย่างอาตมามีบุญเก่ามาแล้ว บุญเก่าคือความไม่มี ไม่มีกิเลส ไม่เกี่ยวกับไม่มีอย่างอื่นแต่ไม่มีกิเลสสิ้นอาสวะเลยตัวสุดท้ายเลย จะเข้าใจคำว่าบุญก็ไม่ง่ายเลย ถ้าไม่เข้าใจบุญอย่างสัมมาทิฏฐิคุณปรินิพพานไม่ได้ คำว่า กายก็ดี ฌานก็ดี บุญก็ดี ถ้าเข้าใจไม่สัมมาทำนิพพานแก่ตนไม่ได้ ทำได้แต่เพียงพักยก เหมือนพวกสมาธิหลับตา แต่ทำให้กิเลสตายไปอย่าง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) ทำได้มาแต่ชาติก่อน ปุพเพ ชาตินี้ไม่ต้องทำ เห็นใจคนแปลที่ไม่มีสภาวะเหมือนกัน มันเป็นสิ่งที่ไม่มีซึ่งอธิบายกันไม่ง่าย บุญคือทำ 0 ได้แล้วเด็ดขาดแต่ยังไม่ตายก็ยังต้องอาศัย 1 อยู่ แต่ทำ 0 ได้แล้ว
640519_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ มนุษย์ที่ยังมีทุกข์มีสุขอยู่ก็คือโง่กว่าพืช