สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน มีคุณวิเศษในตนจึงบอกคนอื่นได้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.84 KB
วันที่แก้ไข2 มีนาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อวดอุตริมนุสธรรม) ตอน มีคุณวิเศษในตนจึงบอกคนอื่นได้ _เทพ3วิ ติดคริ9หน9 ชั่วโมงที่ผ่านมา 1.คือไส่ชุดเหมือนฆราวาสก็อาบัติ 2.ติฉินนินทา ถึงขั้นไส่ความภิกษุหมู่อื่นที่ไม่ใช่พวกตน ยังภิกษุหมู่อื่นให้แตกแยก ถือว่าเป็นอนันตริยกรรม 1 ใน 5 ข้อ 3.เถียงว่านั้นคือธรรมนั้นคือวินัย จัดเป็นอธิกรณ์ 4.ภิกษุว่ายากสอนยาก ภิกษุอื่นเตือนไม่ฟังต้องสังฆาทิเสส 5.พูดอวดคุณที่ไม่มีในตน ว่าตัวเองเป็นอรหันต์ จัดเป็นอกรณียกิจ และจัดอยู่ในปาราชิก 4 พ่อครูว่า...คือปรับหมดเลยล้มละลาย อาตมาไม่ได้ใส่ชุดเหมือนฆราวาส ก็ในวาระที่เราจะต้องใช้สมควรแก่กาล สมควรแก่เวลาจะทำ เช่นออกกำลังกาย ก็นุ่งกางเกงให้ไม่โป๊ลำบากลำบนยกแข้งยกขา ให้มันดูดี เสื้อก็ใส่พอสมควรเวลามันหนาว มันสมควรที่จะต้องใส่ กันนั่นกันนี่บ้างก็ไม่ได้ใส่โชว์อวดข้างนอกอะไร ใส่อยู่ภายในในวาระที่พวกเราเข้าใจกันแล้ว แต่สื่อสารมวลชนถ่ายไปหมดทุกวันนี้เปิดเผยออกไป อยู่ข้างใน ก็ถ่ายออกไปให้ข้างนอกเขาเห็นหมด อาตมาก็เลยกลายเป็นโป๊ทุกอย่าง ทุกบรรยากาศเป็นการรายงานความจริง ก็เอา ผู้ที่ติดใจจะเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นข้ออ้างอิงตำหนิก็กล่าวไป คุณว่าอาตมาติฉินนินทาใส่ความ อันนี้คุณว่าอาตมา อาตมาไม่ได้ใส่ความใคร คำว่าใส่ความคือเอาสิ่งที่ไม่ถูกต้องสิ่งที่ผิดไปยัดเยียดใส่เขา อาตมาว่า คือสิ่งที่เขาผิด ภิกษุที่เขาผิดนั้นอาตมาไม่ได้ใส่ความ อาตมาพูดว่าเขาผิดจริงๆแล้วเขาก็ผิดจริง ขอยืนยันมั่นใจ ภิกษุคนไหนที่อาตมาว่าไปแล้ว ตนเองไม่จริงอย่างที่อาตมาว่าก็ย้อนแย้งมาสิ อ้างอิงมาสิ เอาตัวตนมาสิ

อาตมาไม่ได้ทำให้ภิกษุแตกแยก อาตมารู้ดีว่าการทำสังฆเภทเป็นอนันตริยกรรม เช่นเอาง่ายๆในสังคมพุทธเมืองไทยมันมีมหานิกายกับธรรมยุต อาตมานี่แหละบวชทั้งธรรมยุตและมห

อ่านต่อ

านิกายเลย สวดญัตติใส่สองญัตติในนี้เลยและไม่เคยหนี พยายามจะรวมด้วย ไม่เห็นใจอาตมาบ้างเลย อาตมาก็ปฏิบัติตามธรรมวินัยของพุทธเจ้า แม้แต่นานาสังวาส อาตมาประกาศนานาสังวาสทั้งธรรมยุตและมหานิกายและปฏิบัติตามธรรมะพระพุทธเจ้าที่อนุญาตให้ทำได้ อาตมาก็ปฏิบัติให้ตรงตามนั้น แม้แต่พูดตำหนิก็ตำหนิอย่างไม่ได้เลยเถิด ไม่ได้อุกโกตนา (พูดผิดหยาบร้ายแรง) สรุปว่าไม่ได้พูดผิดจากพระวินัยของพุทธเจ้า แม้แต่การปฏิบัติตน สงฆ์หัวนอกที่มาในนี้ อะไรที่จะมาร่วมกันได้มาจำพรรษาร่วมกันได้ บางทีก็ลงปาฏิโมกข์ร่วมกันได้ ถ้าคุณไม่มีอาบัติใด แม้แต่นิสสัคคิยปาจิตตีย์ หรือปาจิตตีย์ก็ให้ปลงเสีย นอกนั้นก็แน่นอนถ้าเป็นอาบัติหยาบก็เข้าหมู่ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์เป็นปาจิตตีย์ก็ให้ปลงเสีย มาร่วมปาฏิโมกข์ได้ พระวินัย 227 ข้อมาสวดร่วมกันได้ ปาติโมกข์ทุกวันนี้อาตมาก็เอาแค่พระวินัย 227 ข้อมาอ่าน ทุก 15 วัน ส่วนศีลนั้นอาตมาก็มี จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล สมณะชาวอโศกถือศีลหมด ปฏิบัติตามศีลไปตามลำดับแล้วก็จะบรรลุผลไปตามศีลแต่ละข้อ ไปตามลำดับ ตามจุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล มหาศีลนั้น ถือเหมือนกันหมดอย่าว่าแต่ภิกษุเลย ในชาวอโศกแม้เป็นฆราวาสก็ไม่ละเมิดมหาศีล เพราะอาตมาไม่ได้พาฆราวาสทำเดรัจฉานวิชา ชาวอโศกไม่มีแม้แต่เดรัจฉานวิชา อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเข้าใจให้ได้ แต่ทางเถรสมาคมทางหมู่สงฆ์ใหญ่นั้นมีเดรัจฉานวิชาเต็มไปหมด จนน่าเกลียดด้วย แล้วก็ไม่รู้ว่าเดรัจฉานวิชาเป็นอย่างไรการผิดมหาศีลเป็นอย่างไรละเมิดไปหมดเพราะไม่ได้ศึกษาศีล ไปถามในพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ถามว่าพระมีศีลเท่าไหร่ เขาก็จะบอกว่ามี 227 ซึ่งอันนั้นไม่ใช่ศีลอันนั้นเป็นพระวินัย สมัยพระพุทธเจ้ายังไม่ถึง 227 ข้อด้วย สมัยพระพุทธเจ้ามีแค่ 150 ข้อเองไม่มีใครตั้งเพิ่ม ที่จริงแล้วมีมากกว่า 227 ข้อ กฎระเบียบของเถรสมาคมนั่นแหละเป็นพระวินัย แต่เขาก็ไม่เอาจริงไม่ใส่เข้าไป ก็ดีแล้วมันไม่เลอะ ถ้าใส่เข้าไปอีกมันจะเลอะเข้าไปใหญ่

มีอธิกรณ์ข้อหนึ่งที่เถียงกันว่าอันนี้ธรรมอันนี้วินัยก็มาอธิกรณ์แต่อาตมาไม่ได้เถียง อธิกรณ์แปลว่าฟ้องร้อง คุณก็เข้าใจไม่ได้ อาตมาไม่เคยฟ้องร้องไม่เคยอธิกรณ์ มีแต่พูดฟรี ด่าฟรี ไม่เคยฟ้องร้อง อาตมาทำแค่ด่าฟรี แค่ปากหอก มุขสตี แทงด้วยหอกจากปากคำพูด เป็นทิฏฐาวิกัมม์ ไม่ได้เคยทำ อุกโกตนา อักโกสะ ปฏิกโกสนาก็ไม่ได้ทำ ทำแค่ทิฏฐาวิกัมม์ แค่เป็นความเห็น แสดงถึงความเห็น ไม่ได้ลงมือลงไม้ ไม่ได้ไปยื่นฟ้องร้องอะไร ไม่ได้อธิกรณ์ ไม่เคย เป็นนานาสังวาสกันอธิกรณ์กันไม่ได้ ได้แต่ว่ากันไปว่ากันมา อย่าให้เกินเป็น อุกโกตนา อักโกสะ ปฏิกโกสนา และที่ว่า ภิกษุว่ายากสอนยาก คุณมาว่าอาตมาอย่างไร ว่าผิดๆด้วยแล้วอาตมาจะเปลี่ยนไปตามผิดคุณว่าได้อย่างไร อาตมาก็ยืนหยัดอยู่ในสิ่งถูก คุณก็หาว่าอาตมายึดมั่นถือมั่น อาตมาดื้อดึงดัน อาตมานั้นยืนหยัดยืนยันในความถูกไม่เปลี่ยนแปลงคุณก็หาว่า อาตมาว่ายากสอนยาก ใครกันแน่ที่กำลังว่ายากสอนยาก หากอาตมาว่ายากสอนยากก็ไม่เจริญเอง แต่ถ้าคุณว่ายากสอนยากแล้วยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ผิดยืนยันว่าใช่ ก็คุณนั่นแหละคุณจะได้แค่นี้

บอกว่าอวดคุณที่ไม่มีในตน ว่าไม่เป็นอรหันต์ แต่อาตมามั่นใจว่าอาตมาเป็นอรหันต์ ผู้ที่ไม่มีความจริงไม่ได้เป็นโสดาบันก็บอกว่าเป็นโสดาบัน ไม่ได้เป็นอนาคาก็บอกว่าเป็นอนาคามีก็เป็นการอวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน แต่อาตมาก็เป็นมาแล้วตั้งแต่โสดาบัน สกทาคามีอนาคามี อรหันต์ จนเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ไม่ได้เพิ่งพูดด้วย พูดมานานแล้ว ระดับ สยังอภิญญาเลยนะไม่ได้แค่ระดับปัจเจก ปัจจัตตัง ปัจเจก สยังอภิญญา ปัจเจกสัมมาสัมพุทธะ สัมมาสัมพุทธะ มี 5 ระดับนี้คุณพอเข้าใจหรือไม่ คุณ 5 ขั้นนี้คุณเข้าใจดีหรือยัง อาตมาว่าอาตมาเป็นคนเข้าใจดีแล้วเอามาอธิบาย อธิบาย ปัจจัตตัง ปัจเจก สยังอภิญญา ปัจเจกสัมมาสัมพุทธะ สัมมาสัมพุทธะ 5 ระดับนี้อาตมาเป็นคนนำอธิบายขึ้นในยุคนี้ ยังไม่มีในตำราเล่มไหนอธิบายอย่างอาตมาหรอก อธิบายเหมือนกันแต่ไม่ใช่ไม่ได้เรียงลำดับอย่างที่อาตมาพูดนี้ ขอแนะนำว่าคุณควรปฏิบัติให้เป็นลำดับ เรียนศีล สมาธิ ปัญญาให้ดี แล้วคุณจะได้สัจธรรมจากสิ่งเหล่านั้น 620224_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ มาจนร่วมกันกระทั่งรวยช่วยคนอื่นได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน