สื่อธรรมะพ่อครู(วิเวก 3) ตอน อุปธิวิเวก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(วิเวก 3) ตอน อุปธิวิเวก พ่อครูว่า...วิเวก 3 วิเวกไม่ใช่แค่ร่างกาย กายวิเวกไม่ได้หมายถึงเอาร่างกายไปอยู่ในที่สงัดเท่านั้น มันตื้นๆ มิจฉาทิฏฐิเอาตัวเองร่างกายออกไปอยู่ป่าเขาถ้ำ ผู้ที่ทำแค่นี้คือผู้ที่ข้องอยู่ในถ้ำไกลแสนไกลจากวิเวก ในพลความบอกว่า กายวิเวกต้องสงัดจากกามคุณ 5 แต่คุณไม่ได้มีทักษะไม่รู้การสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายแล้วทำให้จิตคุณสงัด สงบจากกิเลสที่มันเกิดทางตาหูจมูกลิ้นกาย นี่คือกายวิเวก แต่เขาเข้าใจกายว่าคือร่างเอาร่างออกไป พวกนี้จึงอยู่ไกลแสนไกลจากวิเวก เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ จมลงสู่ความหลง เพราะกิเลสมาก ปิดบังไว้อีก หยั่งจมลงสู่ความหลง เพราะกามเป็นของละได้ยาก ไม่ได้เข้าหลักที่พระพุทธเจ้าพาทำเลย วิเวกแค่สงัด ไม่ใช่ปัสสัทธิ จากพระไตรปิฎก ล. 29 คุหัฏฐกสุตตนิทเทสที่ 2 ว่าด้วยนรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำคือกาย [30] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า นรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว นรชนเมื่อตั้งอยู่ ก็หยั่งลงในที่หลง นรชนเช่นนั้น ย่อมอยู่ไกลจากวิเวก ก็เพราะกามทั้งหลายในโลก ไม่เป็นของอันนรชนละได้โดยง่าย. [31] คำว่า นรชนเป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้วมีความว่าทรงตรัสคำว่า เป็นผู้ข้องไว้ก่อน. ก็แต่ว่าถ้ำควรกล่าวก่อน กายเรียกว่า ถ้ำ. คำว่า กายก็ดี ถ้ำก็ดี ร่างกายก็ดี ร่างกายของตนก็ดี เรือก็ดี รถก็ดี ธงก็ดี จอมปลวกก็ดี รังก็ดี เมืองก็ดีกระท่อมก็ดี ฝีก็ดี หม้อก็ดี เหล่านี้เป็นชื่อของกาย. คำว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ คือ ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ในถ้ำ เหมือนสิ่งของที่ข้อง เกี่ยวข้อง ข้องทั่วไป ติดอยู่ พันอยู่ เกี่ยวพันอยู่ที่ตะปู ซึ่งตอกติดไว้ที่ฝา หรือที่ไม้ขอ ฉะนั้น. สมจริงดังที่พระผู้
อ่านต่อ
มีพระภาคตรัสว่า ความพอใจ ความกำหนัด ความเพลิน ความปรารถนาในรูป ความเข้าไปถือ ความเข้าไปยึดในรูป อันเป็นความตั้งมั่น ความถือมั่น และความนอนตามแห่งจิต บุคคลมาเกี่ยวข้องอยู่ในความพอใจเป็นต้นนั้น เพราะเพราะนั้น. จึงเรียกว่า สัตว์. คำว่า สัตว์เป็นชื่อของผู้เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น. จึงชื่อว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ. คำว่าผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว คือ ผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว คือ ผู้อันกิเลสเป็นอันมาก ปิดบังไว้แล้ว คือ อันความกำหนัด ความขัดเคือง ความหลง ความโกรธ ความผูกโกรธ ความลบลู่ความตีเสมอ ความริษยา ความตระหนี่ ความลวง ความโอ้อวด ความดื้อ ความแข่งดี ความถือตัว ความดูหมิ่น ความเมา ความประมาท ปิดบังไว้แล้ว อันกิเลสทั้งปวง อันทุจริตทั้งปวงอันความกระวนกระวายทั้งปวง อันความเร่าร้อนทั้งปวง อันความเดือดร้อนทั้งปวง อันอภิสังขารคืออกุศลธรรมทั้งปวง บ้งไว้ คลุมไว้ หุ้มห่อไว้ ปิดไว้ ปิดบังไว้ ปกปิดไว้ ปกคลุมไว้ครอบงำไว้แล้ว เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่า เป็นผู้ข้องอยู่ในถ้ำ เป็นผู้อันกิเลสมากปิดบังไว้แล้ว. พ่อครูว่า... ผู้ใส่ใจธรรมะพระพุทธเจ้าจริงคือผู้ฉลาด ก็สงสารผู้อยากได้ธรรมะแต่มิจฉาทิฏฐิ น่าสงสาร แม้แต่วิเวกก็ไกลจากวิเวก เข้าใจ กายวิเวกไม่ได้ จิตวิเวกก็ไปนั่งหลับตาอีกไม่เอาภายนอก หากผู้ใดเอาภายนอกจะเกิดรูปฌาน 4 อรูปฌาน 4 ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ครบ ทำฌานก็เป็นมิจฉาฌาน หลงมิจฉาจนเป็นอรหันต์เก๊หมด เหมือนดูถูกเขานะ เขาเคารพกันทั้งบ้านเมือง คือมันออกจากภายนอกไม่มีรูป 28 ไม่มีผัสสะ ไม่มีโคจรรูป
อุปธิวิเวก อุปธิวิเวกเป็นไฉน? กิเลสก็ดี ขันธ์ก็ดี อภิสังขารก็ดี เรียกว่าอุปธิ. อมตะ นิพพานเรียกว่าอุปธิวิเวก ได้แก่ธรรมเป็นที่ระงับสังขารทั้งปวง เป็นที่สละคืนอุปธิทั้งปวง เป็นที่สิ้นตัณหา เป็นที่สำรอก เป็นที่ดับ เป็นที่ออกไปจากตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด นี้ชื่อว่าอุปธิวิเวก อภิสังขาร 3 เมื่อไม่มีสัมมาทิฏฐิก็ทำฌานไม่เป็น ไปเพ่งเป็นสมถะไปหมด ไม่มีวิปัสสนา หลับตาปิดหูไม่มีวิปัสสนา แต่ก็เรียกวิปัสสนา นั่งดับจิตยกสู่วิปัสสนา ปัสสะแปลว่าเห็น เป็นวิโมกข์ 8 ต้องมีรูปี รูปานิปัสสติ คุณเป็นคนมีรูป จะรู้รูปได้ คำว่า ตาทิพย์ หรือ โสตทิพย์ ไม่ได้หมายถึงอย่างที่เขาพูด แต่เป็นตาหูที่รู้ลึกซึ้งละเอียด แม้จะอยู่ไกลก็เห็นได้ แม้เสียงจากไกลๆก็ได้ยินได้ วิจัย เสียงที่ได้ยินว่าอย่างไร เป็นสภาพสอง จะรู้เสียงสอง รูปสอง กลิ่นสอง รสสอง สัมผัสสอง แยกออกว่าอันหนึ่งเป็นของแท้ อันหนึ่งเป็นของเทียม นี่คือตาทิพย์ หูทิพย์ จมูกทิพย์ ลิ้นทิพย์ เพราะแยกออกว่า อันใดแท้ อันใดเก๊ แต่เขาไม่เข้าใจประเด็นเป้าหมายสาระที่พระพุทธเจ้าหมาย ก็ไปเรียนตามเดียรถีย์ไปหมด อาตมาเอาของจริงมาอธิบายให้ฟัง ญาณรู้เสียงที่2 อันหนึ่งแท้ อันหนึ่งเก๊ สามารถแยกกิเลสปนมากับเสียง แยกแยะเวทนา 108 อันนี้ทำให้กิเลสลดลง เรียกว่าออกจากกาม ออกจากพยาบาท หากคุณแยกจิตในจิต อาการเคหสิตะกับเนกขัมมะ หากแยกไม่ออกก็ไม่สามารถปฏิบัติให้บรรลุอรหันต์ โมฆะจากศาสนาพุทธ คุณไม่มีเนกขัมมะ เขานึกว่าแค่ออกบวชเท่านั้น แต่ที่จริงคือ เลิก หลุด ออกจากกิเลส กิเลสกาม เป็นต้น รูปภพ อรูปภพ หยาบกลางละเอียด ต้องทำให้ลดละจางคลายได้จริง อยู่ที่เวทนา ที่อื่นไม่มี แต่กลับไปดับหลับ เพ่งภายนอกให้จิตรวมแล้วดึงจิตเข้าไปข้างใน หลับตา ปิดหู ลิ้นปิด กายไม่กระทบ กำหนดรู้แต่ลมหายใจเข้าออก สุดท้ายไม่ให้รู้ลมหายใจออกอีก รู้แต่ลมหายใจภายใน เอาจิตไปกำหนดแต่ที่ลมหายใจ ซึ่งเป็นลมปลอม จริงมันต่อเนื่องที่จมูกแต่ไปสอนกันให้เล่นลมขึ้นบน ลมลงล่าง ขยายให้เบาแรง คือเล่นตลก สร้างอุปาทานนอกเรื่อง ไม่มีในพระไตรปิฎกอธิบายไว้เลย มีแต่เอาอาจารย์ที่สอนไปยัดใส่ในศาสนาพุทธพระไตรปิฎกอีก บาปกินหัวไป ป่านนี้คนทำลงนรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดหรอก ทำให้ศาสนาเสียหายหนัก ส.ฟ้าไท สรุปจบ 630105_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เศรษฐกิจที่ดีที่สุดในโลกอยู่ที่นี่