สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน เห็นต่างจะไม่แตกแยกได้ต้องลดอัตตา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.63 KB
วันที่แก้ไข5 มกราคม 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อัตตา) ตอน เห็นต่างจะไม่แตกแยกได้ต้องลดอัตตา เมื่อวานนี้มีคนโพสต์ลงเฟสบุคว่า… เมื่อวานนี้มีคนโพสต์ลงใน Facebook ว่า พ่อสร้างบ้านหลังนี้มาด้วยความยากลำบากเพื่อให้ลูกๆได้อาศัยจากไม่มีอะไร หยาดเหงื่อทุกหยด ทรายทุกเม็ด หินทุกก้อน ต้นไม้ทุกต้น ถนนทุกเส้น แม่น้ำทุกสาย น้ำตกทุกแห่ง พ่อพาทำ ไม่เคยเอ่ยปากบอกว่าเห็นเหนื่อยตราบจนทุกวันนี้ ก็มีคนอาสาจะมาช่วยพ่อโดยให้พ่อหยุดให้อยู่เฉยๆ อำนาจบริหารขอให้เป็นเรื่องของกรรมการ และบอกทุกคนว่าอยากให้พ่ออายุยืนยาว จึงไม่ให้พ่อมีดาบอาญาสิทธิ์ พ่อจำอะไรไม่ได้แล้ว ทั้งๆที่พ่อก็ไม่เป็นอะไร ยังแสดงธรรมอบรมลูกๆทุกวัน ก็แปลกใจว่าคนที่อาสามาช่วยพ่อนี้จริงๆแล้วเขาช่วยหรือเขาทำอะไรกันแน่ เพราะจากบ้านที่เคยอบอุ่น มันไม่อบอุ่น พี่ๆหลายคนไม่อยากอยู่ แต่เราก็เป็นน้องยังต้องการจะให้บ้านนี้อบอุ่นน่าอยู่อย่างที่พ่อพาทำ หรือพ่อไม่สามารถที่จะให้บ้านหลังนี้กลับมาอบอุ่นเหมือนเดิมได้ เพราะคำหนึ่งที่พ่อพูดให้ได้ยินกับหูออกมาว่า “สาธุขอให้พระสยามเทวาธิราชช่วยให้งานนี้สำเร็จด้วยเถิด”ตอนที่มอบหมายงานหนึ่ง ให้ช่วยทำ คำพวกนี้พ่อไม่เคยสอนมีแต่ว่าคนเราต้องพึ่งกรรม แต่มาวันนี้คงหมดหนทางจริงๆหรือจึงเอ่ยคำนี้ออกมา...นี่คือเรื่องเล่าสู่กันฟัง ก็คิดเอาเองเพราะพูดได้แค่นี้ สาธุ จากนั้น มีคนโพสต์ต่อเรื่องนี้กันเช่น เรื่องใหญ่ที่หลายคนก็ยังเฉย เพื่อนของจ่าเฉยเยอะมาก อีกท่านก็ว่า คิดว่าที่พ่อครูวางมือการบริหารก็เพื่อให้ลูกๆฝึกทำงาน พ่อครูได้เอาเวลาพักหัวคิดเรื่องบริหารลูกๆ ต้องอยู่ต่ออีกหลายพันปี ถ้ามีปัญหาระหว่างลูกๆก็เห็นพ่อครูเข้าไปช่วยตลอดแหละ ไม่ต้องห่วงหรอก... กราบเรียนขอคำแนะนำจากพ่อครูได้โปรดวิเคราะห์วิจัยให้สัมมาทิฏฐิในเรื่องนี้ด้วยครับ ต่อมาก็มีคนโพ

อ่านต่อ

สต์ตอบหลายข้อความว่า เรื่องใหญ่ ที่หลายคนก็ยังเฉย เพื่อนของจ่าเฉยเยอะมากค่ะ พ่อครูว่า... เรื่องนี้ต่างคนต่างก็มีความเห็นเป็นธรรมดาธรรมชาติ ก็เป็นความเห็นต่างกันพอเหมาะ ความสามัคคีคือความเห็นต่างกันพอเหมาะ ก็ไม่มีปัญหาอะไรเห็นต่าง บังคับกันไม่ได้ ผู้ที่เขียนมาก็มีความเห็นต่าง โดยเฉพาะ จับจุดได้ว่า มีความเห็นต่างจากผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจในการบริหาร คนพวกนี้จะมีความเห็นต่างกับผู้ใหญ่ที่บริหาร ก็จะมองเพ่งว่า การใช้อำนาจเผด็จการมากไป ก็เป็นธรรมดาสำหรับผู้ที่ยังโน้มเอน 1. ยังมองไม่ค่อยรู้ครบบริบูรณ์ ทั้งองค์ประกอบในตัวเองและผู้อื่น 2. ยังมีกิเลสอยู่ในตัว ที่มีกิเลสที่จะต้องไม่ค่อยจะพอใจนัก สำหรับผู้บริหาร สำหรับผู้ที่เกิดความขัดแย้ง แต่เราก็ไม่ค่อยจะยอมรับ สำหรับผู้ที่ยอมรับเต็มที่แล้ว แม้จะรู้สึกว่าผู้ที่บริหารนั้น ค่อนข้างจะลำเอียงก็ตาม ก็จะไม่คิดนึกมาก เป็นธรรมดาธรรมชาติในการขัดเกลาไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะฉะนั้นแต่ละบุคคลพยายาม ลดตัวตนให้ไม่มีตัวตนได้ดีที่สุด จะมีอะไรที่ผ่านมา ถ้าเรามีอะไรดีแสดงออกอะไรอยู่ คนอื่นเขาก็รับ คนที่มีปัญญาเขาก็รับ เราก็แสดงออกตามภูมิโดยไม่ต้องมีตัวตนเลยมันไม่เสียหายอะไรเลย ตัวเองก็ไม่เป็นภาระ ไม่ต้องไปขัดเกลาคนอื่นด้วย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่เหนือเราซึ่งเราก็ไม่มีอำนาจที่จะไปแก้ไขปรับปรุงได้ไม่ต้องลำบากลำบนใจ เพราะฉะนั้นคนฉลาด ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งคิดเล็กคิดน้อยอะไรมากมาย เราอยู่กับหมู่ ถ้าเราเป็นผู้ที่มีภูมิธรรมสูง หมู่ก็จะเห็นเอง แม้จะเป็นผู้ที่มีอายุน้อย เป็นผู้ที่ไม่มีอะไรที่จะเป็นเครื่องประกอบ แต่ถ้ามีคุณธรรมใหญ่มีสิ่งที่สูงส่ง คนมีดวงตาจะเห็นจะเข้าใจ แม้เราใหญ่จริง คนไม่มีดวงตาเห็นก็ไม่เห็นเสียหายก็อยู่มันอย่างนี้แหละ เราก็ทำงานของเราไปเต็มที่ ทำไมมองตัวเองว่าก็ไม่ได้เล็กเท่าไหร่แต่ก็ไม่เห็นจะต้องหลงผิดอะไร อาตมาก็ยอมแพ้ตลอดก็ทำงานมาได้เรื่อยๆ ไม่เห็นจะเสียหาย มันอยู่ที่เนื้อหาสาระเนื้อแท้ของสัจธรรม แสดงออกไปเถอะ ผู้ที่รู้จักเนื้อหาแท้ของสัจธรรมจะรู้ แล้วก็จะมีหมู่พวกเอง แม้แต่ในยุคนี้ หมู่พวกที่มีปัญญาจะน้อยก็ยังมีคนเห็น อาตมาทำงานมาได้ยาก แต่ไม่เคยท้อ รู้ว่าต้องยาก หากไม่ยากสิ อาตมาต้องคิดผิด แต่ว่าอาตมาคิดไม่ผิดหรอกเพราะมันยาก เรารู้มา ถ้าจะเรียกว่ารู้มาเดี่ยว ก็รู้มาเดี่ยว แต่ก็ที่จริงไม่ได้มาเดี่ยวหรอก ก็มีผู้รู้แต่ไม่ได้มาร่วมกันอย่างสมพร้อม มีผู้ร่วมอยู่โดยพฤตินัย แม้แต่จะไม่แสดงออกชัดเจน อย่างสมคล้อย แต่ก็ร่วมอยู่แล้วก็มีวิบากคั่นด้วย อาตมาก็พูดได้ประมาณนี้ จะพูดโจ๋งครึ่มก็ไม่ดี (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า..การอยู่ร่วมกันสำคัญที่เราแสดงออกด้วยกิเลสหรือไม่ ถ้าเราแสดงออกด้วยกิเลสมันก็มีวิบากเองไม่มีใครช่วยเราได้ ทุกอย่างก็อยู่ที่ความบริสุทธิ์ สุทธิอสุทธิปัจจัตตัง ทำงานไป จะบังคับให้คนฉลาดก็ไม่ได้เขาฉลาดได้แค่นี้ ถ้าทำความดีแล้วเสียสละไม่เอาอะไรก็จบ คนมาอยู่กับชาวอโศกเขามาเสียสละทำได้ขนาดนี้จะบังคับให้ทำมากกว่านี้ก็ไม่ได้ ใช้บังคับก็ควรจะบังคับตัวเองก่อนทำไมไม่ทำให้ดีกว่านี้ จะบังคับพ่อครูก็ไม่ได้ อาตมาเคยดำเนินรายการ ภันเตติกขะเคยบอกว่ารายการนี้ควรเปลี่ยนอย่างนี้ อาตมาก็บอกตรงๆว่า เปลี่ยนก็ได้แต่ผมยังทำใจไม่ได้ จะบังคับให้ทำใจก็ไม่ได้ ก็บอกตรงๆ ท่านก็ปรารถนาดี เราฉลาดแค่นี้ มันยังโง่อยู่ก็ทำได้แค่นี้ ก็ต้องยอมรับความจริง แต่ถ้าคนมาทำได้เก่งกว่าเราก็ให้ทำไป งานในอโศกอิสรเสรีจะตายไป ทำไปในจุดที่เขายอมรับให้เราทำ ดีไม่ดีงานจะมากด้วย 630103_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ คนเจริญช่วยเศรษฐกิจได้จริงต้องเป็นคนจน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน