สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจที่ดีที่สุดในโลกอยู่ที่นี่.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจที่ดีที่สุดในโลกอยู่ที่นี่ พ่อครูว่า..เศรษฐกิจดีเขาวัดกันที่ GDP เป็นเครื่องวัด Gross Domestic Product รายได้องค์รวม หากสังคมที่มีเศรษฐกิจดีรายได้องค์รวมจะต้องมีน้อยรายได้เอาไว้น้อย อัปปิจฉะ สามารถมีไว้น้อยแต่สะพัดได้เก่ง ไม่ขาด ไม่เป็นหนี้ไม่ขาดตอน หมุนได้คล่องตัว มีไว้น้อยแต่อยู่ได้ นี่คือเครื่องชี้บ่งเศรษฐกิจที่เจริญที่ยิ่งใหญ่ แล้วรายได้องค์รวมภายในต้องไม่ไปนับเอาจากคนอื่นเขามา แต่เอาของตัวเองที่ผลิตได้ product คือสิ่งที่สร้างขึ้นเองของภายในเราเอง เช่น พืชพันธุ์ธัญญาหารของเรา เราอาจจะไม่เก่งทางอุตสาหกรรม เขามีเราก็เอามาใช้เท่าที่จำเป็น คำว่าเศรษฐกิจที่อาตมาหมายจะมีนัยสำคัญที่ต่างจากนักเศรษฐศาสตร์โลกที่เขาหมาย ไม่ใช่ว่าเราจะมีรายได้มาก ที่ดีมากเหนือชั้นกว่าประเทศอื่น เราต้องอ้างว่าของเรามีน้อย ยิ่งมีน้อยเท่าไหร่ยิ่งเจ๋ง แล้วเคร่งครัดด้วยว่าเราเป็นนักผลิต เรามี product ของเรา ยิ่งใหญ่ อะไรเราถนัดเห็นคุณค่า เราเห็นว่ากสิกรรม พืชพันธุ์ธัญญาหาร มีคุณค่ามากกว่าหอกกว่าปืนกว่าอุตสาหกรรม เพราะเครื่องใช้มันไม่สำคัญเท่ากับเครื่องกิน ในความเป็นสัตว์โลกอย่าว่าแต่เพียงคนเลย สัตว์ต่างๆไม่เห็นจะใช้เครื่องเทคนิคต่างๆ ก็มีแต่คนที่โง่ไปใช้เท่านั้น คนถูกหลอกก็ไปใช้เสียมาก เราก็โง่ด้วยเอาไปใช้บ้าง เราไม่ได้ไปโง่หลงใหล เราก็ไม่ได้โกงมาก็ซื้อมาโดยสุจริต พวกเราชาวอโศก จึงเป็นผู้ที่มีภูมิปัญญาเข้าใจความประเสริฐ เศรษฐะ กับกิจ คือ การกระทำ กรรมกิริยาของเราที่ทำอย่างประเสริฐสร้างสรร จนเหลือเกินเอาไปแจกจ่ายแก่ผู้อื่น ขายก็ขายอย่างถูกๆ ไม่ได้มีแนวคิดอย่างโลก ที่ยิ่งมีมากก็กักตุน มีเชิงชั้นขายแพง มันมีมากก็เอาไปทิ้งทะเลเพื่อราคาจะได้ไม่ตก อย่างที่
อ่านต่อ
นายทุนหรือทุนนิยมเขาคิดกัน บ้าๆบอๆ เป็นแนวคิดหายนะ ไม่เข้าท่า เศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์อย่างที่ ประเทศไทยก็มีเชิงชั้น มีนัยยะสำคัญ แนวโลกุตระด้วยกัน แม้จะไม่ชัดเจนเท่าอโศก ทุกวันนี้เศรษฐกิจของเมืองไทยดีที่สุดในโลก แต่คนเข้าใจเศรษฐศาสตร์ไม่ได้ ไม่ต้องไปฟังเสียงหมาเห่าหมาหอนว่าเศรษฐกิจชิบหาย เมืองไทยนี่ขอทานก็น้อย เปอร์เซ็นต์ขอทานคนไทยเทียบกับเปอร์เซ็นต์ขอทานในอเมริกา อย่านึกว่าในอเมริกาไม่มีขอทานนะ มีทั้งขอทานและนักเลง คนไร้บ้าน เมืองไทยดีกว่าเยอะ เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจเมืองไทยดีกว่าเยอะ ฟังเขาเผินๆถูกครอบงำความคิด ต้องลึกซึ้งหน่อยเราเป็นเมืองพุทธ ต้องเข้าใจ เสฏฐะหรือเสฏโฐของพระพุทธเจ้าให้ชัดเจน คนที่มีเศรษฐกิจดีที่สุดคือชาวอโศก มีGross สูง รายได้องค์รวม 0 ตลอดปีตลอดคืนตลอดวันแล้วขยันทำงานมีผลผลิตกินใช้อาศัย ไม่เบียดเบียนคนอื่น ของเราเองสร้างมาแล้วเราสามารถกระจายเผื่อแผ่คนอื่นได้ อย่างนี้คือคนเจริญ เสียสละ แจกได้ด้วย ไม่ใช่เอาเงินที่ขายได้มาเป็นสถิติว่าเจริญ แต่ยิ่งให้เขาได้ยิ่งเจริญ มันทวนกระแสกับเขา เข้าใจกันคนละขั้วเลย ย้ำอีกที เศรษฐศาสตร์กับเศรษฐกิจชาวอโศกเจริญมาก แม้ในประเทศไทย ก็เจริญทุกวันนี้ไม่ใช่เอาเรื่องของเงินทองเงินคงคลัง รายได้องค์รวมก็ตาม จะต้องมีตัวเลขสูงกว่าประเทศไหนๆ ไม่ใช่! วัดกันจริงๆแล้วต่ำกว่าเค้าด้วย แต่มีชีวิตอย่างสุขสำราญเบิกบานใจ อุดมสมบูรณ์ เมืองไทย ท้าให้นักสถิตินักเศรษฐกิจไปตรวจสอบเลย มีช่องว่างคนจนคนรวยของอเมริกากับของไทย ใครจะมีช่องว่างมากกว่ากัน ทางรัฐบาลก็ทำ เมืองไทยก็ทำตามบริบทของเมืองไทย แล้วจัดสัดส่วนแล้วให้คะแนนดีมาก การบริหารประเทศด้วยการทำให้ความมีอยู่เป็นอยู่ของทรัพย์สินเงินทองข้าวของเครื่องกินเครื่องใช้เฉลี่ยกันอย่างทั่วถึงระหว่างความจนคนรวย สิ่งที่อาจจะมีคนขี้โลภรวยร่ำรวยอยู่อย่างที่ไม่เผื่อแผ่ ก็ให้เขาโง่ไป รวยไป ไปเรื่อยๆ เป็นคนไม่เจริญ แม้แต่ชื่อเจริญ ยิ่งโง่เอาความรวยมา ไม่ว่าจะเป็นเจริญโภคภัณฑ์ หรือว่าเจริญน้ำเหล้า ก็แล้วแต่ ยิ่งโง่ ยิ่งทำให้ตัวเองไม่ดี ตัวเองควรจะเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ดีที่สุด แต่กลับเป็นไม่เจริญเป็นคนขี้โลภกอบโกยเอาเปรียบเอารัด แล้วทำให้การสะพัดขัดข้อง เพราะตัวเองเอาไปกักตุนไว้ แล้วก็ขี้โลภซับซ้อนเอาออกมาเป็นระบบทุนนิยมเพื่อจะกอบโกยให้ตัวเองได้เพิ่มขึ้นอีก แล้วทำเป็นว่าสะพัดเพื่อให้คนมีงานทำ แต่คุณต่างหากกินแรงมนุษย์พวกนั้นเอาส่วนเกินไปได้เปรียบไปมากกว่ามาก ทับทวีไปจนรวยๆๆๆๆ ความร่ำรวยของมนุษยชาติ ความร่ำรวยของสังคมไม่ได้เป็นเครื่องชี้บ่งถึงความเจริญของเศรษฐกิจ เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่โง่เง่า คิดอย่างนั้นเหมือนน้ำเน่า ถ้ามาเปลี่ยนเป็นแบบชาวอโศกมากเท่าไรๆประเทศไทยจะรุ่งเรือง จะมีการวัดค่าเศรษฐกิจแบบที่ไม่เหมือนกับสากลโลก อาตมาว่ามันไม่ง่ายที่เขาจะเข้าใจ เราจะวัดที่ตัวเงินทรัพย์สินเงินทองวัตถุเป็นเครื่องชี้บ่ง ว่าคนเป็นอยู่สุข มีเศรษฐกิจดี หรือจะวัดที่จิตใจหรือพฤติกรรม อย่างชาวอโศกเรา มีกรรมกิริยาทางสัมมาอาชีพ กรรมกิริยาทางกัมมันตะ ทางวาจา ทางจิต มรรคองค์ 8 อย่างดีเลย สัมมาอาชีพ 5 ประการ ชาวอโศกปฏิบัติพ้นมิจฉาชีพ 5 ได้อย่างแท้จริง ไม่มีสังคมไหนในโลกที่จะปฏิบัติพ้นมิจฉาชีพ 5 ได้เหมือนกับชาวอโศกเหมือนกับประเทศไทยเพราะชาวอโศกเป็นคนไทย การโกง ทุจริต คอร์รัปชั่น (กุหนา) มีในงานการเมือง . การล่อลวง หลอกลวง (ลปนา) ในนักธุรกิจ-การเมือง . การตลบตะแลง (เนมิตตกตา) ยังเสี่ยง-ยังไม่แน่แท้ การยอมมอบตนในทางผิด อยู่คณะผิด (นิปเปสิกตา) การเอาลาภแลกลาภ (ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา) (พตปฎ. เล่ม 14 ข้อ 275 มหาจัตตารีสกสูตร) 1.กุหนา กายกรรมครบแบบ 2. ลปนา วจีกรรมเลวครบแบบ อันที่ 3. อาชีพที่ยังไม่แน่ไม่นอน ตลบแตลง หลอกลวงไม่ชัดเจน คนทำก็ไม่ชัดเจนแต่ทำให้คนอื่นเข้าใจว่าฉันดีสุจริตแต่เหมือนเล่นหวยไม่เข้าท่าไม่มีหลักเกณฑ์ ที่สำคัญเลย ถ้าจะไม่ให้ตลบแตลง ต้องมีหลักการศึกษาปฏิบัติ เช่น มี ไตรสิกขา จรณะ 15 วิชชา 8 จนบรรลุผล สาราณียธรรม 6 บรรลุผล วรรณะ 9 พ้นมิจฉาชีพแล้วไม่มอบตนในทางที่ผิด เป็นทาสนายทุน กับคนที่ไม่เจริญ แต่มาอยู่กับหมู่ที่เจริญ สร้างสรรให้เป็นหมู่ที่เจริญกันไป เขาก็จะมาอยู่กับพวกโลกุตระพัฒนาหมู่กลุ่ม มีอาชีพการเป็นอยู่กับมิตรสหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี สร้างสรรเพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่มนุษย์กับโลก ตนเองก็สบาย ชี้ชัดที่สุด มิจฉาชีพข้อสุดท้ายทำงานฟรี ไม่เอาอะไรแลกเปลี่ยน พ้น ลาเภนะ ลาภัง นิชิคิงสนตา ทำงานเอาเข้าส่วนกลาง ตามที่ประชาธิปไตยก็ต้องการรายได้จากคนเอาเข้าส่วนกลางให้มากที่สุด โดยเรียกว่าภาษี หรืออื่นๆ เลี่ยงเงินเก็บกองกลาง สาธารณโภคีทำแล้วเข้ากองกลางหมด เสียภาษี 100% เขาก็ว่าไม่มีหรอก แต่เราทำได้เรามี ใครจะมองเห็นหรือไม่ก็แล้วแต่ เราก็ทำของเราตลอด สุดยอดคอมมิวนิสต์ก็ต้องการเอาเงินเข้าส่วนกลางให้มาก ประชาธิปไตยก็ต้องการเหมือนกัน ของพระพุทธเจ้าทำได้ ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ รู้สึกตัวไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ แค่ ไอเดีย เชิงคิด เพ้อเจ้อไร้สาระ แต่ทำได้เป็นเรื่องดีด้วย เขาว่าเขารู้ แต่ทำไม่ได้ เขาก็ต้องมายอมรับสิว่า อันนี้ดี แล้วส่งเสริมแนะนำเชิดชูเพื่อให้คนอื่นปฏิบัติอย่างนี้ตาม ถึงแสดงว่าเขาชัดเจนไม่โง่ แต่เขานี่เขาไม่รู้จริงๆ ถึงรู้บ้างแต่กิเลสมานะอัตตา เห็นแก่พรรคพวกก็ไม่ยอมรับ ไม่กล้าประกาศต่อสังคมโลก เพราะเขาไม่ฉลาดพอ เขาจริงพอ กิเลสทำให้คนโง่ หากฉลาดจริง สิ่งที่ดีสิ่งที่ประเสริฐก็ต้องยกย่อง ก็จะไม่ปิดบัง ยิ่งเป็นคนไทยด้วย แล้วคนไทยทำได้ มีหลักเกณฑ์ มีวิชาการของพระพุทธเจ้ายืนยัน อ้างอิงได้อย่างชัดเจนด้วย ที่พูดนี้ขอยืนยันว่าตรงกับของพระพุทธเจ้าทุกอย่าง สุดยอดของความฉลาดคือล้างกิเลสได้หมด พ่อครูว่า อันนี้คือเป้าหมายแท้ เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ สุดยอด เลิศยอดกว่าทุกศาสตร์ สมณะฟ้าไท
พ่อครูว่า...การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ทั่วโลกทำมันแก้ไม่สำเร็จหรอก เขาไปแก้ที่เงิน ที่ทรัพย์สิน สิ่งที่เป็นวัตถุข้างนอกตัว เขาไม่ได้มาแก้ที่คน ไม่ได้มาแก้ที่จิตวิญญาณที่จิตใจคน หากว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ยั่งยืนแท้จริงสำเร็จต้องแก้ที่คน แล้วต้องมีทฤษฎีที่แก้จิตใจที่มันมีตัวเลวร้าย เป็นจิตที่มีกิเลส ต้องแก้ตัวนี้ ถ้าไปหลงทางไปแก้วัตถุ ต้องมีวัตถุมาก ต้องมี GDP มาก ได้เปรียบมาก แล้วอวดอ้างกันในโลก มันก็แค่สมบัติผลัดกันชม ไปแก้ที่วัตถุ โดยไม่รู้จักความพอดีพอเพียง อย่างในหลวง ร.9 ตรัส เศรษฐกิจ พอเพียง รู้จักพอ แล้วโน้มไปทางน้อยเป็นคนจนขาดทุนให้ได้ คนที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ชั้นสูงมีเศรษฐกิจที่ดีคือ เป็นคนที่ขาดทุน ไม่ใช่เป็นคนเอากำไร ผู้ที่ยังเอากำไรเอาเปรียบคนอื่นเขาอยู่ เป็นพวกที่แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่จบ คนที่จนแล้ว จนอย่างพอดี จนอย่างสบายแล้ว ไม่มีผู้ที่เป็นรัฐฐาธิปัตย์ ยิ่งใหญ่มีอำนาจรัฐ พระเจ้าแผ่นดินหรือประธานาธิบดีประเทศไหนหรอกที่พูดที่ตรัสเหมือนกับประเทศไทย ที่บอกว่าต้องบริหารแบบคนจน ต้องอยู่ในฐานที่มาขาดทุน เราเสียนี่แหละคือเราได้ เป็นเครื่องบ่งชี้พระปรีชาญาณของผู้นำประเทศ แต่คนก็อาจเข้าใจไม่ชัด ในหลวงตรัสอย่างนี้แต่ข้าราชบริพาร นักบริหาร พอรู้ แต่ไม่มีทฤษฎีที่จะมาทำตนเองให้เป็นอย่างนี้ เราจะต้องมาจน เป็นอย่างที่ในหลวงตรัส เขาไม่ชัด แต่ชาวอโศกเราชัด ทำจนสำเร็จได้ด้วย จนพ้นมิจฉาชีพ 5 ได้แท้จริง ทำงานไม่ต้องมีรายได้เลย ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อนะว่าเป็นไปได้หรือ เป็นได้ทำได้ ไม่ใช่แค่ 1คน2คน5 คน แต่ทำเป็นสังคม ให้มีวัฒนธรรมสังคมเขาทำไม่ได้หรอก เราก็เป็นคนเหมือนคุณทุกคน แต่ทำได้ ในยุคเดียวกันด้วย มีวัตถุดิบร่วมกันในสังคม globalization เหมือนกันหมด คุณอยากได้เนื้อหมีขาวจากขั้วโลกเหนือมากินก็ได้ ถ้าคุณกินเนื้อนะ หรืออยากกินผักของชาวอโศกก็สั่งมาได้เราจะส่งให้ อาหารเป็นหนึ่งในโลก อุตสาหกรรมเครื่องใช้ก็มีส่วนสำคัญเหมือนกัน เป็นปัจจัยสี่จำเป็นแก่ชีวิต แต่อาหารเป็นหนึ่ง ปัจจัย 4 อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย อาหารเป็น 1 พระพุทธเจ้าสอนเรื่องอาหาร 4 ถ้าคุณสำเร็จบรรลุในอาหาร 4 คุณจะบรรลุทั้งหมดเลย กวลิงการาหาร (อาหารคำข้าว ให้รู้กิเลสเบญจกาม) . . ผัสสาหาร (อาหาร คือ ผัสสะกระทบให้เกิดเวทนา) . มโนสัญเจตนาหาร (อาหารใจที่เจตนามุ่งกับตัณหา) . . วิญญาณาหาร (อาหารของวิญญาณ กำหนดรู้นาม-รูป . อันเป็นปัจจัยให้ตั้งอยู่แห่งสังขาร เพื่อการเกิดในภพใหม่ คือมีปัจจัยเกิดชาติชรามรณะ ทุกข์ และความคับแค้น) . (ปุตตมังสสูตร พตปฎ. เล่ม 16 ข้อ 241-244)
โลกจะมีสิ่งหลอกมากมาย ผัสสาหาร เราเลิกงมงายชัดเจนสว่างแจ้ง ไม่ถูกหลอกเราหยุดแล้วแต่เธอสิยังไม่หยุด ทุกวันนี้ฟ้าบ่กั้น เราผัสสะได้หมด แต่เราไม่เป็นทาสแล้ว เราจึงอยู่กับตัวเราโดยเป็นคนที่มี มีมโนสัญเจตนาที่พ้นกิเลส มีจิตวิญญาณที่สะอาดบริสุทธิ์ เพราะเรารู้จักนามรูป รู้เจตนา 3 1.กามตัณหา 2.ภวตัณหา 3.วิภวตัณหา เราก็เลิกไปมีตัณหาอย่างกามอย่างโลกที่เขาติดยึดโง่ เราฉลาดมีวิชชาครบ เราก็ผัสสะอยู่กับโลกเขา เจตนาเราไม่เป็นทาสกาม ทาสโลก ที่จะไปใคร่อยาก เราจะเป็นอยู่มีเครื่องกินใช้พออาศัยสมบูรณ์ มีเขตความพอ แล้วไม่ต้องไปกะดี๊กะด๊า มีอัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวกะ รู้จักวิเวก 3 กาย จิต อุปธิ สบาย
รูป 28 นาม 5 แล้วก็ร้อยเรียงเป็นเหตุเป็นปัจจัย อิทัปจยตา อย่างปฏิจจสมุปบาท เป็นผู้รู้จักวิญญาณจัดการกับวิญญาณด้วยความรู้รูปนาม 5 ได้ มีนาม 5 มาจัดการ คือ1.เวทนา 2.สัญญา 3.เจตนา 4.ผัสสะ 5.มนสิการ ในตัวเราต้องมีนาม 5 เรียนรู้ประพฤติด้วยผัสสะ ด้วยมนสิการ หากไม่มีผัสสะปฏิบัติล้มเหลวโมฆะจากศาสนาพุทธ คนหลับตาในภพไม่มีผัสสะ 6 ก็โมฆะจากศาสนาพุทธ เขาไม่รู้เรื่อง เหมือนฆ่าด้วยหอกร้อยเล่ม เช้า เที่ยง เย็น ก็ไม่ตาย เขาก็ยังมีวิญญาณดื้อด้าน ฆ่าหรือทุบหัว สอนให้มารู้จักรูปนาม วิญญาณ ให้ปฏิบัตินาม 5 รูป 28 ตีไม่แตก จมอยู่อย่างนั้นตลอดกาลนาน มันน่าสงสารคนเหล่านี้ ใช้นาม 5 โดยมีผัสสะ แล้วมนสิการใจเราเป็น รู้เวทนาเป็นตัวหลัก แล้วมีสัญญาใช้กำหนดชัดเจน เป็นตัวทำงาน กำหนดรู้รูปนาม นอกใน อัตตา กิเลส มรรคองค์ 8 โพธิปักขิยธรรม ที่จะล้างกิเลส สัญญาเป็นตัวกำหนดรู้ทั้งนั้น สัญญาตัวสำคัญมากที่จะพัฒนาเป็นปัญญา ก็ทำงานกันไป สัญญาเป็นตัวทำงาน ปัญญาเป็นตัวประธานความรู้ ก็กำหนดรู้ รูปนามวิญญาณ กำหนดรู้ทุกอย่าง แล้วก็มาสร้างความสงัด เรียกว่าวิเวก ไปตามลำดับ วิเวก 3 ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ใน คุหัฏฐกสุตตนิทเทส ชาวพุทธทุกวันนี้เป็นผู้ที่ไกลจากวิเวก เพราะข้องในถ้ำ กายวิเวก เขาเอาตัวเองออกป่า กายคือเอาร่างทั้งตัว ทั้งจิตด้วย เอาออกป่า สงัดแล้ว กายวิเวกแล้ว เขาก็ว่า แต่มันมิจฉาทิฏฐิอยู่ได้แค่นี้ พวกที่เอากายออกป่า พระป่า มีกายวิเวกมิจฉาทิฏฐิ เป็นผู้ข้องในถ้ำไกลแสนไกลจากวิเวก จะไม่มีทางสัมมาทิฎฐิ ปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าได้เลย จิตวิเวกก็ไปนั่งหลับตาอีกไม่มีภายนอก กายวิเวกผิด จิตวิเวกผิด ก็ปิดประตูอุปธิวิเวก ไม่รู้ ขันธ์ 5 อุปาทาน ไปนั่งหลับตามีแต่อดีตกับอนาคต ซึ่งมันไม่ใช่ของจริง คุณไปนึกเอาว่ามีกิเลส เคยมีราคะโทสะ แต่ไม่มีจริงตอนนี้ กามคือผัสสะตาหูจมูกลิ้นกาย ก็ไม่ได้ผัสสะจริงเลย ต้องล้างกามภายนอกแล้วจะล้างภายในต่อ กิเลสภายนอกดับสนิทเป็นอนาคามี เหลือแต่ภายใน รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา อะไรของคุณที่เหลือ แล้วก็ไม่ได้หลับตา อนาคามีไม่ได้หลับตาในภพ แต่เหนือกามภพได้แล้ว ก็ล้างต่อไป หมด รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชาเกลี้ยง จบ มีวิชชาสมบูรณ์แบบ พ้นสังโยชน์ 10 เป็นอรหันต์ ไม่ได้หลับตาสักช่วงเลย ลืมตาได้แล้วไปหลับตาก็ทำได้ แต่ไปหลับตานั้นลืมตาก็ทำไม่ได้ พระไตรปิฎกเล่ม 9 พระสูตรแรก พรหมชาลสูตรก็บอกไว้ ว่าอดีต อนาคต มิจฉาทิฏฐิ ต้องลืมตาอยู่กับปัจจุบัน ทิฏฐธรรมนิพพานทิฏฐิ หากชาวพุทธไทยทำอย่างลืมตาโพธิปักขิยธรรม 37 จะเจริญได้ดีมากกว่านี้ เลิกฆ่ากันมีแต่แข่งกันสร้างพืชพันธ์ธัญญาหาร แจกกันกินทั้งโลก ..ฝันไปหรือเปล่า มาคิดวิธีการจะทำอย่างไร จะปลูกผักที่เอสกิโมได้ ปลูกผักกลางทะเลทรายได้ มาคิดกันอย่างนี้ดีกว่า ดีกว่าไปคิดสร้างอาวุธ จะได้อุดมสมบูรณ์ ก็คน ควรฉลาดกว่าสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานไม่รู้จักปลูก แต่คนทำได้ ฉลาดบ้าง จะบังคับคนให้ฉลาดก็ไม่ได้ เราฉลาดแล้วเราก็ทำ ก็ขอประกาศโฆษณาต่อสังคมบ้าง ใครอยากจะมีอาหารการกินดีๆ มีผักสดๆ พืชพันธ์ุธัญญาหารดี ก็มาเอาไปจากอโศกได้ ที่ดินเราก็ยังมีอีกมากให้ทำ แต่ละวันๆ เรามีปู่ไถ(แซวปู่เถาว์) ไถจังเลย เราจะสอนให้คนเป็นอย่างนี้ ปลูกกินปลูกใช้ เอามาทำเครื่องใช้ ทำอาหาร มีของกินของใช้สองอันนี้ ซึ่งเกิดจากพืชพันธุ์ธัญญาหารความรู้เรื่องโลหะ เอามากินใช้เราก็พอมี ไม่ใช่โง่จนไม่รู้จัก แต่อาหารนี่มาก่อน เรื่องเพชรนิลจินดาเราไม่มีในชีวิตก็ไม่เป็นไร เราไม่เสียเวลากับสิ่งไร้สาระ เพชรนิลจินดาไร้สาระ ก้อนดินหินโลหะทั่วไปยังมีค่ากว่าเพชรนิลจินดาที่เขาไปหลงค่ากัน ผู้รู้สาระว่าเป็นสาระผู้นั้นคือผู้มีสาระ ผู้ไม่รู้จักสาระไปเข้าใจสิ่งไร้สาระว่ามีสาระคือผู้ไร้สาระ ยิ่งเรียนยิ่งโง่ยิ่งโตยิ่งเซ่อ ผู้รู้แล้วมาเรียนที่พระพุทธเจ้าท่านสอนสร้างสัจจะเลย ไม่เสียเวลาแรงงานทุนรอน กับสิ่งไร้สาระ เอาเวลาแรงงานทุนรอนสามอย่างนี้เป็นสิ่งที่โลกสูญเสียอันยิ่งใหญ่ เรามีทุนไม่มาก แรงงานของใครของมัน เวลา แรงงาน ทุนรอน สามอย่างนี้อย่าไปสูญเสียตามโลกมอมเมา เอาของข้าคืนมา เรารู้แล้วไม่ไปหลงบ้าบอกับเอ็งหรอก เราก็มาใช้เวลาแรงงานทุนรอนสร้างสรรสิ่งที่เป็นประโยชน์คุณค่า อาศัย แล้วเกื้อกูล ชีวิตสมบูรณ์แบบ 630105_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ เศรษฐกิจที่ดีที่สุดในโลกอยู่ที่นี่