สำนักใดบรรลุจริงไหม ดูได้จากมีสาราณียธรรม 6 วรรณะ 9.docx
เนื้อหาในไฟล์
สำนักใดบรรลุจริงไหม ดูได้จากมีสาราณียธรรม 6 วรรณะ 9 _พ่อครูว่า... อาตมาว่า อาตมาทำได้อย่างนี้ ทุกวันนี้ยังมั่นใจ สู่แดนธรรม.. ถ้าเขาจะถามว่า ท่านแน่ใจอย่างไร เอาอะไรมายืนยัน พ่อครูว่า... ก็มีหลักฐานตามพระไตรปิฎก อาตมาก็อ้างอิงพระบาลี สู่แดนธรรม.. จะพูดว่าท่านแสดงความเป็นจริงได้ไหมครับ มีวรรณะ 9 พ่อครูว่า... ใช่ นี่เป็นสังคมสาราณียธรรม 6 ถึงขั้นอยู่กันอย่างมี สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ปฏิบัติไป ยืนยันอยู่อย่างนี้เต็มๆ หรือแม้แต่จะแจกเป็นวรรณะ 9 ก็จริง เลี้ยงง่าย (สุภระ) ให้มาดันสุรังก็ไม่มา เอาแต่ดันทุรังอยู่อย่างนั้นแหละ คุณจะบอกว่าจะมาแปลไปเองไม่เห็นพูดเข้าหลักเกณฑ์ไวยากรณ์บาลีเลย อาตมาก็มีหลักเกณฑ์ของอาตมา อาตมาเข้าใจคุณได้ แต่คุณเข้าใจอาตมาให้ได้ สู่แดนธรรม... หากว่าสำนักอื่นจัดสอนลูกศิษย์ให้ได้เป็นคนวรรณะ 9 เขาก็ต้องมีส่วนที่จะบรรลุพุทธะแท้ พ่อครูว่า... ถ้าเขาทำได้ เขารู้เขาก็ต้องมาอธิบายอย่างอาตมาทำได้ พาทำได้ อาตมาก็เอามาอธิบายได้ แม้วรรณะ 9 เลี้ยงง่าย (สุภระ) บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) ตกลงมาเป็นคนไม่สะสม เป็นคนยอดขยัน ปรารภความเพียร ไม่สะสมทำอะไรไม่สะสม นอกจากไม่สะสมแล้วเอาไปแจก มาถึงยุคนี้แล้วมี กระท่อมปันสุขดีจังเลย ยังไม่พอแค่กระท่อมไม่พอ ปลูกมันไปเลยจนกระทั่งถึงถนนดำ ข้างหน้าโน่น ให้เก็บกินไปกันได้หมดเลย มีมะเขือ ข่าตะไคร้ มะละกอ กล้วย เก็บกิ
อ่านต่อ
นไป ทำให้เป็นสาธารณะ ทำให้ปรากฏ ทำให้เป็นสาธารณะตามที่อาตมาให้ปรากฏให้ได้ ช่วยอาตมาได้ไหม ...ได้ รับปากแล้วนะ ไปช่วยกันทำให้เกิดจริงๆ เพราะในนี้เราก็ทำกินทำใช้เหลือเฟือ เราไม่ต้องเก็บให้คนข้างนอกเขาเก็บไปเองเลย จริง พิสูจน์ความจริงอันนี้ไปได้ก็ดีเพราะมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะอุดมสมบูรณ์ในปัจจัย 4 ธนบัตรไม่ค่อยมีหรอกในพวกเรา เพชรนิลจินดาไม่ค่อยมีหรอกพวกเรา แต่มีปัจจัย 4 นี้เยอะแยะ แจกจ่ายเกื้อกูลเอื้อเฟื้อไป อีกหน่อยส่งไปให้เอธิโอเปียบ้าง ส่งไปให้ยูเครน ส่งไปให้สหรัฐบ้าง ที่เขาพิมพ์ดอลลาร์ กระดาษเปื้อนหมึก หลอกเขาไปทั่วบ้านทั่วเมือง พิมพ์ออกมาอย่างไม่มีหลักประกัน ก็พิมพ์ออกมา เบ่ง อำนาจบาตรใหญ่อยู่อย่างนั้น ทั้งๆที่เขาพยายามตั้งเงินยูโร ตั้งเงินต่างๆมาให้เงินดอลลาร์ลงบ้าง แต่ก็ยังไม่ลงเพราะเขามีอาวุธ มัน ขายอาวุธข่มขู่ สู่แดนธรรม.. ที่ผมถามพ่อท่านไปครั้งที่แล้ว อยากจะทราบว่า ถ้าสำนักสงฆ์อื่น จะยืนยันว่า สำนักของท่านสอนได้มรรคได้ผลบรรลุตามพระพุทธเจ้าสอนแท้ๆ เราจะสามารถถามหาเอาความดี สาราณียธรรม 6 อย่างนี้ หรือเอาหลักธรรมอื่น พ่อครูว่า... เอา วรรณะ 9 สาราณียธรรม 6 เช็คได้ สาราณียธรรม 6 เมตตากายกรรม เมตตาวจีกรรม เมตตามโนกรรม ลาภธัมมิกา ศีลสามัญตา ทิฏฐิสามัญตา ได้ไหม ...ได้ สู่แดนธรรม.. ถ้าเขาบอกว่าจำเป็นด้วยหรือจะต้องมีคนทำตามได้ พ่อครูว่า... ไม่ได้ ก็เป็นการพูดปากเปล่า ปฏิบัติไม่ได้แล้วพูดไปทำไม พูดไปแต่ก็ปฏิบัติกันไม่ได้ สู่แดนธรรม.. แสดงว่า อโศกเรามีธรรมะ การบรรลุจริง มีคนเป็นของจริงยืนยัน พ่อครูว่า... ยืนยันพูดได้ทำได้ ยถาวาที ตถาการี ยถาการี ตถาวาที สู่แดนธรรม... ก็ไม่ได้เอาไปข่มเขา พ่อครูว่า... มันข่มในตัว มันไม่ข่มมันก็ต้องเหนือกันอยู่แล้ว อันหนึ่งทำได้อันหนึ่งทำไม่ได้ ใช้พยัญขนะว่าข่มว่าเหนือก็อันเดียวกัน สัจจะมันก็เป็นความจริงอย่างนั้น อาตมาเกิดมามีชีวิตนี้ทำได้ตามคำตรัสพระพุทธเจ้า มีปรากฏการณ์จริง ปรากฏการยืนยันให้เห็น ใครไม่เห็นก็ไม่มีปัญหา คนที่เห็นเขาก็เห็น คนที่มีดวงตามีปัญญามีธาตุรู้ที่รู้ได้ อันนี้ก็จริงนะ เขามีสภาพจริงพูดจริง ยถาวาที ตถาการี ยถาการี ตถาวาที ทำได้จริงตามที่พูด ไม่ใช่ได้แต่พูดปากเปล่า เป็นแต่ทำไม่ได้ ยืนยันหาหลักฐานอะไรไม่ได้ มันก็ต่างกัน อาตมาจึงบอกว่าเกิดมาในชาตินี้ พอใจแล้ว ไม่สูญเปล่า ไม่โมฆะ ประสบผลสำเร็จ อาตมาเคยสรุปแล้วว่า เกิดมาในชาตินี้พอใจแล้วเกิดมาทำงานมา 50 ปีได้ขนาดนี้ มีสิ่งที่ยืนยันปรากฏผลขนาดนี้ อาตมาไม่ตะกละมากกว่านี้หรอก สมตัวแล้ว พอตัวแล้ว สู่แดนธรรม.. สภาวะที่พ่อท่านทำให้ลูกๆ รักษาประคองความดีนี้ไว้ ทำให้คนอื่นมองว่าพวกเรายึดมั่นถือมั่น ท่านพุทธทาสบอกว่า ถ้ายังทำความดีอย่างนั้นอยู่ก็ไม่พ้นจากความยึดมั่นถือมั่น พ่อครูว่า... ท่านพุทธทาส พูดอย่างนั้นก็ไม่ผิด แต่อาตมาทำได้เกินกว่านั้น ที่ท่านพุทธทาสท่านว่า เพราะอาตมาไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น อาตมาเป็น อนุปคัมมะ เป็นผู้ที่ไม่เข้าไปใกล้สิ่งที่มีไม่เข้าไปใกล้ สิ่งที่ไม่มีก็ยืนยันอยู่อย่างนี้นี่มายึดถือแล้ว เข้าใจภาษา อนุปคัมมะ ไหมล่ะ สู่แดนธรรม.. ท่านไม่ยึดถือ แต่ทำไมท่านมีเยอะแยะมากมาย ทำไมบอกว่าไม่ยึดมั่นถือมั่น พ่อครูว่า... ยืนยันความจริงไง ยถาวาที ตถาการี ยถาการี ตถาวาที เราไม่ยึดถือเป็นของตัวเองแต่เป็นของส่วนกลางนี่แหละคือเศรษฐศาสตร์ชั้นหนึ่ง ถ้าใครต่อใครไม่แบ่งออกจากส่วนกลางมารวมกันส่วนกลางทั้งหมด ส่วนกลางทั้งหมดมันก็เป็นกองโต แต่ของคนอื่นนั้นคนนั้นคนนี้ก็เอาไปคนละนิดคนละหน่อย กองกลางก็บางลงเล็กลง ดีไม่ดี ยื้อให้กองโต จนกองโตเป็นกองรกเลย ถือว่าเป็นของ ตัวเองเลยเกินกว่าที่มันมีกองโตนั้น ความจริงมันเป็นอย่างนี้ สู่แดนธรรม.. สภาพเป็น dialectic ใช่มั้ยครับ พ่อครูว่า... เป็นสภาพสิริมหามายาเป็นความย้อนแย้ง วิภาษวิธี สู่แดนธรรม.. จริงๆแล้ว คนนั้นจะต้องมีดวงตาเห็นพ่อท่านไม่ยึดมั่นถือมั่น จึงจะมองออก พ่อครูว่า... มันไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น แต่มันมั่น มันตั้งมั่น มันซ้อนตรงนี้ คุณเข้าใจไหมมันไม่ได้ยึดมั่นถือมั่น แต่เป็นความตั้งมั่นของผู้ที่ตั้งมั่นแล้วมีความตั้งมั่นแล้ว ฟังภาษาไทยรู้ไหม ไม่ใช่ภาษาบาลีนะ สู่แดนธรรม.. พ่อท่านเอาสภาวะอมตะมาสอน ไม่ได้พูดถึงขั้นปริโยสาน พ่อครูว่า... เรายังไม่ตายยังไม่ปริโยสาน แล้วยืนยันว่าอาตมาจะตายแล้วยังไม่ตาย อย่างปรินิพพานเป็นปริโยสาน อาตมาเป็นโพธิสัตว์ก็จะกลับมาเกิดอีกทำตามมูลสูตร 10 ครบ อาตมาคืออมตะบุคคล ไม่ได้เหนียมอายหลรือมังกุเลย สู่แดนธรรม... มีอมตะเป็นหลักประกันแล้ว จะทำให้ดูเหมือนยึดมั่นถือมั่น อีกกี่ชาติก็ไม่ว่า พ่อครูว่า... ไม่มีปัญหาเพราะมีแต่สิ่งที่ดี สัพพปาปสอกรณัง(ไม่ทำบาปทั้งปวง) กุสลสูปกำลังสัมปทา(ทำกุศลให้ถึงพร้อม) สจิตตปริโยทปนัง(ชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วจากกิเลส) สู่แดนธรรม.. กว่าจะได้อมตะมันต้องผ่านวิมุติมาแล้ว ก็ต้องอยู่กับอมตะนี่แหละ พ่อครูว่า... ใช่ เป็นการรู้จริงตามความเป็นจริงเขาไม่รู้เขาก็ไม่เชื่อ ถ้าเขารู้จะบอกว่าอันนี้มันเป็นอย่างนี้เองหรือ เราก็น่าจะได้อย่างนี้บ้าง ความเห็นอย่างนี้ก็ชัดเจน สู่แดนธรรม.. แสดงว่า ถ้าใครมีดวงตาฟังพ่อท่านวันนี้จะเห็นว่า พ่อครูว่า... อาตมาพูดอะไรไม่จริงไม่เป็น อาตมาพูดแต่ละอย่างเป็นความจริงทั้งนั้น พูดไม่จริงไม่เป็น สู่แดนธรรม.. ถ้าประเทศไทยรับเอาสัจธรรมพระพุทธเจ้าไปทำ เจริญแน่ พ่อครูว่า... ใช่ อาตมาพูดความไม่จริงไม่เป็น พูดแต่ความจริงทั้งนั้น ฟังแล้วบอกว่าทำไมพูดเก่งจังเลย ก็คนมันพูดเก่ง ยังไม่ตายอาตมาก็ทำงานไป พอทำได้ก็ทำไป ทำไม่ได้ หลายคนบอกว่ายังไม่เห็น ควรทำก็พัก นี่ให้ทำได้ก็ทำ ก็ไม่มีปัญหาอะไร ทำเสร็จแล้วมันต้องยอมรับความจริงอยู่ อย่างหนึ่งว่า เมื่อยไว ปฏิเสธไม่ได้ ตอนนี้มาถึงวัยนี้ขนาดนี้แล้ว เมื่อยไว อันนี้อาตมา ไม่สงสัย ไม่งง ไม่มังกุ ไม่เก้อ ไม่เขิน ไม่ยากอะไร บอกความจริงมันเมื่อยไว อันนี้เป็นเรื่องของความจริง สรีระสังขารของเรามันเสื่อม มันพยายามปรุงแต่ง ปรุงแต่งได้เท่านี้ ได้ขนาดนี้ พอปรุงแต่งขนาดนี้ แสดงออกขนาดนี้ เดี๋ยวก็ไปพัก เดี๋ยวก็ไปชาร์จแบตใหม่ เช้าวันใหม่ พรุ่งนี้ก็สะสมแบตเตอรี่ใหม่ พอมีแบตเตอรี่จุด แสงสว่าง จุดกระแสจุดพลังงานเผื่อแผ่ออกไป ไม่อย่างนั้นก็เป็นแบตเตอรี่มีไฟ แต่ไม่ได้ใช้ทำงานอะไร เสียแล้วหม้อแบตเตอรี่ เสียน้ำกลั่น สู่แดนธรรม.. ถ้าคนไม่รู้จริงๆ ก็จะมาเถียงพ่อท่านว่าอะไร พระอรหันต์เมื่อยได้อย่างไร พ่อครูว่า... พระอรหันต์ชีวะนะ พระอรหันต์ไม่เมื่อยได้อย่างไร ชีวะของจิตนิยาม ไม่เหมือนพืชที่ทำงานตลอดเวลาไม่เมื่อย แต่จิตนิยามมันมีเมื่อยนะ อันนี้ต้องรู้ความจริง ตามความเป็นจริงให้ได้ ไม่มีหรอก คนทำงานถึงขีดหนึ่งก็ต้องเมื่อย มันใช้พลังงานออกไป ตั้งเยอะขนาดหนึ่ง ต้องเมื่อยต้องพัก พระพุทธเจ้าถึงบอกว่า รู้จักพักรู้จักเพียร เอาแต่เพียรไม่พักก็ตาย เอาแต่พักไม่เพียรก็ตาย อ้างอิงพระพุทธเจ้า เหมือนกับคน รู้มากเลยอาตมา อปัฏติฐัง อนายูหัง คือพักพอดี เพียรพอดี หมายความว่าอย่างนั้น อย่างนี้เป็นต้น สัจธรรมที่ใช้พยัญชนะบัญญัติต่างๆเอามาสื่อ เราก็พยายามอธิบายสภาวะกับพยัญชนะมาตลอด อาตมาก็พยายามขยายความมาตลอด ทุกวันนี้ก็ขยายความได้เยอะ จนกระทั่งพวกเรารู้ละเอียดลออขึ้นไปมาก ขออภัยต้องขอกล่าวความจริงว่า ไม่มีใครมาขยายได้ละเอียดละออมากมาย เท่าอาตมาในยุคนี้ นอกนั้นเขาเอาตำรามาพูด เอาตำราของอรรถกถาจารย์ของคนนั้นคนนี้ อาจาริยวาทมาพูดมารวม อย่างท่านมหาประยุทธ์ ท่านก็รวมเอาของอรรถกถาจารย์มารวมเก่ง อาตมาสู้ไม่ได้หรอก แต่อาตมาเป็นคนไม่รวมไม่รู้จัก ไม่ได้มีการศึกษามาก อาตมามีแต่ความจริงออกมาทั้งหมด เท่าไหร่มีแต่ความจริงออกมา ที่ไม่ต้องไปเอาของคนนั้นคนนี้มาให้เลอะเทอะ ที่จะขัดแย้งกันในตัวบ้างไม่ใช่ เอาของตัวเองสอดคล้องกันไปด้วยกันมาด้วยกัน เป็นเอกีภาวะสำหรับของอาตมา อย่างนี้มันจะแสดงคนละอย่าง อย่างท่านพุทธโฆษาจารย์ ท่านมหาประยุทธ์ แสดงกันคนละอย่างกับอาตมา คนละสไตล์ ก็แล้วแต่ที่คนจะมีจริตนิสัยชอบอย่างไร ชอบอย่างอาตมามาเอา ไม่ชอบอย่างอาตมาชอบทางโน้นก็ไป ทางโน้นเยอะนะ แล้วไม่จบง่ายๆหรอก แต่ของอาตมามีจบ มีจบ ไม่มากเท่า ขอยืนยันว่าไม่มากเท่า มีแต่เนื้อๆ อันโน้น มีอะไรเยอะแยะต้องมาคัดออก เยอะกว่าจะเข้าถึงแก่น แต่ดูจะยังไม่ถึงแก่นเท่าไหร่ ได้แต่ผลใบไม้ดอก เปลือกก็ยังไม่ค่อยได้ สะเก็ด คือศีล ก็ยังไม่ค่อยได้ ศีลยังไม่เป็นอนิสงฆ์ 10 ประการ สมาธิคือเปลือก ก็ยังไม่ค่อยได้ หรือจะว่าไม่ได้เลยก็ได้ สะเก็ดก็ไม่เป็นสะเก็ด เป็น สีลพตุปาทาน สมาธิไม่ต้องพูดถึงเลย ปัญญาก็ไม่เข้าแก่นของปัญญา เอาปัญญา 8 อธิบายก็ไม่ถึง แก่น อย่าไปหวังเลยว่าจะมีวิมุติ ได้แต่ใบ ดอกผลงาม คือลาภสักการะ สรรเสริญเต็ม จริงไหม สภาวะที่กระแสหลักของสังคม ศาสนาพุทธเป็นอยู่นี้จริงไหม 650427 พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ อภิภูผู้รู้จบสัตตาวาสและวิญญาณฐีติ