ขณะนี้นายกฯประยุทธ์ยืนหนึ่งและจะไม่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3.docx
เนื้อหาในไฟล์
ขณะนี้นายกฯประยุทธ์ยืนหนึ่งและจะไม่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 จริงๆแล้ว อาตมาทำงานโพธิสัตวภูมิในยุคนี้ มันเป็นยุคที่ สิ้นไร้ไม้ตอกจริงๆ อาตมาเป็นหมากลางตลาดที่ ไม่มีคนช่วย ไม่มีตัวช่วย ฟังดีๆตรงนี้ แม้เกิดมามีพระโพธิสัตว์ธรรมิกราช 1 องค์ กับอาตมา ท่านก็ช่วยอะไรอาตมาไม่ได้มาก เท่าไหร่ เกรงใจส่วนรวม เพราะท่านเป็นกษัตริย์ ท่านจะไม่รับเถรสมาคม ท่านจะไม่รับรองอันนั้น เป็นฐานอาศัยซึ่งมันจำเป็น status quo ในยุคนี้ต้องอาศัยอันนั้น ไม่อาศัยไม่ได้ มาอาศัยโพธิรักษ์จะไปไม่ออกเลย เพราะยังมวลไม่พอ จริงๆแล้วเถรสมาคมจริงๆเลยพูดที่เขาดูดีมีปัญญามันไม่ขี้เหร่หรอก แต่มันมีจำนวนบริวารที่ขี้เหร่มีเยอะ อันนี้ต่างหากที่มันมาล้มล้างจุดเด่นของเถรสมาคมเอง เพราะฉะนั้นอธิบายไปแล้วก็จะเป็นความซับซ้อนอย่างนี้ มันเป็นไปได้อย่างสมสัดสมส่วนของมันอยู่ ถ้าเถรสมาคมบอกว่าเลิก ยกให้อโศกบริหาร ไหวไหม ไม่ไหว ไม่ไหวจริงๆ อย่างเขานั้นแหละ สามารถจะบริหารคนในฐานะพอๆกันได้ ของพวกเรานี้มันจะเอาอะไร ไปให้เขาได้ล่ะ เรามันไม่มีอะไร เพราะฉะนั้น มันไม่ได้ มันไปไม่ได้หรอก อย่างเขามีอะไร ที่มีอยู่เขามี จี๊เขาก็อู๋ ของเรา บ่จี๊ ไม่อู๋เลย จี๊น่ะ มันไม่ได้ เห็นไหมล่ะแต่ละสัดส่วน พูดไปก็จะชัดเจน มันไม่เหมาะสม มันเป็นไปไม่ได้ แล้วถ้าเราจะมีมากมายมี จี๊หรือเงินมาก มันก็ไม่ถูกตัวเราอีก ไม่เหมาะสมกับตัวเราเองนั่นแหละ มันขัดแย้งในตัวมันเองด้วย เพราะฉะนั้น มันจะต้องเป็นอย่างนี้แหละ เป็นเช่นนั้นแหละ เป็นเช่นนั้นเองเป็นเช่นนี้เอง เป็นพรรค์นั่นแหละ มันก็ได้ขนาดนี้แหละไปเรื่อยๆ ทีนี้ พาดพิงไปถึง ปัจจุบันธรรม แม้แต่มีนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เหมาะสมที่สุดแล้ว แต่คนเขาแย่งอำนาจ เขามองลบหลู่ มองดูถูก ผู้ที่ตะกละอำนาจ แสวงอำนาจ เขาก็ไม
อ่านต่อ
่เห็นความจริง เขาก็จะเอาตัวเขา เอาพรรคพวก ของเขาขึ้นมา ทั้งนั้นแหละมันเป็นธรรมชาติธรรมดา แต่สัจจะของธรรมะ พระสยามเทวาธิราชยังมีอยู่ มันยังเป็นไปได้อยู่ ตราบที่ พลเอกประยุทธ์ยังไม่กบฏต่อตัวเอง ยังทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริต ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แล้วรักษาสภาพสัจธรรมของตัวเองได้ประมาณนี้ อาตมาว่าไปรอด ก็ดูต่อไป มันไม่ใช่การพยากรณ์ ผู้ที่จะแย่งชิงอำนาจก็ยังมีอยู่ตลอดเวลา แล้วก็ดำเนินไป ตามหลักเกณฑ์ของสังคมประเทศ มีกฎหมายมีวิธีปฏิบัติ มันก็ไปของมัน ได้ไม่มีปัญหา ก็ดูไป พวกเราไม่ใช่ชาวดูไบ พวกเราเป็นชาวดูไป ก็ดูไปจริงๆ ดูไปเรื่อยๆ ซึ่งอาตมาก็เห็นว่า ที่อาตมามองออก เห็นชัดๆเลยก็คือ 1. พลเอกประยุทธ์นี้ อดทน 2. ไม่ประชด สำคัญนะตรงนี้ พลเอกประยุทธ์ อดทนและไม่ประชด ดำเนินไปตามเหมาะตามควร ไม่แสดงออกซึ่งการประชด ไม่เอาตัวตนเข้ามารับ ดีมาก และอาตมาก็เห็นว่าเขาอายุยังไม่ถึง 70 ยังไปได้ ท่าทางยังแข็งแรง แข็งแรงกว่าอาตมาเยอะ ยังทำได้ เพราะฉะนั้นยังมีเวลา ยังมีกำลัง ยังมีสังขารร่างกาย ใจเท่านั้นแหละ อย่าเพิ่งท้อถอยง่าย อย่างไรๆ ประเทศไทยยังอาศัยพลเอกประยุทธ์อยู่ อาตมามองจริงๆ มองไม่ออกว่า ใครจะมาเป็นคู่แข่ง ตอนนี้ผู้หญิงอุ๊งอิ๊ง เสนอมาตัวเป็นคู่แข่ง นายพิธา ทำอวดดีมาเป็นคู่แข่ง ตอนนี้ เขาเสนอ ดร.สมคิด มาเป็นคู่แข่งจะเป็นนายก อาตมาว่ายังนะ ยังไม่น่าเสี่ยง จะเสี่ยงให้อุ๊งอิ๊งขึ้นมาเป็นนายก เสี่ยงให้สมคิดมาเป็นนายกยังไม่น่าเสี่ยง เพราะว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว ประเทศเดียวในโลกมันเกี่ยวพันกับประเทศอื่นในโลกด้วย สมมุติง่ายๆ สมมุติ เอาอุ๊งอิ๊งขึ้นมา ประเทศอื่นๆเขาจะยอมรับกว่าประยุทธ์ไหม สำหรับอุ๊งอิ๊ง ประเทศอื่นจะยอมรับกว่า นอกจากครอบครัวของอุ๊งอิ๊งเอง หรือบริวารที่ดันก้นอยู่ เท่านั้นเอง ใช่ไหม โดยส่วนรวมคิดกว้างๆ ประเทศอื่นๆเขาจะ ยอมรับอุ๊งอิ๊งมากกว่า พลเอกประยุทธ์หรือ หรือแม้แต่ดร.สมคิดก็เถอะ ปัดฝุ่นขึ้นมา นี่พรรคอะไรกำลังยกสมคิดขึ้นมา ซึ่งมันก็ดี มันก็เป็นตัวอย่างของการเมืองระดับประเทศ ประเทศไทยก็มีพฤติการณ์การเมืองของประเทศไทย ประเทศอื่นเขาก็มี เกาหลีเหนือก็อย่าง 1 สหรัฐก็อย่างหนึ่ง รัสเซียก็อย่างหนึ่ง ซึ่งจะมาเทียบกันแล้วก็จะเห็นความต่าง ของแต่ละคู่ จับไปประเทศไหนมาเทียบก็จะรู้รายละเอียดได้ เราก็ศึกษาจากความจริงเรานี้แหละ ถ้าใครมีปฏิภาณปัญญาไหวพริบที่ละเอียดก็สามารถแยกแยะความต่าง ในมิติต่างๆในนัยยะสำคัญต่างๆของมันได้ สิ่งที่กล่าวที่พูดมาแล้วนั้นมันเป็นเรื่องจริงของพฤติกรรมสังคมมนุษยชาติ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ทำเล่นไม่ได้ เรื่องบ้านเมืองสังคมประเทศตัวเอง ทำเล่นก็ฉิบหาย ก็ทำจริงทั้งนั้นเท่าที่ตัวเองเก่งตัวเองสามารถเท่าไหร่ก็เท่านั้น อาตมาว่า ไม่ได้มีการออมมือกันหรอก แต่ละประเทศไม่ออมมือ แต่มันอยู่ได้ สังคมโลกทุกวันนี้ ไม่ถึงขั้นสงครามโลก เป็นสงครามเฉพาะ เล็กๆน้อยๆ ไม่งั้นก็ทะเลาะกันด้วยปากหอกเป็นหลัก เดี๋ยวนี้โซเชียลมีเดีย เหมือนปากหอก ว่ากันไปว่ากันมาอย่างนั้น เพราะฉะนั้นคนที่กลัว กลัวสงครามโลกครั้งที่ 3 อาตมาพูดตรงๆอาตมาไม่กลัว เพราะอาตมาไม่เชื่อว่า สงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิด ที่พูดอย่างนี้เพราะเหตุว่า คนในโลกปัจจุบันนี้แต่ละประเทศรู้แล้วว่าสงคราม ถ้าเป็นถึงขั้นสงครามโลก มันใหญ่ขนาดไหน และต่างคนต่างตุนระเบิดไว้คนละเท่าไหร่ มันจะเหลือประเทศในโลก แม้แต่ตัวผู้บริหารมันจะเหลือไหม ผู้บริหารพยายามรักษาตัวรอดอยู่นะ แต่นั่นแหละ มันจะแพ้ภัยตัวไหม เขาก็ต้องระวังเหมือนกัน ทำเป็นเล่นไปเถอะ เพราะทุกวันนี้มันเก่ง ที่อาตมาเคยสมมุติว่า จอมแม่นปืนสองคน หันหลังชนกัน (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สู่แดนธรรม.. ในบรรดาคนเก่งทั้งหลายในโลก ผมเห็นงูจงอาง 2 ตัวมันมีพิษเท่ากัน เลย แต่เวลาสู้กันมันไม่เคยที่จะเอาพิษของมันไปกัดคู่ต่อสู้ เพราะถ้ามันกัดเขา เขาก็กัดมัน มันก็รู้ว่ามันต้องตาย ผมก็เลยเห็นว่างูจงอาง 2 ตัวสู้อย่างไร มันปล้ำกัน มันเอาคอกดกัน ไปมา ใครหมดแรงก่อนก็แพ้แล้วก็หนีไป ไม่ยอมตายไม่ยอมใช้อาวุธ พ่อครูว่า... มันเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอาตมา ที่จริง พูดไปมันเหมือนประมาท อาตมาว่ามันไม่เกิดหรอกสงครามโลกครั้งที่ 3 (พ่อครูไอตัดออกด้วย) จะเกิดสงครามในประเทศย่อยๆอยู่แค่นี้ แล้วประเทศใหญ่ๆก็คุมเอาไว้อย่าให้มันมาก เหมือนเด็กๆตีกันบ้างก็ดูให้ควบคุมไว้ อย่าให้มันลุกลามไปมากมาย มันฆ่ากันเอง ก็ฉิบหายของมันเอง แล้วมันก็จะรู้ตัวเองว่าไม่น่าไปทะเลาะกันเลยฉิบหายก็คือกู กูเองนี่ ฉิบหาย ไปทะเลาะกันทำไมก็จะสำนึกกันขึ้นมา ผู้ที่รู้แล้วไม่จำเป็นต้องไปทะเลาะกับใคร ช่วยสร้างสรรค์ดีกว่า เพราะฉะนั้นเราไปไกลถึงขั้นว่า ผู้เจริญสร้างอาหาร แต่คนชั่วช้าสามานย์ยังสร้าง อาวุธ เขาเจริญไปถึงขั้นไหนแล้ว ให้สัญญาณแก่มนุษย์โลกเขาซะ เมื่อใด ประเทศที่เขารู้ จริงๆว่า อย่าเอาแรงงานไปสร้างอาวุธเลย อย่าเอาแรงงานไปสร้างอาหารดีกว่า เอาแรงงานไปสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารดีกว่า บางประเทศสร้างอาหารไม่ได้ง่ายๆหรอก บางที่เอาแรงงานไปสร้างเทคโนโลยีที่ซับซ้อนเช่นกันไป แต่ดีกว่า แทนที่จะไปสร้างอาวุธ ไปฆ่ากัน ซึ่งมันเข้าใจง่ายๆไม่ยากเลย จะไปสร้างอาวุธฆ่ากันทำไม แต่เพราะความกลัว ก็เลยต้องสร้างอาวุธมาฆ่ากัน สู้กันด้วยความหยาบๆ ซึ่งมันยังไม่เจริญ เพราะฉะนั้น คนเจริญจะเห็นว่าเอาแรงงานไปสร้างมันทำไมอย่างนั้น ไปฆ่าเขา เขาก็ฆ่าเราฆ่ากันอย่างนั้นแล้วมันจะทำร้ายกันเปล่าๆ เอามาสร้างสรรช่วยกันจะดีกว่าไหม ปฏิภาณปัญญาแค่นี้เข้าใจไม่ได้ ก็ยังโง่อยู่อีกนาน มาสร้างสรรช่วยกันให้เจริญดีกว่า ไปช่วยกันประหาร ทำลายกันให้มันย่อยยับกันไปเฉยๆ ทำไม จะทำลายกิเลสนั้น ทำลายเถอะทำลายเท่าไหร่ให้ย่อยยับให้หมดไปเรื่อยๆ นะดี จากตัวคนเลยดี นอกจากกิเลสแล้วจะไปทำลายชีวิตทำไมแต่ละชีวิตปรารถนาเจริญทั้งนั้น แม้แต่สัตว์มันก็พัฒนามีชีวิต ยิ่งมาเป็นชีวะของมนุษย์ มันก็ต้องปรารถนาความเจริญทั้งนั้น ไม่มีใครปรารถนาความเสื่อม อย่าไปทำเลยสิ่งที่ค้านแย้งกับสัจธรรมพวกนี้ เอาละ พูดไปจะกว้างเกิน สรุปเข้ามา หาความจริง ชาวอโศกเราเป็นมนุษย์เหมือนคนทั้งหลายในโลก แล้วเราสามารถทำสาธารณโภคีได้ ทำคนเป็นคนมีคุณสมบัติวรรณะ 9 มีคุณธรรมตามหลัก พุทธพจน์ 7 สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ ได้ แล้วมันทำได้จริง มันจึงเป็นจริง อยู่ในสังคมมนุษยชาติ บอกแล้วว่า แม้แต่คุณจะเสแสร้งให้เป็น คนมีคุณสมบัติ สาราณียะ เชิญสิ คุณสมบัติ ปิยกรณะ มีความรักมิติที่สูงขึ้นไปเชิญสิ ครุกรณะ เคารพกันอย่างรู้ขั้นรู้ตอน สังคหะ ช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน เชิญสิ ได้ช่วยเหลือกันทำได้ก่อนก็ทำใครยังทำไม่ได้ก็ตามกันไป เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ไม่ใช่เรื่องไม่จริงที่ไหน สัจจะพระพุทธเจ้ามาศึกษาให้ดีๆ แล้วทำไปเถอะ ตรงตาม พระพุทธเจ้าท่านตรัส ไปตามขั้นตอนต่างๆ อย่างที่พวกเราทำแล้วไม่ต้องไปตัดลัดขั้นตอน ทำตามลำดับยิ่งงดงาม ไม่มีฟันหลอ ไม่มีขั้นประดักประเดิดอะไรเลย เรียงลำดับลาดหลุมเหมือนฝั่งทะเลยิ่งกว่ากระจก ราบรื่น เรียบร้อย ง่ายงาม เป็นคำสรุปที่อาตมาสรุป ราบรื่น เรียบร้อย ง่ายงาม สำหรับอาตมาวันนี้ เวลาไม่ถึง 2 นาทีก็ขอจบเพียงเท่านี้ 650425 จิตวิญญาณแห่งสาธารณโภคีที่มีในชาวอโศก รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 35