660621 ศีลที่เป็นกุศลย่อมยังความเป็นอรหันต์โดยลำดับ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2566
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์40 KB
วันที่แก้ไข24 มิถุนายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

660621 ศีลที่เป็นกุศลย่อมยังความเป็นอรหันต์โดยลำดับ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53246.html

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1sAeXfbt03xjUOFzkvUJhFyZPnlivqnhn/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1h8tlkQlyg2-09pg_J4hKJIC4qXXfJrlD/view?usp=drive_link

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/fFsIpizZzBU และ https://fb.watch/liF1ppXycq/

สมณะเดินดิน… วันนี้วันพุธที่ 21 มิถุนายน 2566 ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 8 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก วันนี้ข่าวดังระดับโลกมีการลุ้นกัน มีพวกเศรษฐี 4-5 คนนั่งเรือดำน้ำที่จะลงไปสำรวจเรือไททานิคที่ล่มอยู่ก้นมหาสมุทร ความลึกระดับ 4 พันเมตร คือ 4กิโล เขาพาทริปทัวร์ไป 3-4 เที่ยวแล้ว แต่เที่ยวนี้อยู่ดีๆ สัญญาณหายติดต่อไม่ได้ ต้องระดมหลายประเทศช่วยเหลือ ลุ้นระทึกเพราะอ็อกซิเจนอยู่ได้ 3-4 วัน เวลานับถอยหลังยิ่งน้อยลง ยิ่งไม่เจอมันก็ลุ้นกันว่ารอดหรือไม่รอด การเดินทางอย่างนี้ไม่ใช่ถูกๆ ไปครั้งหนึ่งหัวละ 8 ล้าน 7 แสน มีมหาเศรษฐีระดับรวยๆจากหลายประเทศ อเมริกา ปากีสถาน ซีอีโอของคนที่คิดเรือดำน้ำก็ไปด้วย พ่อครูว่า… เศรษฐีหาทางเที่ยว นอกโลกเขาก็ไป นี่เที่ยวใต้น้ำ สักวันคงทะลุใต้ทะเลออกไปอวกาศเลย สมณะเดินดิน…บางทีก็ไปอวกาศออกนอกโลกไปเลย กลับมาฉลอง ดีใจที่กลับมาปลอดภัย คนมีสตางค์นี่ คิดอะไรนี่ถ้าเป็นเรา จ้างก็คงไม่กล้าไป จะเอาชีวิตไปทิ้งทำไม แต่คนมีสตางค์นี่เขาทำอะไรเพื่อได้เห็น ได้ฟัง ได้ดูสิ่งที่อะไรแปลกๆ แต่พระพุทธเจ้าตรัสว่า สิ่งที่เห็นที่แปลกไม่มีอะไรยอดเยี่ยมกว่า ทัสสนานุตตริยะ การเห็นอันยอดเยี่ยม ได้แก่ การเห็นพระตถาคตและสาวกของพระต

อ่านต่อ

ถาคต ซึ่งเป็นที่รวมให้เกิดความเจริญงอกงามแห่งจิตใจ อย่างนี้ไม่มาเห็นไม่มาดูกันเลย หรือว่า สวนานุตตริยะ การฟังอันยอดเยี่ยม ได้แก่ การสดับธรรมของพระตถาคตและสาวกของพระตถาคต อันนี้น้อยมากเลย แต่ถ้าอะไรบ๊องๆ ไม่ค่อยปกติคนจะดูกันเป็นล้าน พ่อครูว่า… พวกเรานี้มาทุกวันเลย สวนานุตตริยะ ได้ฟังธรรมทุกวัน เดี๋ยวอาจจะมาจะเทศน์ เรื่องจิตวิญญาณพวกนี้ สมณะเดินดิน…อันที่ 3 คือ ลาภานุตตริยะ การได้อันยอดเยี่ยม ได้แก่ การได้ศรัทธาในพระตถาคตและสาวกของพระตถาคต หรือการได้อริยทรัพย์ อันนี้เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม สิกขานุตตริยะ คือการศึกษาอันยอดเยี่ยม ได้แก่ การฝึกอบรมอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อันนี้ก็เป็นเรื่องที่พวกเราพยายามฝึกฝนศึกษากันอยู่ ปาริจริยานุตตริยะ การบำเรออันยอดเยี่ยม ได้แก่ การบำรุงรับใช้พระตถาคตและสาวกของพระตถาคต อันสุดท้ายคือ อนุสสตานุตตริยะ การระลึกอันยอดเยี่ยม ได้แก่ การระลึกถึงพระตถาคตและสาวกของพระตถาคต บทสุดท้ายเขาอธิบายว่า ที่ได้ชื่อว่า การเห็น การฟัง การได้ศึกษาสิ่งเหล่านี้ที่ว่าเป็นความยอดเยี่ยม เพราะว่า ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ ความล่วงพ้นจากโสกะปริเทวะ ความดับสูญจาก ทุกข์โทมนัส เพื่อการบรรลุญายธรรม ทำให้แจ้งซึ่งนิพพาน อันนี้ไม่เสียสตางค์เลยแต่แทบจะต้องจ้างคนมาฟังมาดูเลย สิ่งที่ยอดเยี่ยมอย่างนี้น้อยมาก อนุตตริยะ 6 ประการ อนุตตริยะ แปลว่า ภาวะอันยอดเยี่ยม สิ่งที่ยอดเยี่ยม ในหมวดอนุตตริยะ 6 นี้ กล่าวถึงการเห็น การฟัง การได้ การศึกษา การบำรุง และการระลึก ที่ยอดเยี่ยม เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ ล่วงพ้นโสกะปริเทวะ ดับสูญทุกข์โทมนัส และเพื่อการบรรลุญายธรรม กระทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน อนุตตริยะ 6 ประกอบด้วย 1. ทัสสสนานุตตริยะ การเห็นอันยอดเยี่ยม คือการเห็นที่ประเสริฐกว่าการเห็นอื่น ๆ หมายเอาการเห็นพระตถาคตและสาวกของพระตถาคต รวมทั้งสิ่งทั้งหลายที่จะทำให้เกิดความเจริญงอกงามทางจิตใจ ในปัจจุบัน ถึงแม้พระตถาคตได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว แต่พระธรรมวินัยของพระองค์ยังคงอยู่ การได้เห็นพระธรรมวินัยของพระองค์ ก็เปรียบเหมือนการได้เห็นพระตถาคตเช่นกัน 2. สวนานุตตริยะ การฟังอันยอดเยี่ยม คือการฟังที่ประเสริฐกว่าการฟังอื่น ๆ หมายเอาการฟังธรรมของพระตถาคตและสาวกของพระตถาคต ได้แก่การได้ฟังพระสัทธรรมของพระพุทธเจ้า เพราะเป็นการฟังที่นำประโยชน์มาให้ เป็นการฟังที่ทำให้เกิดปัญญาเห็นแจ้งสรรพสิ่งตามความเป็นจริง 3. ลาภานุตตริยะ การได้อันยอดเยี่ยม คือการได้ที่ประเสริฐกว่าการได้อื่น ๆ หมายเอาการได้ศรัทธาในพระตถาคตและสาวกของพระตถาคต หรือการได้อริยทรัพย์ ๗ ประการ คือ ศรัทธา ศีล หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ และปัญญา 4. สิกขานุตตริยะ การศึกษาอันยอดเยี่ยม คือการศึกษาที่ประเสริฐกว่าการศึกษาอื่น ๆ หมายเอาการศึกษาอบรมในอธิศีล อธิจิตต์ และอธิปัญญา คือการศึกษาและลงมือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สูงสุดคือพระนิพพาน 5. ปาริจริยานุตตริยะ การบำรุงอันยอดเยี่ยม คือการบำรุงที่ประเสริฐกว่าการบำรุงอื่น ๆ หมายเอาการบำรุงพระตถาคตและสาวกของพระตถาคต การที่ได้บำรุงพระพุทธศาสนาด้วยการสนับสนุนปัจจัย 4 แก่พระสงฆ์สามเณรผู้ประพฤติดีปฏิบัติชอบเพื่อธำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา ก็จัดเข้าในข้อนี้ 6. อนุสสตานุตตริยะ การระลึกอันยอดเยี่ยม คือการระลึกที่ประเสริฐกว่าการระลึกอื่น ๆ หมายเอาการระลึกถึงพระตถาคตและสาวกของพระตถาคต คือระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ ด้วยจิตใจที่เคารพบูชา นั่นเอง

พ่อครูว่า…ที่พวกเราได้มา เป็นลาภานุตตริยะที่ เอาเงินร้อยล้านมาซื้อ มาจ่ายก็ไม่ได้ เป็นลาภของพวกเราอย่างยิ่ง ที่พวกเราได้อยู่ทุกวันนี้

SMS วันที่ 19 มิ.ย. 2566 _คอยใคร...กราบเคารพพ่อครูครับ ช่วงนี้มีเรื่องผีมาเป็นประเด็นคุยกันหลายรายการเลยครับจากที่พ่อครูตอบเรื่องผีปอบไป ทั้งสมณะ ทั้งสิกขมาตุก็เอาเรื่องผีมาบรรยายธรรมฟังเพลินดีครับ ยิ่งเรื่องของสิกมาตุผาแก้วที่บอกต้องไปเซ็นชื่อว่า "มาแล้ว" ช่วงเดินไปก็กลัวไป มีเสียงอะไรหน่อยก็ต้องคอยคิดว่าเสียงอะไร แต่ทุกวันนี้สิกมาตุยืนยันว่าไม่กลัวผีแล้วครับ มาถึงเรื่องของผมบ้างครับ ถ้าผมนั่งฟังธรรมเพลินๆ เริ่มซึ้งในธรรมรส แล้วในครัวมีเสียงโครมคราม ผมมักตกใจและจะรีบคว้าไม้กวาดทันทีครับ ไม่ได้เอามาป้องกันตัวนะครับแต่ต้องกวาดบ้านหน่อยครับ เพราะถ้ายังนั่งฟังเพลินๆต่อ อาจได้นอนฟังพระสวดแทนครับ ทุกวันนี้ผมเลิกกลัวผีตั้งแต่มาฟังธรรมพ่อครูครับ แต่กลัวคนที่บ้านมากกว่าครับ มาเล่าสภาวะเท่านี้ก่อนครับ ขอกราบลาพ่อครูด้วยความเคารพครับ พ่อครูว่า… ดีมาก ฟังธรรมมาจนได้ดีนะคุณคอยใคร เรื่องผีเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน

_จนแท้ บุญคุ้มมาจน · ฝีปอบกับผีเปรต.ผีเดียวกันมั้ยครับพ่อ. พ่อครูว่า…เดี๋ยวฟัง

_นพดล ทองโคตร · ผี เป็นอุปาทานคนหลง ยึดว่ามี และเป็นลักษณะเดียวกันกับกามราคะมั้ยครับพ่อครู พ่อครูว่า… แต่ละคนๆมากันเป็นทิวเลยเรื่องผี อาตมาก็คิดจะเทศน์อยู่เหมือนกันเรื่องผี.. ใช่ กามราคะนี่แหละผี เดี๋ยวจะได้เทศน์ละเอียดๆ ติดตามฟังดีๆ _พร...ขออนุญาตกราบเรียนถามข้อสงสัยที่ว่า ..ความรู้ หรือธาตุรู้อย่างวิชชา ที่รู้ลึก รู้ละเอียด โดยการสัมผัสรู้ เป็นการรู้อย่างไร ขอ กราบรบกวนช่วยยกตัวอย่างด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณอย่างสูงยิ่งค่ะ พ่อครูว่า…ดี ฟังดีๆตรงนี้ ความรู้หรือธาตุรู้ ธรรมดาคนมีธาตุรู้เรียกว่า ความรู้ สัมผัสก็รู้ สัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ทำงานกระทบสัมผัส มันก็จะรู้ แล้วรู้อันนั้นเรียกว่า ธาตุรู้ทั่วไป ทุกคนมี ถ้าประสาทตา หู จมูก ลิ้น กายไม่เสีย ประสาทไม่เสีย มีการกระทบก็รู้สิ่งจริงตามความเป็นจริงเรียกว่า ธาตุรู้ ทีนี้รู้อย่างวิชชาเป็นอย่างไรไม่ใช่รู้สามัญ เป็นโลกุตระ ปัญญา ญาณ วิชชา เป็นธาตุรู้ที่เป็นความรู้ละเอียดลึกซึ้งขึ้น รู้จิตเจตสิก แล้วรู้จิต แยกจิตเป็นเจตสิกรายละเอียดต่างๆออก เช่น เวทนาก็แยกเวทนาได้ สัญญาก็แยกสัญญาได้ เวทนาก็มีหลายเจตสิกที่ทำงาน ซึ่งเราแยกกันตามที่พระพุทธเจ้าสอนกันมาถึง 108 สัญญาที่จริงมีมากกว่า 10 แต่เคยเรียนกัน สัญญา10 เป็นต้น เป็นสัญญา 2 สัญญา 3 สัญญา 4 อะไรซึ่งมีนัยยะต่างๆ กัน สังขารนี่เยอะเลย ปรุงแต่งกัน สังขารภายนอก ภายใน สังขารโลก สังขารทางกาย ทางจิตเป็นกายสังขาร จิตสังขารอะไรเยอะแยะ วิญญาณก็คือองค์รวม เป็นธาตุรู้ เป็นองค์รวมที่เป็นเจตสิกทั้งหลายแหล่ เวทนาก็ตาม สัญญาก็ตาม สังขารก็ตามมากมาย ก็ชื่อรวมว่า วิญญาณ ใครจะมาเรียนรู้วิญญาณ แยกเป็นรูปเป็นนาม เป็นสภาพ 2 ศึกษาตามจริง รูปกับนาม ทีละคู่ ทีละคู่ ตั้งแต่มันรวมกันเป็นอายตนะ เป็น 2 สภาพ รวมกันเป็นตัวตน มันเป็น 1 2ใน1 1ใน2 อายตนะ เสร็จแล้วเราก็สามารถแยกเป็นรูปเป็นนามได้ ศึกษาได้ เพราะฉะนั้น เริ่มต้นมีผัสสะแล้วมันก็เกิดเวทนา มันก็คือสังขารนั่นแหละ เวทนาปรุงแต่งขึ้นมา แล้วเราก็รู้รายละเอียดของเจตสิก เวทนาเจตสิกตัวต้น แยกเวทนาออก จนรู้ตัวตน ตัวจริง ตัวปลอม มันก็เหมือนเจตสิกเป็นพลังงานทางจิต จริงๆก็คือตัวอวิชชา เป็นตัวโง่ของเราเอง มันทำให้เราหลงไปตามนั้น ความไม่รู้ ได้ยินมา กิระดั่งได้ยินมาคือกิเลส กิระ กิละ หรือเอสะ นึกว่ามีจริง เสร็จแล้วก็หลงไปตามกัน จนมาได้ยินได้ฟังของพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าก็ลบล้างหมดเลยว่า มันไม่มีอะไร จริงๆแล้วมันคือการทำงานของตากระทบรูป หูกระทบเสียง จมูกกระทบกลิ่น ลิ้นกระทบรส กายสัมผัส จิตก็เป็นธาตุรู้ร่วมกันกับตาหูจมูกลิ้นกาย แล้วก็รู้ความจริงตามนั้น มันรู้จริงๆในขณะปัจจุบันกระทบแล้ว พอรู้ปั๊บมันก็หายไป ไม่มีอะไรเลย อนัตตา แต่มันมีสัญญาความจำของเรา พอกระทบแล้วจำได้ แล้วเราก็ยึด ยิ่งไปหลงอุปาทานตามที่คนเขาว่า อย่างนี้แหละเป็นของน่าได้ น่ามี น่าเป็น ยิ่งยึดใหญ่เลย หรือของนี้ไม่น่าได้ ไม่น่าเป็น ไม่เอา หนักเข้าไม่เอา ถึงขั้นเฮ้ยอย่ามาใกล้นะ ผลักแรงโกรธ มีอยู่กับตัวเราที่สัมผัส ไม่ยอมจะจัดการทำลาย มันก็เป็นพลังงานโง่ที่ทำงานหนักขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นเรามาเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าจบแล้วเนี่ย เป็นอรหันต์หรือยิ่งเป็นพระโพธิสัตว์ มันจะชัดเจนเลย อย่างอาตมาพูดไปขยายละเอียดไปได้เรื่อยๆ มันเป็นอัปปมัญญาหรือเป็นสิ่งที่หาประมาณมิได้เลย ปรุงแต่งกันอย่างละเอียดมากมาย อาตมาถ้าอายุสัก 200 ปีอาตมาก็ขยายความไปได้อีก จะตามฟังไหม…ตาม ถ้า 200 ปีก็อีกร้อยกว่าปีเท่านั้นเอง ยาวนานไปอีก 100 กว่าปีเอง อาตมายังมั่นใจว่า ชาวอโศกเราจะอายุยืน ตามดูเอาเองก็แล้วกัน แต่ละคนก็ตามดูของตัวเองนั่นแหละ ใครตายก่อนก็ไม่ได้ดูต่อ ใครอยู่ต่อก็ได้ดูต่อ เดี๋ยวอธิบายความรู้เรื่องผีให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นวิชชาของพระพุทธเจ้าเป็นความรู้ที่รู้จัก รู้แจ้ง รู้จริง รู้จบ

_ช่อทิพ หนูทอง · ดิฉันเป็นชาวอโศกมาหลายสิบปี ตอนนี้วิบากกรรมเบาบางแล้ว ถ้าจะทดลองไปอยู่บ้านราช เรียนถามพ่อครูว่า 1.ต้องไปขอนุญาตใครก่อน 2.อยู่อาศัยได้ที่ไหน 3.ลงฐานงานไหน คะ? พ่อครูว่า… มาเลยๆไม่ยากหรอก มา ง่ายที่สุดมาพบสิกขมาตุกล้าข้ามฝันก็ได้ เดี๋ยวจัดแจงให้ ปัญหาที่คุณสงสัยก็มาพบสิกขมาตุก็ได้ไม่ยาก สิกขมาตุดูแลอยู่ จะบอกว่าดูแลไม่ดูแลก็เป็นไปโดยปริยยนะ เหมือนผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ใหญ่เนอะสิกขมาตุกล้าข้ามฝัน แม่บ้านทางบ้านราช เป็นผู้ทำหน้าที่ เป็นสัจจะของสิกขมาตุเอง

_ชาญณรงค์ จินดาธรรม · พิธาซื้อลอตเตอรี่ถูกเลขท้าย 2 ตัวคือเลข 30...นั่นหมายความว่า เขาจะได้เป็น"นายกทิพย์"ไปอีกแค่ 30วัน หลังจากนั้นเขาจะได้เป็นว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านไปอีก 4 ปีครับ พ่อครูว่า…น่าฟังนะคำพยากรณ์อันนี้ Wait and See เราจะคอยดู คุณคนนี้พยากรณ์แปลกๆดี แต่ก็ดูมีเหตุปัจจัย

_ซึ้งซื่อ วิเชียร · กราบนมัสการพ่อท่านด้วยสุดเศียรเกล้าครับ ตอนนี้พ่อท่านได้ประกาศพระธรรมมิกราษฎร์แล้ว ผมอยากกราบเรียนพ่อท่านให้อธิบายคำว่า พระธรรมมิกราษฎร์จะต้องมีศีลขนาดไหนและปฏิบัติกายและจิตอย่างไรจึงจะได้เป็นเช่นนี้ครับ ขอสัมมาทิฏฐิด้วยครับ กราบนมัสการขอบพระคุณ พ่อท่านอย่างสูงยิ่งครับ พ่อครูว่า… ถามเข้าท่าดี จะรวมไปอธิบายที่บอกไว้แล้วจะอธิบายเรื่องผี เรื่องเทวดา เรื่องมนุษย์ ขยายความต่ออีกหน่อย เดี๋ยวค่อยกลับไปอธิบายละเอียด

_narongs.1816 ณรงค์ • รักษ์โฆษกทีวีบางขุนพรหมผูกนาฬิกาด้วยแต่อวดว่าเก่งแสดงโวหารทางธรรมะนิกายใหม่มีมากมายในประเทศไทยกรมศาสนาแลบ้างเปล่า ดูโฆษกแต่งแบบพระ? พ่อครูว่า… รักษ์ กล่าวชื่ออาตมาผิด อาตมาชื่อรัก ไม่มี ษ.ฤาษีการันต์ นั่นอดีต งานนั้นเลิกมาตั้งนานแล้ว เลิกมา 50 กว่าปีแล้ว อวดว่าเก่ง อันนี้ใส่ความอาตมา ใส่ความอาตมาว่ามีสาเฐยยะ อาตมาไม่มีความอวดพูดแต่ความจริง ถ้าจะพูดให้ถูกต้องอาตมาพูดความจริงเก่ง โวหาร คำนี้ไม่ใช่เป็นวาทกรรมโก้ๆ แต่เป็นภาษาที่บอกความจริง อาตมาไม่ได้เป็นนิกาย ใครเป็นนิกายคนนั้นอนันตริยกรรมเอง อย่าเอาเรื่องนิกายมาใส่อาตมา อาตมาจะขอ คุณไม่เข้าใจง่ายๆหรอกคำว่านิกาย คนทำนิกายไม่เข้าใจสภาวะนิกายคืออะไร อาตมาไม่ทำนิกาย ใครทำนิกายคนนั้นอนันตริยกรรม เพราะฉะนั้นใครมาทำให้อาตมาแยกจากสงฆ์ที่เขาแยก อาตมาไม่เคยจะแยกสงฆ์ นิกายคือการทำให้สงฆ์แตกแยก คนนั้นอนันตริยกรรม อาตมาไม่เคย อาตมาพยายามทำตามธรรมพระพุทธเจ้า เช่น เอ่อ..อยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ประกาศนานาสังวาส อาตมาก็ทำแต่เขาไม่เข้าใจ อาตมาทำตั้งแต่ 6 สิงหาคม 2518 เขาก็ไม่รู้ประกาศแล้วก็อยู่ดีมา จนถึง พ.ศ 2532 ผีเข้าอย่างไรก็ไม่รู้ เถรสมาคมโดยเฉพาะผู้รู้ที่เป็นปราชญ์เอกชี้นำมา ซัดอาตมา ทำอธิกรณ์อาตมาเลย นานาสังวาสทำอธิกรณ์กันไม่ได้ อาบัติ ผิดธรรมวินัย เขาก็มาจัดการกับอาตมาจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ต่างๆนานา ล้วนแล้วแต่อวิชชชาหรือมิจฉาทิฏฐิของเถรสมาคมที่เป็นความเสื่อมอย่างสูงมาก มาจัดการอาตมาทั้งนั้น ก็เป็นอกุศลเป็นบาป อาตมาได้แต่สงสารไม่รู้ทำอย่างไร อาตมาถูกทำโดยไม่ตอบโต้ ไม่ให้มันแรง เขาก็ทำเอาๆอย่างย่ามใจเพราะความโง่อวิชชาของเขามันผลักดันให้เขาทำ ขออภัยนะที่อาตมาอธิบายธรรมะนี้เป็นสัจธรรม อธิบายความจริงจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้ว ถ้าผู้ที่ตั้งใจฟังธรรมะด้วยดี สุสูสัง ลภเต ปันยัง จะเข้าใจว่า อ้อ..นี่เราทำผิดเหรอ อ้อ..ที่เราทำเสียหายเหรอ 50 กว่าปีที่อาตมาแสดงตัวแล้วก็แสดงธรรมตลอด อาตมายังไม่ตายพูดได้แสดงได้ ยังมีเวลา มีกำลัง มีแรง อาตมาเกิดมาชาตินี้ไม่มีงานอื่น มีแต่งานนี้แล้วจะไม่ให้อาตมาทำ ไม่ได้ นอกจากไม่ได้แล้วคุณจะบาปหนาด้วยที่จะไม่ให้อาตมาทำ พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วทำงานนี้งานเดียว 45 พรรษาจนกระทั่งปรินิพพานไปแล้ว มันเป็นเรื่องสุดยอดของมนุษย์แล้ว สูงสุดเป็นอนุตตริยะอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นอาตมาเกิดมาก็ต้องมาทำเรื่องนี้แหละ แสดงโวหารเก่ง นิกายใหม่ ไม่มีนิกายพูดไปแล้ว อย่ามาบาปใส่อาตมา คุณจะสร้างบาปก็เรื่องของคุณ คุณจะเป็นนิกาย ใครมีความเข้าใจอวิชชาที่เป็นการแยกแยะสงฆ์นี่ผิดมาก เห็นความแตกต่างให้ได้อย่าไปเห็นความแตกแยก แตกแยกเพทะ เพทา ไม่ได้ เป็นนิกาย เห็นความแตกต่าง ไม่ใช่แตกแยก เห็นความนานาให้ได้ เห็นความจริงให้ได้ เพราะฉะนั้นคนไหนทำใจในใจอย่างถูกต้องกำหนดถูก จิตของเราไม่พยายามไปเพ่งโทษมองเป็นนิกายหรอก มันบาปเป็นอนันตริยกรรม ให้มองเป็นนานาสังวาส นานาสังวาสมากก็แตกต่างกันมากก็ว่ากันไป ปฏิโกสนากันได้ตำหนิกันได้ค้านกันได้อย่างนั้นไม่ถูกอย่างแรงๆ ค้านกันดังค้านคอแตกก็เรื่องของคุณ ค้านได้ อาตมาค้านอยู่ ตำหนิอยู่อย่างนี้ ปฏิโกสนาได้ อย่าไปฟ้องร้อง อย่าไปหาเรื่อง อย่าไปอธิกรณ์ อย่าไปทะเลาะวิวาท อย่างนี้ผิด นี่คือสัจธรรม คุณไม่รู้เรื่องอะไรก็มาว่าอาตมา อาตมาก็สาธยายธรรมให้ฟังก็ฟังให้ดี มีนิกายใหม่มากมายในประเทศไทย คุณระวังให้ดีเถอะไปเห็นนิกายอะไรมากมาย เขาก็แตกต่างกันไป มันก็ยึดถือกันไปสารพัด เดี๋ยวจะได้สาธยายรายละเอียด เรื่องจิตวิญญาณที่อวิชชา อยู่ในนั้นหมด กรมการศาสนาแลบ้างเปล่า กรมการศาสนาก็แล จะทำอะไรได้ นอกจากเป็น จนท.กรมการศาสนาเป็นฆราวาสนะก็ทำอาชีพเลี้ยงตัวไปเท่านั้นเอง ดูโฆษกแต่งแบบพระ? มาศึกษาดีๆคุณณรงค์ อย่ามองอาตมาผิด คุณจะเสียประโยชน์ มองอาตมาดีๆศึกษาดีๆฟังด้วยดีไป ศึกษากันไป อย่าเพิ่งติเรือทั้งโกลน โดยเฉพาะติเรือด้วยอวิชชา

_PayongsakKongsila พยงค์ศักดิ์ ก้องศิลา • แล้วท่านละเรื่องทางโลกได้รึยัง จิตยังวุ่นวายอยู่ใช่ไหม อืม ไม่น่ารอดๆ เกิดแต่กรรม พ่อครูว่า…ได้แล้ว ได้แล้วจริงๆคุณเอ๋ย เรื่องโลกียะ เรื่องลาภยศสรรเสริญโลกียะ เถรสมาคมเขาละไม่ได้ แต่อาตมาสิละมาได้อย่างบริสุทธิ์บริบูรณ์ ฟังดีๆนะคุณพยงค์ศักดิ์ ท่านล่ะ ละเรื่องทางโลกได้หรือยัง ตอบว่าได้แล้ว คุณไปมองทางพระเถรสมาคมนั้นแหละที่ยังละเรื่องทางโลกยังไม่ได้ ลาภ ยศ สรรเสริญ ก็อยู่อย่างนั้น สุขก็เสพเสวยอยู่อย่างนั้น รู้เรื่องที่ไหนขายขี้หน้าลูกพระพุทธเจ้า อาตมาว่า คุณจิตยังวุ่นวายอยู่เยอะ ไม่น่ารอดๆ เกิดแต่กรรม พูดภาษาสูงเสียด้วย คุณนั่นแหละจะไม่รอด อาการน่าเป็นห่วง ไม่รอด ไม่รอด ไม่รอด คุณนั่นแหละเกิดแต่กรรม โดยเฉพาะแค่ทิฏฐิก็ยังไม่สัมมาอะไร คุณพงษ์ศักดิ์เรียนดีๆศึกษาดีๆ มองอาตมาในมิติใหม่ดีๆอย่าไปมองในมิติเดิม ตั้งใจศึกษาดีๆตั้งใจฟังธรรม ฟังด้วยดีจะได้ปัญญา ถ้าฟังด้วยเพ่งโทษได้บาปแน่นอน

สู่แดนธรรม… พ่อท่านทำความวุ่นให้วายแล้วครับ พ่อครูว่า… คนนี้เอาภาษาคำว่า วุ่นวาย มาใช้แยก วิเคราะห์ อย่างนี้เดี๋ยวมหาประยุทธ์ว่าเอานะ นี่ยอดเยี่ยมในการวิจัย เก่งมาก วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ยอดเยี่ยม

สู่แดนธรรม…แล้วก็สามารถที่จะวุ่นอยู่กับเขาได้ โดยความวุ่นมันไม่มี พ่อครูว่า…ใช่ๆ อาตมาก็แยกศัพท์แบบนี้เก่ง มหาประยุทธ์ก็ซัดอาตมาน่าดู จริงๆพยัญชนะนี่ คำที่เอามาแยกแล้วก็เข้าใจถึงสภาวะธรรมที่ดีเอาไปใช้ประโยชน์ได้ เข้าใจ เช่น พระบ้านนอกท่อง นะโมตัสสะ..ว่า เอ้อเข้ามาน้อมน้อมเข้ามา ตัดซะ ตัดกิเลสอย่างโน้นอย่างนี้ แยกศัพท์อย่างนี้มันได้ประโยชน์เข้าสภาวะ ถ้าไปติดอยู่ที่พยัญชนะ ยึดพยัญชนะ แปลผิดทุกอย่างก็จะผิดไปหมดอะไรอย่างนี้ ทั้งๆที่เขาแปลเข้าหาสภาวธรรมที่ดี คนฟังเข้าใจแล้วเอาไปปฏิบัติได้บรรลุธรรมเลย แต่เขาก็ไปติดอยู่ไวยากรณะ วจีวิภาค วากยสัมพันธ์ ฉันทลักษณ์อยู่นั่นแหละ ติดอยู่ในความรู้หลักเกณฑ์ ซึ่งมันเกิดทีหลังสภาวะ น่าสงสารคนพวกนี้หลงอยู่ในความรู้ แล้วก็เลยชาตินี้ไม่ได้บรรลุธรรมอะไร ก็วิเคราะห์วิจารณ์ไป ใครฟังด้วยดีก็ได้ปัญญา

_@Sayan สายัณห์ ...กราบนมัสการพ่อท่านค่ะ การที่เราทำเกษตรแล้วรู้สึกชอบพืชที่เราปลูก เมื่อพืชถูกแมลงทำลาย รู้สึกว่าจิตตก ขัดใจ แต่ไม่มาก(ปฏิฆะ) แบบนี้หมายความว่า เรายังติดอยู่ในรูปภพใช่ไหมคะ พ่อครูว่า… ใช่ ยึดเป็นเราเป็นของเรา ยึดเป็นภพเป็นชาติ ว่านี่เป็นเราเป็นของเรา พืชเรานะ แมลงมาแย่งเจาะของฉันนะ ฉันก็ขัดใจ จิตตกเพราะว่าเรียนมาสูง เราจะฆ่าแมลงก็ไม่ฆ่าสัตว์ แต่จิตตก ไม่ชอบใจที่เธอแย่งกินผักฉัน ฉันรักพืชชอบพืช อ่านจิตอย่างนี้ออกดีแล้ว ก็แบ่งกันกินบ้าง จะไม่ให้มันกินเลย มันจะอยู่อย่างไร ทำอะไรที่พอจะแก้ไขไปให้คลายบ้าง มันปลูกไม่เป็นแต่เราปลูกเป็นก็ดีแล้ว เป็นกุศลเผื่อแผ่กันไป ใจเผื่อใจแผ่กันสิ เพิ่มพูนการเสียสละไป ทำไปเรื่อยๆก็จะเจริญ เป็นภพเป็นชาติตามที่คุณถามมาว่าใช่ไหม ใช่

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน เรื่องผี เรื่องจิตวิญญาณ เรื่องเทวดา เรื่องมนุสโส พ่อครูว่า… ทีนี้มาเข้าเรื่องผี เรื่องจิตวิญญาณ เรื่องผี เรื่องเทวดา เรื่องมนุสโส ฟังดีๆ จิตผี ภาษาไทย ผี ภาษาบาลีเป็นเรื่องของมาร เปรต สัตว์นรก อวินิปาตะ อะไรพวกนี้ต่างๆนาๆ พวกที่ตกลึกจนไม่รู้จะลึกยังไง อวินิปาตะ ตกลงไปในที่ต่ำ ในที่เสื่อม ในที่โง่ จิตของเรานี่แหละ มันเป็นอย่างนี้ อยู่ในตัวเรา ยังอวิชชา ยังเป็นจิตผี จิตตกต่ำ จิตไม่เจริญ การเจริญของจิตนั้น ขั้นที่ 1 เขาเจริญแบบโลกีย์ มันมีความเจริญอยู่ 3 ประการ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ 1. สมมุติเทพ เทพหรือเทวดา แปลว่า จิตเจริญ 2. อุปปัตติเทพ 3. วิสุทธิเทพ เป็นเทวดา 3 ประการ สมมุติเทพ คือ โลกีย์ อุปปัตติเทพกับวิสุทธิเทพ เป็นโลกุตระ จิตเจริญแบบโลกุตระ มาวิเคราะห์วิจัยเรื่องสมมุติเทพ เทวดาโง่ สมมุติโลกีย์นี่เทวดาโง่ เทวดายังไม่เจริญ เทวดาคือจิตของคน จิตในปัจจุบันนี่แหละ จิต 1.ฆ่าสัตว์ คนฆ่าสัตว์นี่ก็จิตไม่เจริญแล้ว สัตว์เดรัจฉาน สัตว์อะไรก็แล้วแต่ สัตว์ใหญ่ สัตว์เล็ก ไม่เจริญ ไม่ใช่มนุษย์ เป็นสัตว์เดรัจฉาน เป็นพวกตกต่ำ เป็นพวกสัตว์นรก อวินิปาตะ 2.ยังลักทรัพย์ ยังเอาของที่ไม่ใช่ของเรามาเป็นของเรา เป็นทุจริต ยังเป็นสัตว์นรก ทุจริตมากโกงมาก อย่าว่าแต่โกงเลย เอาเปรียบเอารัดมากก็ยังเป็นสัตว์อยู่ ยังไม่ใช่เทวดาเจริญ ยังเป็นสัตว์ 3.ยิ่งไปติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส อย่างไปหลงละเมอเพ้อพกกับสิ่งเหล่านั้นแล้วหลงว่าเป็นเทวดา หลงว่าเจริญ หลงว่าได้เสพรส สวย มายา เสพสวยสมใจสุข ทุกข์ ยิ่งสุขหนักทุกข์หนัก โง่หนัก ปรุงแต่งหนัก ลึกเข้าไปหนัก โง่เข้าไปหนัก ปรุงมาเสพ ปรุงมาหลอกคน ดีไม่ดีปรุงมาขายอีก หลอกมาให้คนซื้อ เอาของเล็กๆน้อยๆมาหลอกโฆษณาใช้จิตวิทยา ราคาได้แพงอีก ยกเป็นของไฮโซอะไรไปอีก พวกนี้พวกมิลักขะ พวกคนเถื่อนคนไม่เจริญ ไม่ใช่อริยกะ เป็นคนเถื่อนแท้ เพราะฉะนั้นในศีล 3 ข้อนี้ ศีลข้อ 4 วาจา เพราะฉะนั้น 3 ข้อเป็นอย่างไร คุณก็พูดอย่างนั้นเป็นวาจา เพราะจิตของคุณ ข้อ 4 เพราะมัวเมาโมหะหนัก จิตที่โง่ที่หลงหนักก็พูดอย่างนั้นเพราะทำอยู่ 3 ข้อนี้ ถ้ายังฆ่าสัตว์ก็ไม่ใช่จิตมนุษย์แล้ว ไม่ใช่ผู้ที่จิตสูงแล้ว ยังฆ่าคน ยิ่งไม่ใช่มนุษย์หนักเข้าไปอีก ยิ่งสร้างอาวุธฆ่าคน ยิ่งคนเถื่อน มิลักขะหนักเข้าไปอีก เพราะฉะนั้น ใน มิจฉาวณิชชา 5 อย่าง 1.การค้าขายอาวุธ (สัตถวณิชชา) 2.การค้าขายสัตว์มีชีวิต (สัตตวณิชชา) 3.การค้าขายเนื้อสัตว์ (มังสวณิชชา) 4.การค้าขายสิ่งมอมเมา (มัชชวณิชชา) 5.การค้าขายสิ่งที่เป็นพิษ (วีสวณิชชา) (พตปฎ. เล่ม 22 ข้อ 177)

5 อย่างนี่ถ้าเข้าใจจริงแล้วเลิกเลย เป็นมนุษย์แต่คนที่ยังค้าขาย 5 อย่างอยู่นี้ยังเป็นเดรัจฉาน ยังเป็นสัตว์ สัตว์ต่ำสัตว์ตกนรกลึก ยิ่งมากหนักเท่าไหร่ ยิ่งฆ่าสัตว์ แล้วสร้างอาวุธฆ่าคนด้วยยิ่งบาปหนัก ยิ่งอวิชชาเป็นคนเถื่อนแล้ว ไม่ใช่คนเจริญ ไกลความเป็นมนุษย์มาก แล้วหลงว่าตนเป็นเทวดา จะเป็นจตุมหาราช จะเป็นเจ้าโลก มีอำนาจบาตรใหญ่ ทุกวันนี้ที่ศาสนาเทวนิยมเขาไม่รู้เรื่องเลย แต่พอฟังออกว่าด่ากูนี่หว่า ดีไม่ดีเขาจะถือสาเอา อาตมาเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดความจริงให้ฟัง พูดความจริงระหว่างพวกเรา อาตมาโชคดีที่พูดภาษาฝรั่งไม่ได้ก็เลยไม่มีคนต่างประเทศมาเข้าใจแล้วก็ไม่มีใครแปลบรรยายธรรมะที่อาตมาพูดด้วย นี่เป็นกุศลของอาตมา ถ้าไม่อย่างนั้นคนแปลออกไป นั่นมันด่ากูนี่หว่า อาตมาเจอแน่ได้เรื่องแน่ เพราะอาตมาวิเคราะห์วิจารณ์ไปจนกระทั่งถึงพระเจ้า ถึงศาสดาเทวนิยมที่พากันอวิชชา ต้องพูดขออภัยหน่อย แล้วมันเป็นความจริงที่ต้องขออภัย ด้วยมารยาท มารยาทผู้ดีก็ต้องขออภัยเขาเพราะไปตำหนิเขาหนัก เพราะเขายกย่องเชิดชูบูชากัน เพราะเขาเข้าใจเช่นนั้นจริง เขาทำอย่างนั้นจริง ซึ่งมันก็ต้องพูดกัน จะว่าเป็นการข่ม เป็นการตำหนิก็ถูก เป็นนิคคัณหะ หลักธรรมของพระพุทธเจ้า ศีล 5 เป็นศีลที่ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ คนที่มีคุณธรรมศีล 5 จริงจิตเจริญ เอาศีลมาอธิบาย อาตมาอธิบายธรรมะชั้นสูงนะ เอาศีลมาอธิบายก่อน ในศีลนี่แหละเป็นอภิธรรมที่ลึกซึ้ง จะขออธิบายดังต่อไปนี้ ศีลข้อที่ 1 ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะวางศาตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณา หวังประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ อธิบายแค่นี้แหละ เดี๋ยวจะขยายความ 1. ละการฆ่าสัตว์ คุณยังฆ่าสัตว์อยู่ คุณยังเป็นผี ยังเป็นสัตว์ชั้นต่ำ คนที่ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เอาสัตว์มาค้ามาขายมาเลี้ยงเอ็นดู เอามารักมาชังก็เป็นกรรมวิบากอยุ่แล้ว สัตว์เขาก็อยู่ไปตามประสาเขา ตามวิบากของเขา เรามีวิบากมาเยอะไม่ว่ากับสัตว์หรือกับคน แม้แต่สัตว์เดรัจฉานต่างๆ คุณก็กินเขามาหนัก ฆ่าเขามาหนัก เลิกซะบ้างเถอะชาตินี้ ฟังอาตมาหน่อย เลิกเสียได้ คุณจะได้ตัดบ่วงกรรม ตัดกรรมบ้าง ไม่กินเนื้อสัตว์ เทวนิยมเขาไม่รู้เรื่องของกรรมวิบาก การไม่กินเนื้อสัตว์ เขาก็นึกแค่เป็นการกินเพื่อสุขภาพหรือเพื่อแฟชั่น เขาไม่เข้าใจเรื่องกรรมวิบากที่ซับซ้อนลึกซึ้งมากที่สุดเลย อาตมาขอซ้ำ เคยพูดอธิบายหลายทีแล้วใน ชีวกสูตร ซึ่งเป็น บาป 5 ประการ บาป 5 ประการนี้ที่เกี่ยวกับสัตว์ 1. ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา” สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตุง (อุทิศ, อุททิสสะ คือ เจาะจงมุ่งหมายไปที่สัตว์ชื่อนั้น) 2. สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ย่อมได้เสวยทุก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน