ประชาธิปไตยแบบคอมมูน 2 สภาวะ มีสาธารณโภคี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข3 กันยายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

ประชาธิปไตยแบบคอมมูน 2 สภาวะ มีสาธารณโภคี สาธารณโภคียังต้องพูดกันอีกนานมาก เพราะคนยังไม่เข้าใจ ยังไม่ไว้ใจ 1. การเมืองที่ใช้ความสงบสยบความรุนแรง เขาก็ยังเข้าใจไม่ได้ ทั้งๆที่เรามีตัวอย่างแล้ว เราใช้ความสงบสยบความรุนแรงไปปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาลตั้ง 3-4 รัฐบาล ทำเสร็จมาแล้วเป็นตัวอย่างในประเทศไทย เขาก็ยังไม่เข้าใจไม่เชื่อ ไม่ใช่ เขาก็บอกว่าพลเอกประยุทธ์มาปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งมันยากที่จะเข้าใจ อันนั้นมันเป็นผู้รับไม้ต่อจากประชาชน เขาก็บอกว่าผมขอยึดอำนาจ ก็ไม่ผิด ถ้าไม่ใช้คำนี้ก็ไม่รู้จะใช้คำไหน บอกว่าให้ออกไปฉันจะเอาแล้ว ก็บอกว่าฉันขอยึดอำนาจ ก็ไม่มีทางสู้อะไรเพราะยึดมาง่ายๆมันจบแล้ว ลงตัวแล้ว ไม่มีทางกระดิกอะไรแล้ว หมดฤทธิ์ ตายอย่างเขียดเหยียดขาตายแล้ว จากที่เราได้ทำมาแล้ว เขาก็พยายามทำแบบเรา ลอกเลียน อย่างพวกสามนิ้วทำ แต่เขาทำอย่างเราไม่ได้หรอก อย่างดีก็โบกธงได้ เขาเอาสีไปสาดให้มันเลอะเทอะ เอาประทัดไปยิง แม้ไม่เป็นลูกปืนฆ่ากัน มันก็ค่อยๆดีขึ้น ต่อไปจะรู้ว่ามันบ่มีไก๊ ทำไปก็ไม่ได้เรื่องไม่ชนะ สุดท้ายเขาจะเข้าใจ แต่นี่เขาก็ไม่ยอม เขาก็ว่าจะได้ๆๆๆ ไม่ต้องเอาแต่ที่ประท้วงภายนอก แม้แต่ในสภา ใครจะโกหกอย่างไรก็ไม่ผิด มันเลยเละตุ้มเป๊ะเลยในสภา หาเรื่อง fake news หาเรื่องมาว่า ปั้นเรื่องมาด่า สบายๆ ก็ไม่เกี่ยว ก็ไปว่าความทีหลัง พวกนี้ก็เสี่ยง แต่หากเขาล้มรัฐบาลได้เรื่องพวกนี้ก็เงียบไป

สาธารณโภคี มันมี 2 คำ สาธารณะ กับ โภคี โภคี คือการอุปโภคบริโภค การรับเข้ามาหาเรา เลี้ยงชีวิตเรา สาธารณะ ก็คือของส่วนกลาง แล้วของส่วนกลางที่มี ที่จะกินใช้ร่วมกัน ก็ต้องอุดมสมบูรณ์ หากมันไม่พอกินมันก็ฆ่ากันเลย สาธารณะที่ขาดเขินบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ไม่เต็ม ไม่ถ้วนทั่วไม่ทั่วถึง ก็จะแย่งกัน ฆ่าแกงกั

อ่านต่อ

น เพราะฉะนั้นสาธารณะก็ต้องอุดมสมบูรณ์ด้วย ทำอย่างไรมันถึงจะสมบูรณ์ อาตมาว่ายืนยันได้เลย พลังงานของคน วิริยารัมภะ ยอดขยัน ขยันให้มาก ทำงานในสิ่งที่ควรทำ สรุปลงมาที่อาหารการกิน มาทำจนกระทั่งมันเหลือมันเกินที่เรากินเราใช้ ในสังคมอาตมาพยายามวิจัย มันมีคนที่จะต้องเผื่อเขาไว้ เพราะเขาเลี้ยงตนไม่รอด เด็ก 2. คนแก่ที่ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำได้แล้ว 3. คนป่วย 4. คนพิการ 5. คนไม่เต็มเต็ง คนบ้าบ้าบอๆพูดไม่รู้เรื่อง คน 5 ชนิดนี้ต้องทำเผื่อเขา ไม่มีใครอยากจะเป็นเด็กที่เลี้ยงตัวเองไม่รอด ไม่มีใครอยากจะแก่เลี้ยงตัวเองไม่รอด ไม่มีใครอยากเจ็บป่วยหรือพิการจนเลี้ยงตัวเองไม่รอด ไม่มีใครอยากบ้าๆบอๆจนเลี้ยงตัวเองไม่เป็น ไม่มี แต่มันจำนนและสุดวิสัย ส่วนคนขี้เกียจกับคนขี้โกง 2 ประเภทนี้เหยียบให้ขี้แตกเลย มันไม่เข้าท่า นี่พูดกันอย่างสำนวนลีลาของโพธิรักษ์ แรงๆ อย่างนี้หน่อย ดูหยาบนิดหน่อย ในสาธารณโภคีสำคัญที่อาหารการกินเป็นหนึ่งในโลก ให้เหลือกินเหลือใช้ เพราะฉะนั้นเรื่องเครื่องใช้เครื่องเคียงเครื่องประกอบมันเฟ้อ มันไม่ต้องมากมายหรอก มันก็อยู่ในนั้นแหละที่จริงแล้ว ก็อยู่ในของกินของใช้นั่นแหละไม่มีอื่นหรอก เพราะฉะนั้นเนื้อแท้สาระสำคัญที่ยังชีพอยู่ก็คือธาตุ ทางวิทยาศาสตร์เขาก็รู้ว่าจะกินธาตุอะไรเข้าไปเลี้ยงขันธ์ ก็ให้มันได้สมบูรณ์พอดีพอเหมาะ กินสวยขี้สวย สบาย อาตมาทุกวันนี้ขี้ เขาก็ต้องถ่ายรูปไว้ดูว่าสวยหรือไม่ ถ้ามันไม่สวยก็จะดูว่าอะไรเป็นอะไร จริงๆ สาธารณโภคีต้องมีของกินของใช้อาศัยชีวิตอย่างอุดมสมบูรณ์ อุดมสมบูรณ์จนกระทั่งเผื่อแผ่ผู้อื่นได้ จบ พึ่งพาตนเองรอดเผื่อแผ่คนอื่นได้ อันนี้พูดไว้หมดแล้ว 1. ไม่เป็นหนี้ 2. พึ่งตัวเองรอด 3. ทำให้เหลือให้มากให้เกิน 4. เผื่อแผ่แจกจ่ายผู้อื่น ในชาวอโศกพิสูจน์พวกนี้ได้จึงเกิดสาราณียธรรม 6 ได้จริง ไม่ต้องขาดแคลนจะต้องแย่งชิง มีเหลือเผื่อผู้อื่น เป็นลักษณะของเศรษฐศาสตร์ที่สมบูรณ์แบบ จึงอยู่กันอย่างสบาย อยู่อย่างสงบสบาย นอกนั้นความไม่เที่ยงของทิฏฐิกับหลักเกณฑ์ หลักเกณฑ์นี้ไม่เที่ยงยิ่งกว่าหลักทิฏฐิ ทิฏฐิทำให้เที่ยงได้ จนมีสัมมาทิฏฐิชัดเจนจริงจัง

แต่ในสัมมาทิฏฐิต้องขึ้นกับองค์ประกอบด้วย จะไปยึดมั่นถือมั่นตายตัวใช้กับทุกองค์ประกอบไม่ได้ นัยยะอันนี้ลึกซึ้ง เทวนิยมเข้าใจอันนี้ไม่ได้ ไม่มีสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 เทวนิยมชาวขาเดียว ที่ไม่มีรายละเอียดของจิตเจตสิกรูปนิพพานนั้นเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่จะเป็นสิ่งเหล่านี้ได้จะต้องเป็นลัทธิบุญนิยม ต้องเป็นระบบบุญนิยม ต้องอยู่กันอย่างใช้หลักวิธี ของบุญนิยม บุญ คำนี้ก็ต้องเข้าใจซาบซึ้ง เข้าใจจุดสำคัญด้วย บุญ มีนิยามของมันชัดเจน เป็นเพชฌฆาตมือสุดท้าย ฌานเป็นเพชฌฆาตเหมือนกันแต่เป็นสภาพ 2 อันแรกคือสภาพฆ่ากิเลส อีกสภาพคือใช้อาศัย แต่บุญมีหน้าที่ฆ่ากิเลสอย่างเดียวไม่ได้ทำหน้าที่อื่น ฆ่าให้สูญไม่เกิดอีกเลย ถ้าไม่อย่างนั้นไม่มีปรินิพพานเป็นปริโยสานไม่มีนิพพานสูงสุดจบรอบ ถ้าหากบุญไม่มีลักษณะจบไม่มีคุณธรรมจบ เพราะฉะนั้นบุญจึงเป็นตัวชี้บ่งถึงความจบกิจจริงๆ คนที่บุญทำงานจบสุดก็คือกิเลสอาสวะสิ้น หรือกิเลสอนุสัยสิ้น จบ เริ่มต้นอาสวะสิ้น ก็ถือว่าเป็นอรหันต์แล้ว เป็นปัญญาวิมุติ ถ้ายิ่งรู้จักอนุสัยอีก อนุสัยเป็นภาษาสิริมหามายา โดยพยัญชนะมันคือตัวตนที่เล็กที่สุด อนุ กับ สยะ ตัวปลายที่สุดแล้ว ใช้พยัญชนะตัวที่สุดแล้ว คือ ส กับ ย เป็นเศษวรรค ตัวที่ 5 คือกลางที่สุดของ 9 สองฝั่งคือ4 กับ 4 หาก 10 ก็ไม่เคลื่อนมันก็นิ่งแล้ว จึงใช้พยัญชนะตัว ส ตัวที่ 5 กับ ย คือตัวที่ 1 พอใช้ ส กับ ย คือ ไม่ใช่พยัญนะวรรค ไม่ใช่ สก แต่เป็น สย ถ้า สว กับ สย เพราะฉะนั้น สย นี้เล็กกว่า สว ฉะนั้น อาสวะนี้หยาบกว่า อนุสยะ อา คือยาวแล้ว อนุ นี้เล็กกว่า อาอีก อาสวะ ส่วน อนุ นั้น อนุสยะ ผู้สิ้นอาสวะแล้วก็ปลอดภัยแล้วในโลก ไม่ทำบาปทั้งปวงมีแต่กุศล จนกว่าจะ อนุสยะ ไม่กุศลอกุศล จบหมดเลย เป็นผู้ที่เป็นพระอรหันต์สมบูรณ์แบบ แม้ว่าเป็นพระอรหันต์อาสวะ ตายไม่เกิดอีกก็ได้ เพราะว่าตายแล้วจะเหลือเชื้ออยู่ในสุทธาวาสอีก 5 มันก็ยังไม่จบสักที แต่ว่าอนุสยะนั้นแยกธาตุเป็นอุตุธาตุไปทันทีเลย ณ บัดที่ตาย กายสเภทาปรัมรณา เหมือนที่พระพุทธเจ้าบอกว่า จะเห็นตถาคตก็ตอนที่เป็นพวงมะม่วงอยู่บนต้น เมื่อตัดพวงมะม่วงหล่นลงมาแตกกระจายแล้ว ก็จะต่อเป็นพวงมะม่วงไม่ได้อีก ก็เหมือนกับพระตถาคตที่ปรินิพพานเป็นปริโยสานจะไม่มีใครได้เห็นกายของตถาคตอีกแล้วทั้งรูปและนามอีกเลย สภาวะต่างๆนี้ไม่ใช่อาตมาเดา แต่อาตมาด้วยศึกษาจิตเจตสิกรูปนิพพานเหล่านี้อย่างละเอียดลออ พูดได้เพราะอาตมามีสภาวะอย่างนั้น ตั้งแต่อบายมุขที่จะเป็นอย่างนี้อาตมาทำได้แล้ว ทำอย่างที่ตัดขั้วพวงมะม่วงแตก ต่อกันไม่ติดอีก อาตมาก็ตัดแล้วเดี๋ยวนี้ไม่มีพวงมะม่วงอบายมุขของอาตมา พวงมะม่วงของกามก็ไม่มี เราก็ต้องรู้ของเราว่ามันเป็นอย่างนี้แหละ แม้แต่อัตตาของเราก็ไม่มี พวงมะม่วงของอัตตาเราก็ไม่มี อย่างนี้เป็นต้น ตรวจดู เราอยู่ในโลกเราก็ไม่มีอาการเหล่านี้ ต้องอ่าน อาการ ลิงค นิมิต ของจิตเจตสิกคุณให้ได้ 640903_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ความยิ่งใหญ่ของบุญนิยม สาธารณโภคี กสิกรรม

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน