สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน สมาธิของพุทธต้องมีศีลเป็นตัวตั้งต้น.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข23 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน สมาธิของพุทธต้องมีศีลเป็นตัวตั้งต้น พ่อครูว่า…วันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2562 ที่บวรราชธานีอโศก ก่อนเริ่มรายการ เขาขอให้โฆษณาหนังสือเล่ม เป็นหนังสืออธิบายสมาธิของพุทธ การนั่งหลับตาทำสมาธินั้นไม่ใช่การทำสมาธิของศาสนาพุทธ เป็นแต่เพียงการนั่งหลับตาสะกดจิตเข้าไปข้างในเท่านั้นแหละ มันก็ไม่ใช่สมาธิของพระพุทธเจ้าแล้ว อาตมาพูดมาจะ 50 ปีแล้วเขาก็ยังไม่เข้าใจกัน ที่ผิดนั้นเขายึดวัตถุอย่างทุกวันนี้ หนังสือเล่มนี้จะอธิบายสมาธิของทุกอย่างเป็นวิชาการเล่มสำคัญของชาวอโศก เรียบเรียงโดยอาจารย์อาภรณ์ พุกกะมาน ซึ่งอาตมานี่แหละได้นำ มหาจัตตารีสกสูตร พระไตรปิฎกเล่ม 14 เอามาขยายความ ยังมีวิธีการเป็นลายแทงมหาสมบัติ ซึ่งผู้ที่ชื่นชอบหนังสือวิชาการ จะใช้ค้นคว้าศึกษาใช้อ้างอิงประกอบงานวิจัย จะเป็นประโยชน์มากในขณะนี้ จะขอรับฟรีก็ได้หรือจะขอซื้อก็ได้แล้วแต่ ไม่มีปัญหาสักอย่าง ที่ร้านหนังสือธรรมทัศน์สมาคม หรือว่า สื่อธรรมะชาวอโศกทุกแห่ง ในรายการพุทธชีวศิลป์ ท่านฟ้าไท กับสิกขมาตุผาแก้วก็พยายามช่วยนำไปประกาศแจกกันอยู่เสมอ เป็นสมาธิของพุทธแจกแจงให้เห็นชัดเจน ทุกวันนี้อาตมาว่าหรือตำหนิสมาธิที่ผิด ที่ไม่ใช่สมาธิพุทธ เป็นสมาธิของเดียรถีย์ ทุกวันนี้ก็ตำหนิมาก แต่หนังสือเล่มนี้เป็นวิชาการไม่ได้ตำหนิมาก อธิบายให้รู้ให้เข้าใจชัดเจนเรื่องของสัมมาสมาธิ ก่อนอื่นนะ เด็กๆฟังดีๆ สมาธินี่ แปลว่าอะไร? เด็กๆฟังอธิบายก่อน สมาธิแปลว่าจิตตั้งมั่น และจิตที่ตั้งมั่นนี้คือจิตอย่างไร จิตที่ตั้งมั่นเป็นจิตที่มีคุณภาพคุณสมบัติคือจิตไม่มีกิเลสจิตปราศจากกิเลส และจิตนี้แหละเป็นจิตที่ได้ปฏิบัติแล้วก็จะเกิดผล กิเลสออก จิตสะอาดจากกิเลสจะขจัดกิเลสออก แล้วจิตที่สะอาดปราศจากกิเลสจะตกผลึกลงไป เป็นจิตที่ตั

อ่านต่อ

้งมั่น ซึ่ง การปฏิบัตินั้นละเอียดลออ วิธีการของสัมมาสมาธิหรือสมาธิของพุทธ นั้นไม่ได้หลับตาปฏิบัติ หากหลับตาปฏิบัติก็ออกนอกสมาธิของพระพุทธเจ้า ปฏิบัติสมาธิของพระพุทธเจ้าจะต้องมีตาหูจมูกลิ้นกายใจครบ ทำงานร่วมกันทั้งภายนอกและภายในเรียกว่ากาย กายต้องมีทั้งภายนอกและภายใน มีอายตนะสัมผัสอยู่ โดยการศึกษาหลักของพระพุทธเจ้านั้น จะต้องมีครบ ศีล สมาธิ ปัญญา สมาธิของพระพุทธเจ้าต้องมีศีลกับปัญญาช่วย ขาดศีลขาดปัญญาไม่ใช่สัมมาสมาธิของพระพุทธเจ้า ไปนั่งหลับตาไม่มีศีลอื่นมาเกี่ยวอะไรเลยปัญญาก็ไม่ใช่ปัญญาของพุทธ เขาเรียกว่าปัญญา แต่มันไม่ใช่ปัญญามันเป็นเฉโก เป็นความรู้ทางโลกีย ถ้าปัญญานั้นเป็นความรู้ทางโลกุตระ คนก็ไม่ค่อยเข้าใจ เท่าไหร่อาตมาก็จำเป็นต้องอธิบายให้เขาได้รู้ได้เข้าใจ ได้ชัดเจนในเรื่องสมาธิของพระพุทธเจ้า ศีล สมาธิ ปัญญาในขณะปฏิบัติเรียกว่าไตรสิกขา การศึกษาพระพุทธเจ้าไม่มีอย่างอื่นหรอกมีแต่ไตรสิกขานี่แหละที่สุดยอด ถ้ารู้ถูกต้องแล้วครบ ศีลก็เจริญขึ้นเป็นลำดับเรียกว่า อธิศีล แล้วจะเกิดอธิจิต อธิปัญญา เป็นวิมุติ วิมุตติญาณทัสสนะไปตามลำดับ มีการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าต้องมีศีลเป็นตัวตั้งต้น ฟังให้ดีนะตรงนี้ สมาธิของพระพุทธเจ้าหากไม่มีศีลเป็นตัวตั้งต้นไม่ใช่สมาธิของพระพุทธเจ้า เป็นสมาธินั่งสะกดจิตเอา แล้วเพ่งอะไรออกมาเฉย สมาธิที่ใช้การเพ่งให้จิตนิ่งสงบเกิดความสงบจิต จะสงบอย่างเพ่ง เช่นไปทำกับกสิณ 40 ไม่ใช่สมาธิของพระพุทธเจ้าเลย อย่างที่อรรถกถาจารย์รวบรวมมาเป็นกสิณ 40 ผลที่เกิดไม่ใช่สมาธิของพระพุทธเจ้าเลยขอยืนยัน นี่คือความผิดพลาดของศาสนาพุทธนั้นน่าสงสาร ซึ่งเกิดมานานแล้ว สมาธิของพระพุทธเจ้านั้นจะมีศีลเป็นตัวตั้งต้น และก็มีปัญญาเป็นตัวสำคัญที่จะเป็นความรู้ทางปรมัตถ์ที่เป็นโลกุตระ ปัญญาจะเป็นความรู้โลกุตระที่ร่วมให้เกิดผล จิต เป็นสมาธิและมีปัญญาเป็นตัวร่วมรู้ตลอดเวลา ความรู้ที่เป็นปรมัตถ์เป็นโลกุตระคือความฉลาดที่เข้าขั้นสัมมาทิฏฐิ สัมมาทิฏฐิคืออะไร คือความรู้ความเข้าใจหรือความเห็นที่ถูกต้อง ตรงกับทฤษฎีของพระพุทธเจ้า และทฤษฎีหรือจะเรียกว่าทิฏฐิ ของพระพุทธเจ้าคือ ทฤษฎีที่มีไตรสิกขาเสมอ ได้แก่การศึกษาที่ต้องประกอบไปด้วยกระบวนการ 3 เส้า เสมอ อันมี อธิศีล อธิจิต อธิปัญญา จะต้องมีสามอย่างนี้เสมอ ขาดกันไม่ได้ ศีล จิต ปัญญา จะมีศีลกำหนดหน้าที่ เกี่ยวข้องในชีวิตที่มีสัมผัสเป็นปัจจัย เช่น ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวข้องกับสัตว์สัมผัสกับสัตว์ แล้วก็ศึกษา หรือว่า ศีลข้อที่ 2 สัมผัสกับข้าวของวัตถุต่างๆ หรือพืชพันธุ์ธัญญาหารก็แล้วแต่ที่ไม่ใช่สัตว์ เป็นวัตถุต่างๆหรือพืชไม่ใช่สัตว์ สำหรับศีลข้อที่ 2 แล้วมันจะมีผลต่างกัน สัตว์จะมีผลที่เกี่ยวข้องกันและมีพยาบาทมีความรักมีความชัง แต่ถ้าเป็นของคือพืชไม่มีรักไม่มีชังเกิดเลย ส่วนศีลข้อที่ 3 นั้นเกี่ยวข้องกับตาหูจมูกลิ้นกายใจของเราที่จะเกิดสัมผัสในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแล้วเกิดเวทนาต่อไป เมื่อสัมผัสแล้วจะเกิดเวทนาเป็นที่ประชุมลง ภาษาบาลีว่า สโมสรณา เวทนาคือ ตำแหน่งที่ตั้งแห่งการปฏิบัติ การปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้านั้นหากไม่มีเวทนาในการปฏิบัติ การไปนั่งหลับตานั้นไม่มีเวทนามีแต่สัญญา ก็สูญพันธ์ุพุทธ เดี๋ยวนี้มันก็สูญไปแล้ว อาตมานำขึ้นมาใหม่ฟื้นคืน สมาธิพุทธ ขึ้นมาใหม่ นี่เป็นหนังสือเล่มนี้แหละอธิบายสภาวะนั้น แต่คนก็ยังไม่เชื่ออาตมาหรอกเพราะอาตมาเป็นคนไม่มีเครดิต ไม่มีการได้รับความเชื่อถือทางโลกเพราะไม่มีอลังการอะไร ไม่มีวุฒิทางธรรมทางอะไรต่างๆ อาตมาไม่มีเลย อาตมามาแต่ตัวกับหัวใจและความรู้ความจริงที่เอามาอธิบาย การปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้านั้น หากไม่มีเวทนาที่เกิดจากการสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้นกาย อันเป็นการสัมผัสอยู่ที่มีธรรมะ 2 คือกาย มีภายนอกภายในที่เกิดจากอายตนะ ก็ไม่มีเวทนาหรือไม่มีฐานที่ตั้ง ไม่มีตำแหน่งแห่งการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นหลับตาแล้วไม่มีเวทนาหลับตามีแต่สัญญาสังขาร การหลับตาในศาสนาพุทธจึงเป็นเดียรถีย์หมด ออกนอกสายทางของศาสนาพุทธ อาตมาพูดชัดบอกชี้ให้รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่ท่านผู้รู้ทั้งหลายที่ยึดมั่นถือมั่นในทางนั้นซะแล้วฟังจะขัดหู จะรู้สึกไม่ชอบใจอาตมาหาว่าจะมาไปว่า อาตมาก็ขอพูดความจริงเพราะเป็นความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ ยึดกันมานานมามากมาผิด มันน่าสงสารแล้วไม่ได้มรรคผลก็สูญเปล่า ศาสนาพุทธก็ล้มละลาย การปฏิบัติหลับตานั้นไม่ใช่สมาธิ ผิดของพระพุทธเจ้า เพราะการหลับตานั้นปฏิบัติแบบไม่มีกาย การปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าขาดกายไม่ได้ ไม่มีธรรมะ 2 หรือไม่มีเทว เทวก็แปลว่า 2 เทวธัมมา ไม่มีภายนอกกับภายในที่เกิดจากอายตนะสัมผัสครบนอกกับใน ก็ไม่มีความบริบูรณ์ในองค์ประกอบของการปฏิบัติที่จะเกิดเวทนา ท่านสามารถจะปฏิบัติครบ เวทนา 108 เพราะฉะนั้นกระบวนการของเวทนา 108 นี่แหละเป็นกระบวนการสมบูรณ์แบบของศาสนาพุทธ ถ้าไม่มีกระบวนการร้อยแปดก็จะไม่เกิดอภิสังขาร 3 สมบูรณ์ จะเป็นนิพพานไม่ได้ ไม่พ้นอวิชชาอาสวะหรือไม่พ้นอวิชชานุสัย ไม่จบกิจตามปฏิจจสมุปบาท ไม่บรรลุในวิชชาทั้ง 8 ไม่สิ้น ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ ทุกขโทมนัสอุปายาสะ สัมบูรณ์ เพราะฉะนั้นต้องเป็นสัมมาทิฏฐิและเป็นสัมมาปฏิบัติที่จะบรรลุจบถ้วนสัมมาปฏิเวธสูงสุดได้ถูกต้อง สรุปอีกทีว่าหลับตาปฏิบัตินั้นโมฆะไปจากศาสนาพุทธ อาตมาก็พูดตรงจริงชัดอย่างนี้มากแล้ว แต่ก็ต้องพูด เพราะเขายึดถือกันอย่างผิดๆมีอีกเยอะ อาตมาพูดนี้มีคนเชื่อถือเชื่อฟังทำตามไม่เท่าไหร่หรอก แต่ก็ต้องทำเพราะต้องดึงมาสู่ความถูกต้องให้ได้ความผิดพลาดนั้นจะต้องแก้ไข 620401_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 46

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน