สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน จิตตก กับ จิตว่าง.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.67 KB
วันที่แก้ไข13 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(พระอภิธรรม) ตอน จิตตก กับ จิตว่าง _ปุญญา ธัมมา...คำว่าจิต ตกนั้น "ว่าง "มีคำอธิบายอย่างไรฝากถามพ่อครูด้วยค่ะ ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อที่เงื่อนไขนั้นๆที่ทำให้จิตตกนั้น"ว่าง" ครับ/เฉลิมชัย ล้อลีลา พ่อครูว่า...จิตเราตอนนี้เลื่อมใสศรัทธาอะไรอยู่ เมื่อเขามีความประพฤติไม่ตรงกับความเห็นของเรา เราก็เลยว่าชักอย่างไรไม่ถูกนะ จิตมันก็ตก ว่าง ลดศรัทธาลง อย่างที่เรารักชอบอยู่ พอไม่ตรงกับสเปคของเราที่กำหนดไว้ Specification เมื่อมันผิดไปจากสเปคที่เรากำหนดไว้ ก็บอกว่าเป็นไปได้อย่างไรเขาไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ ผิดเพี้ยนไปจากที่เรากำหนดหมาย ถือว่าบกพร่องถือว่าไม่ดี จิตก็ตก ศรัทธาตกนั้นแหละจิตตก ความยินดีความเชื่อถือความยอมรับมันลดลง ลดวูบลงทันทีเป็นต้น เรียกว่าจิตตก ส่วนจิตว่าง คำว่า ว่างก็มีความหมาย ว่างโดยอธิบายไม่ได้ไม่มีเหตุไม่มีผล จิตว่างๆอย่างไม่มีเหตุปัจจัยไม่มีหนึ่งไม่มีสอง มันว่างก็ต้องว่างอย่างมี 1 มี 2 ให้เทียบเคียง 1. มีจิตที่ธาตุสามารถรับรู้ว่าอันนี้คืออะไร อ๋อ อันนี้คือว่างๆ มันก็ต้องมี 2. หนึ่งจิตธาตุรู้คือเรา สองอันนี้คือว่าง คือมีสอง จิต กับ ว่าง คำว่า ว่างก็ต้องอธิบาย มีจิตวิญญาณธาตุรู้เท่านั้นจึงจะรู้ความ ว่าง อุตุนิยาม พีชนิยามไม่มีธาตุรู้หรอก พลังงานมันดูดหรือผลักก็ไม่รู้ตัว พีชนิยามเป็นชีวะพอรู้ว่าดูด แต่ดูดเฉพาะความเป็นตัวตน ไม่ดูดแรงเอาเป็นเอาตายต้องทะเลาะตอบโต้อะไร มันรักษาตัวเองอยู่ได้แล้วไม่ทะเลาะกับใคร มันก็จะมี Specification ของมัน ในความรู้การกำหนดหมายของมันว่าเอาอย่างนี้ กำหนดสิ่งนั้นขณะนั้นอย่างนั้น ต้องมีธาตุนั้นธาตุนี้วิตามินนั้นวิตามินนี้มีสารนั้นสารนี้ เพื่อเอามาสังเคราะห์ในร่างของมัน เข้ามาได้มันก็เอามันไม่แย่งชิงใครมันดูดได้ตามสมควร

อ่านต่อ

มีแรงดูดเท่าไหร่ อันอื่นรักษาแรงดูดสู้มันไม่ได้มันก็ดูดมาสังเคราะห์เป็นตน ไม่ถือว่าแย่ง เมื่อมาเป็นจิตนิยามมีประสิทธิภาพแย่ง ดีไม่ดีฆ่าคนอื่นด้วย เซลล์เดียวของสัตว์นี้เริ่มฆ่าอันอื่นแล้ว มันไม่รู้ว่าเป็นชีวะหรือไม่เป็นชีวะด้วยมันเป็นวัตถุมันก็ทำลายเอามาเป็นของมัน เป็นพีชะหรือเป็นสัตว์มันก็เอามาทำลายแล้วมาเป็นของมัน ยิ่งเชื่อโรคนี่เซลล์มันทำลายแหลกเลยไม่รู้เรื่องพวกจุลินทรีย์ ระดับแบคทีเรียไวรัสเล็กๆ มันจะไปรู้เรื่องอะไรหรือ มันจะต้องเอาเลย เพราะฉะนั้นถ้าจะต่อสู้มันไม่ได้ก็เสร็จมันเสร็จเชื้อโรค เสร็จพลังงานเซลล์เล็กเซลล์น้อยนี้หมดเป็นต้น เมื่อสูงขึ้นมาเป็นจิตนิยามเป็นสัตว์โลกก็พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ พยายามหาวิธีทำลายสิ่งที่มันจะทำรายได้สูงขึ้นเรื่อย ดูดก็แรง ทำลายก็แรง จนกระทั่งมีภูมิธรรม ว่านี่เป็นคนดีอย่าไปทำลายนะ ยังเป็นโลกีย์ จะไปทำลายไปช่วยคนอื่นเขาดีกว่าแต่ก็มีคุณธรรม ยังไม่รู้จักจิตจริงๆเลยที่จะมีภาวะตีกลับ ว่า อัตตาตัวตนคืออะไร สภาวะอุตุธาตุ พีชธาตุคืออะไรกรรมกิริยาที่จะมีการสังขารสังเคราะห์กันคืออะไร จิตชาวโลกียะยังไม่รู้จักรายละเอียดของธรรมะนิยาม 5 ยังแยกไม่ออก แค่ 3 แยกอุตุ พีชะ จิตก็แยกไม่ออก ยิ่งเป็นพลังงานระดับกรรมนิยาม จนกระทั่งเป็นผู้จัดการอภิสังขาร จัดการปรุงแต่งปรับปรุงเองอย่างมีอำนาจ อย่างมีความสูงเหนือจึงเรียกว่าอุตระ จนเป็นจิตนิยามที่ทำกรรมทำกิริยาทำปฏิกิริยาเก่งเหนือ ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้สูง สูงมากจนกระทั่ง ต้องการจะให้มีหรือไม่ให้มีได้เรียบร้อย โดยเฉพาะรู้ว่าคนอื่นเขาก็เป็นพลังงาน อุตุ ไม่มีพยาบาท ไม่มีรัก ไม่มีกรรมวิบาก แม้พีชะก็ไม่มีกรรมวิบากไม่มีจิตอาฆาต ไม่มีสุข ทุกข์ แต่พอมาเป็นจิตแล้ว แม้แต่สัตว์เซลล์เดียวเราก็หวังประโยชน์ต่อสัตว์ทั้งปวงอยู่อย่าไปทำร้ายเขาถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ถ้ามันเป็นเชื้อโรคที่จะมาทำร้ายเราก็ขออนุญาตที่จัดการมันได้ เพราะเราต้องรักษาส่วนใหญ่ไว้ มันเป็นวิบากเหมือนกัน แต่วิบากอย่างไรเราก็สร้างกุศลจนวิบากนี้ไล่ไม่ทัน เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลใจกันเกินไปเหมือนกับอย่างศาสนาเชน พระมหาวีระแก้ผ้าเดินเลย สัตว์เล็กน้อยเท่าไหร่ก็ไม่แตะต้องแม้แต่แบคทีเรีย ชีวิตก็เลยแคบ วันๆไม่ต้องทำอะไร เพราะมันต้องสัมผัสเกี่ยวข้อง ดีไม่ดีอะไรก็สูญเสียไปเรื่อยๆ แต่ระวังหากไม่เหลือวิสัยเราก็อย่าไปทำร้ายสัตว์แต่ว่าเป็นอุตุนิยามหรือพืชก็ใช้ได้ ชีวิตจริงไม่ได้หาเรื่องที่เป็นพิษภัย แม้แต่สัตว์ร้ายเราก็ไม่ได้คลุกคลีไม่สร้างขึ้นในสังคม คนที่ร้ายๆเข้ามาไม่ได้ ซึ่งมันมีพลังออร่า พลังงานกัมมันตภาพรังสี ที่มีพลังกันไว้ไม่ให้ลาภยศสรรเสริญโลกีย สุขเข้ามาได้ พลังงานที่ไร้สภาพแสงสีเสียง ไร้รูปพวกนี้มันเป็นพลังงานที่มีลิสซิ่ง มันไม่ใช่เรื่องลึกลับแต่เป็นเรื่องลึกที่มีจริง เพราะฉะนั้นเข้ามาแตะต้องมาใกล้ไม่ได้อยากจะเข้ามาทำร้ายก็ไม่ได้ จะเป็นเหมือนอิทธิปาฏิหาริย์ ที่ปกป้องเราตามแต่บารมีของแต่ละคน ไม่ใช่เราจะไปหาเอานะแต่ต้องสร้างตัวเองจนมีบารมีเต็มแล้วมันจะเกิดขึ้นมาได้ สรุปแล้วจิตว่างคือจิตว่างจากสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ร่วมรวมด้วย ศาลานี้ว่างจากช้าง ว่างจากสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม ว่างจากสิ่งที่เป็นพิษภัย แม้จะไม่เป็นพิษภัยแต่มันเหลือเกินที่เราจะไปเกี่ยวข้องไปช่วยได้เราก็ต้องวาง ในสิ่งที่เป็นพิษภัย บั่นทอนหรือมีสูญเสียน้อยสุด ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดได้หรือว่าว่าง คำว่าว่างโดยอธิบายอะไรก็ไม่ได้แล้วจะปฏิบัติได้อย่างไร แต่นี่มีความว่างจากกิเลสและมีประโยชน์คุณค่าต่อสังคม คุณจะว่าอย่างไรก็ของคุณแต่ของเราจะว่างอย่างนี้ ว่างอย่างนี้ก็สบายแล้ว ผู้ที่อยู่ด้วยกันก็เข้าใจกันก็สบายแล้วและมีประโยชน์คุณค่าด้วย มีประโยชน์ต่อเราต่อมวลที่เราจะเกี่ยวข้องด้วย รวมแล้วมีพลังงานสร้างสรรสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นได้ด้วย จะได้มากยิ่งขึ้นและเป็นโทษภัยน้อยลง เราก็มีความหมายอย่างนี้ ทำอย่างจริงจังไม่ออมมือทำได้เต็มที่เท่าไหร่เท่านั้น เราไม่เก่งเท่าที่เราเก่ง ใครจะเก่งกว่าที่คุณเองเก่งเชิญ 620327_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ใครทำให้เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน