ที่มาที่ไป ทำไมเรียกนักบวชชาวอโศกว่าสมณะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ที่มาที่ไป ทำไมเรียกนักบวชชาวอโศกว่าสมณะ _พ่อครูว่า... ที่กำลังอธิบายถึงเป็นจุดสำคัญมากเลย พระพุทธเจ้าท่านอธิบายเท้าความมาด้วยจรณะ 15 วิชชา 8 ซึ่งอัมพัฏฐะเข้าใจว่า จรณะ 15 วิชชา 8 นี้ ผู้ที่จะปฏิบัติจรณะ 15 วิชชา 8 ได้บรรลุ เป็นวิชชาจรณะสมบัตินี้ เรียกว่าเป็นสมบัติในตัว ได้เป็นคุณธรรมแล้ว จะต้องเป็นพระแบบที่เข้าใจแบบเดียวกันกับคนไทย พุทธศาสนิกชนคนไทยทุกวันนี้เข้าใจกันเป็นส่วนใหญ่ ว่าจะต้องเป็นพระป่า ปฏิบัติอย่างพระป่า ไม่ได้ปฏิบัติอย่างจรณะ 15 วิชชา 8 ซึ่งปฏิบัติง่ายๆวิธีหลับตาสะกดจิตๆ เหมือนสายอาจารย์มั่น มหาบัวไม่รู้อีกกี่สำนักที่นั่งหลับตาสะกดจิตทั้งนั้น ถ้าไม่มีอาตมาอุบัติขึ้นมาในยุคนี้ ก็จะเอาแต่นั่งหลับตาสะกดจิต มีอรหันต์เก๊ไปอีกนาน แต่มันเป็นไปไม่ได้ เพราะอาตมาต้องขึ้นมาทำงาน มันเป็นสิ่งที่เป็นจริง บอร์นทูบีมันเกิดขึ้นแล้วไม่เกิดก็เป็นไปไม่ได้ อาตมาต้องเกิดมาแล้วถึงมาเจอก็เป็นจริงอีก ยืนยันไปเขาก็จะเอาตาย พอรู้ตัวว่าอาตมาสอนไม่ได้เหมือนเขาเลย มันหักล้างเขาอีก เขาเอาเลย ตั้งแต่บัดโน้น เท้าความประวัติอีกนิดนึง เราลาออกตั้งแต่ 2518 เป็นนานาสังวาส ตอนแรกเขาไม่เข้าใจนานาสังวาสลึกซึ้งดีหรอก ก็ปล่อยให้เราปฏิบัติมา ทำมาตั้งแต่ 2518 จนกระทั่งมาถึง พ.ศ. 2525 พันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์ ก็ตีหมด ซึ่งเขาตีหมดตั้งแต่ท่านพุทธทาสมา แกศึกษาธรรมะของแกก็ขึ้นอาละวาดไปทั่ว จนสุดท้าย ก็เข้าคุกไป เราก็ไปญาติดีกับแกนะ เอาข้าวเอาน้ำให้แกกิน จนแกมีหนังสือน้อยมา ว่า ข้าวของท่านมียาง รู้สึกว่าเป็นบุญคุณนะ เราไปส่งข้าวส่งน้ำเขา จากอนันต์ เสนาขันธ์ ตีไปแล้ว ก็มีคนเห็นว่ามีกำลัง มีผู้บุกเบิก พอ พ. ศ. 2532 มีหัวหอกคือ ท่านประยุทธ์ ปยุตโต เขียนหนังสือซัดมาอีก 3 เล่ม แล้วยังบอกว่าจะมีเรื่องต่อไ
อ่านต่อ
ปอีกนะ พวกคณะที่เห็นพ้องกันอยู่แล้ว เพราะมันค้านแย้งเขา ไปทำลายความรู้ความเห็นของเขา มันทวนกระแสกัน คณะเถรสมาคมคณะใหญ่ก็รวมตัวกันใหญ่เลย ทั้งธรรมยุตและมหานิกายรวมตัวกันใหญ่เลย รวมตัวกันจัดการอาตมา จนกระทั่ง จัดการด้วยธรรมะก็ไม่รู้จะให้ใครตัดสิน ทางเถรสมาคมก็ไปฟ้องร้องทางโลก ไปให้ผู้พิพากษาซึ่งเป็นฆราวาสมาตัดสินอาตมา เขาก็ต้องเอากฎหมายเป็นหลัก แล้วก็มีกฎหมายที่บัญญัติเองขึ้นมาว่า เท่าที่จำได้เป็นมาตรา 18 ของกฎหมาย 2505 มาตรานั้นบอกไว้ว่า สังฆราชสั่งให้สึกภายใน 7 วันต้องสึกตามนั้น สังฆราชตอนนั้นก็เลยออก ปฏิบัติตามกฎหมายสั่งให้อาตมาสึกภายใน 7 วัน ซึ่ง 7 วันอาตมาก็ไม่สึก 7 ปีก็ไม่สึก จะอยู่ไปให้ได้ 70 ปี ตอนนี้อยู่มาได้ 50 ปีแล้วนะ อีก 20 ปีเท่านั้น ไม่ยอมสึก เมื่อไม่ยอมสึกก็ผิดกฎหมาย ผู้พิพากษาตัดสิน ท่านก็ตัดสินตามหลักกฎหมาย ไม่ได้เอาตัดสินตามหลักธรรมวินัย เพราะผู้พิพากษาเป็นฆราวาสจะเอาธรรมวินัยมาตัดสินได้อย่างไร เอากฎหมายมันก็ผิด เพราะว่าบัญญัติขึ้นเองว่าสังฆราชสั่งให้สึกได้ เราก็ผิดเราก็ยอมรับตามกฎหมายโลกในยุคนี้กาละเทศะนี้ บริบทนี้เขาเป็นอย่างนั้นก็ต้องยอมเขา ที่เรียกว่าอนุวัติตามโลก พระพุทธเจ้าก็สอนไว้เราก็ไม่ได้ขัดขวางเขา แต่ก็ยังมีความปราณีว่า ติดคุกแต่รอลงอาญา 2 ปี เราก็เลยเป็นนักโทษไม่ได้เข้าคุก ก็จบสิ้นลง จบสิ้นลงแล้วทีนี้ทางกฎหมายเขาก็จบแล้วสิ จบลงโดยที่เรียกว่า ทนายทองใบบอก ให้ฎีกาต่อ อาตมาบอกว่าไม่ต้องหรอก จบที่ศาลอุทธรณ์นี่แหละจบ เขาชนะให้เขาชนะไป คำพิพากษาแล้วว่ารอลงอาญา 2 ปีก็จบ เราก็รอลงอาญา 2 ปีตามที่เขาตัดสิน ตามกฎหมายทุกอย่างมันก็หมดแล้วนี่ เราก็รอลงอาญาไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ให้คนมาคอยควบคุมพฤติกรรม คนควบคุมก็มาแค่ 2-3 ครั้งก็ไม่มาอีก เพราะเขาเห็นแล้วจะมาควบคุมอะไรมีแต่จะมาศึกษาจากเรา เขาก็มาศึกษาจากเรา ไปกินมังสวิรัติเลยคนควบคุมเราน่ะ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือธรรมะจัดสรรทั้งนั้นเลย จากวันนั้นถึงวันนี้ ตั้งแต่ พ.ศ. 2532 มหาประยุทธ์หรือว่าพระพุทธโฆษาจารย์เขียนหนังสือซัดอาตมาอีก ทีนี้ 2 คณะรวมกันเลยทั้งธรรมยุตและมหานิกายรวมกันอีก ซึ่งผิดธรรมวินัย มาทำสังฆกรรม มาปกาศนียกรรมอาตมา ซึ่งมันทำไม่ได้มันผิดวินัยคณปูรกะ เป็นสองนิกายมาทำสังฆกรรมกันทำไม่ได้ แม้นานาสังวาส ก็มาร่วมกันทำสังฆกรรมไม่ได้ เพราะฉะนั้นในหลักวินัยต่างๆพวกนี้ท่านก็เรียนกันมา หัวผุหัวพัง จบเปรียญ 9 จบดร.ทางพุทธศาสนามาด้วย ก็ว่ากันไป แม้จะเปรียญ 9 ในนี้ก็ตาม ท่านก็ยังไม่ประสีประสาในเรื่องวินัยที่ชัดเจน ท่านก็ทำผิดกฎหมายมาเรื่อยๆ จนมาผ่านพ.ศ. 2532 ฟ้องเราให้เราไปขึ้นศาล อยู่ตั้ง 6 ปี 6 เดือน 6 วัน จึงถูกพิพากษา จบ เราก็เกม ทนายทองใบบอกว่าให้ฟ้องฎีกา อาตมาบอกว่า ไม่ต้องฎีกาหรอก อุทธรณ์นี้ก็จบแล้ว เราจะไปฎีกาให้เมื่อยอีกทำไม ไม่ฟ้องกลับ แพ้แล้วก็แพ้เลยก็อยู่อย่างแพ้นี่แหละ สู่แดนธรรม... พ่อท่านตัดสินเพราะว่า สรณะนี้มันจบแล้ว สงครามไม่มีแล้ว พ่อครูว่า... เพราะว่าเรายอมรับที่ถูก แต่เขายึดผิดๆ เขาก็คว้าได้ผิดไป แต่เราถูกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็จะไปเพิ่มอีกทำไม เสียเวลาอีกทำไม เมื่อย แล้วเขาก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันจบในตัวของมันเองแล้ว ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ พ. ศ. 2532 จนกว่าจะหมดเรื่องก็ตั้ง พ.ศ. 2540 จึงได้ชื่อมาใหม่เป็นสมณะ แล้วเราก็อยู่ของเรา ก็ลอยตัวเลยเป็นสมณะ พอเราตกลงได้คำว่าสมณะแล้วมหาระแบบก็เต้นใหญ่ บอกว่าเอาสมณะไปให้ทำไมเพราะสมณะแปลว่าพระอรหันต์นะ อ้าว! ให้แล้วก็ให้เลยสิ ทางโน้นทางท่านเจ้าคุณ ท่านสมเด็จก็สูงกว่ามหาระแบบแบบอีก ที่ได้ตกลงกันกับมหาจรวย หนูคง ที่ตอนนั้นเป็นเจ้าหน้าที่กรมการศาสนามาตกลงกับเรา แล้วก็โทรศัพท์พูดกับสมเด็จตั้ง 2-3 องค์บอกว่าตกลงกันอย่างนี้นะ ว่าเขาจะเรียกตัวเองว่าสมณะไม่เรียกตัวเองตามกฎหมายที่มี เรียกตัวเองผิดกฎหมายไม่ได้ เช่น เรียกเป็นภิกษุ นักพรต นักบวช ไม่ได้ ก็เหลือคำนี้คือคำว่า สมณพราหมณ์ ซึ่งมันไม่มีในกฎหมายห้ามไว้ เราก็บอกว่าเราตกลงเอาคำนี้ เราก็ได้ชื่อว่าสมณพราหมณ์มาตั้งแต่บัดนั้น มาถึงบัดนี้ก็กร่อนๆ เหลือแต่คำว่า สมณะ ไม่เอาคำว่าพราหมณ์มาต่อท้าย ถ้าใครจะพูดเต็มก็ไม่เป็นไร สมณะพราหมณ์ผู้เจริญ บางจำพวก ซึ่งก็ไม่มากเลยมีจำนวนน้อย เราก็อยู่ของเรามา แล้วก็ปฏิบัติเผยแพร่ธรรมะมา ตั้งแต่ พ.ศ.2532 จนกว่าจะสิ้นสุดเยื่อใย พ.ศ. 2538 จากนั้นก็จบอย่างคิดว่า Absolute แล้วนะ เขาก็ทำอะไรเราไม่ได้ เป็นการยุติกันมาอย่างเรียบร้อย ที่ฟื้นไม่ได้ฟื้นฝอยหาตะเข็บและเตือนสติเขาว่ามันไม่ถูกที่คุณทำนั้นให้รู้สึกตัวบ้าง ที่ทำไปแล้วไม่ถูกมาตลอด และสิ่งที่ถูกต้องเป็นอย่างไรก็เตือนสติเขา มันก็มีคนวางแล้ว มีคนที่ยอมรับ ยอมเข้าใจ ยอมวางความยึดมั่นถือมั่น เขาก็ยอมมาได้เรื่อยๆนี้ก็ดีแก้ไขกันไปอย่างนี้ พยายามพัฒนาการ อาตมาพยายามที่จะยังชีพให้มีชีวิตอยู่ยืดยาวต่อไป ก็เพื่อจะแก้ไขสิ่งผิด ให้มันถูกต้องไปเรื่อยๆเลย ก็ได้ มีอัตราการก้าวหน้าขึ้นมาเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นทั้งชีวิตจริง ที่อาตมานำพา มีพฤติกรรม พฤติการณ์ จนเกิดบุคคลมาเป็นอย่างที่อาตมายืนยันว่าปฏิบัติตรงคำสอนพระพุทธเจ้า มาเป็นศีล สมาธิ ปัญญา หรือมี อปัณณกปฏิปทา 3 เป็นสัทธรรม 7 เป็นฌาน เป็นวิมุติ ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วก็ตรงตามนั้นมา ยืนยันไปเรื่อยๆเสียงคัดค้านก็น้อยลงก็ลดลง แต่มีผู้ใหม่ ที่เขายังร้อนวิชามาก็ซ้อน อย่างเช่นอาตมาไปแตะหลวงปู่แสงขึ้นมา ทัวร์ลงเท่าไหร่ 8 แสนกว่า อาตมาในชีวิตนี้ยังไม่เคยมียอดวิว 8 แสน เป็นครั้งแรกที่มียอดวิว 8 แสน ที่เป็นความถูกต้อง แล้วก็มียอดวิว ดีใจชื่นใจ นับได้ เป็นพัน จะถึงหมื่นหรือเปล่าไม่รู้ แต่ถูกถล่มนี้แป๊บเดียว 8 แสน แตะหลวงปู่แสงแป๊บเดียว 8 แสน หลวงปู่แสงไม่ได้เป็นอรหันต์อะไรหรอก ยังเป็นพระหลับตา ไม่ได้มีคุณธรรมอะไร ไม่ได้ไปลบหลู่นะ แต่เป็นเรื่องจริง ยังแสดงออกแม้แต่ในความเป็นกาม อย่างที่เห็นมีหลักฐานยืนยัน ยังมาล้วงมาควักมาดึงผู้หญิงเข้าไปกอดอยู่ แล้วยังบอกมาว่าอัลไซเมอร์ ยิ่งเป็นอัลไซเมอร์ ยิ่งคือจิตแท้ๆของตัวเองเลย ที่ยังมีกิเลสเป็นเจ้าเรือน ขนาดเครื่องมืออุปกรณ์สมองเป็นอัลไซเมอร์ มันยังมีฤทธิ์แรงแสดงออกทางกาย ทางวจี ทางกายวิญญัติ วจีวิญญัติ คุณก็ไม่รู้เรื่อง ทุกอย่างมาแต่เหตุ ถ้าไม่มีเหตุจะออกมาได้อย่างไร เป็นพระอรหันต์แล้ว เหตุดับหมด เหตุคือกิเลส กาม รูป อรูป ไม่มีแล้วมันจะมีอะไรดันออกมาเล่า แค่นี้เข้าใจไม่ได้จะไปปฏิบัติธรรมรู้เรื่องอะไร มันต้องมีพลังงานจริง พลังงานเหตุของมัน มีกามเป็นเหตุ มันถึงออกมา ถ้าไม่มีกามเป็นเหตุ แล้วยิ่งเครื่องมือ อัลไซเมอร์อีก อุปกรณ์ใช้ไม่ได้อีก ทั้งรูปทั้งนามมันบริสุทธิ์แล้ว มันจะเอาอะไรมาแสดงออกอย่างนั้น ที่พูดนี่พูดภาษาไทยนะ ภาษาพื้นๆ ที่พูดไม่ได้ข่มหลวงปู่แสงหรืออยากทำลาย แต่เปิดเผยความจริงบอกความจริงให้เกิดความชัดเจนว่า อย่าไปหลงงมงายกันมากเกินไป ผู้ที่ปกป้องช่วยปกป้องอุ้มชู ถ้าปกป้องอุ้มชูคนผิด มันดีหรือไม่ดี ...ไม่ดี ก็ไปคิดเอาง่ายๆ ไปอุ้มชู ปกป้องคนที่ผิดไม่ใช่คนที่ถูก แล้วก็มาลงโทษคนถูก เอ้า มันจะได้อย่างไรสัจจะมันก็เพี้ยนก็ผิด มันก็ไม่เข้าท่า เอาละ จบแค่นี้ก็แล้วกันเรื่องหลวงปู่แสง 650530 ทางเสื่อมวิชชาและจรณะ 4 ประการ รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 40