660512 เมื่อเห็นค้านแย้งจากผู้สัมมาทิฏฐิย่อมคือผู้มีบาป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2566
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์38 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

660512 เมื่อเห็นค้านแย้งจากผู้สัมมาทิฏฐิย่อมคือผู้มีบาป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53262.html

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1q8LF503X5Di_eSHHBVbFg784j2VHH606/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1kYqp_c9l1u90NH58I_eRiDXIOGfdE6kH/view?usp=share_link

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/PSza3XuqXO8 และ https://fb.watch/ktZigbkSMW/

สมณะเดินดิน... วันนี้วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม 2566 แรม 8 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ ที่บวรราชธานีอโศก วันคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว วันนี้พวกเราไปเดินปลุกพลังเงียบ เป็นพลังบริสุทธิ์ ไปปลุกพลังเงียบ น่าจะเป็นวันสุดท้ายแล้ว พรุ่งนี้เช้าจะมีขบวนจักรยาน ไปประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนออกมาใช้เสียงกัน กกต.ประเมิน จะมีคนมาใช้สิทธิ์สัก 80% แต่ดูจากที่ประชาชนตื่นตัวออกมาเลือกตั้งล่วงหน้า เขาประเมินใหม่ว่าปีนี้น่าจะมีคนมาใช้สิทธิ์ถึง 85% ถือเป็นยอดที่สูงมาก จะมีผลให้พวกที่ใช้กระสุนหาเงินซื้อเสียงกันไม่ไหว คนออกมาเยอะๆเงินก็จะสั่งไม่ได้ พวกเราไปเดินมีฝนตกด้วย ฝนตกที่ทุ่งศรีเมือง กับฝนตกที่บ้านราชนั้นไม่เหมือนกัน ที่บ้านราชนี้ตกมาอย่างหนัก แต่ที่ทุ่งศรีเมืองตกกำลังพอสบายๆ ทำให้เกิดความลงตัว พี่น้องเสื้อแดงจะอยู่บนรถ เป็นจำนวนมากไม่ค่อยจะได้ลงมาเพราะเห็นฝนตก ส่วนพวกเรามีเสื้อกันฝนพร้อมรบ มีสีสันที่มาร่วมรวมกัน ถือว่าพวกเรารวมไทยสร้างชาติได้สำเร็จแล้ว รวมเหลืองรวมแดง วันนี้เป็นวันนิมิตหมายที่ดีแม้ต่างสีต่างความเข้าใจ แต่เราก็รวมๆกันได้ ซึ่งชาวบ้านเขารู้จักพวกเราอยู่แล้ว รู้จักจากการมาซื้อของที่ตลาดอาริยะ เป็นตัวเชื่อมโยงทำให้ชาวบ้านรู้จักพวกเ

อ่านต่อ

ราเป็นส่วนใหญ่ บทบาทที่พวกเราออกไปเคลื่อนตัวทำให้มีคนมาดูบุญนิยมทีวีเพจ Facebook ถึง 10.3 ล้าน คนมาแสดงความรู้สึกที่ดีมากกว่าพวกเราอยู่เฉยๆ

พ่อครูว่า... มันไม่ใช่วันสุดท้ายหรอก เป็นแต่เพียงว่าวันนี้เป็นวันที่ 12 พรุ่งนี้วันที่ 13 มันก็ใกล้จะถึงวันที่ 14 สรุปง่ายๆว่าเป็นวันสุดท้ายที่อาตมาจะพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับการเมืองกับเขา ซึ่งมันไม่ใช่ ไม่ใช่แค่นี้หรอก ยังจะวิจัยวิจารณ์ต่อไปอีก แต่มันหมายถึงว่า มันกำลังเข้มข้นเคี่ยวข้นกัน กำลังรู้สึกว่าอินเทรนด์กันอยู่ในอารมณ์เท่านั้นเอง เรื่องของเรื่อง ก่อนจะไปเรื่องการเมืองก็ขอ SMS ก่อน SMS วันที่ 10 พ.ค. 2566 _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ลูกได้เห็นขบวนชาวอโศกมาปลุกพลังเงียบแล้วนับว่าล้ำหน้ากว่าคณะหาเสียงอื่นๆมาก ไม่มีใครเหมือน ใช้ความเรียบง่าย มาปลุกพลังเงียบ ใช้การขี่จักรยาน ใช้พืชผักมาตบแต่งรถแห่ ใช้คนแต่งตัวมอซอ ใช้ความอ่อนน้อมมาปลุกสำนึก

แท้จริงแล้วประชาธิปไตยคืออย่างใด ลูกมีความสงสัยคือว่า มีพรรคการเมืองบางพรรคใช้คำว่าประชาธิปไตยแทนฝ่ายของตน แต่พฤติกรรมก้าวล่วงสถาบัน ก้าวล่วงวัฒนธรรมไทย ลูกขอกราบเรียนถามพ่อครูว่าแท้จริงแล้วประชาธิปไตยนั้นเป็นอย่างไร เป็นแบบพรรคบางพรรคว่าไหมคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... ต่างคนต่างเอาประชาธิปไตยยึดมาเป็นตัวประกันของตัวเองทั้งนั้นแหละ ทีนี้คำว่าประชาธิปไตยนั้น ใน Concept ของแต่ละคนที่เขากล่าว ของพรรคแต่ละพรรคที่เขายึดถือ มันมีนัยยะลึกซึ้งซับซ้อนอยู่ คำว่า ประชาธิปไตย ต่างคนต่างถือว่า ตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย เป็นผู้ที่ยึดถือความเป็นประชาธิปไตยทั้งนั้นแหละ แต่จะถูกจะผิดอย่างไร มันต่างกันไปเยอะ ซึ่งเขาก็เป็นประชาธิปไตยแบบคล้ายๆอเมริกา เพราะอเมริกาเขาไม่มีสถาบัน ไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน หรือหลายประเทศเขาไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน แล้วเขาก็ไม่อยากให้มี เหมือนอย่างฝรั่งเศสทำเสร็จไปแล้ว หรืออีกหลายๆประเทศทำให้ไม่มีไปแล้ว เขาก็กลายเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินก็ถูกของเขา ก็เป็นประชาธิปไตยแบบของเขา จะไปว่าเขาผิดก็ไม่ได้ เพราะเขามี Concept ประชาธิปไตยของเขาแบบนั้น แต่ของไทยเรามีพระเจ้าแผ่นดิน หรือแม้แต่อังกฤษก็มีพระเจ้าแผ่นดินซึ่งก้าวล่วงไม่ได้ นี่แหละคือสมมุติที่แตกต่างกันนัยยะธรรมดา เราจะไปเอาของเราไปยึดถือแบบของเขาทำไมของเขาเป็นแบบนั้น ก็ของเขาทำแบบนั้นก็ถูกของเขาสิ มันซับซ้อนอย่างนี้ แล้วแท้จริงประชาธิปไตยเป็นแบบใด เป็นการถามความรู้ที่ยิ่งใหญ่นะ ซึ่งประชาธิปไตยก็เป็นไปอย่างของแต่ละคนแต่ละ Concept ของเขา ที่เขายึดถือของเขาเข้าใจของ เขาว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ก็แตกต่างกันไป ปีนี้มาถามว่าแล้วแท้จริง ประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ตอบ แท้จริงไม่มีความจริง ประชาธิปไตยก็เป็นความเห็นความเข้าใจความยึดถือของคนแต่ละคน แต่ละกลุ่ม แต่ละสังคม แต่ละประเทศ แตกต่างกันไป จึงเรียกว่าเป็นเทศะ เทศะคือความแตกต่างกันไป ไม่ผิด เพราะฉะนั้นเราก็เข้าใจให้ได้ว่า ของเขาก็ยึดถือเข้าใจเป็นแบบนั้นถูกของเขา เราไปว่าเขาไม่ถูกซึ่งก็เรานั่นแหละไปว่าของเขาผิด ตัวเราเองผิดไปจากเขา ก็เขาถูกของเขา ถ้าเข้าใจอย่างนี้ ไปยึดถือตัวตนก็ทะเลาะกัน แย้งกัน เถียงกันไปไม่จบ ถ้าจบแล้วก็เป็นนานาสังวาส เราก็เห็นว่าคนร่วมกันก็เข้าใจ เป็นคนร่วมกันแต่มีความคิดเห็นต่างกัน นานา แปลว่าแตกต่างกัน ต่างคนต่างถือกันไป ไม่เห็นแปลก อะไร เพราะฉะนั้นจะบอกว่าความจริงแล้วประชาธิปไตยเป็นแบบใดมันไม่มีหรอกของความจริง มันเป็นความสมมุติทั้งนั้น แต่ทีนี้ มันเป็นระบอบของการบริหารประเทศ เราก็มามองเอาตรงที่การบริหารประเทศ คุณจะใช้ภาษาเรียกแบบนั้นแบบนี้ แบบอเมริกา แบบอังกฤษ แม้แบบไทยมีพระเจ้าแผ่นดินเหมือนกับอังกฤษ แต่ก็ยังมีนัยยะสำคัญที่แตกต่างกัน ซ้อนๆอยู่ ไม่เหมือนกันทีเดียว แม้แต่ในกฎหมายก็ยังต่างกันในข้อกำหนดกฎเกณฑ์ กฎหมายเกี่ยวกับในหลวง เกี่ยวกับเรื่องของการเมือง กฎหมายก็มีนัยยะต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็คล้ายกัน เพราะว่าลอกเลียนกันมา ไทยก็ไปลอกของเขามาก่อน แต่ก่อนนี้ก็เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เมื่อมาเป็นประชาธิปไตยแล้วก็ใช้ของทางด้านตะวันตก ด้านอังกฤษยุโรปมา เพราะฉะนั้นจะไปนับว่าเป็นความจริง มันไม่จริงหรอก เป็นสมมุติ ของใครก็ยึดถือกันไป

_ตุ๊ก อัศวิน · พ่อครูท่าน..กรุณาปรารภธรรม โปรด ผู้มืดบอด ด้วยเมตตาธรรมยิ่ง..เจ้าค่ะ ดุจจุดเทียนในที่มืด..ถ้าใจไม่บอดสนิท..คงตามตรึกตรอง..และ..แจ้งใจในที่สุด กราบอนุโมทนา..สาาาธุเจ้าค่ะ พ่อครูว่า... แสดงว่าฟังแล้วเข้าใจแล้วตรึกตรองตามก็แจ้งใจ ก็ได้รับความแจ้งใจไปตามลำดับๆดีแล้ว ส่วนคนไม่รู้ก็มืดก็บอด จุดเทียนอย่างไรเขาก็ไม่เห็น ไม่มีแสงอะไรให้เขาเห็นหรอก เทียนสักกี่กระบุง กี่ตะกร้า กี่รถโกดัง ก็ไม่เห็นอะไร เพราะว่าเป็นเรื่องขององค์ประกอบของกิเลสมันมีเยอะ เราเรียกว่ากิเลส เขาก็ว่าเป็นความเห็นของเขา ก็ค่อยๆเรียนรู้กันไป

_แก้วตะวัน พวงบุบผา · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพบูชาอย่างสูงยิ่ง... ความเป็นกลางเข้าข้างคนทำดี ให้เขามีความมั่นใจในกุศล คนทำดีเสียสละละตัวตน ปัญญาชนย่อมรู้เห็นความเป็นจริง ....ผลงานของนายกลุงตู่ทำสำเร็จตามนโยบายที่วางไว้ที่พ่อครูกรุณาอ่านมีมากมายจนสาธยายไม่หมด แต่พอถามประชาชนบางคนก็บอกว่า ลุงตู่อยู่มา 8 ปีไม่เห็นมีผลงานอะไร แสดงว่าการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลมีน้อยเกินไป จนไม่กี่วันที่ผ่านมาคุณอ้นทิพานันได้ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยยิงเลเซอร์ขึ้นไปบนเสาสะพานพระรามแปด เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์พรรครวมไทยสร้างชาติเบอร์ 22 จนเกิดแรงสะเทือนเลื่อนลั่น พรรคต่างขั้วนั่งไม่ติด ออกดาหน้ามาโจมตี จนสื่อทุกช่องต่างมารุมเพื่อเล่นงานคุณอ้น จนกลบข่าวทักษิณจะกลับมาเลี้ยงหลานเสียสนิท คุณอ้นคนดีนี่แหละที่เราควรปกป้องและเข้าข้างให้กำลังใจเพราะเธอทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ได้อย่างดีแล้วค่ะ พ่อครูว่า...รัฐบาลประชาสัมพันธ์น้อยไป อันนี้เห็นจริงด้วย แต่ก็ทำเนื้อแท้มากกว่านั้นดีแล้ว การโฆษณาประชาสัมพันธ์ เดี๋ยวนี้มันมีเลอะเทอะเยอะแยะ มันกลบเนื้อหาไปเสีย ออกไปทางเพ้อเจ้อ โกหก หลอกลวงกันเต็มไปหมด

อโหสิต้องทำกับคนตอนเป็นๆจึงได้ผล _อัมพร กุลศักดิ์ศิริ · เรียนถามพ่อครู คำว่าอโหสิกรรม ควรใช้ตอนใหนดีครับ ใช้กับคนตายแล้วหรือว่ายังไม่ตายดีครับ พ่อครูว่า... คำว่า อโหสิกรรม หมายความว่า ใครทำกรรมอะไรมาก็แล้วแต่ จะทำร้ายทำแรงมากับเรา ทำผิดทำถูกมา ส่วนมากก็ทำผิดกับเรา แล้วเราไม่ถือสา เราก็เลิก อโหสิแปลว่าไม่ถือสา ยกเลิก อโหสิ ไม่ติดไม่ยึด ไม่จองเวรจองกรรมอะไรกัน อโหสิ มันก็เป็นเพียงปัจจุบันธรรม อโหสิที่ปฏิบัติต่อกัน ที่จริงบางทีแค่ปากพล่อยๆ บอกว่า เออ..อโหสิ แต่ใจยังไม่ได้อโหสิหรอก ใจมันยังยึดอยู่ มันยังจองเวรจองกรรมกันอยู่นะ ยังถือสากันอยู่นะ แต่ด้วยแบบว่าสังคมๆ พอบอกพูดมาก็ว่าดี พูดมาอโหสิก็ขั้น 1 ยกให้ ถ้าถามประเด็นว่าตอนไหนดี ก็ตอนคนเป็นๆนี่แหละ ตอนคนตายแล้วจะไปรู้เรื่องอะไร คนเป็นๆต่อกันนี่แหละ แล้วก็พูดกันแล้วมันก็จะยอมวาง บางทีมันก็วางกันได้ปล่อยไม่ยึดไม่ถือไม่พยาบาทไม่ถือสาต่อกันได้ อันนี้ก็เป็นสัจจะเหมือนกัน แต่ส่วนมากกิเลสมันไม่ยอมง่ายๆ แต่มันก็ทำเป็นเรื่องของโก้ๆเป็นเรื่องโลกๆไปให้มันดูดี บอกว่าไม่เอา อโหสิ ไม่ถือสา พูดไปมันก็ดูดีนะ ก็เป็นคุณธรรมอันดีอันนึง แต่จริงๆแล้วใจจริงๆมันจะอโหสิจริงไหม ส่วนกับคนตายนั้น คุณเป็นคนที่จะอโหสิ หากว่าอโหสิกับคนเป็นมันก็จะต้องเปลี่ยนแปลงกันอยู่ แต่คนที่ตายไปแล้วนั้นคุณจะไปบอกอโหสิกับคนตาย คนตายก็ไม่รู้เรื่องด้วย มันสูญเปล่า อโหสิกรรมกับคนตายมันสูญเปล่า สำหรับคนที่เราจะพูดกับเขา คนตายคนนั้นเขาไม่รู้เรื่อง แต่ตัวคุณนั้นคุณอโหสิ ถึงอโหสิหรือไม่อโหสิ คุณจะไปทำอย่างไรกันได้ล่ะเขาตายไปแล้ว มันอยู่ที่คุณ ถ้าคุณจองเวรจองกรรมอยู่ที่จิตของคุณอยู่ ต่อไปก็พัวพันกันอีก ส่วนคนตายไปแล้วเขาไม่อโหสิคุณ คุณบอกว่าอโหสิแต่เขาไม่ยอมอโหสิ เขาตายไปแล้วคุณจะไปแก้ไขเขาได้ยังไง ถ้าเขาผูกพยาบาทไปแล้วเท่านั้น หรือเขาอโหสิแล้วก็แล้วไป ถ้าเขาไม่อโหสิเขาพยาบาทแต่คุณบอกว่าอโหสิให้คนตาย มันจะได้ผลอะไร เพราะฉะนั้นก็ไม่มีผลอะไรหรอกต่อคนที่ตายไปแล้ว อโหสิก็พูดกันกับคนที่ยังเป็นๆนี่แหละ จะได้ผลไม่ได้ผลกันจริงก็ตรงนี้ เป็นแต่เพียงปากพล่อยๆก็ได้ผลน้อย ถ้าจิตใจมันอโหสิจริง วางจริง ปล่อยจริงก็ได้เยอะขึ้น

เมื่อเห็นค้านแย้งจากผู้สัมมาทิฏฐิย่อมคือผู้มีบาป _SMS กราบนมัสการครับ ผมขอฝากถามพ่อครูครับ ท่านไม่ต้องบอกว่าเป็นผมนะครับ กลัวเด็กจะเกียดผม พ่อครูจะล้วงกระเบื้องออกจากคอลูกหลานอย่างไร ขณะนี้ลูกหลานที่ไร้เดียงสา ( ศิษย์เก่าสัมมาสิกขา) กำลังกลืนเศษแก้ว อย่างงมงาย (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน... อันนี้จะมีผลต่อลูกหลานที่เป็นศิษย์เก่า พูดถึงเรื่องนี้ไม่ได้เลย ไปแต่ต้องวิพากษ์วิจารณ์แดงส้มนี้ไม่ได้เลย มีพวกเราบอกว่าเหมือนเป็นสัญญาณของกลียุค ที่เด็กถูกล้างสมอง ถูกปลูกฝังให้เป็นอย่างนี้ แต่คิดว่าคงไม่ได้ทั้งหมด เห็นนายกลงตู่ไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ชื่นชมลุงตู่เหมือนดาราเกาหลีเลย _คือเขาได้ปรามาสคนรุ่นเก่าว่า ถูกศาสนา-สถาบันครอบงำมายาวนานตกอยู่ภายใต้ คำว่า ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หลอกมาทั้งชีวิตเด็ก(ศิษย์เก่า) เขาปรามาสพ่อครูว่า “แค่พ่อครูประกาศว่า พลเอกประยุทธ์เป็นพระโพธิสัตว์ ก็เหม็นขี้ฟันแล้ว” เขาจะบาปมากไหมครับ เขาอกตัญญูไหมครับ หลายคนบอกว่า ปล่อยเขาไป พ่อครูคิดอย่างไรครับ เด็กคิดจะเปลี่ยนแปลงประเทศด้วยวิธีเนรคุณ ผมน่ะเป็นห่วงจริงๆ พ่อครูว่า... บาป โดยสัจจะเป็นบาป เพราะอาตมาขอยืนยันว่าอาตมาพูดสัจจะ ถ้าเขาเห็นค้านแย้งแล้วก็ไปมีกรรม โดยเฉพาะออกมาทางวาจา ทางกายกรรมชัดเจน คือเห็นผิด เห็นคนละอย่าง ถ้าข้างไหนดีอีกข้างหนึ่งก็ต้องชั่วแล้ว ไปเป็นกุศลอีกข้างหนึ่งก็ต้องเป็นอกุศล เพราะฉะนั้นเขาก็ทำในสิ่งที่เป็นอกุศล จิตของเขามีความเห็น ความเข้าใจ มันก็เป็นมิจฉาทิฏฐิสักนิดนึงก็คือบาป เป็นมิจฉาทิฏฐิได้บาป เขาก็อกตัญญู แต่ว่ามันเป็นอกุศลที่เขาเองเขาไม่รู้ มันเป็นอวิชชาซ้อนอยู่ลึกๆเขาก็ต้องทำตามนั้น สรุปแล้วก็คือเขาสะสมเอาอวิชชาใส่ตัวเอง สั่งสมมิจฉาทิฏฐิใส่ตัวเองไปเรื่อยๆ ก็จะไปคิดอย่างไร มันต่างคนต่างเห็น เขาก็เข้าใจของเขา บังคับไม่ได้ คนที่จะคิดอย่างไร ต่างคนก็ต่างคิดไป เขาจะเปลี่ยนประเทศด้วยวิธีเนรคุณ ขยายความเข้าก็จะเห็นชัดเจนว่าเป็นบาป มันเกิดอกุศล เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเปลี่ยนประเทศด้วยวิธีเนรคุณ เนรคุณประเทศ เนรคุณวัฒนธรรม เนรคุณสิ่งที่เราได้อาศัยเป็นอยู่ ได้อาศัยวัฒนธรรม ได้อาศัยสิ่งที่ดีงามของสังคมที่นับถือกันมายาวนาน อย่างอิสระ ไม่ได้ไปขึ้นกับระบบอื่นที่เขามาครอบงำ เป็นอิสระส่วนตัวสบาย ที่จริงทุกวันนี้อยู่แล้วสบายแต่เขาต้องการให้ขัดแย้ง มันก็ไม่สบาย แต่ผู้ที่อยู่อย่างคนส่วนใหญ่อย่างพวกเราแล้ว ประเทศไทยตอนนี้ ประชาชนก็ไม่ได้แย้งมากเหมือนที่เขาแย้งอยู่ ผู้ที่มาแย้งก็สบายก็สงบ อบอุ่น อิ่มเอม เกษมใส ใจเกื้อกูล ถ้าลึกขึ้นไปก็อย่างพวกเราใจเกื้อกูล เพิ่มพูนความเสียสละไป ส่วนคนที่ยังไม่เข้าถึงขั้นโลกุตระ เขาก็ยังไม่เจริญอย่างที่อาตมาอธิบาย เป็นห่วงเขาก็ดี แล้วก็สงสารกัน

เป็นพระมาหาเสียงช่วยลุงตู่ได้หรือ _คุณเบล ออแกไนซ์ · เป็นพระมาหาเสียงช่วยเหลือได้หรอ พ่อครูว่า... 1.อาตมาไม่ได้เป็นพระ คุณก็ไม่เข้าใจแม้ได้มองอาตมาก็มองไม่ออกว่าเป็นอะไร อาตมาไม่ได้เป็นพระ คุณจะบอกว่าคุณมีพระของคุณ แล้วคุณก็กำหนดว่าพระของคุณนั้นไปหาเสียงไม่ได้ ต้องให้อยู่เงียบๆ อยู่อย่างผู้เป็นคนใบ้ยังไม่มีเสียง อย่าไปหาเสียง ก็เรื่องของคุณ แต่ทีนี้เสียงคืออะไร เสียงของคุณก็คือเงื่อนไขว่าต้องช่วยเหลือด้วย พูดความช่วยเหลือก็มีอันเดอร์สตูทไว้ว่าช่วยเหลืออะไร นี่คงเป็นการช่วยเหลือลุงตู่ เอาให้ชัดๆง่ายๆ จะได้หรือ ซึ่งคุณเองคุณเห็นของคุณ มันก็ถูกของคุณ พระของคุณ คุณก็มองว่า ถ้าพระของคุณนี้มาหาเสียง คุณว่าได้เลย แต่อาตมาไม่ได้เป็นพระแบบที่คุณหมาย อาตมาก็มาหาเสียงช่วยเหลือลุงตู่อยู่จริง ได้หรือไม่ได้ ก็ทำอยู่เต็มที่เลยไม่ได้ยังไง ได้ ไม่ผิดกฎหมายด้วย เป็นประชาธิปไตยด้วย ตำรวจไม่จับ นี่ตอบครบๆไง เขาถามว่าทำได้หรือซึ่งก็ได้ อิสรเสรีภาพไม่ผิด เป็นแต่เพียงความยึดถือความเห็นเท่านั้นที่ต่างกัน คุณกับอาตมาก็เป็นนานา ความเห็น นานาทิฏฐิ

_วนิดา ฯ. · โอ้ย อย่ามาพูดเอาใจลุงตู่ คนเขาด่าทั้งบ้านทั้งเมือง พ่อครูว่า... อาตมาเห็นจริงว่าไม่ควรจะด่า แต่คนด่านั้นอาตมาเห็นว่าด่าไม่ดี อาตมาก็ต้องถ่วงดุลความเห็นของสังคมเอาไว้ว่า คุณด่าทั้งบ้านทั้งเมืองนั้นมันมาก ความหมายของเขาคนด่าทั้งบ้านทั้งเมืองหมายความว่าคนด่าลุงตู่มาก คนด่าลุงตู่กับคนที่ชมลุงตู่ ชื่นชมลุงตู่ โดยค่าที่แท้จริงซึ่งไม่ใช่ค่านิยมนะ โดยคุณค่าที่แท้จริงเลยของประชาชน อาตมาก็เห็นว่าลุงตู่ลงที่ไหนตลาดแตกที่นั่น ไปเดินที่ไหนในแดนใต้ แดนอีสาน แดนเหนือ แดนตะวันออกอะไรก็เห็นตลาดแตกทุกแห่ง เพราะฉะนั้นคนด่านั้นมันช่างด่า แต่คนที่เขาชื่นชมก็เป็นพวกเงียบ พวกสุภาพ ไม่ใช่เป็นพวกแจ๊ดๆแจ๋ๆ ก็ด่าก็ทำ แล้วขยันเสียด้วยนะ ดีไม่ดีพวกนี้รับจ้างก็มีก็ต้องทำไป ก็เป็นสัจจะเราก็ต้องมององค์ประกอบหรือว่าเหตุปัจจัยมันเยอะแยะ ก็เป็นไปอย่างนั้น

สมณะโพธิรักษ์ คือสมณะในศาสนาพุทธ ไม่ใช่พระไม่ใช่ลัทธิ _ก็แล้วแต่ บันไรยนต์ · มันไม่ใช่พระครับเมื่อก่อนเคยเป็นพระ แต่ทำผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรงจึงให้ออกจากการเป็นพระเลยมาตั้งลัทธิเอง พ่อครูว่า... ที่จริงอาตมาก็บอกแล้วว่าอาตมาไม่ใช่พระ อาตมาเป็นสมณะ เขาก็ยังเข้าใจไม่ได้ ยังงมโข่ง ยังอยู่หลังเขา ยังไม่รู้รายละเอียด ไม่มีข้อมูล ไม่รู้รายละเอียดอะไรเลย พูดไปส่งๆ แต่ก่อนที่ไหน เดี๋ยวนี้อาตมาก็ยังเป็นอย่างนั้น ที่คุณเรียกว่าพระ อาตมาก็ว่าความหมายของคุณนั้นอาตมาเข้าใจร่วมกันได้ ว่าอาตมาเป็นนักบวช อาตมาเป็นภิกษุของศาสนาพุทธ แต่ก่อนอาตมาก็เป็น เดี๋ยวนี้อาตมาก็เป็น แต่มันเป็นไปตามเหตุปัจจัยของสังคม อาตมาก็ว่าไปตามบัญญัติภาษาเขาจะว่ากันไป แต่เนื้อแท้สัจธรรมอาตมาไม่ได้เปลี่ยน ตั้งแต่บวชมาวันที่ 7 พฤศจิกายน 2513 มาจนถึงวันนี้ อาตมาก็ยังเป็นภิกษุของพระพุทธเจ้าอยู่อย่างนั้นมา แต่ต้นมาเลย เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่ ที่คุณว่าทำผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรงเป็นการใส่ร้ายอาตมา อาตมาไม่เคยผิดวินัยสงฆ์ อย่าว่าแต่วินัยสงฆ์ร้ายแรง วินัยสงฆ์ตื้นๆ วินัยสงฆ์อ่อนๆอาตมาก็ไม่ได้ทำ คุณเองคุณอยู่กับกระแสพวกเฟค พวกอวิชชามิจฉาทิฏฐิ เขาครอบงำทางความคิดของคุณ คุณก็เข้าใจเชื่อตามอวิชชา เชื่อตามพวกมิจฉาทิฐิที่เขาเข้าใจอาตมาผิด ที่เขาใส่ความอาตมาบ้าง แล้วคุณก็เห็นด้วย เห็นตามเขา ถูกเขาครอบงำทางความคิด คุณก็ว่าอาตมาทำผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง ขออภัยที่พูดความจริงสู่คุณให้ฟังก็แล้วกันไม่ได้โกรธเคืองไม่ได้ถือสานะ แต่อธิบายความจริงให้คุณ ก็แล้วแต่ บันไรยนต์ ให้ฟัง ว่าอาตมาไม่ได้เป็นคนทำผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง แต่เถรสมาคมเป็นคนทำผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรงกับอาตมา แล้วคุณนี้ก็เข้าใจผิดว่าให้ออกจากการเป็นพระ อาตมาไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเข้าใจ ออกหรือเข้าอาตมาก็อยู่อย่างเดิม เขาจะให้ออกหรือไม่ออก อาตมาก็อยู่อย่างเดิม อาตมาไม่ได้มีลัทธิเอง อาตมามีศาสนาของพระพุทธเจ้า ไม่ได้เป็นเองเอาของพระพุทธเจ้ามา ไม่ได้ตั้งเองเลย ประเด็นนี้เป็นประเด็นยิ่งใหญ่ อาตมาเคยอธิบายมาเท่าไหร่ คนยังเข้าใจไม่ได้ง่ายๆหรอกอย่างคุณ ก็แล้วแต่ บันไรยนต์ จะเข้าใจไม่ได้ง่ายๆหรอกว่า ลัทธิก็ดี ศาสนาก็ดี มันก็มีนัยยะสำคัญที่ต่างกันอยู่ ศาสนาคือ มีคำสอน ของเจ้าหมู่เจ้าคณะ ที่คนยอมรับมากเรียกว่าศาสนา มากจนตั้งเป็นศาสนา จนคนทั่วไปในโลก แต่ละประเทศแต่ละกลุ่มหมู่ยอมรับได้ ลัทธิก็เป็นคนที่กำลังสร้างนัยยะความเข้าใจของเขาอย่างของเขา แล้วมันก็ยังไม่ได้มีคนมีคณะหมู่กลุ่มเท่า มันก็ต่างกันตรงนี้ อาตมาไม่ได้ออกไม่ได้เข้าตามที่ใครเขามาทำ เขาพูดกันเขาพูดภาษาคำโกหก พูดภาษาคำที่ไม่จริง อาตมาไม่ได้ออกไม่ได้เข้ากับสิ่งที่เขาอย่างที่คุณคิดว่าออกๆเข้าๆ อาตมายังคงเป็นอย่างที่อาตมาเป็นตั้งแต่เริ่มต้น จนบัดเดี๋ยวนี้ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน... ความจริงต้องเห็นใจคนที่เขาเข้าใจอย่างนี้มากๆเลยนะ เทียบกับลุงตู่ ลุงตู่ทำงานมา 8 ปี ไม่ได้ไปเที่ยว ไม่ได้มีเวลาพักเท่าไหร่เลย ทำขนาดนี้คนยังมองว่า ประเทศไทยไม่พัฒนา เป็นเผด็จการ คือคนรุ่นใหม่เขามองว่าทำให้ประเทศไทย 8 ปีนี้เสียเวลาไปมากๆ อันนี้เป็นเพียงรูปธรรมที่มองเห็น ซึ่งจะมีโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอะไรเยอะแยะ คนที่ไม่ชอบก็มองไม่เห็น อย่างพ่อครูพาพวกเราทำ ยิ่งเป็นเรื่องทวนกระแส ต้องเห็นใจพวกเขามากๆ เขาได้ยินข่าวอะไรทางลบมากๆ จะยิ่งยากกว่าทำความเข้าใจพลเอกประยุทธ์อีกเยอะเลย พ่อครูว่า... ความเห็นความรู้ความฉลาดของคนบังคับไม่ได้ แต่เป็นประเด็นให้อาตมาได้ใช้อธิบายธรรม คุณจะใช้ภาษาอะไรหนักๆจะทวงมาอย่างแรง ปฏิกโกสนาก็ได้ อาตมาไม่ได้เป็นปัญหา ไม่ได้ยึดถือหรอก อาตมาหยิบเอามาอธิบายนัยยะแง่มุมที่มันแตกต่างกัน เอามาขยายความให้ฟัง อาตมาก็ขอท้าวความให้ฟังนิดนึงว่า อาตมาเคยพูดด้วยความจริงมานานแล้ว ว่าศาสนาพุทธมันเสื่อม เสื่อมจากเนื้อแท้ของพระพุทธเจ้าคือโลกุตรธรรม มันเสื่อมจริงๆ อาตมาไม่ได้หาเรื่อง ไม่ได้ใส่ความ มันสูญหายไปจากวงการศาสนาพุทธเลย ในเมืองไทยแม้แต่บอกว่าเป็นเมืองพุทธ ถือศาสนาพุทธเป็นหลักเลย แต่ก็มีแต่ความรู้แบบเดียรถีย์ ความรู้แบบโลกียะแล้วมันก็ผิดเลอะเทอะเยอะ เมืองไทย มีไสยศาสตร์ มีเดรัจฉานวิชา อะไรต่ออะไรกันเต็มไปหมด อย่าว่าแต่อาบัติสังฆาทิเสสเลย อาบัติปาราชิกก็มีเยอะ ที่เขาทำไปเลอะเทอะเยอะแยะไปหมด มันใช้ไม่ได้ อาตมาจึงอยู่ร่วมไม่ได้ มันเห็นด้วยความจริงใจ ก็จึงประกาศลาออกมา ทนอยู่ได้ 5 ปี อาตมาบวชอยู่ในเถรสมาคม 2513 พอพ.ศ. 2518 อาตมาก็เลยประกาศแยกนานาสังวาส ก็ยอมเป็นพุทธอยู่ด้วยกันสังวาสเดียวกัน แต่มันเป็นนานๆมันแตกต่างกันอาตมาก็ประกาศตามธรรมวินัยเลย แต่เถรสมาคมที่เสื่อมมากจนไม่รู้จักธรรมวินัยก็มาเล่นงานอาตมา ซึ่งผิดวินัย เป็นอาบัติอยู่นะแต่ก็ไม่ได้แก้ไข อาบัติก็คาต่อไปยิ่งทับถมยิ่งซับซ้อนเป็นพระไม่ปกติ อปกตัตตะ เป็นพระไม่สมบูรณ์บกพร่องอยู่อย่างนั้น เขาร่วมทำร่วมเห็นอยู่เขาก็เป็นอยู่ ความเห็นมันก็คือความเห็น ความเป็นก็คือความเป็น เขาเป็นอยู่อย่างนั้นจริงๆ คืออาตมาถูกเขาผิดนี่พูดตรงๆพูดความจริง เขาก็ซวย อาตมาก็เลยได้แต่สงสารเขา อาตมาไม่เคยโกรธเขานะ ตั้งแต่เขาทำแล้วเขาก็พยายามตีอาตมา ซัดอาตมาอย่างเป็นหลักเป็นฐานเลยนะ ขึ้นมาตั้งแต่เริ่ม ตั้งแต่ฆราวาส มันก็ไม่หนักเท่าไหร่ พันตำรวจตรีอนันต์ เสนาขันธ์ จนกระทั่งมาถึงเป็นพระ จนกระทั่งท่านมหาประยุทธ์ หรือสมเด็จพุทธโฆษาจารย์ เขียนเป็นหนังสือมาเลยเป็นลายลักษณ์อักษรซัดอาตมา ซึ่งท่านก็เป็นที่นับถือของสังคมศาสนาพุทธ ก็เลยเอาใหญ่เลย ซัดอาตมาใหญ่เลย คนก็เชื่อตาม อาตมาก็ไม่ได้แปลกประหลาดอะไร มันก็ต้องเป็นอย่างนั้น เพราะความเห็นของเขามันร่วมกัน ไปด้วยกัน แล้วเขาก็หาว่าอาตมาผิด อันใดที่เขาเห็นว่าอาตมาผิดอะไรร้ายแรงอย่างใด ซึ่งมันตรงกันข้ามกันเลย เขานั่นแหละผิดร้ายแรงยิ่งกว่า จะว่าไปแล้ว แล้วเขาก็บอกว่า เขาก็เลยไล่อาตมา แท้จริงแล้วอาตมาลาออกมาก่อนแล้ว ไม่ได้ถูกไล่ ลาออกมาอย่างสมัครใจด้วย ออกมาเป็นนานาสังวาส เป็นคณะสงฆ์ชาวอโศก ประกาศอย่างมีลายลักษณ์อักษรเลยนะ แล้วเขาบอกว่ามาตั้งลัทธิเอง ซึ่งมันไม่ใช่ คุณต่างหากออกมาเป็นลัทธิเพี้ยน เป็นศาสนาเพี้ยนจากของพระพุทธเจ้าไป อันนั้นต่างหากความจริง นี่คือความเข้าใจที่ทำความเข้าใจให้กันได้ยาก มันไม่ง่าย ก็ต้องค่อยๆอธิบายความจริง แล้วก็ยืนยันความจริง ผู้มีปัญญา มีตารู้จะมองออกว่า จริงๆแล้วเนื้อแท้ของศาสนาพุทธนั้นเป็นชาวอโศกหรือทางเถรสมาคม _Thapakorn Janbamrung ธภากร จันทร์บำรุง · เป็นพระแต่ตัวโดยแท้ เห็นผิดเป็นชอบ ไม่ต่างจากปาราชิก ตาลยอดด้วนหาดำเนินต่อได้ พ่อครูว่า... คนนี้ก็พิพากษาอาตมาใส่ความปาราชิกเลย ซึ่งไม่ได้อ้างอิงว่าอาตมาปาราชิกอันไหน ข้อไหนใน 4 ข้อ อะไรอย่างนี้เขาก็ไม่มีเหตุผล ไม่มีรู้เรื่องรายละเอียดอ้างอิง ใส่ความเอาดื้อๆ ถ้าแบบนี้เป็นพระมาทำก็เป็นอาบัติสังฆาทิเสส หาว่าคนอื่นปาราชิกด้วยความไม่มีมูล ก็ถือว่าต้องอาบัติสังฆาทิเสสนะ ถ้าเป็นฆราวาสก็แล้วไปเถอะ หาว่าเป็นปาราชิกตาลยอดด้วนอะไรอย่าง อาตมาก็ไม่ได้จะพูดรายละเอียด พูดแก้ตัว ที่จริงพูดสัจธรรมให้ฟัง

จะให้พวกเพื่อไถ-ก้าวร้าวหันมากลับใจเป็นไปได้ยาก _โพลชี้นำทำลายชาติ · ดีเจต้อย จตุพร พรหมพันธุ์ เจ๋งดอกจิก แรมโบ้ อีสาน กลับใจออกจากทักษิณ เพื่อไถได้ เด็กๆและเยาวชนไทยจะกลับใจออกจากพรรคก้าวร้าวได้มั้ยครับ ทำอย่างไรดีครับ พ่อครูว่า... เขาจะไปทำอย่างไรคุณพูดมา ดีเจต้อยเขาก็กลับใจมาแล้ว จตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ได้กล่าวเต็มปากแต่ก็ออกมาตรงกันข้ามกันแล้ว เจ๋งดอกจิกก็ออกมาชัดแล้ว แรมโบ้อีสานนั้นชัดเจนเลย ออกมาหมดแล้ว ก็จะให้อาตมาไปช่วยเพื่อไถกับก้าวร้าว อาตมาว่าคงช่วยยาก เพราะว่าเขาจมอยู่ในมุมมืด เขาจมอยู่ในนรก เขาจมอยู่ในแดนที่มันไม่เห็นแสงสว่าง ไม่รู้เรื่องอะไร ทำอย่างไรเขาก็ไม่กระเตื้องหรอก ทำอย่างไรเขาก็ไม่รู้สึกรู้สา เพราะฉะนั้นคงไปช่วยอะไรเขาไม่ได้ ก็เป็นตัวอย่างของคนในโลก ที่คนที่มืดอยู่แล้วก็มืดไป พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้หมดแล้ว มืดมามืดไป แล้วก็มืดหนักกว่าเก่าอะไรไปมันเป็นอย่างนั้นอยู่จริง ก็คงจะทำอะไรเขาไม่ได้ ก็ต้องปล่อยเขาไป เพราะมันเกินกว่า อาตมาไม่มีสิทธิ์ เขาเห็นอาตมาเป็นตัวตลก เป็นตัวบ้าๆบอๆไปพูดไม่มีน้ำหนักอะไร ไม่มีน้ำหนักหรอก เขาไม่ฟัง เขามีพ่อที่เขาจะฟัง มีอาจารย์ มีศาสดาของเขาที่เขาจะฟังอาตมาพูดนั้นไม่มีน้ำหนักเขาไม่ฟัง ดีไม่ดีเขาจะด่าย้อนมาเยอะด้วยซ้ำไป อาตมาก็พูดยกตัวอย่างอธิบายสัจธรรม วิจัยวิจารณ์บ้าง ตำหนิบ้างที่มันผิด แล้วไอ้ที่พูดมาส่วนใหญ่มันผิดก็เลยต้องตำหนิเสียเยอะ จะชมนั้น พูดไปแล้วอาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะจะหาที่ชมมันไม่มี มันมีน้อย แล้วอาตมาไม่มีภูมิปัญญาที่จะหาที่จะชมเขา ก็ยังชมอยู่บ้าง แต่ก็น้อยประเด็นที่จะชมเขามันน้อย นี่พูดด้วยความจริงเลย ไม่ได้พูดใส่ความหาเรื่องแต่มันเป็นความจริงที่พูดไป เพราะเป็นยุคสมัยที่มันเป็นความจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อาณิสูตร ที่บอกว่า ทุกวันนี้ ศาสนาพุทธจะผิดเพี้ยนไป คนจะไปเชื่อคนที่พูดเก่ง เหมื

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน