660428 แพ้แน่ๆถ้าพลังเงียบไม่ช่วย พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2566
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์36 KB
วันที่แก้ไข2 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

660428 แพ้แน่ๆถ้าพลังเงียบไม่ช่วย พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก https://www.boonniyom.net/53268.html

ดาวโหลดเอกสารที่ https://docs.google.com/document/d/1XdwAEiGEntcBS2aEEFG4v-qZr6hFcSPa/edit?usp=sharing&ouid=101958567431106342434&rtpof=true&sd=true

ดาวน์โหลดเสียงที่ https://drive.google.com/file/d/1SJ19CbIoPIc-SjuhgP665fNgkBXZQuOa/view?usp=share_link

ดูวิดีโอได้ที่ https://youtu.be/LHZsTMCxBTs และ https://www.facebook.com/300138787516163/videos/1385701248893358

สมณะเดินดิน... วันนี้วันศุกร์ที่ 28 เมษายน 2566 ที่บวรราชธานีอโศก วันขึ้น 9 ค่ำเดือน 6 ปีเถาะ อีก 2 วันก็สิ้นเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมถือว่าเป็นเดือนมงคลเดือนแห่งพืชมงคลเดือนแห่งการเพาะปลูก มีวันพืชมงคลและวันที่ 5 พฤษภาคมก็เป็นวันฉัตรมงคล โรงปุ๋ยพลังชีวิต ตอนแรกว่าจะเปิดขายลดราคา วันที่ 3-7 ตอนนี้ก็ขยับออกไปให้มันยาวขึ้น เปลี่ยนเป็นวันที่ 4-11 พฤษภาคม ฝนฟ้าก็จะตกวันนี้ก็จะมีพายุเข้าที่อุบลราชธานี ปีนี้ข่าวว่าข้าวจะขาดแคลนในโลก เพราะประเทศจีนและอินเดียประสบภาวะแห้งแล้ง มีคลื่นความร้อน ทำให้การปลูกข้าวไม่ได้ตามเป้าหมายการส่งออกจะลดน้อยลง ผู้ที่บริโภคข้าวโดยเฉพาะทางเอเชียก็จะมีการขาดแคลนข้าวในรอบ 40 ปี พ่อครูก็ส่งเสริมให้พวกเราปลูกข้าว มีท่านถักบุญให้ข้อมูลข้าวสารปี 2565 ที่บ้านราช บริโภคร่วมกันที่ครัวกลาง 26,260 กก บริโภคนอกโรงครัวกลาง 13,220 กก บริจาคให้องค์กรต่างๆ 10,976 กก สรุปว่า ปี 2565 รวม 50,456 กก ต้องมีข้าวเปลือก 100,000 กก หรือ 100 ตันข้าวเปลือกจึงจะเพียงพอ เราบริโภคกันเอง 40 ตันข้าวสาร หรือประมาณ 80 ตันข้าวเปลือก พวกเราที่ช่วยทำนาเป็นคนหนุ่มสาว มีจำนวนคนน้อยไม่เพียงพอกับพื้นที่ที

อ่านต่อ

่เราต้องรับผิดชอบทำนาเกือบ 150 ไร่ แม้จะใช้เครื่องแต่ก็ทำไม่ทัน เป้าหมายที่พ่อครู บอกให้พวกเราเป็นชาวนาน่าจะใกล้เป็นจริง

เจ้าที่เจ้าทางที่เป็นจิตวิญญาณนอกตัวไม่มีจริง พ่อครูว่า... SMS วันที่ 26-27 เม.ย. 2566 _คอยใคร · กราบเคารพพ่อครูครับ ตอนนี้ผมรับงานทำบ่อปลาอยู่แถวถนนศรีนครินทร์ครับ วันที่ผมไปเปิดงานต้องมีการทุบบ่อเก่าและรื้อโครงเหล็กหลังคาเดิมออก จึงให้คนงานไปต่อไฟจากตู้ไฟบ้านลูกค้า พอต่อไฟเท่านั้นตู้เชื่อมก็มีเสียงระเบิดดังปังๆๆ แต่ไม่แรงมากครับ คนงานจึงไปดึงไฟออก หัวหน้าช่างผมก็ไปดูที่ตู้ถึงรู้ว่าลูกน้องต่อไฟผิด เพราะตู้เป็นไฟสามเฟส ก็เสียตู้เชื่อมไป 1 ตู้ในวันเปิดงาน และผมได้ยินเสียงแว่วๆจากคนงานว่า "เอาแล้ว..เจ้าที่เล่นซะแล้ว" ผมก็ฟังผ่านๆ ไม่สนใจอะไร ก็เริ่มรื้อทุบบ่อไปได้ครึ่งวัน จากนั้นผมก็เดินตรวจงานทุบบ่อเก่าที่ทุบ พื้นดินจะไม่เท่ากันต้องคอยโดดขึ้นลงและก็มีพื้นต่างระดับที่ผมไม่ได้มองดีๆ เลยทำให้เท้าผมพลิกเกิดอาการเจ็บ ผมก็นั่งขอบบ่อเอามือจับที่ข้อเท้า ก็มีเสียงแว่วๆมาอีกครับ "ว่าแล้ว เจ้าที่แรง ขนาดลูกพี่ยังโดนเลย" ผมก็เกาหัว แล้วตะโกนไปว่า "เจ้าที่อะไร ทำงานพลาดเอง ต่อไฟผิดตู้พัง นี่ก็เดินไม่ระวังเอง เลยสะดุด ดันไปโทษเจ้าที่ทำไม" คนงานก็ยิ้มๆแล้วบอกอีกว่า "ลองของซะแล้วลูกพี่" มาถึงคำถามครับ เรื่องเจ้าที่เจ้าทางเชื่อถือได้ไหมครับ แต่ถ้ามีจริงทำไมถึงต้องแกล้งกันด้วยครับ ตามจริงควรจะอำนวยความสะดวกเพื่อให้งานเสร็จไวๆเจ้าของบ้านจะได้ดีใจใช่ไหมครับ หรือเจ้าที่ไม่พอใจที่ไม่มีของมาเซ่นไหว้ก่อนทำงาน ปรกติเริ่มงานหัวหน้าช่างผมจะทำทุกทีแต่วันนี้คงลืมครับ แต่เช่นนั้นก็เถอะครับ เจ้าที่ถ้ามีก็ไม่น่าถือตัวถือตนเลย สู้ชาวอโศกก็ไม่ได้ ไม่มีตัวไม่มีตนเป็นคนรับใช้ ขอถามเท่านี้ก่อนครับขอกราบขอบพระคุณพ่อครูครับ พ่อครูว่า... เจ้าที่เจ้าทางในศาสนาพุทธไม่มีหรอก พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ตั้งแต่ต้นๆเลยว่า คนที่ยังเข้าใจเรื่องจิตวิญญาณไม่ได้ก็เป็นเทวนิยม ไหว้ภูเขา ไหว้แม่น้ำ ไหว้จอมปลวก ไหว้ต้นไม้อะไรพวกนี้ พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ตั้งแต่ต้นๆแล้ว สรุปดีกว่า คนที่ยังศึกษาเรื่องของจิตวิญญาณ จิต เจตสิก รูปนิพพาน ที่เป็นเรื่องปรมัตถ์แท้ๆ ศึกษายังไม่ดีพอ โดยเฉพาะยังไม่จบกิจ ยังไม่ถึงขั้นอรหันต์มันจะยังมีเชื้อของเทวนิยม นึกว่าเป็นเจ้าที่มีวิญญาณอันนั้นอันนี้สถิต สรุปให้ชัดๆว่าไม่มีวิญญาณที่ว่านี้อยู่ที่นอกตัวนอกตนมาเป็นอะไรกับเราเลย อุปาทานทั้งสิ้น แล้วตัวเองก็เป็นผีบ้าเอง เช่นพวกที่เข้าส่งเจ้าลงมีวิญญาณเข้าทรง ตัวเองผีบ้าเองสะกดจิตตัวเอง ชักดิ้นชักงอเองโดยมีสัญญาเก่ามีความเชื่อเดิมติดยึดมา มันเป็นอย่างนี้ ฉันก็จะต้องทำอย่างนี้เป็นอย่างนี้ โดยมีจิตติดยึดเชื่อว่ามันมีจริง ถ้าคุณฟังอาตมาเข้าใจแล้วจิตวิญญาณที่ล่องลอยจะมาเข้าทรงคนนั้นคนนี้ อะไรพวกนี้ ไม่มี วิญญาณเจ้าที่เจ้าทางใดๆไม่มี วิญญาณคือธาตุจิตที่อยู่ในตัวมนุษย์เท่านั้น ขออภัยไปให้ลึก แม้แต่วิญญาณพระเจ้าที่เขาว่ามี นี่ก็ไม่มี ให้ลึกๆไปถึงขั้นนั้นเลยมันเป็นอุปาทาน เพราะฉะนั้นศาสนาเทวนิยมจึงมีพระเจ้าอยู่ ศาสนาพุทธไม่มี พระเจ้าก็คือจิตวิญญาณเรา พระเจ้าทำอะไรเราไม่ได้ เราเป็นเจ้าของจิตวิญญาณพอตายก็ปรินิพพานเป็นดินน้ำไฟลมไม่ไปอยู่กับพระเจ้านี่คือของพุทธ เอาแค่นี้ก็แล้วกันแต่เดี๋ยวจะมากไปกว่านี้

แยกกายแยกจิตให้เป็นอุตุพีชะได้จึงได้บรรลุอรหันต์ _ครู สา · แล้วการแยกกาย แยกจิต สร้างความตระหนักรู้ว่าร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา ไม่ตีโพยตีพายในความทุกข์กาย และจิตเป็นผู้เฝ้ามองให้เห็นจริงในอาการไตรลักษณ์ จะมีผลต่อการพิจารณาในวาระสุดท้ายก่อนตาย ที่ไม่ทนทุกข์ทรมานและเป็นการตายตามความเป็นจริงที่นำไปสู่การหลุดพ้นไหมคะ นมัสการด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... ใช่ ถ้าคุณสามารถศึกษาได้จริง แล้วก็ปฏิบัติเหตุปฏิบัติดับเหตุ ที่มันเป็นตัวการโง่ๆได้หมด คุณก็แยกกายแยกจิตได้บริบูรณ์ กายก็คือสภาพอย่างที่อาตมาอธิบายซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องยากมาก แต่ต้องรู้เบื้องต้นเสียก่อน พ้น สักกายทิฏฐิ อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสสอนในสังโยชน์ 10 เพราะฉะนั้นคนที่เข้าใจเรื่องกายไม่สัมมาทิฏฐิตั้งแต่ต้นแล้วหมดท่าเลย ไม่สามารถที่จะจัดการความบรรลุธรรมบริบูรณ์ได้ เพราะฉะนั้นต้องศึกษาดีๆแยกกายแยกจิตได้ รู้จักกายสัมมาทิฏฐิแล้วก็จะรู้จิตลึกซึ้งขึ้นไปตามลำดับ ถ้ากายยังไม่สัมมาทิฏฐิตั้งแต่ต้นจะมารู้จิตลึกซึ้งเป็นลำดับนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นพวกที่ไปนั่งหลับตาปฏิบัติธรรมตัดภายนอกไม่มีกายเสียแล้วตั้งแต่ต้นนี้ จึงโมฆะไม่มีวันที่จะสำเร็จเรื่องบรรลุอรหันต์ได้เลยเป็นอันขาด ที่มีกันก็มีแต่กายเก๊ หรือมีแต่อรหันต์เก๊กันเท่านั้น

_ด.ญ.ใสกลางเพ็ญ …กาย ร่างที่ไม่มีจิตทำไมเรียกว่ากายคะ พ่อครูว่า... เขาถาม โดยที่มีความเข้าใจแล้ว ถามมาประเด็นเรื่องกาย ร่างคือสรีระที่ไม่มีจิตแล้วทำไมไม่เรียกกาย? ซากศพคือร่างที่ไม่มีจิตแล้ว ก็ไม่มีกายแล้ว ฟังให้ดีนะนี่เด็กหญิงอายุ 11 ปีถาม ซึ่งไม่ใช่เรื่องเข้าใจได้ง่ายนะแต่เด็กเรา 11 ปี ซึ่งถามนี้ก็เข้าใจมาระดับหนึ่งแล้วว่า ร่างหรือซากศพไม่มีจิตจึงไม่เรียกว่ากาย เพราะคำว่ากายต้องมีจิต ถ้าไม่มีจิตร่วมได้เลยไม่ใช่กาย เช่น ดิน น้ำ ไฟ ลม สสาร วัตถุ ไม่มีจิตได้ร่วมด้วยอย่างนั้นคือไม่มีกาย แม้แต่พืช พืชไม่มีเวทนา ไม่มีจิตร่วม มีแต่แค่พีชนิยาม ไม่มีจิตนิยาม นี่แหละคือเรื่องลึกซึ้ง ผู้ที่ศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้าต้องเข้าใจอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยามแล้วปฏิบัติด้วยตัวเองเรียกว่าทำกรรมเป็นกรรมนิยามให้เกิดผลทรงไว้ จบ ถ้าแยก อุตุนิยาม พีช จิต ไม่ได้ เข้าใจถึงอาการ 3 ขั้นนี้ไม่ได้ไม่มีวันบรรลุอรหันต์ ผู้บรรลุอรหันต์ก็คือผู้ที่สามารถทำจิตให้เป็นอุตุได้เป็น พีชะได้ ทำจิตมนสิการทำจิตในจิตของเราได้ เมื่อกระทบสัมผัสกับอะไรต่ออะไรในโลกสามารถที่จะมี วสวัตตีโก ผู้ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ ทำให้จิตเป็นอุตุ เป็นพีชะ และ เป็นจิตที่บริสุทธิ์บริบูรณ์เป็นโลกุตรจิตอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้ได้ จึงเป็นผู้ที่ควบคุมจิตจัดการจิตไม่ให้จิตมันไปทำชั่วไม่ให้จิตมันไปสุขไปทุกข์ เป็นจิตที่สุดยอดฉลาดและสามารถทำจิตให้แตกสลายเป็นดินน้ำไฟลมไปได้เลย นี่คือความจริงใจที่สุดในศาสนาพุทธ ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เรื่องจิตวิญญาณและจัดการกับจิตวิญญาณได้ เสร็จสมบูรณ์แบบจบกิจเลย

จิตวิญญาณประชาธิปไตยคือพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข _ตุ๊ก อัศวิน : ขอโอกาสส่ง..อารมณ์..เจ้าค่ะ กาละนี้..เป็นกาละแห่ง สงครามสยามยุทธ์ เจ้าค่ะ มีผู้ประกาศตนลง..สนามยุทธ์ครานี้มากมายหลายสำนัก มากกว่าครึ่งร้อย..แค่อ่านรายชื่อพรรค ก็มึนตึ้บ..เจ้าค่ะ!! พรรคสัมมาธิปไตยได้เป็นพระอันดับ ที่ ๘๘ นับเป็นเลขมงคลยิ่งนักแล..เจ้าค่ะ ซึ่งเป็นไปตาม'กาละ_เทศะ_ฐานะ ดังที่พ่อครูได้ปรารภไว้!! ในความเห็นของเตง..เข้าใจว่าพรรคสัมมาธิปไตย มิได้ตั้งเป้าที่จะมี ส.ส. ให้มาก เพื่อชิงตำแหน่ง เป็น นาย ก. แห่งสยามประเทศนี้ แต่พรรคสัมมาธิปไตย จะเล่นบทผู้ช่วยพระเอก เป็นผู้ ส่งเสริม สนับสนุน ให้พระเอกเล่นบทบาทของ พระเอก ให้เด่นชัด..คือ..ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ชิมิ..เจ้าคะ จำได้ว่า..ในกาละสมัยหนึ่ง ที่พรรค 'เพื่อฟ้าดิน' ก็ได้เล่นบทบาทนี้ด้วยการใช้สิทธิแห่งพรรค จัดทำป้ายโฆษณา เป็นรูป สัตว์การเมือง เสือ_สิงห์_กระทิง(ควาย)_แรด ติดประกาศหรา!! เพื่อเตือนสติ นักเลือกตั้ง ทั้งหลาย ให้เห็นโทษ เห็นภัย จาก นกม(นัก_กิน_เมือง) ที่จะมาแทะทึ้ง สะด๊วบ เค้กประเทศไทย อย่างตะกรุมตะกราม ไม่เกรงใจประชาชน..เรยยย..ดังนี้แล จึงขอได้โปรดให้ สัมมาทิฎฐิ..เพื่อความเข้าใจ..ข้อความดังกล่าวข้างต้นนี้..ให้ชัดเจน แจ่มแจ้ง แก่สติปัญญา..ด้วยเจ้าค่ะ น้อมกราบ._/\_.ขอบพระคุณ ด้วยความเคารพยิ่งสุดเศียรเกล้า..เจ้าค่ะ พ่อครูว่า... ประเด็นอยู่ที่ว่าพรรคสัมมาธิปไตยสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร จะไปเป็นผู้ช่วยพระเอก ไม่ได้ตั้งจิตตั้งใจจะเป็นพระเอกเองแต่มาเป็นผู้ช่วยพระเอกอันนี้ถูกต้องแล้ว จะทำตนเป็นผู้ช่วยพระเอก และผู้ช่วยพระเอกจริงๆนี้คือใคร คือประชาชน ในประชาธิปไตยผู้ที่เป็นนักการเมืองน้ำดี ประชาชนก็ต้องหนุน ก็ต้องช่วย ยิ่งเป็นผู้ที่มีตำแหน่งหน้าที่สูงๆจนสูงที่สุด เช่นเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นต้น ก็ต้องมีประชาชนเป็นผู้ช่วยอย่างเต็มที่ ดังที่เห็นได้ขนาดนี้ อาตมาว่าอาตมาไม่ได้ตาถั่ว อาตมาว่าอาตมาตาดีนะที่เห็นความจริงว่า พลเอกประยุทธ์มีประชาชนสนับสนุน ไม่ได้จัดตั้ง การเมืองเขาที่มีผู้ที่ทำหน้าที่มาเป็นส.สแล้วจะไปเป็นรัฐมนตรีไปเป็นนายก เขาจัดตั้งกันทั้งนั้น จัดตั้งกันถึงขนาดจ่ายคนละกี่บาทเพื่อพอเวลาไปปรากฏการณ์ที่ไหนก็ไปเสนอหน้า เป็นหน้ามา หรือหน้าม้าก็ได้เอ้า อย่าไปใส่ตัวอื่น มาเป็นหน้าม้า เขาทำกันอย่างนั้น แต่ผู้ที่จริงมีประชาชนไปสนับสนุนยินดีโดยไม่ต้องจัดตั้ง ไม่ต้องมีหน้าม้า นี่คือสัจจะความจริง เพราะฉะนั้นในความจริงที่มันลึกซึ้งกันทุกวันนี้เราเห็นได้ความจริง อย่างพลเอกประยุทธ์ไม่ต้องไปนั่งเสียเงินจัดตั้งพวกนี้เลย หรือแม้แต่เป็นกลยุทธ์กลวิธีวิธีการ กลเม็ดเด็ดพรายอะไรเยอะ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยทุกวันนี้จึงเป็นประชาธิปไตยเลือกตั้ง ที่ก็ทำลำลองกันไปเท่านั้นเองจะเลือกตั้ง มันจริงอยู่ที่คนปฏิบัติตรงประพฤติจริงนักการเมืองจริง ในเมืองไทยจะเห็นได้ว่าพลเอกประยุทธ์เป็นนักการเมืองที่มีประชาธิปไตยลึกซึ้งมาก ขอบอกได้เลยว่าลึกซึ้งกว่าอเมริกา เพราะมีความรู้ทางวิญญาณ อเมริกาเป็นการเมืองขาเดียว เป็นการเมืองไม่มีวิญญาณ เป็นการเมืองมีแต่รูปธรรมไม่มีนามธรรม นามธรรมกระจัดกระจายไม่ได้เป็นประชาธิปไตย นามธรรมแหลกละเอียด นามธรรมนั้นถูกเหตุข้อมูลหลักฐาน ค่ายกลแห่งการเมืองจัดการหมดเลย ไม่ได้บริสุทธิ์ใจไม่ได้เป็นความอิสระเสรีภาพอย่างสมบูรณ์แบบอะไรเลย ความเข้าใจประชาธิปไตยของอาตมายิ่งเห็นว่าประชาธิปไตยของไทยแตกต่างจากสหรัฐอเมริกาคนละขั้ว ใครเห็นว่าประชาธิปไตยขาเดียวเลือกตั้งแล้วไม่มีกษัตริย์ เป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีวิญญาณ กษัตริย์คือวิญญาณของประชาชน คือวิญญาณของประเทศ เพื่อสืบสายจิตวิญญาณเป็นกรรมพันธุ์เป็นสันตติตลอดเวลา กรรมพันธุ์นี้สืบทอดกันอยู่ในระบบของกษัตริย์ที่สืบสันตติวงศ์ที่มีกฎมณเฑียรบาลที่มีเชื้อสายสืบกันมา ต้องมีการอบรมฝึกฝนเตรียมตัว พี่จะต้องขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของประเทศ แม้จะเป็นประเทศที่มีประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กษัตริย์ก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์ 1 องค์ แม้แต่นายกจะเป็นตัวแทนประชาชนประชาชนก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์ กษัตริย์ก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์ด้วยอย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นประเทศที่ไม่มีกษัตริย์ จึงเป็นรัฏฐาธิปัตย์ขาเดียว ประชาชนสืบทอดไม่มีที่ไปที่มา ไม่มีการเตรียมตัว ไม่มีเนื้อในมีแต่เปลือก อันนี้เข้าใจกันยาก เพราะฉะนั้นความเสื่อมของการเมืองในโลก เมื่อประชาธิปไตยต้นแบบเขาก็มีกษัตริย์ อังกฤษเขาก็มีกษัตริย์ แต่พอไปเป็นอเมริกาเหลือขาเดียวก็จึงเป็นประชาธิปไตยพิการ มันไม่มีทางจิตวิญญาณไม่มีการสืบทอดทางจิตวิญญาณไม่มีรัฏฐาธิปัตย์ทางจิตวิญญาณ มันเอาแต่ประชาชนอย่างเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจกันยากอยู่ เขายังไม่รู้ไม่เข้าใจ จนสุดท้ายก็กลายเป็นคอมมิวนิสต์ แล้วคอมมิวนิสต์เองก็กลายเป็นเผด็จการเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์จนได้ จะเป็นเรื่องของประชาชนที่แท้เอาประชาชนเป็นหลักเลยก็ไม่ได้ เอาไปเอามาล้มเหลวหมด ทั้งประชาธิปไตยแบบสหรัฐ ล้มเหลวทั้งคอมมิวนิสต์ชัดเจนที่สุดก็คือ เกาหลีเหนือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยังยืนยงคงที่อยู่ดีก็คือ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างอังกฤษเขาก็ยังทรงไม่ได้ แม้แต่ญี่ปุ่นหรือทางสแกนดิเนเวีย ทางยุโรปบางประเทศก็ยังมีกษัตริย์เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะประเทศไทยนี่แหละที่ยังเป็นประชาธิปไตยที่ยังทรงสภาพสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยหรือคอมมิวนิสต์นั้นพิการ เป็นระบบบริหารประเทศที่พิการไม่เป็นประชาธิปไตย

(พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะเดินดิน... พวกที่สนับสนุนไม่เอากษัตริย์ จะมีจิตวิญญาณที่หยาบกระด้าง ไม่มีการเคารพนับถือในวัยวุฒิชาติวุฒิ พ่อครูว่า... ค่อยๆศึกษากันไปเป็นเรื่องลึกซึ้งไม่ใช่เรื่องตื้น เรื่องต้องมีสภาพ 2 เทวฺ พอเป็นพิการขาเดียวหนึ่งเดียว เหมือนอย่างเทวนิยม พระเจ้าเป็นหนึ่งเดียวนี้ก็พิการแล้ว แล้วแถม เป็นหนึ่งเดียวที่ลึกลับด้วยพระเจ้าอยู่ไหนก็ไม่รู้ แต่ถ้าจริงพระเจ้าก็คือพระศาสดาเองนี่แหละที่มีภูมิธรรมทั้งหลายทั้งหมด ของศาสนาคริสต์หรือศาสนาอิสลามหรือศาสนาเทวนิยมใดๆก็แล้วแต่ ที่มาสอนเป็นคัมภีร์ที่บอกว่าเป็นของพระเจ้าแท้จริงเป็นของพระศาสดาเองที่ได้สั่งสมกรรมวิบากมา จนกระทั่งไม่รู้ว่าเป็นของตนเองที่ได้สะสมมาจนสูงส่ง ตนเองได้สะสมความรู้ความจริงของแต่ละศาสนา มีความรู้ของตนเองมาก็ไม่รู้ได้ว่าเป็นของตนเองไม่มั่นใจ ไม่กล้ารับรองว่าเป็นของตนเอง ก็เลยบอกว่าเป็นของพระบิดา เป็นของพระเจ้าประทานมาให้ แล้วอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ สมมุติกันอยู่ในจินตนาการอยู่ในห้วงลึก จนกระทั่งทุกวันนี้ไม่มีใครเคยเห็นพระเจ้า ไม่มีใครเคยสัมผัสพระเจ้าได้เลย ต่างๆนานาพวกนี้มันเป็นความไม่สมบูรณ์แบบ ไม่มีความชัดเจน 2 สภาพเลย เทวะ ซึ่งสัมผัสทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ได้ ครบโลกครบอัตตา มันเป็นความรู้ที่ไม่บริบูรณ์ในเทวนิยมขาเดียว สรุปง่ายๆก็คือศาสนาพระเจ้าเป็นความรู้ที่ยังขาเดียวลึกลับอยู่ยังไม่เต็มเต็ง ยังไม่เป็น เทวฺ ที่เป็นสอง ยังไม่เป็นสองที่แท้

เกิดเป็นคนจนอย่างไรถึงเรียกว่าเป็นคนชั้นสูง _สว่างแสง ขวัญดาว · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูคะ ณ.วันนี้ลูกยังไม่ได้ข่าวว่า จะมีผู้สมัคร ส.ส ท่านใดมาประกาศตนว่าจะขอเป็นคนจนเพราะช่วยเหลือสังคม ทั้งที่คนจนแบบที่พ่อครูพาทำนี้เป็นจริงได้ ช่วยเหลือสังคมได้จริง นี้เป็นเพราะอะไรคะ ฟังพ่อครูเทศน์เรื่องคนจน คนรวย ลูกมีความเห็นอย่างแท้จริงว่า คนจนที่พ่อครูพาทำ นี่แหละเป็นผู้กอบกู้เศรษฐกิจช่วยเหลือสังคม ลูกขอถามว่า เพียงเราได้ชาติกำเนิดมาเป็นคนจน ทำมาหากินสุจริตไม่เบียดเบียนใคร เราจะสามารถเรียกได้ว่า ได้ชาติกำเนิดมาสูงกว่าคนรวยตั้งแต่เกิดเพราะเอาเปรียบเขาได้ไหมคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... เอาเปรียบเขาได้แต่คุณไม่เอาเปรียบเขา นี่คือคนจนที่สมัครใจจน ไม่ไปเอาเปรียบเขา จะรวยก็ไม่ไปรวยแข่งเขาแต่มาทำตัวให้จนกว่าเขา คนนี้ต่างหากเป็นคนที่รู้เป็นคนที่สมัครใจมาจน และเป็นคนจนที่มีภูมิปัญญามาเก่า ที่มีบารมีมาเก่า พระพุทธเจ้าหรือเจ้าชายสิทธัตถะนี้รวยหรือจน ..รวย แต่มาเป็นพระพุทธเจ้าแล้วรวยหรือจน ..จน ท่านทิ้งสมบัติพัสถานที่ยิ่งใหญ่มา ถ้าท่านอยู่ท่านจะเป็นจอมจักรพรรดิ์ แม้แต่ท่านจะเกิดในแคว้นเล็กแต่ต่อไปท่านจะเป็นจอมจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ แม้แต่พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสารที่เป็นแคว้นใหญ่ที่สุดในยุคนั้นในอินเดีย ก็ยังยอมรับนับถือเลยในพระพุทธเจ้า มาเลย จะแบ่งแคว้นให้ปกครองครึ่งหนึ่งและทั้งคู่ บริหารแบบนี้แล้วสุดยอด เป็นผู้บริหารที่สุดยอดแล้ว คนจะได้สุขสบายกัน อย่างนั้นเลย แต่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าไม่เอา ถ้าเอาก็จะได้ยิ่งใหญ่เป็นจอมจักรพรรดิ์เลย ขนาดยังไม่ลงมือนะ พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าพิมพิสารก็ให้แล้ว ยิ่งลงมือทำก็จะเป็นจอมจักรพรรดิที่ไม่ใช่จอมจักรพรรดิอย่างเจงกิสข่าน ที่ไปเที่ยวฆ่าล่า ไม่ใช่ และจะเป็นจอมจักรพรรดิ์อย่างสายบุ๋นไม่ใช่สายบู๊ คนจะมาขึ้นกับท่านโดยที่เรียกว่าด้วยพระคุณ ไม่ใช่พระเดชเลย สุดยอดอย่างนั้นแต่ท่านไม่เอา ยิ่งใหญ่เป็นจอมจักรพรรดิ์ ท่านเป็นจริงเป็นได้จริง แต่ไม่เอา มาเป็นคนจน มาเป็นคนไม่มีสมบัติพัสถาน นี่มันแสดงถึงสภาวะจริงที่ยิ่งใหญ่มาก อาตมาพูดมาหลายทีหลายครั้งแล้ว คนก็นึกไม่ออก เข้าใจยังยาก เพราะฉะนั้นผู้ที่บรรลุธรรมสูงสุดนี้มาเป็นคนจน พระอรหันต์มาเป็นคนจนทุกคน ไม่สะสมสมสมบัติ อนาคาริกชนก็ทิ้งแล้ว ไม่เอาแล้ว สละทรัพย์สฤงคาร บ้านช่องเรือนชาน แล้วก็มาบริหารร่วมกันกินใช้ร่วมกันดูแลไป ร่วมรับผิดชอบด้วยกันเรื่องอะไรแบบอยู่คนเดียว เป็นเรื่องเดาเอาไม่ได้ ต้องมีปัญญา มีภูมิรู้จริงๆ

เศรษฐกิจจะดีนั้นเน้นที่งานไม่ใช่ไปเน้นที่เงิน _ป้ารัตน์ หนึ่งในธรรม · กราบนมัสการ พ่อท่านด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ ตอนนี้การเมืองทั่วไป กำลังหาเสียงกันชนิดที่ไม่คิดความดีและชั่ว จะต่างกันขนาดไหน หาเสียงแบบสกปรก เริ่มแจกเงินกันแล้วแนวเดิม จะให้นักการเมืองโลกีย์ลดความแก้ตัวได้อย่างไร อยากฟังพ่อท่านให้ความรู้บ้างก็จะดีนะ กราบสาธุค่ะ พ่อครูว่า... อาตมาพูดจนคอจะแตกแล้วอธิบายไปแล้ว อธิบายไปจบจนกระทั่ง ว่า คนที่ไปงมงายอยู่กับเงิน นั่นคือคน ง.โง่ อย่าไปเอาเงินมาเป็นหลักเอางานมาเป็นหลัก อย่าไปงมงายอยู่กับ ง.โง่ เงิน เอางานที่งามที่งอกงาม งานที่เป็นสัจจะประเสริฐจริง เป็นหลักของมนุษย์ อย่าไปโง่อยู่กับเงินๆทองๆ เพราะฉะนั้นเรื่องจน คนมาเป็นคนจนพิสูจน์ได้ คุณทำงานให้แก่ประชาชนนี้เถอะ แล้วไม่ต้องสะสมเงินเลย อย่างอาตมานี้ ไม่เห็นอดอยากเลย แล้วพาพวกเรามา ก็วางมา ละทิ้งมาเหมือนกัน แล้วพวกเราอดอยากไหม ก็ไม่อดอยาก เป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ไม่อดอยากอะไรเลย เพราะในภาวะสัจธรรมที่พระพุทธเจ้าสอน เราไม่ไปโง่ที่จะไปติดอะไร พะรุงพะรัง ไอ้นี่ก็งาม ไอ้โน่นก็หรู ไอ้นี่ก็สวยก็แพง ไอ้นั่นก็ชั้นสูง ก็ไฮโซ เลิกโง่จากพวกนั้นมาหมดแล้ว รู้จักเหตุปัจจัย สาระปัจจัยของชีวิตมันนิดเดียว ไม่มากเลย แถมบริขารให้อีกก็ยังไม่มากเลย องค์ประกอบที่จะใช้ในชีวิต ทุกวันนี้ก็อาจจะมีดินสอ ปากกาแว่นตาหรือคอมพิวเตอร์ก็ตาม ก็ไม่ใช่เพื่อตัวเรา ไม่ได้เพื่อหาเงิน ไม่ได้เพื่อเสพสุข แต่เพื่อทำงานรับใช้สังคม อาตมาใช้คอมพิวเตอร์ ใช้เพื่อสังคม ไม่ได้ใช้เพื่อหาเงิน เป็นเงินทางอากาศ ไม่ได้ใช้แบบนั้น แต่ใช้เพื่อจะเป็นความรู้ทางธรรมะ เอาไว้เขียนหนังสืออธิบายเนื้อหาธรรมะ เพื่อสื่อสารธรรมะ เพื่อบันทึกธรรมะอะไรต่างๆเท่านั้น สรุปแล้วต้องมาเป็นคนจนจริงๆ เพราะฉะนั้น นักการเมืองที่ดี ผู้รับใช้ประชาชนที่จริง ต้องเป็นอาริยบุคคล ถ้าไม่ใช่อาริยบุคคลจริง โดยเฉพาะเป็นอรหันต์ ถ้าไม่ใช่อรหันต์จริงก็ยังไม่ใช่นักการเมืองแท้ นักการเมืองที่จริง ต้องเป็นอรหันต์นั่นแหละสูงสุด ยิ่งเป็นโพธิสัตว์เลย ซึ่งคนเขาก็ยังไม่เข้าใจ จนกระทั่งหาว่าธรรมะอย่ามายุ่งกับการเมือง การเมืองอย่ามายุ่งกับธรรมะ นั่นคือคนนั้นเป็นคนพิการ คนที่ไหนจะแยกจากการเมืองได้ คนที่ไหนจะแยกจากธรรมะได้ ธรรมะกับการเมืองมันอันเดียวกัน คนที่เข้าใจว่าธรรมะไม่ใช่การเมืองคนนั้นคือเดียรถีย์ คือคนไปอยู่ป่า พวกเข้าใจป่าว่าเป็นการบรรลุธรรม พวกโง่พวกไม่ใช่สังคมมนุษย์ หนีไปเป็นผีป่า อย่างพวกเชนผ้าก็ไม่นุ่ง แดดลมหนาวอะไร ไม่รู้สึกรู้สา ทรมานทรกรรมตัวเองไปเดินโทงๆๆนึกว่าบรรลุธรรม แม้แต่ไม่ถึงขนาดนั้น ออกป่าก็พิการแล้ว คนไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่มนุษย์ป่า ไม่ใช่ มิลักขะ คนเป็นชาวอาริยกะ เป็นคนเจริญ เป็นคนสังคมไม่ใช่คนป่าเถื่อน เป็นคนอยู่เดี่ยวไม่ใช่ คนเป็นสัตว์สังคม แค่นี้ไม่เข้าใจแล้ว ปลีกแยกไปจากสังคม ผิดแล้ว มิจฉาทิฏฐิแล้ว ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งสังคม รู้จักสังคมดี สังคมเต็มๆก็เรียกว่าโลก รู้จักภาวะโลก ภาษาคำว่า สังคมคือความเกี่ยวข้อง โลกก็คือความเกี่ยวข้องที่ยิ่งกว้างขึ้น กว้างขึ้น ตามลำดับ แล้วก็เป็นผู้ที่อยู่กับโลกอยู่กับสังคมอย่างอยู่เหนือ เรียกว่าโลกุตระ อยู่เหนือโลกอยู่กับโลก ไม่ใช่ไปนั่งทับโลกหรอก เหนือคือผู้มีจิตที่เข้าใจแล้ว เรื่องของการอยู่กับมนุษยชาติว่าจะอยู่กับเขาอย่างไร เป็นผู้ที่มีคุณค่า เป็นอาริยะแบบไหน นี่คือสัจจะที่สุดยอดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อาตมาก็นำเอามาสาธยายอธิบาย คุณป้ารัตน์บอกว่า ทำยังไงจะให้นักการเมืองลดความเป็นโลกีย์ลดความเห็นแก่ตัว อาตมาก็ว่า ตัวอย่างอย่างทักษิณเขาทำ เขาใช้เงิน เป็นนักการเมืองที่ใช้เงินเป็นหลักเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นตระกูลเดียวกันตระกูลที่ยังเห็นเงินเป็นเรื่องของสัจธรรม โดยเฉพาะที่จะทำงานกับสังคม เพราะฉะนั้นคนทำงานกับสังคมไม่ต้องไปคำนึงเรื่องเงิน ทำงานกับสังคมคำนึงเรื่องงานแล้วก็จะหยุดโง่ ถ้าไปทำงานกับสังคมคำนึงแต่เรื่องเงินก็ยังโง่ เช่น เศรษฐกิจก็ไปวุ่นแต่ตัว GDP ตัวรายได้เป็นหลัก นี้มันยังโง่ เศรษฐกิจของมนุษยชาตินั้นเอาที่งานไม่ใช่ไปเอาที่เงิน ผลของงาน1, คนทำงาน1, ปัญญาความเฉลียวฉลาดของคนอีก1 เอาอันนี้ คนไหนมีคณะไหนมีแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ไม่ต้องไปคำนึงถึงเงิน ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจน ชาวอโศก ไม่ได้เอาเงินเป็นหลักเลย เอาเรื่องงาน เอาเรื่องคน แล้วเอาเรื่องความรู้ความสามารถของคน นี่คือสาระแก่นแท้ของการกอบกู้เศรษฐกิจก็ตาม กอบกู้การเมืองก็ตาม ได้งมงายอยู่การเมืองก็เรื่องคะแนนเสียงเศรษฐกิจก็เรื่อง GDP รายได้ เวรจริงๆเลย คุณแก้ปัญหาเศรษฐกิจ คุณแก้ปัญหาการเมืองไม่จบกิจอะไรหรอก ไม่เป็น กตํ กรณียํ นารํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ แน่นอน มันผิดเป้ามันไปแก้ที่ผล ไม่ได้แก้ที่เหตุ เหตุมันอยู่ที่คน ไม่ได้ไปอยู่ที่เงิน ไม่ได้ไปอยู่ที่คะแนนเสียง ไม่ใช่ มันมาอยู่ที่คน ฟังนะนักการเมืองก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ก็ตาม ฟังอาตมาพูด แล้วจงอย่าไปหลงเทวนิยม นั่นยังไม่ใช่พระพุทธเจ้า เทวนิยมหรือทางยุโรปหรือทางศาสนาพระเจ้า ความรู้เศรษฐศาสตร์จากเทวนิยมรัฐศาสตร์จากเทวนิยมนั้น มาเรียนเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้าเถิด เอาละเถรสมาคมก็ยังเข้าใจยาก เถรสมาคมไม่ได้เข้าใจรัฐศาสตร์เศรษฐศาสตร์อย่างที่อาตมาพูดหรอก มันก็น่าสงสารเหมือนกัน อาตมาเกิดมาในยุคนี้ถึงมาเปิดเผยเอาความจริงสาระสัจจะพระพุทธเจ้ามายืนยัน คนก็ยังไม่เชื่อง่ายๆหรอก เพราะอาตมาถูกข่มถูกดิสเครดิต ถูกทางโน้นประกาศแล้วก็ไปเชื่อเถรสมาคมนั่นแหละ คุณก็เชื่อกันอยู่อย่างนั้นแหละ ไม่พยายามที่จะมาฟัง ไม่มี ปรโตโฆษะ ไม่ฟัง ผู้ที่นำสิ่งที่แปลกดี จนกระทั่งอาตมาทำงานมา 50 กว่าปี มีมนุษยชาติ มีพฤติกรรมสังคม มีวัฒนธรรมสังคม มีรูปธรรมสังคมสมบูรณ์แบบหมดแล้ว ให้เห็นได้ กระจายอยู่ทั่วประเทศในชุมชนชาวอโศก เป็นสาราณียธรรม 6 ถึงขั้นสาธารณโภคี ซึ่งเศรษฐศาสตร์หรือเศรษฐกิจแบบสาธารณโภคีประชาธิปไตยก็อยากได้ คอมมิวนิสต์ก็อยากได้ คือสาธารณโภคีนี้ประชากรสมาชิกของสังคมเสียภาษี 100% ประชาธิปไตยที่สมาชิกของประเทศเสียภาษี 100% คุณไม่เอาหรือ คอมมิวนิสต์ มีสมาชิกประชากรเสียภาษี 100% จะเอาไหม มันจบแล้ว คอมมิวนิสต์เขาพยายามกดขี่บังคับ ด้วยกฎหมาย ด้วยอำนาจอะไรก็แล้วแต่ ให้ผู้ที่เสียภาษี เสียภาษีให้ได้มากที่สุด ซึ่ง ลำเอียง อยู่ดี สุดท้ายก็แพ้นายทุนมันไม่สำเร็จเพราะกิเลส

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน