สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สติกับปัญญาที่พัฒนาได้สองนัย copy.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.07 KB
วันที่แก้ไข6 กุมภาพันธ์ 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู ตอน สติกับปัญญาที่พัฒนาได้สองนัย อำนาจหรืออธิปไตยคือสติ ปัญญาคืออุตตระ อำนาจคือแรงพลัง ส่วนเหนือคือพลังงานนี้ ไม่ข่มใคร พลังงานนี้มันยอด สูง ลอย วน ที่จะแผ่รังสีแก่ล่าง หรืออุ้มล่าง ช่วยแบกข้างล่าง สติเป็นใหญ่ ปัญญาเป็นยิ่ง สติเป็นอธิปไตย เป็นแรง ถ้าเราจะอธิบายไปหาฟิสิกส์ อธิปไตยก็เป็น static ส่วนตัวปัญญาหรืออุตตระ ก็เป็น dynamic ตัวเบา ส่วน static เป็นตัวนิ่งตัวแกน สองพลังงานนี้ เป็นปฏิกิริยาบทบาท ถ้าต่างคนต่างนิ่ง ก็ไม่เกิด ไม่มีอะไรพัฒนาหรือเสื่อม รู้นิ่งเฉยๆๆ จะพัฒนา ต้องรู้ทิศทางของความพัฒนาเจริญ แต่ต้องมีความเคลื่อนที่ ถ้าไม่รู้จักทิศทางของพัฒนา เคลื่อนที่เข้าไปหาความเสื่อม สัจจะก็มีแค่นั้น ความเจริญที่แท้ สรุป คือความเจริญที่ไม่เห็นแก่ตัวแก่พวก แต่ความเจริญที่เห็นแก่คนอื่น ได้มากกว้างไกลเท่าไหร่ ยิ่งเจริญ ทิ้งตัวตนไปมากเท่าไหร่ ยิ่งสูงยิ่งห่างจากตัวตน นั่นคือความเจริญ ตัวเองยิ่งน้อยยิ่งสูญ นั่นคือความเจริญ ผู้ที่เข้าใจสัจจะของพระพุทธเจ้า เป็นสัจจะที่ไม่อยู่หนึ่งเดียว ได้อยู่เป็นหมู่เป็นกลุ่ม ถ้าอยู่เป็นโลกุตระแล้ว หมู่กลุ่มไม่เล็กด้วย ไม่ใช่แค่มี 3 ตัวหรือ 9 ตัว 10 ตัว ต้องมีพันเป็นเอนกอย่างน้อย ไม่ใช่หนึ่งชนิดพันขึ้นไป ถ้าหนึ่งแบบต่ำกว่าพัน ก็ขยายไม่ออก แต่หลักพันคือหลักของสี่แล้ว สามจึงเป็นพีชะเท่านั้น ต้องสี่จึงเข้าหาจิต ต้องเป็นหก เป็นเจ็ด จึงจะแข็งแรง เริ่ม หนึ่ง หมุนรอบตัว ถ้าแยกหนึ่ง ออกเป็นสามเส้า สองก็เป็นแนวระนาบ เกิดองศาขึ้นมา ก็เป็นวงรี จนเป็นวงกลม ที่เริ่มได้สมดุล ก็จะเร็วแรง จะอยู่ได้นานหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย ถ้าไม่มีตัวสี่ เป็นทศนิยม แต่มีแค่สาม วนไปก็จะเป็นความสลาย ถูกเขาสลายไป 0 หรือ 10 หากไม่มีทศนิยมเกิดของ

อ่านต่อ

ตน แม้ 3.000001 ก็ตาม ก็จะมีแต่หรี่ หากทศนิยมคุณสูงคุณเร็ว ก็จะยิ่งมากขึ้นๆ เราต้องเพิ่มพลังเสมอ หากต้องการเจริญ จนกว่าคุณจะรู้ ความเจริญเป็นที่จบ คืออรหัตตา คือไม่ลึกลับ อรหะคือความไม่ลึกลับ อรหัตตาคือ ตัวตน ที่ไม่มีความลึกลับแล้ว คุณเพิ่มอรหัตตานี้ไประดับหนึ่ง เต็มรอบแล้ว อรหัตตาคือเต็มที่สุด เต็มที่สุดในรอบใด โสดาบันก็รอบหนึ่ง สกิทาคามีก็รอบหนึ่ง อนาคามีก็รอบหนึ่ง อรหันต์ก็รอบหนึ่ง อนุโพธิสัตว์ ก็รอบหนึ่ง อนิยตโพธิสัตว์ก็รอบหนึ่ง นิยตโพธิสัตว์ก็รอบหนึ่ง มหาโพธิสัตว์ก็รอบหนึ่ง สัมมาสัมพุทธโธ คือพระพุทธเจ้า การเรียนรู้นามธรรม ไม่ใช่ดินน้ำไฟลมแท่งก้อน แม้แต่ความว่าง ก็ไม่ใช่ นามธรรม ไม่ใช่อากาศ ไม่ใช่ความว่าง แต่นามธรรมสามารถเล็กกว่าอากาศได้ จึงซ้อนอยู่ในอากาศได้ อากาศจึงมีนามธรรมซ้อนอยู่ได้ เพราะนามธรรมเล็กละเอียดกว่า นามธรรม ถ้าไม่สามารถเป็นโลกุตระ นามธรรมตัวนั้นก็ช่วยรูป เท่านั้นเอง หนึ่ง เป็นพลังงานแม่เหล็ก สอง เป็นพลังงานไฟฟ้า จะเริ่มต้น ดูดหรือผลัก ไฟฟ้าเป็นได้สอง ดูดก็ได้ สลายก็ได้ แม่เหล็กดูดอย่างเดียว แต่ไฟฟ้าสลายหรือผลักหรือดูดก็ได้ ส่วนพลังงานนามธรรม อยู่เหนือพลังงานวัตถุ พลังงานฟิสิกส์ และเมื่อมีความสามารถใช้ มีอำนาจเหนือ เรียกว่า มีอธิปไตย แล้วก็มีอำนาจเหนือ ชนิดมีปัญญา ปัญญาที่ไม่มีขี้โกงหรือทุจริต เป็นความเฉลียวฉลาดสุจริต รับใช้คนอื่น จึงสามารถใช้ แรงอธิปไตยกำลังงาน ให้เกิดคุณค่า ถ้าเผื่อว่า แรงอธิปไตย ไม่มีปัญญาเข้าไปควบคุม ก็กลายเป็นเฉโก ก็ใช้กัน จนฉิบหาย บรรลัยจักร เพราะไม่มีความซื่อสัตย์ แล้วมันมีตัวแยกรู้ ดีแท้กับชั่วแท้ คืออะไร แต่มันไม่มี แม้มีบ้างก็ไม่ซื่อสัตย์ ต้องมีให้เปอร์เซ็นต์สูง จนไม่เปลี่ยนแปลงแล้ว นิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสฺสตัง (ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง (ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) นักประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้า จึงเป็นคนมีปัญญา ไม่ใช่มีแต่ เฉโก ฉลาดฉิบหายคือเฉโก คนฉลาดฉิบหาย เคยเห็นไหม เดี๋ยวนี้ยังมีไหม แล้วเขาเปลี่ยนตัวเองหรือยัง ก็จมในความชั่วความไม่เจริญ ไปอีกนานเท่าไร บังคับเขาไม่ได้ เขาก็คิดว่า โลกต้องมี อย่างที่เขาคิดเขาเป็น น่าสังเวชใจ น่าสงสา ร

600202_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก อัญญาคือเชื้อต้นของปัญญา

https://www.youtube.com/watch?v=H_FJZSbhyps

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน