คนเหนือธรรมดา.pdf

โฟลเดอร์หนังสือธรรมะพ่อครู
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์1002 KB
วันที่แก้ไข31 ธันวาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ สมณะโพธิรักษ์ แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๓๕ ณ พุทธสถานปฐมอโศก เราจะพิมพ์หนังสือธรรมะให้ท่วมโลก เลขมาตรฐานสากลประจ าหนังสือ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ คนเหนือธรรมดา สมณะโพธิรักษ์ จ านวนพิมพ์ ๒,๐๐๐ ฉบับ ปีที่พิมพ์ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ผู้จัดพิมพ์ ธรรมทัศน์สมาคม ๖๗/๕๐ ถ.นวมินทร์ บึงกุ่ม กทม. ๑๐๒๔๐ โทร.๐๙-๕๖๑๘-๙๑๕๔ พิมพ์ที่ ๑–๓ ถนนวิสุทธิกษัตริย์ แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐ ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา โครงการหิ่งห้อย ก่อนเข้าเรื่อง คนธรรมดาใช้ชีวิตตามอ านาจความโลภ ความโกรธ ความหลง ในใจตน วิ่งวนไม่รู้จุดจบ ถ้าเหน็ดเหนื่อยหนักหนากับชีวิต มาเรียนรู้โลกของคนเหนือธรรมดาว่าเขาคิดอะไร อยู่กันอย่างไร ยังคงเหน็ดเหนื่อยแต่เบากายเบาใจ หยุดวิ่งวนแต่ก้าวไปข้างหน้าไม่หยุดหย่อน ชวนมาเป็นคนเหนือธรรมดากันเถอะ คณะท างาน โครงการหนังสือหิ่งห้อย ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๗ เราจะพิมพ์หนังสือธรรมะให้ท่วมโลก มีอะไรในเล่ม คนเหนือธรรมดาเป็นคนอย่างไร .................................... ๖ หยุดกิเลสได้ถ้าใช้ปัญญาอ่านใจ ................................... ๘ คนเราเกิดบุญได้อย่างไร ............................................ ๑๑ นักค้าขายน่าสงสารจริงหรือ ....................................... ๑๔ เงินบาป - เงินบุญ ...................................................... ๑๕ เปลี่ยนเงินบาปเป็นเงินบุญ ........................................ ๒๒ คนจนที่น่ากราบน่าเคารพ .......................................... ๒๕ คนรวยคือคนขี้โลภ ................................................... ๒๗ ท าอย่างไรจึงจะเป็นคนมีคุณค่า ................................. ๒๘ วิธีสร้างความง

อ่านต่อ

าม ...................................................... ๓๑ อัตตามานะ และการลดตัวตน .................................... ๓๔ มัชฌิมาปฏิปทาเพื่อเป็นคนเหนือธรรมดา ................... ๓๘ คนเหนือธรรมดา สมณะโพธิรักษ์ แสดงธรรมเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๓๕ ณ พุทธสถานปฐมอโศก ท าวัตรนี่เป็นการศึกษาชนิดหนึ่ง ก็คือเข้าห้องเรียน นั่นแหละ ที่นี่เราเข้าห้องเรียนกันเป็นประจ า มาหัดอบรมฝึกตน มาท าวัตร มาสร้างวัฒนธรรม เพราะว่าเราเป็นนักเรียนแห่งชีวิต หรือว่าเราเป็นนักศึกษาแห่งชีวิต ชีวิตเราจะต้องศึกษาไปตลอดเวลาแหละนะ เราได้ฟังผู้บรรยาย ผู้สอน ผู้แนะน าอย่างนี้ เรียกว่า เราเรียน ผู้บรรยาย ผู้สอน ผู้แนะน า ก็เรียกว่าครู หรือว่าผู้รู้ ผู้ที่เข้าใจ หรือว่าผู้ที่ได้อะไรมาก่อน แล้วก็เอามาแนะน ากัน มาบอกกัน บอกวิธีท า หรือบอกว่าได้อย่างนี้มาแล้ว ก็เอามาเสนอว่าอย่างนี้มันดีนะ ผู้ที่ได้ดี เรามีศีลนี่ดีนะ เราลดอันนี้ได้ เราละอันนี่ได้ดีนะ มันดียังไง เอามาอธิบายให้ฟัง ๖ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ คนเหนือธรรมดาเป็นคนอย่างไร ผู้ฟังก็ฟังไป ใครเห็นด้วย ก็ดีนะ ก็มาปฏิบัติตาม ประพฤติตาม พิสูจน์ตาม เมื่อพิสูจน์แล้ว ก็ได้ด้วย เมื่อได้แล้ว เราก็รู้ว่า เออ เราได้อย่างนี้นะ เรามีศีลนั่น เราดียังไง เราจะรู้สึกเองนะ เราเป็นคนไม่ขี้โลภ ไม่ขี้โกรธ แต่ก่อนนี้ เราโกรธนะ โกรธบ่อยเลย และท่านก็บอกว่าการขี้โกรธนี่มันร้อน ขี้โกรธนี่มันไม่สบายหรอก มันทุกข์ มันวุ่นวาย มันอึดอัด มันร้อนรน มันไม่เย็น ต่างๆ นานา สารพัดยังไง เราก็ฟังและเราก็เอาไปปฏิบัติ ลองลดโลภ ลดโกรธ มันก็ลดได้จริงๆ แต่ก่อนนี้ ถ้าเผื่อว่าอย่างนี้ ต้องโกรธแน่เลย เหมือนอย่างหนังจีน อย่างนี้ถ้าไม่โกรธ มันก็ไม่ใช่คนแล้ว เคยได้ยินไหม อย่างนี้ไม่โกรธมันก็ผิดละ ต้องโกรธ ถ้าเผื่อว่าอย่างนี้ ต้องโกรธ คนธรรมดาต้องโกรธ คนเหนือธรรมดา ๗ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ แต่คนที่เหนือธรรมดานี่ คนที่ได้ฝึกฝนอบรมแล้วจริงๆ นี่ ถึงแม้ขนาดถูกยั่ว ถูกท าให้พยาบาท โกรธแค้น อาฆาต จะต้องแก้แค้นแค่ไหน คนที่เหนือธรรมดานี่นะ จะไม่โกรธ ไม่อยากแก้แค้น มีแต่ให้อภัย นี่คือคนที่ปฏิบัติธรรม หรือปฏิบัติสิ่งที่ประเสริฐ ที่พระพุทธเจ้าสอน และเราก็ฝึกหัดอบรม จนเป็นอย่างนี้ เป็นคนประเสริฐ เป็นคนเจริญ เป็นคนไม่โกรธ ไม่อาฆาต ไม่เคียดแค้น ซึ่งผิดกับหนังจีนที่เขาว่า อย่างนี้ไม่แค้น ไม่ช าระไม่ได้ ถ้าเผื่อว่าอย่างนี้แค้น ก็ต้องแก้แค้น ถ้าไม่แก้แค้น ก็ผิดไปละ ถ้าเป็นลูกพระพุทธเจ้าแล้ว ไม่แก้แค้นหรอก อภัย จะไม่โกรธ ถ้าอย่างนี้ คนธรรมดาเขาโกรธนะ แต่คนที่เป็นลูกพระพุทธเจ้า ประพฤติปฏิบัติดีแล้ว ถ้าได้จริงแล้วนี่ จะเป็นคนไม่โกรธ ๘ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ เมื่อไม่โกรธ จะเป็นยังไง อ่านใจตัวเอง คนที่พอใจ ไม่โกรธนี่ ใจเย็นนะ ใจสบาย คนอื่นคนไหนที่เขาถูกยั่วอย่างนี้ ถูกเหตุการณ์อย่างนี้ เขาจะโกรธ เขาอดไม่ได้ เขาทนไม่ได้ แต่เราทนได้ อดได้ ฝึกจนกระทั่งไม่ต้องอด ไม่ต้องทน แต่มันไม่โกรธเลย ส่วนคนอื่นนี่ ทนไม่ได้แล้ว โกรธแล้ว แต่เราได้รับอย่างนี้บ้าง ถูกยั่วถูกกระแทกกระทุ้งถูกว่าถูกกล่าว ถูกท าร้ายรุนแรง แม้เขาจะมาฆ่าพ่อฆ่าแม่อย่างที่ว่านี่ ก็ไม่ แค้นหรอก หยุดกิเลสได้ถ้าใช้ปัญญาอ่านใจ ที่นี่ไม่มีนะ ที่นี่ต้องเรียนรู้ว่าบุญคุณต้องทดแทน แต่แค้นต้องอภัย ที่นี่ไม่ใช่บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องช าระ ไม่เอาละ ไม่เอาอย่างหนังจีน เอาอย่างเดียว บุญคุณต้องทดแทน บุญคุณต้องทดแทน เอา แต่แค้นต้องช าระนี่ คนเหนือธรรมดา ๙ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ ไม่เอา แค้นต้องอภัย และต้องหัดเลิกความแค้นด้วย หัดเลิกความโกรธ ความอาฆาตมาดร้าย ต้องหัดเลิกจริงๆ ยิ่งความโกรธ ความอาฆาตมาดร้าย ไม่มีผลดีอะไรกับมนุษย์เลย มีแต่สร้างบาป ก่อเวรตะพึด จะมีมากก็เป็นบาปเป็นเวรมาก มีน้อยก็มีบาปเป็นเวรน้อย ไม่ดีไม่งาม เพราะฉะนั้น ใครมีอาการดังนี้ ต้องอ่านในใจเรา ใจโกรธเป็นอย่างนี้นะ ใจแค้นเป็นอย่างนี้นะ ในเวลาที่มันอาฆาต มันอย่างนี้ อ่านให้ออก เวลาโกรธเมื่อใด เวลามีอาการเมื่อใด หัดอ่านๆ อ่านเป็นไหม เด็กๆ นี่ อ่านเป็นไหม เวลาโกรธ ใจเราเป็นอย่างนี้ ใจมันไม่ได้อยู่ที่หัวใจหรอกนะ ใจมีอาการโกรธ จะรู้สึก มันไม่ได้อยู่ที่หัว มันไม่ได้อยู่ที่หัวใจ มันไม่ได้อยู่ที่ปอดที่ตับ ไม่ได้อยู่ที่ร่างกายตรงไหนหรอก มันมีอาการอยู่ในตัวเรานี่แหละ เราอ่านใจ เราก็จะรู้ ใจเรามีอาการโกรธนี่ มันเร่าร้อน โกรธมันยังไง อาตมาก็พูดไม่หมดนะ อธิบายไม่หมดหรอก อาการโกรธ ใครเคยรู้สึกได้บ้าง มีใครเคยรู้สึก ๑๐ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ ได้ไหม รู้อาการมันไหม มันไม่มีหน้าตา มันไม่มีเนื้อตัวหรอก แต่ว่าเป็นอาการที่เราพอจะรู้ด้วยปัญญา ด้วยญาณของเรา ข้างในรู้สึกนี่ เรารับได้ เราต้องพยายามหัดรู้สึก มีสติสัมปชัญญะ มีปัญญารู้สึกว่า อ๋อ อาการอย่างนี้เอง อาการโลภ มันขี้โลภ มันอยากได้ แหม นี่มันอยากได้ มันมีอาการออกจากใจ อาการอยากได้เป็นอย่างไร นึกออกบ้างไหม หือ เคยนึกอ่านใจอย่างนี้บ้างไหม อย่างนั้นแหละ เขาเรียกกิเลส ใจที่มันเป็นอย่างนั้นแหละ เขาเรียกกิเลส รู้จักหน้าตากิเลสให้ดี มันโลภ มันอยากได้ มันโกรธมันอยากจะตีเขา มันอยากจะเคาะหัวเขาแล้ว มันอยากจะเตะเขาแล้วนา อาการอย่างนั้น ในใจนั่นน่ะ อ่านให้ออก เกิดเมื่อไหร่ ต้องอ่านให้ออก แล้วพยายามหยุด หยุดอาการอย่างนั้นให้ได้ อาการโลภ อาการโกรธ อาการหลง นี่เป็นตระกูลใหญ่เลย เป็นรากเหง้าของกิเลสใหญ่ อ่านมันให้ออกจริงๆ อ่านแล้วก็หัดลด หัดหาเหตุผล ไปโกรธท าไม ไปโลภท าไม คนเหนือธรรมดา ๑๑ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ คนเราเกิดบุญได้อย่างไร แต่ถ้าเราอยากจะสร้างสรร อยากจะกอบจะก่อ จะท าสิ่งที่ดีงาม อยากจะขยันหมั่นเพียรอะไรก็ท าเถอะ อย่างนั้นน่ะ อาการขยัน อาการที่รักดี ที่จะสร้างสรร กอบก่ออะไรนี่ เป็นความดี เป็นความประเสริฐของมนุษย์ ถ้าสร้างก็ไม่สร้าง สร้างแล้วก็ขี้โลภ สร้างแล้วเสร็จนี่ก็ของกูๆ กูไม่ให้ใคร จริงอยู่ เราสร้างเป็นของเรา เราท าเป็นของเรา แต่เราสร้างเราท าแล้ว ถ้าเราไม่ให้คนอื่น เราขี้เหนียว ขี้หวง มีตัวกูของกู เป็นของกู เคยได้ยินไหม เราฟังแล้วเห็นว่าเป็นของเราอยู่ หรือของตัวเรา พูดให้มันหน าใจ ก็บอกว่าของกู นี่มีแต่ของกู เป็นของกู ไม่ให้ใคร ไม่มีบุญ คนนี้ไม่มีให้ ไม่มีทาน ไม่มีแจกจ่าย ไม่มีเจือจาน ไม่มีเสียสละ ไม่มีเกื้อกูล มีขี้โลภเอาไว้ ๑๒ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ ดีไม่ดี มันไม่ใช่ของกู แต่ไปโกงของคนอื่นมาเป็นของกู ไปลักไปลักขโมยเอาของคนอื่นมาเป็นของกู ไปเอาของคนอื่นมาเป็นของกู มันก็ยิ่งบาปหนาใหญ่ ขนาดของชิ้นนี้ เราสร้างด้วยมือ กระท าเอง แล้วไม่ให้ใครนี่ ยังไม่มีบุญเลย สร้างเองเป็นของตนเองเลย มีสิทธิ์ ๑๐๐% แล้วไม่ให้ใครนี่ คนนี้ไม่มีบุญ คนเราจะเกิดบุญ เกิดกุศล เกิดคุณค่า เกิด ประโยชน์ ฟังชัดๆ บุญนี่มันไม่ได้ลึกลับอะไร บุญคือเราได้ให้คนอื่น ได้เกื้อกูลคนอื่น เรามีประโยชน์ ต่อคนอื่น นี่เรียกว่าบุญ เราออกแรง ช่วยเขายก ช่วยเขาหาบ ช่วยเขา เช็ดเนื้อเช็ดตัว ช่วยอุ้ม ช่วยเลี้ยง ช่วยดู ช่วยท างานให้แก่คนอื่น เป็นบุญ คนเหนือธรรมดา ๑๓ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ เราท างานเอง เกิดผลผลิตสร้างสรรขึ้นมา เป็นชิ้นเป็นอัน เสร็จแล้วเราก็แบ่งอันนี้ให้คนอื่น ได้กินได้ใช้ ให้เขาเป็นบุญ แต่ถ้าขายนี่นะ ไม่ใช่บุญ สมมุติอันนี้ สร้างขึ้นมาทุน ๑๐๐ แล้วก็ขายให้คนอื่นร้อยหนึ่ง นี่เราไม่ได้ให้เขาเลยไม่ได้ให้นะ เอาราคามันมาแล้วตามทุน ๑๐๐ เอาคืนมาหมดแล้ว เขาก็เอาของไปกินไปใช้ ถ้าเราเอา ๑๐๐ ไปซื้อมา ทุนมัน ๑๐๐ สมมุติว่าขาย ๑๐๐ ตอนนี้ไม่เอาความโลภมาใส่นะ เราขายเขาไป ๑๐๐ ได้เงิน ๑๐๐ เราเอาเงิน ๑๐๐ นี้ไปซื้อคืนมา มันก็ได้ของนี่คืนมาอย่างเก่า ไม่ได้ให้เขาหรอก เพราะของนี่ราคา ๑๐๐ ของที่สร้างขึ้นมา ลงทุนลงแรงไป คิดค่าแรงงานด้วย คิดค่าความรู้ คิดค่าสมองอะไรไปด้วย คิดค่าความเสียหายอะไรไปหมด คิดต้นทุนทั้งหมดแล้ว ๑๐๐ เราให้ ๑๐๐ เขาไปนี่ เหมือนขาย ๑๐๐ นั่นคือเราไม่ได้ให้ใคร เราไม่มีประโยชน์ เราไม่มีคุณค่าเลย ไม่เป็นบุญเลย ๑๔ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ นักค้าขายน่าสงสารจริงหรือ เสร็จแล้วในโลกนี้ คนเราสร้างของนี้ขึ้นมา หรือผลิตของนี้ขึ้นมา สมมุติว่าทุนมัน ๑๐๐ ที่สมมุติเมื่อกี้นี้นะ คิดหมดแล้ว ราคานี่มัน ๑๐๐ นี่ เสร็จแล้วเราขาย เราจะไม่ขาย ๑๐๐ หรอก ในโลกนี้ จะขายมากกว่า ๑๐๐ ยิ่งไปขายมากกว่า ๑๐๐ นี่ ไปขาย ๑๐๕ บาท ขาย ๑๑๐ คนนั้นยิ่งมีบาปที่ขายเกินทุน นี่ได้บาปเพราะทุนของเรา ๑๐๐ และเรายังไปเอาเปรียบของเขามาอีกเกิน ๑๐๐ นี่คือเอาเปรียบเขามา ไปเอาของที่ไม่ใช่ของเรามาก็เป็นหนี้ เป็นหนี้แล้ว ขายเกิน ๑๐๐ นี่เป็นหนี้แล้ว เป็นบาปแล้ว ไม่ใช่บุญเพราะไม่ได้ให้เขา ไม่ได้มีประโยชน์คุณค่าอะไรเลย ใครอยากได้บุญจะต้องคิดใหม่ ถ้าทุน ๑๐๐ ต้องขายต ่ากว่า ๑๐๐ ขาย ๙๙ บาท ได้บุญ ๑ ได้ เสียสละ ๑ ได้บุญหรือเรียกว่าได้ก าไร ถ้ามองทางธรรมะเป็นผู้ได้เสียสละ เป็นผู้มีบุญคุณ เป็นผู้มี คนเหนือธรรมดา ๑๕ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ ประโยชน์ มีคุณค่าต่อผู้อื่น ขายไป ๙๐ ได้บุญ ๑๐ หรือได้ก าไร ๑๐ ขาย ๘๐ ได้บุญ ๒๐ คือก าไร ๒๐ นี้คือสัจธรรม ฟังดีๆ เราเคยว่าก าไรในทางโลกนี่นะ เด็กๆ ก็รู้แล้วใช่ไหม ซื้อมาหรือของของเรานี่ลงทุนไป ๑๐๐ เวลาเราไปขายที่ตลาดนี่ เราจะต้องขายเกินกว่า ๑๐๐ เราเรียกว่าก าไร แต่โดยสัจธรรมเรียกว่าได้หนี้ นักค้าขายนี่ เป็นนักขาดทุนอย่างมหาจักรเลย พวกค้าขายนี่ อาตมาถึงบอกว่าเห็นนักค้าขายนี่ พ่อค้านี่ โอ้โฮ น่าสงสารมาก เงินบาป - เงินบุญ ทีนี้ถ้าว่าเราขายนะ เงินที่ได้มาเกินนั่นนะเราไม่ได้เอามาให้แก่ตัวเองหรอก แต่เงินที่เกินทุนนี่ เราเอามาสร้างสรร เอามาท าประโยชน์อะไรไปให้มันต่อเนื่องไป ซึ่งจะลึกซึ้งไปอีกนะ อาตมาจะอธิบายความลึกซึ้งให้ฟัง ๑๖ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ สมมุติว่า ของนี้ทุน ๑๐๐ พ่อค้าไปซื้อเอามานี่ทุน ๑๐๐ แล้วก็มาคิดถึงทุนอื่นอีก ค่าขนส่ง ค่านั่นค่านี่อีกอะไรก็มารวมหมดแล้ว สมมุติว่าลงทุนไปทุกอย่าง ค่าโน่นค่านี่ ค่าเสียหาย ค่าสึกหรอ ค่าช ารุดทรุดโทรม ค่าหกตกหล่น คิดหมดแหละ เวลาเขาค้าขายนี่ แม้แต่ค่าแรงที่จะไปขนมา ค่าที่จะไปเสาะหามา ค่าโน่นค่านี่อะไรมา หามาแล้วเสร็จ ตอนซื้อนี่ ๑๐๐ แต่ว่าค่าโน่นค่านี่บวกแล้ว มันลงทุน ๑๕๐ สมมุติว่ายังงั้น เสร็จแล้ว เวลาพ่อค้าเขาจะขายจริงๆ นี่ เขาจะไม่ขาย ๑๕๐ หรอก เขาจะต้องขายมากกว่า ๑๕๐ ใช่ไหม ขายมากกว่าทุนว่ายังงั้นเถอะ ค่าโสหุ้ย ค่าอะไรอื่นๆ รวมไปแล้ว ๑๕๐ เราจะต้องขายเกิน เมื่อคุณขายเกินไป ๑๗๐ ว่างั้น เกินมา ๒๐ เมื่อเกินมา ๒๐ นี่นะ คุณได้เงิน ๒๐ นี้มา เอาเงินจ านวนที่เกินนี้มาใช้ ใช้อะไรบ้าง คนเหนือธรรมดา ๑๗ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ ใช้ในตัวเรา ก็ใช้กินใช้อยู่ให้ตัวเรามีแรงงาน มีร่างกาย มีความตั้งอยู่ได้ เมื่อเรากินเราใช้พอ เราก็เอาที่เหลือไปเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานให้ได้กินได้ใช้อีก ทีนี้ ลูกหลานนี่ ได้กินได้ใช้ เลี้ยงลูก แล้วก็ฝึกหัด สร้างสรรให้เป็นคนขยัน เขาจะเป็นคนขึ้นมา มีก าลังงาน มีความสามารถ พอมีความ สามารถเข้า ก็จะขยันขึ้นมา เขาก็จะท าไอ้โน่นเป็น ไอ้นี่เป็น เสร็จแล้ว คนๆ นี้แหละ ลูกเรานี่แหละ จากเงินที่เอามาเกินนี่ มาเลี้ยง เลี้ยงเสร็จแล้ว เขาก็โต มีความสามารถ ได้เล่าได้เรียน ได้ศึกษาฝึกฝนเสร็จแล้ว เขาก็มาสร้างสรรให้สังคม เสียสละให้สังคม เงิน ๒๐ บาทนี่ ก็ไม่เป็นบาป ฟังดีๆ นะ อันนี้ อาตมาไม่เคยอธิบายซ้อนให้ฟัง ๒๐ บาทนี่ เอามา ๑๘ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ เลี้ยงลูกเต้าเหล่าหลาน ไปเลี้ยงดูคนอื่น เสียสละ เลี้ยงคนอื่นนั่น เขาก็เป็นคนดีขึ้นมา สร้างสรร แล้วก็ได้เสียสละมาก ไม่เป็นคนขี้โลภ ในระยะต้นๆ สอนไว้แล้วว่าจะต้องมาสร้าง สร้างเสร็จแล้วเสียสละ สร้าง ๑๐๐ ขายต ่ากว่า ๑๐๐ อย่างนี้เป็นต้น คนนี้ก็ได้บุญ เงิน ๒๐ บาทที่เกินมานี่แหละ เอามาสร้างสรรจริงๆ คนที่รับการสร้างสรร เกิดมาแล้วก็ท าประโยชน์ ท าคุณค่าให้สังคมได้อีกมากทีเดียว เป็นคนเสียสละ อย่างนี้ เงิน ๒๐ ที่เอามาเกินนั้นก็ไม่เป็นบาป ยิ่งไปสร้างสรร ได้คนดีมา ยิ่งไม่บาปเลย ยิ่งจะได้ประโยชน์ใช้สอยเป็นอัตราการก้าวหน้า เป็นการสร้างสรรที่ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น โตขี้น มากขึ้น เหมือนอย่างชาวอโศกเรานี่ เราค้าขาย ที่ร้านค้าเรา ร้านค้าขายของนี่ เอาเงินเกินมาบ้างเหมือนกัน เกินกว่า คนเหนือธรรมดา ๑๙ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ ทุนบ้าง แต่เงินเกินกว่าทุนนั่น คนขายอยู่ที่ศาลาค้านี่ มีเงินเดือนหรือเปล่า รู้ไหม (เด็กๆ รู้ไหม) มีเงินเดือนไหม ไม่มีเลย เขาท างานฟรี เงินที่เกินนั้น เกินจากราคาของ ที่ศาลาค้านี่ ไม่ได้เอาไปส่วนตัวเลย เพราะฉะนั้น ที่นั่นไม่มีบาป ส าหรับคนขาย และเงินที่เกินมานั่นน่ะเอามาที่นี่ เอามารวมในชาวชุมชน ปฐมอโศกนี่ เอามาสร้างสรรค์ เอามาท าบุญตรงๆ แล้วเอามาสร้างสรร ไม่มีของส่วนตัว ไม่มีใครเอาไปซื้อท็อฟฟี่กินเล่น หรือเอาไปบ าเรอตนอะไร ไม่มี เงินเหล่านั้นเอามาสร้างสรรสิ่งที่เป็นกุศล สิ่งที่เป็นประโยชน์โดยตรงอยู่แล้ว หรืออย่างน้อย เงินพวกนี้จะมาให้พวกเรานี่แหละ เราชาวนักเรียนนี่แหละ ได้ใช้ในนี้ด้วย แม้เป็นค่าไฟ ค่าน ้า ค่าอะไรอยู่ในนี้ พวกเราก็ใช้ ก็จ่าย ได้อาศัย และก็ได้พัฒนาตนเองได้จริง เติบโต ได้เรียนรู้ และจะเป็นคนดีที่จะไปเสียสละ สร้างสรร เงินนี้ก็ไม่เป็นเงินบาป เงินนี่เป็นเงินบุญ แต่ถ้า ๒๐ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ พวกเราโตขึ้นไป เป็นคนขี้โลภ เป็นคนขี้โกรธ ไปเอาเปรียบเอารัดสังคม เงินนี่ก็ไปสร้างคนบาป เงินนี้ก็เป็นบาป เพราะฉะนั้น พ่อแม่คนไหนก็แล้วแต่ มีลูก และก็ไปท ามาหากินได้เงินมาอย่างที่ว่านี่ เป็นเงินบาปมาก่อนเป็นบุญ เราเอามาเลี้ยงลูก ให้เป็นลูกที่ดี มีความสามารถ และก็ไปสร้างสรร เสียสละ ไม่ไปโลภโมโทสัน เงินนั่นก็กลายเป็นเงินบุญ ถ้าเผื่อว่าเราเอาเงินบาปนี่แหละ เอาเงินเกินอย่างที่ ว่านี่ เอาเปรียบเอารัดสังคมมานี่ เสร็จแล้วเอามาเลี้ยงลูก ลูกเราก็กลายเป็นคนขี้โลภ เป็นคนเอาเปรียบ ยิ่งโตขึ้น ยิ่งมีเปรียบ ยิ่งเอาเปรียบ ยิ่งฉลาดเฉลียว ยิ่งกอบโกย ยิ่งร ่ารวย มีหลาน หลานก็ยิ่งเอาไปเลี้ยงหลานๆ ที่เกิดมาเป็นคนกอบโกย เป็นคนขี้โลภจัดเข้าไปอีก เงินนั่นเป็นเงินบาป แล้วก็เป็นบาปซ้อนบาป บาปหนาๆๆ ขึ้นอีก ฟังอาตมาพอเข้าใจแล้วนะ ทีนี้ถามว่าคนที่เป็นพ่อแม่ หรือปู่ย่าก่อนนี่ แล้วมีลูกมีหลานออกมา เขาเอาเงินมาเลี้ยงลูก ลูกที่เขาเลี้ยงนี่ จะเป็นคนเจริญขึ้นหรือเสื่อม คนเหนือธรรมดา ๒๑ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ เอาละ ค าถามนี้ อาจจะยาก ถามใหม่ว่า เขาจะเป็นคนที่ได้ศึกษาเล่าเรียน โตขึ้นแล้วจะขี้โลภเพิ่มขึ้น หรือว่าเสียสละเพิ่มขึ้น ส่วนมาก ขี้โลภเพิ่มขึ้น ลูกก็ขี้โลภเพิ่มขึ้น ลูกไปเลี้ยงลูกอีก คือหลานใช่ไหม หลานก็ขี้โลภเพิ่มขึ้น หลานมีลูกขึ้นไปอีกเป็นเหลน เหลนก็ขี้โลภเพิ่มขึ้น ก็เลยกลายเป็นบาป คูณบาปๆๆๆ เงินที่เป็นเงินต้นตอนี้ไม่ได้ไปท าบุญ ท าแต่บาป คูณบาปๆๆๆๆ คนเรามีบาป หรือมีบุญ คิดดูดีๆ ที่จะเลี้ยงลูก เลี้ยงหลาน ใครต่อใครนี่ให้เป็นคนไม่โลภ ลดความโลภ ไปเสียสละ ไปสร้างสรร คนมาท าบุญที่นี่ ไว้ใจได้ เพราะเงินท าบุญที่นี่ จะไม่เอาไปเลี้ยงคนบาป เงินนี่แหละ จะไปเลี้ยงคน จะไปสร้างคนอย่างส าคัญ เพราะงั้น เงินที่ท าบุญมา เขาให้เรามา เอาไปสร้างคนไม่ให้มีบาป ถ้าไปสร้างคนให้ ขี้โลภขี้โกรธ เงินนั่นก็เป็นเงินบาปคูณเข้าไปเรื่อยๆ ๒๒ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ เปลี่ยนเงินบาปเป็นเงินบุญ ถ้าเผื่อว่า ใครมาท าบุญกับเรา และเราเอาเงินนี่มาสร้างสิ่งที่เป็นบุญ เป็นคนที่ไปสร้างสรร เสียสละได้มาก ได้คนที่เสียสละมากเท่าไหร่ เงินนั้นยิ่งเป็นบุญมาก เงิน ๑๐๐ จากคนท าบุญให้เรามา เรามาสร้างคนที่เป็นคนเสียสละได้ถึง ๓ คน ๕ คน แหม เงินนี่ก็ได้บุญมาก เงิน ๑๐๐ เราเอามาสร้างคนเสียสละได้คนเดียว มันก็ได้บุญแค่คนเดียว ถ้าเอาเงินมา ๑๐๐ สร้างคนเสียสละได้ถึง ๕ คน มันก็ได้บุญมหาศาล มันก็ได้ถึง ๕ เท่า เงิน ๑๐๐ เอามาสร้างคนเสียสละได้ ๑๐๐ คนเลย ยิ่งมีบุญขึ้นไปอีก ๑๐๐ เท่า เพราะฉะนั้น ใครที่รับบริจาคหรือรับส่วนจากคนนั้นคนนี้ จะให้ส่วนนั้นส่วนนี้มา และเอามาสร้างสรร จะประกอบไปด้วยการสร้างดิน สร้างน ้า คนเหนือธรรมดา ๒๓ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ สร้างลม สร้างไฟ สร้างสถานที่ สร้างอาหาร สร้างการศึกษา สร้างความเป็นอยู่ สร้างสาธารณสุข สร้างสรรอะไรก็แล้วแต่ ประกอบแล้ว รวมไปแล้ว มันก็มารวมลงที่คน เสนาสนะสถานที่อยู่ ก็ให้คนนี่แหละได้เป็นอยู่เจริญ งอกงาม อาหารการกิน อาหารสัปปายะ ที่จะให้คนได้กิน ได้บริโภค อุปโภคบริโภค ก็เพื่อสร้างคนนี่แหละให้เกิดเจริญ บุคคลที่เป็นเพื่อนฝูงกัน เป็นมิตรสหาย เป็นคนสัปปายะรวมกัน ก็ช่วยกันให้คนนี่แหละเจริญ ธัมมสัปปายะ มีธัมมะ มีอะไรที่สอน ที่อบรม ที่แนะน า ที่น าพากันก็เพื่อคน ให้คนเจริญ สรุปแล้ว รวมแล้ว อะไรก็แล้วแต่ จะเป็นเงิน จะเป็นทอง หรือวัตถุข้าวของ จะเป็นเครื่องใช้ เครื่องกิน จะเป็นอะไรต่างๆ นานา รวมแล้วก็มาเพื่อให้คนได้ใช้ ให้คนอาศัย คนได้ใช้ได้อาศัยแล้ว ๒๔ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ เขาเอาไปท าไม และควรจะเป็นอะไร คนก็จะเป็นคนเจริญ ที่จะเป็นคนเสียสละ สร้างสรร นั่นแหละ เป็นเป้าหมายที่ประเสริฐ เป็นเป้าหมายที่ดีงามที่สุด ถ้าเผื่อว่าสังคมใด ครอบครัวใด ท าได้อย่างนี้แหละ จะไปหาอะไรก็แล้วแต่ จะไปสร้างอะไรก็แล้วแต่ ได้มา แล้วก็มาบ ารุงคนนี่แหละ ให้เจริญ ให้เติบโตทางฝีมือและทางสมอง เพื่อที่จะสร้างสรร แล้วก็เสียสละ อย่างนี้เป็นบุญ แต่ถ้าเผื่อว่า คนสะสมอะไรหรือหาอะไรมาได้ มาอาศัยกิน อาศัยใช้แล้ว มาบ ารุงคนให้คนเจริญเติบโตด้วยฝีมือ ความสามารถ และก็เจริญด้วยความเฉลียวฉลาด สมองดี เสร็จแล้วคนนี้ก็ไปกอบโกย ไปขี้โลภ เอาเปรียบเอารัด ไปทารุณโหดร้ายต่อสังคม เป็นคนอาฆาต เคียดแค้น ขี้โกรธ สิ่งที่เราหามาสิ่งที่เราได้มานี่นะ ล้วนแล้วแต่ไปก่อบาป สร้างบาป ไปท าให้สังคมเดือดร้อน ไปท าให้สังคมไม่เป็นสุขทั้งนั้น อย่างนี้ก็เป็นบาป คนเหนือธรรมดา ๒๕ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ ฟังดีๆ อาตมาอธิบายขยายความอันนี้แล้ว จะเห็น ชัดว่า อะไรก็แล้วแต่ มันเกี่ยวข้องในสังคมโลกทุกวันนี้นะ สรุปแล้ว มันมารวมลงที่ตรงนี้มาสร้างคน ให้คนได้อาศัย แล้วคนจะเจริญหรือเสื่อม คนจนที่น่ากราบน่าเคารพ ทีนี้ เราเข้าใจธรรมะไม่ได้ เราเห็นคนรวยเงินทอง กอบโกยเป็นของตัวของตนมากๆ เอาเปรียบเอารัดได้มากๆ เป็นคนเจริญ คนเรามักเข้าใจผิด เห็นว่าคนที่เจริญงอกงามนี่ จะต้องร ่ารวย จะต้องหรูหรา เสื้อผ้าหน้าแพรแต่งตัวหรูหรา มีเครื่องใช้ไม้สอยอะไรต่ออะไรประดับประดา ไปโน่นไปนี่ เขื่อง รวย จ่ายเงินเป็นเบี้ยเลย เป็นคนเจริญ นั่นเป็นความเห็นผิด ความจริงพวกเขาไม่ใช่คนที่น่าเคารพเลย ๒๖ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ คนที่ไม่มีเงินไม่มีทอง แต่เจริญ แต่ขยัน หมั่นเพียร มีความสามารถ มีความรู้ ขยัน สร้างสรร ช่วยเหลือสังคมประเทศชาติอยู่ แล้วตนเองก็ไม่ได้สะสมกอบโกย เป็นคนไม่มี ไม่สะสม เป็นคนจน กระทั่งจนอย่างพระหรือสมณะนี่ ท างานอยู่กับสังคม ไม่มีเงินทองของตนเองเลย จนกระทั่งตาย จนแก่จนเฒ่า ไม่มีเงินสักบาท แม้ไม่เป็นพระ แม้เป็นฆราวาสก็ตาม ขยันหมั่นเพียร เฉลียวฉลาด ช่วยเหลือเฟือฟายสังคมมนุษยชาติอยู่อย่างนี้ ตัวเองไม่มีเงินสักบาทจนตาย น่ากราบน่าเคารพไหมนี่ ไม่มีสตางค์นะ เป็นคนจนนะ เป็นคนกระจอกนะ อาจจะนุ่งผ้าขาดๆ ปะๆ อาจจะไม่มีอะไรร ่ารวยจริงๆ นะ ฟังดีๆ นะ เราจะเห็นชัดเจนว่าคนเหล่านี้แหละคือคนเหนือธรรมดาที่น่ากราบน่าเคารพ คนเหนือธรรมดา ๒๗ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ คนรวยคือคนขี้โลภ พวกเรานี่ เด็กที่มาเรียนที่นี่แล้ว จะไม่เหมือนที่อื่น ที่ไปเรียนทางโลก ทางโลกเขาไม่อบรมมากหรอก เขาสอนแต่ความรู้ สอนแต่ความฉลาด สอนแต่ความสามารถ มีฝีมือท าอะไรให้เก่งๆ เพื่อจะได้เป็นคนฉลาด เป็นคนเก่งจะได้ท างานสูงๆ และได้เงินมามากๆ กอบโกยมักมาก โกงได้มามากๆ จะได้ไปเอาเปรียบได้มากๆ และจะได้สวยๆ ใช่ไหม ทางโลกเขาสอนกันอยู่อย่างนี้ เขาไม่ได้มาบอกอย่างที่อาตมาบอก โรงเรียนทางโลกจะไม่เหมือนที่นี่ พูดก็พูดเถอะ พ่อแม่พี่น้องเราก็ไม่ใช่ที่จะเป็นนักธรรมะ ท างานเพื่อเสียสละหรือสร้างสรร พวกเราก็ขี้โลภเหมือนกัน พ่อแม่ขี้โลภอยู่เหมือนกันใช่ไหม จะขี้โลภมากหรือน้อยเท่านั้นแหละ ยิ่งเราเห็นพ่อแม่รวยขึ้นๆ ขี้โลภมากนะ ถึงรวยขึ้นๆ ขยันยังไงก็แล้วแต่เถอะ ขยันเสร็จแล้ว ถ้าดีก็มีเสียสละ ขยันแล้วก็เสียสละ จ่ายออก ให้ออกไป มันจะไปรวยได้ยังไง คนนะใช่ไหม สร้างสรรได้ ๒๘ สมณะโพธิรักษ์ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ มากเท่าไหร่ ก็ให้ไปมากๆ ไม่เอาไว้มาก มันจะรวยได้ยังไง ไม่รวยหรอก เพราะฉะนั้น คนรวยคือคนเอาไว้มากๆ ไม่ให้คนอื่น ให้คนอื่นไป ประเดี๋ยวก็หมด เดี๋ยวก็พร่อง ก็เลยไม่ให้ มีแต่เอาไว้ ลงบัญชีไว้ สะสมไว้ มันก็รวย ขี้โลภหวงแหนเอาไว้มากๆ มันก็รวย เด็กๆ ที่เกิดมาก็จะเห็นอย่างนี้มาตลอดตาย ความส านึกหรือความคิดทั้งโลก ก็เห็นว่าอย่างนี้แหละคือความดี ไม่ใช่เฉพาะพ่อแม่เราใช่ไหม พวกเขาก็จะเป็นอย่างนั้น ปุถุชนจะเป็นอย่างนั้นนะ มองเห็นว่าเราต้องกอบโกย ต้องสะสมให้ได้มามากๆ อย่างนี้แหละ คนธรรมดาต้องเป็นอย่างนี้แหละ ท าอย่างไรจึงจะเป็นคนมีคุณค่า แต่เมื่อมาทางทิศที่เป็นธรรมแท้ๆ มาเรียนจริงๆ อาตมาพามาเรียนจริงๆ ตามที่พระพุทธเจ้าสอน จะไม่เป็น คนเหนือธรรมดา ๒๙ หนังสือโครงการหิ่งห้อย อันดับที่ ๒๕๖๘/๑ อย่างนั้นหรอก คนประเสริฐ ไม่ใช่คนอย่างนั้น คนที่มีบุญ คนที่มีกุศล คนที่มีคุณค่าแท้ๆ ไม่เป็นอย่างนั้น คนที่มีบุญ มีคุณค่า คือคนที่ได้ให้เขา ได้เสียสละอย่างที่อาตมายกตัวอย่างตอนต้นแล้วว่า ของนี้ ถ้าเราสร้างขึ้นมาด้วยทุน ๑๐๐ เราให้เขาไป อย่าไปแลกคืนมา อย่าไปขาย อย่ารับมาเกินทุน ขายให้ต ่ากว่าทุน เราจึงจะมีบุญ เราถึงจะได้ก าไร ถึงจะเป็นคนมีประโยชน์ ถึงจะเป็นคนมีคุณค่า ฟังไหวไหมนี่ หัวหมุนไหม เด็กๆ ฟังแล้วหัวหมุนไหมเข้าใจชัดไหมนะ ที่นี่จะสอนอย่างนี้เป็นส าคัญ เพราะฉะนั้น มาอยู่ที่นี่จะไม่เหมือนอยู่ทางโลกๆ ที่เดี๋ยวก็จะปล่อยให้วิ่ง เดี๋ยวกระโดดโลดเต้น อยากได้อะไรก็ต้องเอามาสมใจ และมันก็ตะกละ มันกลายเป็นเ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน

คนเหนือธรรมดา.pdf | สารานุกรมชาวอโศก