560219_รายการสงครามสังคมธรรมะการเมือง โดยพ่อครู...เรื่อง.เต็งสามเกิดได้ประชาธิปไตยคืนชีพ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2556
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์344 KB
วันที่แก้ไข25 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

560219 รายการสงครามสังคมธรรมะการเมือง โดยพ่อครู...เรื่อง เต็งสามเกิดได้ ประชาธิปไตยคืนชีพ

ตอนนี้ออกอากาศที่บ้านราชฯ รายการนี้ที่ผ่านมามีคน sms มา มีอยู่รายหนึ่งส่งมามากข้อความ ส่งมาในรายการเมื่อวานนี้ถึง 207 ข้อความ เป็นความยาวถึง 4 หน้ากว่าๆ เป็นความอุตสาหะพยายาม ก็ต้องขอบคุณที่มาบอกแนวคิดของท่าน และยังมีการท้าทายให้อ่านออกรายการอีกว่า พ่อครู ไม่กล้าอ่านเพราะกลัวว่าคนจะหันมานับถือคน sms และจะไม่นับถือ พ่อครู ซึ่ง พ่อครู ก็ไม่ได้ตีทิ้ง ได้ข่าวว่าเขาก็ไม่เอาขึ้นจอให้เพราะคนอื่นเขาจะไม่ได้ออกให้ พ่อครู ก็คิดว่าถ้ามีเวลาจะอ่านสู่ฟัง แล้วจะวิจัยวิจารณ์บ้าง ผู้ฟังก็ตัดสินเอาเอง พ่อครู ก็ได้รับประโยชน์ ผู้ที่ sms มาคือรหัส 8705 นั่นเอง...

อาตมาว่า… การออกมารวมตัวกันของประชาชนไทยเราที่มีความเห็นร่วมกัน เป็นประชาธิปไตยที่มีพลังอำนาจ ซึ่งเปลี่ยนแปลงประเทศได้ เป็นแต่เพียงตอนนี้ยังเลือดไม่เข้าตา คนจึงยังไม่มารวมกัน อาตมา บอกอย่าให้ถึงเลือดเข้าตาเลย ควรออกมารวมตัวกันใช้สิทธิ์ ในการออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นประชาธิป ไ ตย ขั้น 4 หรือ 5 ขั้นแรก คือประชาชนออกมาประท้วงเลย แสดงตัวตนเลย 1 คน 1 เสียง ล้านคนล้านเสียง จะเป็นการแสดงความเห็นใดๆ ก็ตามที่ประชาชนจะเอาอย่างใด ถ้าไทยเราออกมา 30 ล้านคน ทั่วประเทศไทยเรา รับรองว่าจะแสด ง ประสิทธิภาพประชาธิปไตยของไทยเราอย่างลือลั่น บรรลือโลกเลย นั่นคือการแสดงออกประชาธิปไตยของประชาชนที่รู้สิทธิ์ในการแสดงออกเต็มที่ ไม่ใช่อยู่ไปวันๆ หากินไปวันๆ ไม่เอาภาระ อย่างนั้นเห็นแก่ตัวเกินไป ไม่เห็นแก่บ้านเมือง ไม่กตัญญูบ้างเลย เป็นคนชั่วจริงๆ ไม่ใช่ความดีงามเลย ทุกวันนี้บ้านเมืองเดือดร้อน ยืนยันว่าชาวอโศกเราไม่ได้เดือดร้อน เราพึ่งตนรอด ทำมาหากินกันมีเกินกินเ

อ่านต่อ

กินใช้ มีเศรษฐกิจพอเพียงถึงสาธารณโภคี กินใช้ของส่วนกลางร่วมกัน ทำงานสร้างสรรกันไป คนไหนเจ็บป่วย แก่ชรา หรือเด็กมากๆ คนพิการ หรือคนด้อยที่ช่วยตนไม่รอด เราก็อุ้มชูกันไป เลี้ยงดูกันไปจนกว่าจะตาย คนไหนแข็งแรงก็ทำเผื่อคนอื่น สร้างสรรสังคมไป นี่คือความสำเร็จของชีวิต เป็นหมู่กลุ่มที่ครบวงจร มีความเป็นอยู่ดี มีประโยชน์ต่อโลกต่อสังคม ไม่ใช่คุยโม้โอ่อวด ใครจะต้องการพิสูจส์ความจริงก็เชิญมาพิสูจน์ได้ เป็นการประกาศธรรมะพระพุทธเจ้าที่คนเห็นดีด้วยก็มาปฏิบัติตาม อย่างมีวรรณะ 9 เรามี อัปปิจฉะ (มักน้อย) สันตุฏฐิ (ใจพอ) ถึงขนาดไม่ต้องมีบ้านช่องเป็นของตน หยูกยาก็ไม่ต้องเก็บกักตุนไว้ ให้ใช้ของส่วนกลาง แต่ทางโลกเขาส่งเสริมให้กอบโกยแข่งกัน ให้มีมาก แต่เรามีน้อยก็พอ เราอสังสัคคะ เรารู้โทษของสวรรค์ รู้โท ษของกาม เราไม่ได้ทำเพื่อให้มีบริวาร หรือไปสร้างหมู่กลุ่มเพื่อล้มล้างหมู่ใด เราปวิเวกะ เรามีความสงบอย่างโลกุตระ รู้จักโลกสมุทัยแล้วดับได้ มีโลกสมุทัยไปตามลำดับ ในกามภพ รูปภพ อรูปภพ โดยปฏิบัติอย่างมีสัมผัสเป็นปัจจัย เกิดวิญญาณผี วิญญาณเทวดา แต่เรารู้และเรามีจิตที่เป็นกลางอย่างแท้จริง ไม่โต่งไปในกามและอัตตา มีอุเบกขาถาวร เมื่อเราช่วยตนได้รอดตามฐานะ (เราทำอย่างประมาณ ไม่เตี้ยอุ้มค่อม) อาตมา พาพวกเราไปช่วยสังคมภายนอกมากขึ้น เพราะสังคมส่วนกลางเขาเดือดร้อน เราเรียกว่างานสังคม หรืองานการเมือง อาตมา พามาถึงขนาดนี้ทุกคนก็เห็นอยู่ว่ากระแสที่เป็นข่าวใหญ่ ที่สังคมเขาเห็นเป็นข่าวที่ลือลั่นตื่นตัวกัน ในแต่ละวัน คือข่าวการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทำไมเขาตื่นตัว ขณะนี้การเมืองของไทย มีคณะที่ยึดหัวหาดการเมืองไทยได้ เขามีค่ายกล มีคณะที่แข็งแรงไม่น้อยเลย ซึ่งเกิดจากประชาชนไม่แยแส ไม่เอาใจใส่ เขาจึงสร้างคณะได้แข็งแรง คนก็เลยชักท้อ จะมาทางรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี อย่าไปยุุ่งกันเลยกับการเมือง เป็นลูกศิษย์สุนทรภู่ ซึ่งเป็นความคิดที่เหลวไหล ซึ่งถ้าเราอยู่ในสังคม เราไม่มีประโยชน์ต่อสังคมเราจะถ่วงสังคมด้วย อย่างเด็กอโศกที่ยังไม่รู้เรื่องราวมากแต่ก็ร่วมไม้ร่วมมือกับสังคมได้ หรือผู้ที่ไม่ค่อยเฉลียวฉลาดมากเขาก็มีส่วนร่วมโดยไม่ได้ถูกครอบงำทางความคิด เมื่อการเมืองระดับชาติถูกเขายึดหัวหาดไปแล้ว มีเผด็จการทางรัฐสภา มีเผด็จการทางอำนาจปกครองเขาก็ได้ไปมากแล้ว ส่วนอำนาจทุนเขาก็ยึดได้เกือบหมดแล้ว มีนักการเมือง มีข้าราชการที่ถูกครอบงำแล้ว อย่างนั้นไม่ใช่อำนาจทางประชาธิปไตย แต่เป็นสิ่งที่ใช้วิธีการจัดตั้งขึ้นมาก็ส่วนหนึ่ง แต่ว่าพวกพลังเงียบที่มีสิทธิ์มีเสียงอยู่ ถ้าออกมาทำหน้าที่ที่ตนมีอำนาจ ออกมาถ้าไม่เห็นด้วย ที่เขาจะเอาแผ่นดินไปขาย เสียดินแดน เอาพลังงานไปซุกซ่อนตักตวงสู่พวกพ้อง แล้วให้ประชาชนรับกรรม ขึ้นราคาน้ำมัน มีผู้รู้เขามาเปิดเผย ก็ไม่มีคนกล้าออกมาแย้งก็แสดงว่ามันเป็น ค วามจริง เขาก็เอาหลักฐานมาแสดงว่ามีพวกข้าราชการ นักการเมืองตกเป็นขี ้ ข้าเขา เพราะจิตไม่แข็งแรง มีความโลภ ขัดขืนไม่ได้ ต้องกินไปตามเขา มอบตนในทางผิด (นิปเปสิกตา) และยังมีกุหนา ลปนาด้วย โดยไม่มี นิปเปสิกตา (คือพยายามพากเพียรสู่ความดีงาม) เมื่อการเมืองระดับชาติแก้ไม่ได้ ที่เหลือก็มีการเมืองระดับท้องถิ่นในกทม. กทม.เป็นตัวอย่างซ้อนในประชาธิปไตยของไทย ที่คณะรัฐบาลก็พยายามยึดหัวหาดนี้อีก ถ้าเขายึดได้จะยิ่งหนักเข้าไปอีก ประชาชนทั้งหลายตื่นตัวมารู้ภัยร้ายนี้เถิด เราประมาทเขาดูถูกคนไทยถึงขนาดที่ว่า ส่งเสาไฟฟ้าลงเลือกตั้งก็จะได้รับเลือกตั้ง ซึ่งก็มีคนตื่นตัวว่า ถ้าไม่ถ่วงดุลเอาไว้ เขาก็จะกินรวบไปหมดเลย จะไม่มีอะไรเป็นของประชาชนจะตกในอำนาจเผด็จการสมบูรณ์แบบ ซึ่งก็มีกระแสเต็งอยู่สองเบอร์ เขามีกลเม็ดเด็ดพรายในการระดมเสียง ทั้งระดมโพล ระดมทุกอย่าง ส่วนฝ่ายค้านก็พยายามถ่วง ดังนั้นก็มีผู้มีปัญญาพยายามจะถ่วงมาลงคะแนนให้ฝ่ายค้าน อาตมา ก็เข้าใจ แต่ อาตมา เห็นว่าการเมืองไทยนั้นล้มเหลว ที่จะมาสู้กันด้วยเกมการเมือง มาเอาชนะคะคานกันอย่างกับเล่นเกม อาตมา จึงเห็นว่ามีทางออกคือ เต็งสาม ก็มองว่าที่เขาจะเลือกเต็งสอง เพื่อถ่วงดุลเต็งหนึ่ง อาตมา ก็เข้าใจ ถ้าใครจะทำอย่างนั้นก็ได้ แต่มันไม่จบ มันเป็นการเล่นเกมการเมืองอยู่ตลอดเวลา พรรคไหนก็คือเหมือนกัน คือมีนักการเมืองมาเล่นเกมการเมืองอย่างเดิม เรามาตั้งหลักใหม่ เลือกเต็งสาม ที่ไม่อยู่ในอำนาจของพรรคการเมือง อย่างเต็ง 1 หรือเต็ง 2 ก็อยู่ในเกมการเมืองน้ำเน่าอย่างเก่า ถ้าจะบอกว่าพรรคเต็งสองนี้ยิ่งไม่เอาอ่าว แล้วคุณจะไปเลือกทำไม คนเขาก็ยังว่าพรรคเต็งหนึ่งแม้โกงก็ยังดีกว่าอีก บางคนก็เห็นว่าเต็งหนึ่งเลวร้ายกว่าก็ได้ แต่ อาตมา ว่าเรามาสร้างประชาธิปไตยดีกว่า มีคนค้านแย้งว่าจะเป็นการตัดคะแนนเต็งสอง แต่ อาตมา ก็เห็นว่า มันสู้เต็งหนึ่งเขาไม่ได้หรอก ดังนั้น วิธีแก้ให้คนที่จะเลือกเต็งสอง มาเลือกที่เต็งสามให้หมด ชนะเต็งหนึ่งแน่นอน สองต่อหนึ่งอันนี้มีหวังชนะแน่นอนกว่า อย่าไปคิดติดอยู่กับประชาธิปไตยเน่าๆ อยู่อย่างเดิม เลือกผู้สมัครอิสระที่ไม่ตกภายใต้พรรคการเมืองเก่าๆ และเต็งสามนั้นก็ไม่ขี้เหร่เลย สอบได้ ทั้งในแง่ความสามารถและคุณธรรม สู้กับอีก 20 คนที่สมัครได้เลย อาตมา เห็นว่าพวกคุณตกอยู่ในวัฏฏะวงจรน้ำเน่าเก่าๆ สมบัติผลัดกันชมอยู่เช่นเดิม แต่ก็เห็นใจผู้ที่เห็นอยู่อย่างเดิม แต่มันไม่จบ เราต้องออกมาสู่ประชาธิปไตยที่อิสระเสรี คนที่จะเลือกเต็งสองมาเลือกที่เต็งสามให้หมด ถ้าจะให้เต็งสองชนะเต็งสามนั้นคงยาก เขามีอำนาจรัฐ และที่สำคัญคือโกงเก่ง ทุจริตอย่างหน้าด้านเสียด้วย ให้ตัดใจเสีย อย่าเสียคะแนนทิ้งเสียเปล่า เอาคะแนนมาให้เต็งสามเสียดีกว่าไหม? เหลืออีกแค่ 13 วันก็เลือกตั้งแล้ว ....เข้าโค้งสุดท้ายแล้ว เลี้ยวให้ดี เลี้ยวไม่ดีคว่ำ ยิ่งเร่งความเร็วด้วย ต้องเอียงให้มีมุมดีไม่ล้มไม่ไถลด้วย อาตมา ทำงานไม่คิดเอาชนะคะคานไปแข่งขันเขา เราทำงานได้เพราะแพ้เขามาเรื่อยๆ แต่เรามีความก้าวหน้า เราชนะรายทาง ดูภายนอกหยาบๆ แพ้ อย่างที่ออกไปชุมนุมกับเสธ.อ้าย เราลงทุนลงแรง กางเต็นท์ได้ 9 หลัง จาก 15 หลัง ยังกางไม่หมดเลย แต่เห็นท่าว่าถ้าดันทุรังไปจะเสียมากกว่าได้เราก็พอ แต่แค่นั้นก็ได้วัดค่าประชาชน วัดค่าของกระแสความยอมรับเห็นความเลวร้าย ผิดกฏหมาย เห็นความโหดร้ายเลวร้ายของรัฐบาล ข้าราชการ ได้อะไรมากๆเลย ส่วนความจริงลึกทางจิตวิทยานั้นไม่แพ้เลย เป็นการชนะใจ ไม่ใช่ไปติดที่เอาแพ้ชนะคะคาน เรามีทั้งรุกทั้งรับทั้้งถอย เราก็เดินอย่างพอเป็นไป อาตมา ว่าไม่ได้มาก ได้แต่น้อย ก็ไม่รังเกียจ ไม่ตะกละตะกราม อย่าให้เราขาดทุนเสียหายล้มละลาย เรามีอัตราการก้าวหน้าชนะรายทางอยู่ เช่นในหลวงตรัสว่า ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เรามีขาดทุนแต่เราไม่ถึงขนาดเข้าเลือดเนื้อ หรือเราเสื่อมทรุดแต่อย่างใด แต่เรามีส่วนเกินส่วนเหลือสละให้เขาได้ แต่ถ้าคิดถึงราคาทุน เราขาดทุนจริงๆ (คิดทั้งค่างแรงงาน โสหุ้ยต่างๆ) เราคิดอย่างสุจริต แล้วมาดูของเรา เราไม่เอาแม้ค่าแรงงาน ถ้าเราตีค่าตัวเราเท่าไหร่เราก็เอามาลดให้คนอีก เราขาดทุนแต่อยู่ได้ เพราะเราไม่ได้ฟุ้งเฟ้อบำเรอตน เรากินใช้แต่พอเพียง เราขยันเสมอพากเพียงสร้างสรรได้เกินกินเกินใช้ เมื่อมารวมกันก็สามารถขาดทุนให้แก่สังคมได้ อย่างเราไม่ทรุดเสื่อม สามารถสร้างชุมชนให้เจริญก้าวหน้าไปตามลำดับ เป็นแนวคิดการบริหารแบบเศรษฐกิจพอเพียง แบบบุญนิยม เกิดจากจิตวิญญาณ ที่ได้รู้จักกิเลส ลดกิเลสได้จริง และมีปัญญา รู้ความจริงตามความเป็นจริงโดยชอบ (สัมมัปปัญญา) ที่พจจ.ท่านได้สั่งสอนให้รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งเสื่อมสิ่งเจริญ อาตมา ก็ศึกษาตามพระพุทธเจ้าก็เห็นดีแล้วนำมาเผยแพร่แก่พวกเรา ก็ยังทำมาในเวลาสั้น 40 กว่าปี สู้หัวเดี ยว กระเทียมลีบและยังโดนต่อต้านหนัก จะเอาให้ตายแต่ก็หัวแข็งพอได้ แล้วก็เจริญมาได้นี่คือ ธัมโมหเวรักขติ ธัมมะจาริง (ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม) จะเอาวรรณะ 9 กถาวัตถุ 10 พุทธพจน์ 7 สาราณียธรรม 6 มาจับก็เป็นไปได้ ทำงานเกิดผล เกิดประโยชน์ต่อมหาชนเป็นอันมาก มีคนเห็นแย้ง ก็ให้ท่านไปตรวจสอบหมู่กลุ่มของท่านว่ามีความเป็นจริงตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าหรือไม่? ให้ตรวจสอบดีๆ เถอะอย่าไปยึดมั่นถือมั่นในทิฏฐิย้อนแย้ง และมีคำหยาบมาด้วยอีก

ต่อไปเป็นการตอบปัญหา และประเด็น _สมณะในอโศกปฏิบัติอย่างไรเพื่อบรรลุธรรม? พ่อครูว่า… อย่างที่ อาตมา บรรยายอยู่ทุกวัน ขยายความอยู่ตลอด เอาของพระพุทธเจ้ามาอธิบาย ซึ่งไม่มีอะไรขาดหกตกหล่นเลย แต่เรายังนำเสนอไม่ครบ _พ่อท่านครับ อาหารคือสิ่งเสพติดไหมครับ? พ่อครูว่า… ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่มาก ผู้ที่เข้าใจโภชเนมัตตัญญ ุ ตา หรือมัตตัญญุตา จะ ภั ตตสมิง อยู่ในจรณะ 15 มีอปัณกปฏิปทา 3 มีตั้งแต่ศีล ต้องกำหนดให้ตรงตามกรอบที่เราจะประพฤติ เ ริ่มแต่ศีล 5 ไม่ตายตัวตามแต่คน ส่ว น สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ต้องตื่นรู้อยู่ตลอดเวลา สร้างจิตที่เป็นฌานเป็นสมาธิ คำว่าฌาน แปลเอาอัตถะว่าคือความสงบ หรือแปลว่าการเพ่งเพื่อให้จิตสงบ ถ้าเข้าใจว่าเพ่งกสิณให้จิตสงบเป็นสมถะนั่นคือของฤาษี แต่ของพุทธนั้นคือการเพ่งเผาทำไฟฌาน เพื่อให้ลดกิเลสราคะ โทสะ โมหะ จนควบแน่น เกิดความแน่วแน่ ปักมั่น เรียกว่าสมาธิ ดังนั้นฌานจึงปฏิบัติให้เกิดสมาธิ ในสมาธิ มีสัมมาญาณ สัมมาวิมุต หรือมีนิโรธ กับญาณปัญญา (ในสมาธิมีญาณกับวิมุติที่เกิดจากการทำฌาน) ส่วนใหญ่จะสอนฌานผิดๆ อวดอุตร ิ มนุสธรรมที่ไม่มีในตนที่ถูกต้อง อวดไปเลอะๆ เทอะๆ จึงทำให้ศาสนาเสื่อม แล้วไปยืนยันว่าถูกต้องมันก็ฉิบหายสิ การเห็นฌานสมาธิก็เห็นต่างกันแล้ว อย่างที่เขาอธิบายกัน อาตมา ก็เข้าใจ และทำมาแล้วด้วย คำว่าโภชเนมัตตัญญุตา ไม่ใช่แค่ประมาณอาหาร แต่ให้เรียนรู้กาม ที่มีมาในอาหาร ที่เราไปยึดติดชอบใจใน รูป รส กลิ่น สัมผัสที่มีในอาหาร มันเป็นการติดในกาม ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงให้ปฏิบัติธรรมในเรื่องอาหาร จึงเป็นการปฏิบัติที่ไม่ผิด การปฏิบัติในเรื่องอาหารอย่างเดียวจะรู้ทั้งกามและอัตตา จะลดได้ถึงเป็นอรหันต์เลย แม้เป็นอรหันต์ก็ยังต้องกินอาหาร แต่กินอย่างไม่สุขไม่ทุกข์ กินตามได้ตามมีตามเป็น ถามว่าคือสิ่งเสพติดไหม? นั่นคือตัวการใหญ่เลย ถ้าหิวหรือความอยากนั้นคือความต้องการ อย่างเป็นอัตตาชนิดหนึ่ง หรือเป็นกาม ที่ติดในกามคุณ 5 ส่วนอัตตาคือตัวสุขภาพเสียบ้างเป็นต้น ถ้าเป็นความโหยที่ร่างกายต้องการจริงๆ นั้นๆ คือไม่ใช่กิเลส แต่เรื่องหยาบๆ นั้นให้เรียนรู้เถอะ เริ่มจากให้กินเป็นมื้อเป็นคราว ตั้งแต่สามมื้อ จะกินอะไรที่คิดว่าดีต่อสุขภาพก็กินเข้าไป กินแล้วลุกในที่นั่งแห่งเดียว ลุกจากที่นั่ ง กินหนึ่งมื้อแล้ว อย่าไปกินอีก ไม่แม้แต่น้ำปานะ ก็กินให้เต็มที่ในสามมื้อ อย่ากินจุกจิก คุณจะได้เรียนกิเลสอย่างแท้จริง จะรู้ว่าเราติดกามคุณ ติดโลกธรรมอะไรต่อไปอีก ถ้าสามมื้อสบายก็ลดลงเหลือสองมื้อ แล้วเหลือมื้อเดียวต่อไป _มีเพื่อนบ้านที่มารุกรานทั้งวัตถุและจิตใจ เคยปีนมาตัดต้นไม้ในบ้าน ปีนมาทุบลูกแก้วในบ้าน...พูดยั่วยุ...มาพูดว่า เราไม่เป็นที่ต้องการ ทั้งที่เขามาอยู่ได้แค่ 4-5 ปี เขาอายุ ไม่มาก อยู่กินกับคนอายุน้อยกว่าเป็นวัยรุ่น......ขอคำชี้แนะ.....ปรับใจอย่างไรไม่ทุกข์ พ่อครูว่า ...ให้ตรวจตัวเองว่าเราไปแสดงอาการไปละลาบละล้วงเขาให้เขาไม่ชอบใจจนมารุกรานตอบโต้ ถ้าตรวจแล้วก็ยังเห็นว่าเราไม่ได้ไปทำอะไรเ ข านะ ถ้าไม่มี เขาก็เป็นตัวกวนเราแน่ ก็ยังไม่อยากให้เข้าใจว่าเป็นกรรมเก่าคู่เวร ซึ่ง อาตมา เชื่อว่ามีจริง กรรมเก่า คู่เวรมีจริง แต่อย่างนั้นมันแก้ไม่ได้ แต่ปัจจุบันเราแก้ได้ เขาจะมาร้ายเราก็ทำดีต่อเขา แม้จะแจ้งความแล้วตำรวจก็เฉย ความจริงตำรวจไทยเก่งมีฝีมือแต่ไม่ค่อยทำ ให้ข้อคิดว่าทำดีไปเถอะไม่เสียหลาย เราทำดีแล้วไม่ได้ดีเพราะทำดียังไม่มากพอ แต่คุณทำดีมันเป็นความดีของคุณ ไม่ได้เสียเปรียบแต่อย่างใด _ทำไมที่ทะเลธรรมจึงขายของแพงมาก ซึ่งชาวอโศกจะไม่ขายของแพงเกิน? พ่อครูว่า… ก็ให้ตรวจสอบปรับปรุงพัฒนากัน ถ้าขายของแพงเกินก็ขัดหลักการอโศก ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ให้ปิดไปเลย _ถ้ามีคนมาด่าเรา โดยเราไม่รู้เรื่องเลย เป็นกรรมเก่าหรือกรรมใหม่? พ่อครูว่า… เป็นได้ทั้งกรรมเก่าและกรรมใหม่ ถ้าเป็นกรรมเก่าก็เป็นการตอบแทนที่เราทำไม่ดีงาม เขาก็มาตอบแทน แต่มันเป็นกรรมใหม่ได้ คือคนที่เขาทำกรรมใหม่กับเรา ถ้าเขาเป็นคนชั่ว คือเขาเห็นเราเป็นคนไม่สู้คน แหยๆ ใครรังแกก็ยอม คนจิตใจเลวๆ ก็จะย่ามใจรุกเอาๆ เราก็ให้ทำดี ใช้ความดีชนะความชั่ว ใช้ความไม่โกรธเอาชนะความโกรธ เราเสียเปรียบนั้นเป็นบุญ ถ้าเราต้านไม่ให้เขาทำชั่วไม่ไหว เราก็ต้องยอม ต้านอย่างไม่ให้มีการทะเลาะตีกัน ถ้าเราห้ามกั้นไม่ให้เขาทำเลวร้ายไม่ได้ เขายังดันทุรังทำชั่ว ก็ต้องยอมให้เขาทำชั่วไป สรุปแล้วก็ต้องยอมให้เขาทำ _พระพุทธเจ้าทำไมถึงบวช ทำไมถึงมีศาสนาด้วย? พ่อครูว่า… อาตมา ยังไม่ใช่พระพุทธเจ้าจึงตอบแทนพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่ถ้าถามว่า อาตมา ทำไมบว ช บวชคือสถานะของศาสนาพุทธที่จะทำงานได้เต็มที่ มีหลักเกณฑ์ ธรรมวินัยที่จะทำงานศาสนาได้เต็มที่ มีชีวิตให้คนอื่นเลี้ยงไว้ ท่านวางระบบไว้หมดแล้ว แม้พระพุทธเจ้าเองท่านก็มีบารมีที่จะมาบวช คือตอนเกิดมาก็มีพราหมณ์ทำนาย มีทำนายสองคติอยู่ 7 คน แต่โกณฑั ญญ ะทำนายว่าจะมาบวชคติเดียว การมาบวชทำงานได้เป็นประโยชน์สูงสุด มีเอกสิทธิ์ แม้จะไม่ยอมรับ ไม่อยากเคารพแต่ก็ต้องยกให้ มีธรรมเนียม จารีต มีสมมุติสัจจะ มีสิ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษยชาติได้มากมาย อาตมา จึงไม่ยอมสึก อาตมา ไม่ได้ผิดจึงไม่สึก แต่ก็แพ้เพราะเขาเป็นคณะใหญ่ อาตมา เล็กนิดเดียวก็แพ้ ก็ไม่ยอมสึก สรุปคือบวชเป็นฐานะของมนุษย์โดยเฉพาะบวชให้ได้จริงจึงเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ ทำไมต้องมีศาสนา ต้องถามว่า ทำไมคุณต้องมีจิตใจด้วย เพราะศาสนาอยู่กับจิตวิญญาณ ศาสนาต้องกล่อมเกลาจิตที่เป็นประธานให้ไม่มีกิเลสจริง แล้วเข้าใจโลก ช่วยโลก มีโลกุตระ-โลกะวิทู-โลกานุกัมปายะ (คือตรีมูรติ) โลกุตระจิตคือเหนือโลก ทั้งโลกกาม โลกโลกธรรม โลกอัตตา มีการรู้ทันโลก และช่วยเหลือโลก เป็นประโยชน์ต่อโลก แม้แต่การเมืองที่มีขาเดียว คือไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน จะไม่สมบูรณ์ ในวันที่ 5 ธันวา คม ประชาชนยอมรับว่าต้องมีพระเจ้าแผ่นดินที่ท่านมีทศพิธราชธรรม มีจิตวิญญาณที่ยิ่งใหญ่ คือพลังของพระสยามเทวาธิราช (คือความดีที่คุ้มครองดูแลประเทศ) เป็นสภาพจิตวิญญาณที่ช่วยเหลือโลกอยู่ _หากท่านไม่ยุ่งการเมือง อโศกจะมีคนมานับถือมาก พ่อครูว่า… อาตมา ก็ใช้การประมาณไตร่ตรองทั้งสังคม ทั้งเขาและเรา ก็เห็นว่าที่ท่านปรารถนาดีไม่อยากให้ยุ่งการเมืองนั้น.... อาตมา พาทำนั้นไม่ได้ไปเล่นเกมการเมือง ไม่ได้ไปรับตำแหน่งหน้าที่อันใดเลย (แม้จะมีกฏหมายให้นักบวชรับตำแหน่งได้ก็ตาม) จะเป็นปุโรหิตอยู่อย่างนี้ เทศน์ฝากลมฝากแล้งอย่างวันนี้ต่อไป ไม่ได้ทำเพื่อให้คนมานับถือ ให้เป็นเจ้าลัทธิ หรือไปล้มล้างลัทธิใด อาตมา ทำงานการเมืองนั้นมีแนวลึกซึ้งมาก และงานการเมืองขณะนี้ไม่ได้เรื่องก็ถูก แต่เราได้เรื่องแล้วก็ไม่ใจดำ ก็ต้องไปช่วยคนที่ไม่ได้เรื่อง แต่ถ้าเราไปช่วยแล้วเราไม่ได้เสีย เราไปช่วยมาหลายงานเราก็มีแต่ได้ ทางโลกเขาก็ได้ เราก็ได้ เสียนี่คือเราเลว คือเราไปเอาลาภยศ ทุจริตแฝงเร้นอะไร เราก็ไม่ได้ทำ เราไปเสียสละเรามีแต่ได้ แต่ความกังวลความห่วงใยของคุณก็ขอ บ คุณมาก แต่เราเห็นอยู่ว่าเราไม่เสียหาย คุณเห็นว่าเราจะไปเป็นเบี้ยให้เขาใช้ก็พยายามระวังเข้าใจอยู่ _ถ้าคุณเสรีฯ เป็นคนของทักษิณ ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ แล้วเขากินรวบประเทศไทยจะทำอย่างไร? พ่อครูว่า… ก็ดูว่าคุณเสรีฯ ไ ม่น่าจะไปเป็นพวกทักษิณ (มีคนว่าทักษิณฉลาดคงไม่ส่งคนมาตัดคะแนนเสาไฟฟ้าเขาหรอก) แต่ถ้าในอนาคตจะเป็นอย่างนั้นก็ต้องขอยอมรับอย่างที่เคยช่วยทักษิณมาแล้วผิดพลาดไป (หมอเสมฯ ที่เสียชีวิตไปแล้วก็เคยผิดพลาดเหมือนเรา) ท้วงมาก็ดีแต่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นอย่างที่ว่า _คุณภายัพ บวชที่อินเดียก็ได้รับยศ อย่างนี้ผิดไหม? ปล.พระพยอมว่าไม่ผิด พ่อครูว่า… ก็ดูสังคมว่าผิดก็ผิด สังคมว่าไม่ผิดก็ไม่ผิด นี่ตอบโดยสมมุติ แต่โดยปรมัตถ์ นั้นผิดแน่นอน อย่าง อาตมา กว่าจะได้ตำแหน่ง อาตมา นั้นยาวนาน แต่เขามุบมิบกันให้เป็นไม่ถูกแน่ก็ดูไป ไม่ต้องไปดูไบ _ได้ข่าวพระสันตปาปา ลาออกเขาพูดกันแง่ลบเราควรคิดอย่างไร ? พ่อครูว่า… ไม่ต้องละลาบละล้วงเขาหรอก _งานพุทธาฯ มีการปฏิบัติอย่างไรบ้าง มีกิจวัตรอย่างไร? พ่อครูว่า… จะไปร่วมงานพุทธาฯ ได้ แต่บอกไว้ว่า งานนี้กินมื้อเดียว ไม่ใส่รองเท้า ถือศีล 8 จะทำได้ไหม ถ้าตั้งใจทำจริง ก็ยินดีต้อนรับ ตื่นตั้งแต่ตี 3 ครึ่ง สวดมนต์เลยตอนตี 3 ครึ่ง แล้วก็ฟังธรรมะ เสร็จประมาณ 6 โมง แยกย้ายใส่บาตร จากนั้นก็มีการบำเพ็ญคุณ ก็คือทำงาน ส่วนบำเพ็ญธรรมก็ทำตลอด ในชีวิตประจำวัน จะมีงานที่ต้องไปรวมตัวก็ไปทำ 9 โมงเข้าศาลาฟังธรรม จนถึง 10-11 โมงเช้าแล้วแต่ จากนั้นก็ทานอาหารนั่งเป็นแถว เหมือนให้อาหารไก่อาหารหมู ในขณะตักอาหารก็ปฏิบัติธรรม อย่าขี้โลภ ใ ช้ โภชเนมัตตัญญุตา อย่าไปหลงผีที่มีในอาหาร หลังอาหารก็พักผ่อน แล้วก็จะมีการบรรยายธรรม ในที่ต่างๆ ใครจะฟังก็ไป ใครจะพักก็พัก 14.00-16.00 น. ก็ฟังธรรม ในตอนเย็นอาจมีกิจกรรมก็แล้วแต่ 18.00-20.00 น. ก็มีรายการภาคค่ำ จากนั้นก็พักผ่อนนอนหลับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 37 ทั้งปลุกเสกฯ และพุทธาภิเษกฯ รวมสองงานเป็นครั้งที่ 74 ทั้งสองงานมีนัยคล้ายกัน เราได้ดีเพราะการอบรมธรรมอย่างนี้แหละ อาตมา จะว่าการในทุกทำวัตรเช้า และมีตอบปัญหาภาคบ่ายสองวัน ถ้ามีมาฆบูชาก็มีเทศน์ภาคค่ำอีก 1 วัน นอกนั้นก็มีทั้งสมณะ สิกขมาตุ ที่ว่าการ มีแซมด้วยอื่นๆ การบ้านการเมืองบ้าง ....จบ...

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน