561010_รายการเรียนอิสระฯ ที่สวนลุมฯ เรื่อง แพ้คือชนะชนะคือแพ้.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
561010_รายการเรียนอิสระฯ ที่สวนลุมฯ เรื่อง แพ้คือชนะชนะคือแพ้ โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ส.เดินดิน...วันนี้วันที่ 10 ตุลาคม 2556 ที่ เวทีชุมนุมสวนลุมพินี พวกเราก็เหมือนกับไปสอบไล่มา ก็ดูเหมือนหลายๆอย่างในสนามสอบก็ยังไม่สามารถเฉลยได้ว่า ได้คะแนนมากหรือน้อย สอบได้หรือตกอย่างไร และยังมีประเด็นค้างใจของนักรบที่ไปสู้แล้วสุดท้ายต้องถอยร่นกลับมาที่สวนลุมฯเหมือนแพ้ แต่พ่อครูก็ยืนยันว่าเราไม่ได้แพ้ ซึ่งในสนามรบไม่สามารถมีเวลาอธิบายได้ ดูรูปแล้วเหมือนแพ้ แต่ความจริงแล้วเป็นอย่างไร ขอนิมนต์พ่อครูอธิบายครับ
พ่อครูว่า…อ ธิบายก็คงต้องอธิบาย เพราะชีวิตนี้อาตมามีแต่แพ้และแพ้ตลอด แม้แพ้ แต่ก็ทำให้ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐานเลย เป็นสิ่งเกินคิดเลย แล้วก็ทำให้ได้รู้ว่าทำไมต้องแต่งเพลงผู้แพ้ และไม่คิดจะแต่งเพลงผู้ชนะอีกเลย เพลงผู้แพ้แต่งมาตั้งแต่ปี 2497 คือแต่งมา 59 ปีแล้ว ก็ตอนนั้นพอดีอาตามาอายุ 20 ปีพอดี เรื่องนี้เป็นเรื่องลึกซึ้งแม้อาตมาก็ทำไมต้องแต่งเพลงผู้แพ้ และก็แพ้มาตลอด แต่แพ้นี้ก็ไม่ได้ทำให้อาตมารู้สึกแพ้หรือท้อ อาตมาเข้าใจคำว่าแพ้หรือชนะที่เป็นสมมุติสัจจะในโลก คือการมีมานะอัตตาตัวตนเป็นกิเลสชนิดหนึ่ง ผู้ใดที่ต้องการชนะเขา ก็แสดงความจริงว่าคุณกำลังต้องการความเป็นใหญ่ คุณกำลังสร้างอัตตาให้ตัวเอง เป็นกิเลสพันเปอร์เซนต์ เป็นอาการจิต เดี๋ยวนี้มีผู้ปลุกเร้ากันมากมายในเรื่องของเกมกีฬา มันเป็นลักษณะที่ยิ่งใหญ่ในคนเลว แต่ยิ่งแย่ในภาษาสัจธรรม ที่มาปลุกเร้าให้คนเอาชนะคะคานกัน หรือแม้กระทั่งฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมา จิตใจแบบนี้เลวร้ายจริงๆ ก็เห็นใจคนมีกิเลส ในฐานะที่ทำงานโพธิสัตว์มา อาตมาก็เทศน์เสมอว่า เรามาชุมนุมประท้วง ภาษาโลกว่าเราต้องการชัยชนะมีเป้าหมาย มีมโนสัญเจตนาคือมีแต่จะได้หรือไม่ ท
อ่านต่อ
ุกวินาทีคืออนิจจัง จงเข้าใจว่าทุกอย่างเป็นอภิมหาอนิจจัง มันยอดอนิจจังเลย ยิ่งทุกวันนี้เป็นยุคแห่งความเร็วของข้อมูลใหม่ เป็นตัวแปรที่คิดไม่ถึงเลย เปลี่ยนแปรได้ทุกเสี้ยวแห่งวินาที แบ่งเป็นร้อยส่วนพันส่วนของวินาทีเลย เราจึงไม่มีปัญหาในเรื่องชนะหรือแพ้ในสมมุติสัจจะ คือที่เขาถือใช้กันในวงการมนุษย์โลก อาตมาก็เข้าใจอย่างเขา แต่ว่าอาตมาดูรายละเอียดลึกซึ้งลงไปในปรมัตถสัจจะ ที่ไปทำงานไม่กี่วันข้างทำเนียบกับพวกเรา เราได้ปรมัตถสัจจะหลายเลย อาตมาเห็นพวกเราในวันนี้ที่เทศน์ตีห้าของวันนี้ถึง 8 โมงกว่า ก็ 3 ชม. พวกเรานั่งฟังธรรมรับปรมัตถสัจจะแท้ๆเลย อาการที่ฟังธรรมก็ประเมินผลว่าอาตมาประสพผลสำเร็จ ตอบอาตมาได้ไหมว่าเมื่อเช้านี้คุณตั้งใจฟังจริงๆ...มียกมือน้อย เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้ไปที่ข้างทำเนียบฯ แต่ก็เห็นว่านั่งไม่กระดุกกระดิกเท่าไหร่ อาจมีเหตุปัจจัยอื่นๆอีกนะที่ทำให้ต้องฟังนิ่ง แต่ว่าเทศน์ปรมัตถ์ระดับนั้นในหมู่กลุ่ม บริษัทขนาดนั้น ที่วัด ตามศรัทธา 10 ก็เห็นจริงว่า พุทธบริษัทใหญ่ขึ้นๆ และคนที่แสดง หมู่กลุ่มของบริษัทใหญ่ขึ้น ถ้าไม่มีภูมิธรรมแท้ ไปแสดงต่อหมู่ใหญ่ขึ้นจะเกิดปฏิกิริยาหวั่นไหว แต่อาตมาว่าอาตมาไม่มีปัญหา แต่เป็นการแสดงในหมู่กลุ่มใหม่ จำนวนอาจถึงจำนวนพัน และก็หมู่นี้เขาก็ทรมาน ข้าวก็ไม่ให้กิน ที่ขี้ก็ไม่ให้เอาเข้า ซึ่งมันเป็นการทำผิดมาก เพราะคนติดคุกเขาก็ยังต้องให้กินข้าวเลย นี่ก็คือประเด็นที่เขาแพ้แล้ว แต่ในประเด็นที่จะพูดจะไปทางจิตวิญญาณ ทำไมแพ้คือชนะ และชนะคือแพ้ ถ้าใครเคยได้ยินว่า แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร นั่นคือสัจจะที่หมายความเลยว่า ผู้ยังมีการเอาชนะคะคานผู้อื่นยังมีกิเลสอยู่ก็ยังไม่พ้นผีพ้นมาร ผู้ไม่มีกิเลสนั่นแหละคือผู้ชนะแท้หรือพระแท้ เราแข่งตรงนี้ ถ้าจะแข่งตนเองก็แข่งตนเอง ส่วนข้างนอกเป็นเหตุปัจจัยต่างๆนานาที่เราจะใช้สมมุติสัจจะในการประเมิน ซึ่งเราแพ้ก็แพ้ชะตาทราม ดวงใจทรงความมั่นคง จะให้ชัดคือมันต้องเป็นอย่างนั้นคือ Born to be ส ิ่ งเหล่านี้เป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย ยากที่จะสมมุติเพราะเป็นเรื่องปรมัตถ์ (ความจริงที่ยิ่งใหญ่) ส่วนสมมุติสัจจะคือคนส่วนใหญ่รู้กันได้ทั่วไป แต่ปรมัตถสัจจะนั้นคนจะรู้ได้ต้องมีภูมิธรรม อย่างการชุมนุมวันนี้ทำไมเลิกล้ม บางคนแสดงอาการไม่ได้ดั่งใจออกมา เราก็เห็นใจจริงๆ มันเป็นปรมัตถสัจจะในใจเขา เราไม่ลงโทษเขาเลย สงสารเขา เขาไม่เข้าใจก็เหมือนเด็กน้อยที่ไม่ได้ดั่งใจ เป็นเด็กค่อนข้างดื้อด้วย เขายึดว่าสิ่งที่เขาทำนี้ดี ถูกต้องแล้ว แต่การตัดสินพฤติกรรมในการถอยนี้ มันขัดแย้งกับเขาที่เขาว่าถอยไม่ได้ เราก็เข้าใจปรมัตถสัจจะ การแพ้หรือชนะในเชิงปรมัตถสัจจะหรือสมมุติสัจจะ ปรมัตถสัจจะถ้าใครยังไม่เข้าใจชัดเจนก็ย่อมเห็นเป็นผิดได้เลย เพราะฉะน้ันแพ้คือชนะ ชนะคือแพ้ ส่วนในรายละเอียดของคำว่าชนะ เราก็ว่าเรามีผลชนะรายทางหลายอย่างนะ ไม่อยากจะพูดว่าตำรวจเขาแพ้กลลวงนะ ซึ่งไม่ใช่เรื่องหลอกมันเป็นเรื่องสัจจะ ไม่ใช้เล่ห์กลหลอก เป็นความจริงที่ออกผล มองว่าสัจจะความจริงนี้ช่างสวยงาม มันเลี่ยงเจ้าเล่ห์ เอาเถิดในการที่จะคุยกัน เลี่ยงไปเลี่ยงมาจนสุดท้ายพล.ต.อ.ประชา ไม่กล้าเผชิญหน้าต้องให้หนังหน้าไฟมาแทน นี่คือความชนะทางปรมัตถสัจจะ แต่รายละเอียดผู้ที่ยังดิ้นเหมือนเด็ก เขาก็ยังไม่รู้หรือแม้รู้ก็ไม่เข้าใจเหมือนเขาไม่เดียงสา เขาไม่เห็นรายละเอียดในส ิ่ งที่เราปฏิบัติ ก็มาจากต่างจังหวัด หอบเสื้อผ้ามา อยากได้น้ำใจอย่างนี้จริงๆ เขาก็ให้มาแล้วก็อนุโมทนา ก็ไปชุมนุมที่อุรุพงษ์นะ ทนายนกเขาก็พยายามไม่ทำให้ผิดกฎหมายเหตุปัจจัยสร้างขึ้นทั้งนั้น เรารับปากเขามาว่าเราจะถอย แต่เขาชุมนุมที่นั้นก็มีสิทธิ์ เราจะพูดสนับสนุนเราก็ไม่ผิด เราเห็นด้วยกับประชาชนที่มีความเห็นอย่างเรา เรายังไม่หยุดความมุ่งมั่น แต่เรามียุทธการ วิธีรบ ที่ควรทำ มันต้องมีทีถอยทีรุก มีทีสงบ มีทีต้องส่งเสียง ต้องมีหลายกระบวนท่า อันนี้เรื่องจริง ที่เราเองเราได้ประโยชน์ที่ถือว่าชนะคือ เราได้มีเหตุการณ์ประสพการณ์แท้จริง เหตุการณ์ที่เราได้ร่วมทำอย่างเหนื่อยยาก ส ิ่ งเหล่านี้หล่อหลอมความเจริญของพวกเราขึ้นมาอย่างสำคัญ ที่พวกเราไปปฏิบัติการชุมนุม การชุมนุมของเราต่างจากคณะอื่น ยกตัวอย่างของนปช.หรือของพรรคปชป. มีนัยต่างจากที่เราชุมนุม อย่างลึกซึ้งมาก เอาประเด็นง่ายๆ อย่างนปช.ขออภัยที่ต้องพูด ไม่ได้มายกดีข่มผู้อื่น เอาง่ายๆว่าการชุมนุมของนปช.คือม็อบ แต่ของเรานี่ไม่ใช่ม็อบ ขอร้องว่าอย่าเรียกเราว่าม็อบ ไม่ใช่กลุ่มชนที่ก่อความวุ่นวาย เราไม่ใช่ เราเป็นการชุมนุมที่เจตนาทำให้ได้ดีเจริญที่สุด และเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ การชุมนุมครั้งนี้มีพัฒนาการมากกว่าการชุมนุมของเสธ.อ้ายมากเลย มองให้ออกว่าอะไรเจริญก้าวหน้ากว่ากัน เจริญอย่างไร? ยกตัวอย่างเสธ.อ้าย พวกตำรวจเลวร้ายหยาบคายจัดจ้าน ปฏิบัติการรว ด เร็ว แต่คราวนี้เขาไม่กล้า แต่เขาเพ ิ่ มตำรวจมามากกว่าคราวเสธ.อ้ายมากเลย ถ้ายังมีอีกเขาก็เติมมาอีก ประชาชนเรามีเท่าไหร ตำรวจแค่หมื่นก็พอแล้ว อย่างนี้เจตนามาผลาญงบฯนะ และมีคนเห็นว่า เขามีผ้าพันคอสีที่บ่งว่า หน่วยนี้เป็นแบบโหด เขาจะใช้ เขาลงทุนจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงแล้ว เรารักษาชีวิตคนดี คนดีแค่ 1 คนก็มากกว่าคนเลวร้อยคนพันคน กว่าจะได้คนดีมานะ กว่าจะได้อย่างพวกคุณมาแต่ละคน อาตมาตายไปวินาทีนี้ก็คุ้มแล้ว และคุณก็ได้ส ิ่ งประเสริฐนั้นแล้ว อาตมาว่าเกิดมาไม่เสียชาติเกิดแล้วที่ทำให้พวกคุณได้เข้าใจสัจธรรม ใครจะว่าหลงตัวก็ไม่เป็นไร เสนอแนะมาได้ก็รับฟัง เป็นเรื่องคุณค่า อาตมารู้สึกว่าได้ดิบได้ดีเพราะคำติเตียน เคยอ่านเพลงอาริยะหมายเลข 10 ให้ฟังแล้ว …. เพลงอริยะหมายเลข 10 ข้าพเจ้าได้ดิบได้ดีวิเศษยิ่ง ๆ ขึ้น หรือ เป็นคนที่น่านับถือเคารพได้นั้น ไม่ใช่เพราะการเป็นผู้ชี้ยืนยัน "ความถูกต้อง" ให้ใคร ๆ รู้ ได้หลากหลายแล้ว ๆ เล่า ๆ นั้นดอก ! แต่… เพราะข้าพเจ้าน้อมรับ "ความผิดพลาด" และ มีการแก้ไขในแต่ละครั้ง แต่ละคราว ของข้าพเจ้า จาก ทั้งผู้หวังดี และ ทั้งศัตรูผู้หวังร้ายแท้ ๆ นั่นต่างหาก. ถ้าเราชุมนุมต่อ พวกอุรุพงษ์ก็ชุมนุมต่อ แล้วจะมีกลุ่มที่กำลังมาสมทบอีกจะเป็นหมู่ใหญ่ ส่วนตำรวจนี้ที่เขาเคลื่อนตัวมารอบๆทำเนียบ เขาเคลื่อนขบวนมาได้อย่างรวดเร็ว เขาอยากจะล้อมพวกเราก็ทำได้ แต่เขาไม่ทำ แต่ก็ตั้งข้อสังเกตว่า เขาจะมองกลุ่มนี้ที่ชุมนุมกับกลุ่มของเรามีน้ำหนักอย่างไร เขาจะปฏิบัติกับสองกลุ่มนี้อย่างไร อันนี้ก็ต้องอ่านรู้ ต้องรู้ความสำคัญของสองกลุ่มนี้ ถ้าเขาไม่ได้ปฏิบัติต่อกลุ่มนี้เหมือนเรา เราก็มีความสำคัญมากกว่ากลุ่มนี้ กลุ่มนี้อาจมีจำนวนมากกว่ากลุ่มเรา เพราะเป็นผลที่เราทำมา กลุ่มนี้ก็ถือว่าเป็น Accident Good luck และก็พูดได้เลยว่าประชาชนมามาก เป็นส ิ่ งบ่งบอกว่า เป็นดัชนีวัดค่าประชาชนได้ เราสนับสนุนกลุ่มที่เขาชุมนุมนี้ ผู้ไม่ผิดกฎหมายเราสนับสนุน นี่คือประชาธิปไตยคือการออกมาชุมนุมประท้วง ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถ้าเขาทำเช่นนั้นเราสนับสนุน 100 % เต็มแล้วและจิตใจของผู้ที่ยังค้าง เขาก็จะได้คลาย ได้ทำส ิ่ งที่มุ่งมั่นก็ดีแล้วล่ะ ประชาชนชาวไทยเอ้ย เหตุปัจจัยมันเกิด ที่ชัดเจนก็พูดสู่ฟัง ประเด็นอย่างนี้ก็มีความชนะมาเรื่อยๆ ของประชาชนที่มีการพัฒนาการ บูรณาการของประชาธิปไตย เป็นความเจริญของประชาธิปไตยแท้จริง ถ้าสมมุติ กลุ่มที่ชุมนุมนี้เกิดมีถึงแสนคน อาตมาจะให้คะแนนความชนะเพ ิ่ มใ ห้ ประชาชนคนไทยมีคะแนนประชาธิปไตยก้าวหน้าเลย ปิดถนนเลย อย่าเข้าในเขตที่เขาประกาศพรบ.มั่นคงฯ ทนายนกเขาก็ทำมีอุดมการณ์เหมือนเราเลย ก็ขอให้ประสพผลสำเร็จเถิด ถ้าทำสำเร็จเราไม่ริสยาเลย นั่นคือความสำเร็จของประชาชน ที่เราทำนี้มันเนื้อหาเดียวกันเลยนะ เหตุการณ์มันน่าดูกว่าไปดูละค ร น้ำเน่า นี่ย ิ่ งกว่าละคร สร้างไม่ได้ง่ายๆหรอก ยังพูดอีกเลยว่า ที่จะเห็นพฤติกรรมของตำรวจที่ว่า คนติดคุกเขายังให้อาหารกิน แต่นี่คนไปทำงานปรารถนาดี เรายืนยันว่าเราไม่ผิด เขาก็จะไม่ให้กินไม่ให้ขี้ไม่ให้เยี่ยว เราก็พยายามที่สุดเลย หนังก็สร้างไม่ได้จริงเท่านี้ การส่งข้าวของเราก็เอาข้ามท่อประปาที่มีลวดหนาม ต้องขึ้นไปรับอาหารหม้อเบอร์ 50 เป็นการทรมานทรกรรม ไม่ไหวก็เอามาทางน้ำ ใช้แพหรือพยุงมาทางน้ำ อาตมาว่า นักเขียนบทหนังที่จะคิดมาจะทำ ได้รายละเอียดขนาดนี้ไหมหนอ แล้วตำรวจก็เฉย อาตมาเห็นว่ามีทั้งมุมอมหิตและมุมเมตตา มุมอมหิตคือผู้สั่งการ อาตมาว่าอาจมีตำรวจบางคนน้ำตาตกในหรือตกนอกก็ไม่รู้ อาตมาว่ามีพวกเราหลายคนร้องไห้กันไม่รู้กี่คน มันสมเพสเวทนาส ิ่ งที่เกิดนี้นะ คนมีปัญญาจะรู้สิ่งเหล่านี้ มันมีทั้งอำมหิตและเมตตาในนั้น ส ิ่ งเหล่านี้เป็นเรื่องมนุษยชาติ รู้เรื่องจิตโกรธ โลภ หลง เราต้องมาเรียนรู้แล้วล้างมันออกจากจิตให้ได้ สิ่งนี้ชนะทุกอย่างในมหาจักรวาลนี้ คุณจะเกิดไปอีกกี่ชาติก็ขอให้อย่าลืม ต้องศึกษาให้จิตเรามีธรรมะให้ได้ มันจะช่วยทั้งตนทั้งสังคม ไม่อย่างนั้นจะตกนรกขึ้นสวรรค์ลวงไปตลอดกาล นี่คือทฤษฏียิ่งใหญ่ที่สุดในมหาจักรวาลที ่ พระพุทธเจ้าค้นพบ ไม่มีสูตรไหนย ิ่ งใหญ่กว่านี้ แม้แต่ E=mc 2 ของไอสไตน์ก็ไม่เทียบของพระพุทธเจ้า มันเป็นสุขประเสริฐไม่นับกาละเวลา เป็นความสำเร็จของจิตวิญญาณของคนแน่นอนไม่เปลี่ยนแปลงนิรันดร เป็นสัจธรรมที่มนุษย์ต้องได้ โสดาฯสกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์หรือเลยกว่านั้น เป็นส่วนผสมทั้งเถรวาทและโพธิสัตว์ อรหันต์ทุกคนมีประโยชน์ตนประโยชน์ท่านทุกคน ใครจะจบกิจก็แล้วแต่ แต่อรหันต์ทุกคนจบกิจตน ล้างกิเลสตนหมดแล้ว คือหมดประโยชน์ตน มีแต่ประโยชน์ท่านอย่างเดียว แต่ในขณะเราปฏิบัติธรรมเราก็มีประโยชน์สองอย่างเสมอ เราให้ทานคนอื่นก็ได้จากเรา เราเรียนรู้ปรมัตถ์เราก็ลดกิเลสได้ ทำโยนิโสมนสิการให้จิตเราลดกิเลสจริง เขาก็ได้ประโยชน์เรียกว่าอุพยถะ เป็นเหมือนเหรียญสองด้าน เมื่อหมดประโยชน์ตนก็จบกิจก็สร้างประโยชน์แก่มนุษยชาติไปตลอด ถ้าเป็นอรหันต์แล้วจะต่อภพภูมิ คนนี้ก็สร้างประโยชน์แก่โลกตลอดเรียกว่าโพธิสัตว์ อย่างพระอวโลกิเตศวรมีปณิธานย ิ่ งใหญ่คือจะช่วยคนให้ปรินิพพานให้หมดโลก ท่านจึงจะปรินิพพานเป็นคนสุดท้าย อัตตภาพนี้ต้องทำตั้งแต่จิตนิยาม พัฒนาตั้งแต่สัตว์เซลล์เดียว พัฒนาจนมาเป็นคน จนเป็นพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็จะปรินิพพานทุกพระองค์ไม่มีใครจะเป็นพระพุทธเจ้าสองสมัย มีแต่คนมีกิเลส แล้วก็คิดเองว่าของดีทำไมหยุด ก็ทำต่อไปสิ เป็นการเดา ท่านเหน็ดเหนื่อยๆมาไม่รู้กี่ล้านๆๆๆๆชาติ ชีวิตนี้สั้นนิดเดียว ยุคนี้อายุแค่ 100 ปีในหนึ่งกั ล ป์ แต่ยุคอื่นคนมีชีวิตเป็นหมื่นปีก็มีในหนึ่งกั ล ป์ เป็นเรื่องอจินไตย ชีวิตนั้นสั้นนัก แม้อายุ 8 หมื่นปีก็ไม่ได้ยาวเลย ในตามอัตราการวัดเวลาของโลก ย ิ่ งตอนนี้อายุไม่ถึง 100 ปีก็สั้นมากเลย ใครจะพยายามให้อยู่เกินร้อยอย่างอาตมาบ้าง ก็ต้องทำให้ดีนะไม่ดีไม่ถึงนะ และชาวอโศกนี่จะเป็นคนตระกูลอายุยืนยาว เป็นตระกูลทางวิญญาณนะ ในอนาคต ตอนนี้มีวิบากเก่าบ้าง แต่ถ้าพัฒนาขึ้นก็ได้อายุยาวขึ้นได้ เพราะจิตวิญญาณไม่หาพิษใส่ตัว ไม่มีมลพิษทางจิตวิญญาณคือกิเลส เป็นมลพิษร้ายให้อายุสั้น ยกตัวอย่างคนชอบตีรันฟันแทง นักเลงหัวไม้ เดี๋ยวอายุก็สั้น ใช่ไหม เกิดจากจิตวิญญาณเท่านั้น ในชีวิตนี้อาตมาเคยยิงปืนตอนเป็นนักศึกษารักษาดินแดน ไปกดไม่กี่ลูกมันดันมันถีบ ไม่สนุกเลยส่วนปืนสั้นไม่เคยจับเลย จับแต่ปืนเด็กเล่น เห็นแต่ไม่แตะ ขอบอกเลยว่า คนที่ซื้อปืนไว้สำหรับป้องกันตัวคือคนโง่ เขาซื้อมาป้องกันตัวเพื่อยิงศัตรูหรือโจร เขาซื้อไปส่วนมากจะไปยิงตัวตายหรือยิ่งคนในครอบครัวมิตรสหายตายมากกว่า เจตนาบ้างไม่เจตนาบ้าง โกรธจัดก็ยิงตัวเอง ทั้งที่ซื้อมาไม่ได้เจตนาทำอย่างนั้น บางทียิงคนที่ตนเองรักด้วย คนที่ซื้อปืนมาเพื่อป้องกันตนเองนั้นโง่ ยิ่งไปหัดยิงปืน ย ิ่ งเก่งก็จะอยากไปก่อเรื่องด้วย การชนะหรือแพ้นี้ เป็น ปฏินิสสัคคะ เป็นสัจจะย้อนสภาพ เป็นคัมภีราวะภาโส คือมีปัญญารอบรู้ลึกซึ้งเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเรียกปฏินิสัคคะ คือรู้จักสวรรค์ มันสลับกลับมา ผู้ศึกษาสัจธรรมจะรู้จักภาวะนี้ แม้สวรรค์ก็มีสองแบบคือโลกีย์กับโลกุตระ สุขเท็จคือสุขัลลิกะ คนโลกีย์อยู่ในสุขเท็จทั้งสิ้น คนปฏิบัติธรรมคือทำจิตให้เป็นเอกัคคตา คือเข้าสู่ฌาน 1 ถึง 4 คุณสมบัติของฌานคือ เอกัคคตะ คือความเป็นหนึ่ง จะแปลว่าอย่างยอดอย่างเยี่ยมก็ได้ เป็นความเป็นหนึ่งด้วย และก็ขยายด้วยอัคคะด้วย คือหนึ่งนี้โดดเด่นเป็นยอด เลิศ เยี่ยม ย ิ่ งใหญ่ คือจิตที่เป็นหนึ่ง ไม่มีเพื่อนสอง ไม่ใช่แปลว่าไปผู้เดียวอยู่ผู้เดียว แปลไปเป็นบุคคลตัวตนเราเขา ทั้งๆที่เป็นเรื่องปรมัตถ์ไม่เกียวกับบุคคล ยกตัวอย่าง สัตตาวาสข้อ 2 คืออัชฌัตตัง อรูปสัญญี เอโก พหิทา รูปานิ ปัสสติ เขาก็แปลว่าไม่สำคัญไม่กำหนดหมายในอรูปในภายใน แล้วเอโกคำนี้แปลว่าคนผู้หนึ่ง ซึ่งแปลไม่รู้เรื่อง ควรแปลว่าส่วนตน ภายในของตน กำหนดรู้ของตน แม้อรูปก็ต้องกำหนดรู้ด้วย ตั้งแต่รูปหยาบภายนอกไปจนถึงอรูปภายในต้องกำหนดสัญญาให้เป็น จนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ ตัวฌาน 1 ก็เร ิ่ มเป็นเอกัคคตา แต่มีองค์ธรรม 4 คือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา ส , เดินดิน...งานนี้พูดถึงป้ายที่ติดหน้ารถเวทีข้างทำเนียบ คนที่ออกแบบป้ายกองทัพธรรมไปอยู่ข้างบน ที่จริงคนออกแบบนั้นทำสองผืน เป็นกองทัพธรรมอันหนึ่งอีกอันก็เป็นกปท. คนติดก็ติดไปแล้วจะไปเปลี่ยนกลางค ั นก็ไม่ดีก็เลยต้องติดไปอย่างนั้น พ่อครูว่า … พลังงานกิเลสคือพลังงานเลว ต้องใช้ไฟฌานในการเผากิเลส ฌานของพระพุทธเจ้าทุกวันนี้เขาปฏิบัติมิจฉาฌานกันมาก ก็เข้าใจว่าฌานคือการนั่งหลับตาเข้าภวังค์ แล้วเอาแต่จิตตน เอกัคคตานั้นพระพุทธเจ้าว่าต้องเกิดจากมรรค 7 องค์ ก็คำเดียวกับฌาน ไม่ได้ไปนั่งหลับตาทำ แต่เกิดจากมรรค 7 องค์ ฌานเป็นอุตริมนุสธรรม เมื่อเข้าใจฌานผิดก็สมาธิผิด เอาสงบแบบฤาษีเป็นความสงบ แต่คำว่าปัสสัทธิหรือสมถะแปลว่าสงบ เขาทำผิดของพระพุทธเจ้าหมด ส , เดินดิน...งานนี้ทำไมมีกองทัพธรรมแล้วไม่มีประธานกองทัพธรรม พ่อครูว่า...ตั้งแต่ตั้งมูลนิธิกองทัพธรรมมาก็มีประธานคนเดียวคือคุณจำลอง ขอลาออกสมาชิกก็ไม่ให้ลาออก เวลาเซ็นธุรกรรมของมูลนิธิก็ให้คุณจำลองเซ็นทุกที กองทัพธรรมมูลนิธิเป็นเจ้าของที่ดินมิใช่น้อย เกิดกรณีที่ดินของบ้านราชฯต้องขึ้นศาล คุณจำลองก็ต้องไปขึ้นศาลด้วย เอาใจใส่ก็ทำหน้าที่ประธาน แต่ยังไม่มามันมีเหตุสำคัญ อันนี้มันเป็นเรื่องมานะอัตตาของคุณจำลองเอง อาตมาพูดไม่เกรงใจ เรื่องอะไร เรื่องแพ้หรือชนะ อุดมการณ์ของพธม. คุณจำลองไปร่วมจะมีความคิดเช่นเดียวกับพธม.หรือไม่ก็ตาม อุดมการณ์ของพธม.คือ ต้องชนะ ถ้าออกมาต้องชนะไม่ชนะไม่ออก นี่คือมานะอัตตา แต่เราออกมาไม่ได้เอาแพ้เอาชนะ เห็นใจคนใจร้อนอยากชนะแบบโลกีย์ซึ่งมันไม่เที่ยงเดี๋ยวเดียว จึงขอเสนอการเมืองใหม่ Neopolitics เพราะทั้งโลกยังไม่มี เอาความสงบสยบความรุนแรงได้ เห็นใจคนยังอยากเอาชนะ ที่มาร่วมกับอาตมานี่ก็น้อยคน ก็ไม่แปลกใจที่คนจะว่าทำไมทำไม จะต้องเอาชนะให้ได้ ก็เห็นใจเขา การพัฒนาการตอนชุมนุมเสธ.อ้าย เขาหยาบและแรง แต่ครั้งนี้เขาหยาบลดลงตามปัญญาเขา แต่ความอำมหิตแรงขึ้นซับซ้อนซ่อนเชิงมากขึ้น แต่คราวเสธ.อ้ายนั้นแรงและหยาบ ในการปราบปราม แต่คราวนี้อำมหิต คราวนี้เรามีน้อยกว่าคราวเสธ.อ้ายเยอะ แต่ตำรวจมีมากกว่าคราวเสธ.อ้ายเยอะเลย ในโลกในจักรวาลทุกอย่างคือเหตุปัจจัยหรือรูปกับนามเท่านั้นเอง เหมือนวิทยาศาสตร์มีพลังงานกับสสาร อาตมา ว่ามีพลังงานทางจิตด้วย เรารู้ว่าแพ้ชนะเป็นอย่างไร แต่เราไม่เอาอย่างนั้น แต่เป้าหมายที่จะชนะเราต้องการไหมก็ต้องการแต่เราไม่บำเรอความต้องการ ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เราไม่ทำอย่างโลกที่ร่างโครงการแล้วมีสิ่งที่คาดว่าต้องการจะได้ แต่ว่าพอทำไปทำไม่ได้ก็โมเมทำไป ฟ่ามๆหลวมๆทำ แต่มันเพี้ยน ซึ่งเขาคิดว่าสำเร็จ อาตมาจึงเป็นคน No planning No project ส , เดินดิน...พ่อครูคอยจังหวะที่ถ้าเราชนะก็จะ … พ่อครูว่า...เป็นการถืออีกแบบ เราไม่เกี่ยงว่าเราจะเตะหมูเข้าปากหมา อะไรเตะมาเราไม่อ้าปากรับ แต่คนที่อ้าปากรับ เรามีเป้าหมายว่า สิ่งที่เราจะเอาลงคือส ิ่ งเลวร้ายสุด พอเอาลงได้ ขั้นต่อไปจะมีใครปฏิบัติแบบเดิมอีกก็ยืนยันว่ามันไม่เก่งไม่แรงเลวร้ายเท่าคนนี้หรอก ถ้าเรามีฝีมือเอาคนนี้ลงได้ ถ้าใครจะมาเลียนแบบเราอย่ากลัวเลย ชัดเจนว่า ไม่เป็นไร ใครจะมาคว้าพุงไปก็ไม่ว่า ถ้ามีอีกเราก็ทำอีก ทำซัก 3 ทีดูสิว่าจะมีใครกล้า ของเรายาวให้เป็นเย็นเรื่อย ไป เราไม่มีเราไม่มีเขา เราจะแยกกันเดิน ร่วมกันตีอย่างไร อย่างคอมมิวนิสต์เขาว่าก็เอามาใช้สอดคล้อง ขณะนี้เราแพ้ฝ่ายแดงเพราะเขาใช้อันนี้เป็น แต่ฝ่ายเราสิกัดกันตลอดเลยแพ้เขา ฝ่ายเราโดยสัจจะมากกว่าเขาแน่นอน ก็เห็นรำไรว่าน่าจะรวมกันได้ แต่กิเลสอัตตามานะมี เมื่อไหร่หนอ พระพุทธเจ้าจะดลบันดาลให้เขาระงับชั่วคราว มารวมกันก่อนได้ไหม? มีประเด็นคำถาม _ ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม แล้วผู้ที่รู้จักธรรมะแล้วไม่ประพฤติธรรมล่ะเป็นอย่างไร พ่อครูว่า ...โจทย์นี้เอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาใช้ 1 .ถ้าศรัทธาไม่พอเขาไม่ทำ 2 .หรือถ้าทุกข์ไม่มากมันก็ไม่ทำ มีปฏิภาณรู้ ดีไม่ดีเป็นดร.ทางธรรมะด้วย แต่หยำเป มีเมียมาก เป็นโรคแอลกอฮอลิซึ่มด้วย แม้รู้ธรรมะแต่ไม่ประพฤติธรรม แม้ศรัทธาพอใช้ธรรมหากินด้วยแต่ตนเองมีกิเลสมากก็ไม่ประพฤติธรรม ก็เรียนรู้แต่ตรรกะ แต่ศรัทธาไม่ถึง ความเชื่อมี 3 ระดับ เชื่อถือ เชื่อฟัง เชื่อมั่น เชื่อถือ คืออย่างคนไทยเชื่อพุทธมาก ใครมาแตะไม่ได้นะ แต่ตนเองไม่ปฏิบัติธรรม แต่ศรัทธามาก เชื่อฟัง คือคนปฏิบัติตาม คนนี้เร ิ่ มปฏิบัติธรรม พอทำได้ผลมากขึ้นก็เป็น เชื่อมั่น เป็นอัปปนา(แน่วแน่) พยัปปนา(แนบแน่น) เจตโสอภินิโรปนา(ปักใจมั่น).... จบ