สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมกับกาละของผู้ปรินิพพานเป็นปริโยสาน.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.82 KB
วันที่แก้ไข13 กันยายน 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมกับกาละของผู้ปรินิพพานเป็นปริโยสาน พ่อครูว่า...มาต่อคำว่ากรรม ที่อาตมาสรุป กรรมกับกาละ โดยล้อเลียนของ อัลเบิร์ตไอน์สไตน์ Space and Time of Continuum Space คือเทววัตถุแท่งทึบ ตั้งแต่เล็กถึงใหญ่ทุกอย่างทั้งหมดที่มีรูปร่าง ตั้งแต่เล็กนิดนึง ไปถึงขั้นปรมาณู วัตถุที่มีรูปร่างเล็กที่สุดจนกระทั่งใหญ่ที่สุดหนึ่งจักรวาล นั่นเป็นของไอน์สไตน์ Space and Time คือกาละเวลา ส่วนของพุทธคือกรรมกับกาละ Karma and Time of Continuum มันเกิดปัจจุบัน แล้วก็ มีความเกี่ยวข้องกันเป็นปัจจุบัน Continuum ไม่ใช่แค่ Relative ความเกี่ยวข้อง แต่มันเป็นสัจจะที่ Continue หรือ Continuing Continuum เป็นสภาพปฏิสัมพันธ์ Relative และเป็นทั้งปัจจุบันนี้ ความจริงยิ่งกว่าจุดเล็กที่สุดที่จุดลงไปแล้วก็เล็กที่สุด เห็นไม่ได้ด้วยตาเปล่า แล้วนี่คือความจริงที่คุณจะต้องตามรู้ให้เร็วที่สุดเท่าใด เร็วกว่าแสง เล็กกว่าปรมาณู เป็นสุญญาณู เร็ว เล็กกว่า ปรมาณู เร็วกว่าแสงแน่นอน ก็ขอสรุปกรรมกับกาละไว้แค่นี้ คนที่จะทำกาละ กายสเภทาปรัมมรณา คนที่ตายเพราะกายแตก รูปนามแตก ธรรมะ 2 มันแยกกันแล้ว ต่างคนต่างเป็นอิสระ ไม่ใช่แยกกันแล้วจะมารวมกันอีกไม่ใช่ แยกอย่างแปลกๆ เภทะ แปลว่าแตก แยกอย่างแตกหักต่อไม่ติดอีก ธรรมะตั้งแต่ 2 หรือสลายลง เกิดเป็นตัว อัตตา ขึ้นใหม่ไม่ได้แล้วนั่นคือตัวทำกาละ ถามว่า ทำกาละ ภาษาบาลีว่า กายสเภทา คนที่เป็นอรหันต์ตาย ปรัมมรณา คือหลังจากตายไป คือ ไม่มีอะไรปรากฏอีกเป็นการตายอย่างยิ่ง ปรัมมรณา เป็นการตายอย่างที่เรียกว่า มรณะอย่างสุด

เรื่องของ ผู้ที่จะทำอย่างนี้ได้ จะทำการปรินิพพานเป็นปริโยสาน จะเป็นการตายอย่างไม่มีการรวมตัวกันอีกในอัตภาพของตน นั่นคือต้องเป็นพระอรหันต์ที่สมบูรณ์แบ

อ่านต่อ

บ พระอรหันต์สมบูรณ์แบบพระพุทธเจ้านับตั้งแต่ปัญญาวิมุติ ถึงจะเป็นอรหันต์ได้ แม้แต่เหลือเศษที่เหลืออยู่ อธิบายซ้อน พระอรหันต์ปัญญาวิมุติ จะสามารถปรินิพพานเป็นปริโยสานจะไม่สูญไปในทันที จะเหลือ แต่ส่วนเหลือจะเป็นชรตา มันจะเป็นส่วนเหลือที่สูญหายไปเอง ไม่มีพลังงานที่จะมา ปลุกให้เป็นอนิจจตา ไม่กลับกำเริบอีกไม่มี จะเหลือแค่นั้น ชรตา แล้วก็หมดไป แต่ถ้าเป็นอุภโตภาควิมุติ ตายแล้วสูญเลย ขนาด พระพุทธเจ้าท่านเปรียบเทียบการตายของพระองค์ ในพระไตรปิฎกเล่ม 9 ข้อสุดท้ายท่านเปรียบเหมือนพวงมะม่วง ถ้าท่านเองปรินิพพานสุดท้ายแล้ว เหมือนพวงมะม่วง ที่หล่นจากขั้วแล้ว พวงทั้งปวง มีลูกเต็มมหาศาลเป็นล้านๆลูก ตกลงมากระจายแตกไปหมด ไม่สามารถจะรวมกันติดได้อีกแล้ว อาจจะเหลืออยู่ติดขั้วบ้าง 2 ลูก 5 ลูก 10 ลูก แต่ไม่มีทางจะเป็นพวงมะม่วงเหมือนเดิมไม่มีทางแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคต มีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้วยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้วเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต เปรียบเหมือนพวงมะม่วง เมื่อขาดจากขั้วแล้วผลใดผลหนึ่งติดขั้วอยู่ ย่อมติดขั้วไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย กายของตถาคตมีตัณหาอันจะนำไปสู่ภพขาดแล้ว ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ยังดำรงอยู่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักเห็นตถาคตได้ก็ชั่วเวลาที่กายของตถาคตยังดำรงอยู่ เมื่อกายแตกสิ้นชีพแล้ว เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายจักไม่เห็นตถาคต . พ่อครูว่า...พระพุทธเจ้าตรัสว่าควรจะเห็นร่างกายท่านได้จะเห็นรูปนามของท่านได้ ก็ต่อเมื่อท่านเองท่านยังอยู่ ดำรงอยู่ วิหารติ เมื่อท่านยังไม่ปรินิพพานเป็นปริโยสาน เมื่อท่านทำกายสเภทา สลายรูปนามแล้วเสร็จ สลายธรรมะสองให้เหลือ 0 เลย แน่นอนพระพุทธเจ้าไม่เหลือ 1 ถ้ายังเหลือเศษคือพระอนาคามี พระอรหันต์บางองค์ ก็เหลือเศษ แต่เสร็จนั้นเป็นส่วนชรตา ไม่มีโมเมนตัมของพลังงานที่จะฟื้นขึ้นมาได้เลย โดยเฉพาะตัณหาสิ้นแล้ว ปัญหาขาดจากขั้วเลย ไม่มีแรงที่จะขึ้นมาอีกได้เลย ไม่มีการต่อติดไม่มีการฟื้นขึ้นมา นักรบธรรมว่า...คนธรรมดาก็เหมือนพวงมะม่วงได้ไหม พ่อครูว่า...ไม่ได้ ขนาด ปัญญาวิมุติก็เหลือเศษ ถ้าเป็นอุภโตภาควิมุตก็ไม่เหลือเศษ ไม่เกิดมามีรูปร่างอีกเลย ถ้ายังมีตัวตนมีวิมานก็คือเป็นเทวนิยมอยู่ ปัญญายังไม่เข้าถึง ดีแล้วล่ะ เป็นตัวอย่างให้อาตมาได้ยก คุณก็ไม่ถือสาก็ดีแล้ว อันนี้ก็ต้องขอบคุณที่ไม่ถือสา อาตมาว่าคุณขนาดนี้ คุณก็สบายๆดีนี่เป็นตัวอย่างชัดเจน คนนั้นบังคับไม่ได้ให้เข้าใจหรือไม่เข้าใจที่จะรู้หรือไม่รู้ เป็นสุดยอด 610912_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สัจจะของความจริงและการทำกาละ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน