230615-E ภาวนา-พ่อท่าน-สันติอโศก-R052.txt

โฟลเดอร์2523 MP3 ทาน-ศีล-ภาวนา (6 ตอน) ถอดเสียงเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์144 KB
วันที่แก้ไข7 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 15 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 ต่อจากนี้ไปเป็นการแสดงธรรมก่อนฉันโดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกแต่วันนี้เรามาประชุมพบกันอีกตามวัฒนธรรมประเพณีของไทยโดยเฉพาะจารีตประเพณีของพุทธหรือพุทธประเพณีเรามีวันธรรมะสวนะแปลว่าวันที่มาพบกันเสวนากันวันมาพบกันคุยกันคบกันรวมกัน มีแกนร่วมมีผู้นำมาฟอกมาขัดมารับอย่างน้อยรับแต่เพียงได้สัมผัสรู้สัมผัสเห็นเกิดความเข้าใจก็ยังถือว่าทวีปัญญาอย่างมากก็ได้มีหลุดลงไปแต่ว่างจากกิเลสหรือไม่ว่างจากบาปในเวลาที่มาวัดนี้มันก็มีอุปสรรคมีพรรคพวกที่จะได้รับพร้อมกันเอาไว้ไม่ให้ไม่ปล่อยให้พวกเราได้ไปตามอำเภอใจตามอำนาจของกิเลสได้ชั่วระยะหนึ่งมันก็ดูวักวักเว้นเว้นมั่งก็ยังดีถ้ายังสูงขึ้นไปแล้วไม่ใช่แต่เพียงรู้ไม่ใช่แต่เพียงได้วรรค เป็นชั่วคราวอย่างสูงขึ้นไปก็ได้บรรลุธรรมเลยได้ทั้งรู้และได้ทั้งรักได้อย่างสนิทใจมั่นใจเพราะว่าเรามีกำลังใจขึ้นถึงเพียงพอและปัญญาเราก็เห็นเด่นชัดรู้แน่ว่าเราเลิกแน่งานได้อย่างสูงสุดหรือยังที่จะควรจะเป็นก็คือให้มารับรู้แล้วพึงนำไปประพฤติปฏิบัติในเวลาที่คุณอยู่นอกที่นี่นอกสถานที่นี้ก็ตามได้หลักเกณฑ์ได้หัวข้อหรือได้เราเรียกกันว่าได้กรรมฐานไอ้ศีลนั่นแหละจริงๆแล้วก็ได้ศีลนี่ล่ะเอาไปประพฤติอยู่ข้างนอกวัดนี้ จะมีเวลาอยู่ที่ไหนวันคืนยืนอยู่เดินอยู่นั่งอยู่หรือนอนตื่นอยู่เราก็มีสติระลึกถึงแล้วก็รู้ตัวว่าเราเองเราไม่ได้ละเมิดไม่ได้กระทำสิ่งที่เราไม่ควรทำตามที่เราได้ตั้งใจไว้แล้วอย่างนี้ก็เป็นการทำให้ตัวเราได้ปฏิบัติประพฤติฝึกปรือมันก็เป็นมันก็เคยเสพคุณสูงขึ้นบางครั้งบางคราวเราไม่อดทนเสพคุณท่านเรียกว่าปฏิเสธเวลาแต่อดทนได้อดฟื้นท่านเรียกว่าอธิษฐานบางอันก็ทำได้ปล่อยได้วางได้สบายได้เราเรียกว่าปริวัตรชนาทำได้มากๆเข้าก็เป็นคนง่ายบรรเทาเบาบางต่อ

อ่านต่อ

กิเลสเรียกว่าวิโนทัย จนทำได้บริสุทธิ์แท้ทำได้สำเร็จผลท่านเรียกว่าภาวนาเมื่ออาตมากล่าวถึงภาษาของสภาวะทั้งหลายๆระดับนี้ที่เป็นการปฏิบัติเพื่อลดสภาวะรถกิเลสอาสวะทั้งหลายนั่นเองอาตมากล่าวตั้งแต่คำว่าปฏิเสธวนาที่จึงกล่าวมาหมดแล้วแต่ว่าไม่ได้พูดภาษาบาลีอีก 2 คำคือภาษาข้อแรกที่สุดท่านเรียกว่าทัศนาทัศนาแปลว่ารู้เห็นคนเรานี่จะต้องเกิดการรู้เกิดการเห็นเกิดการเข้าใจซะก่อนเลยว่าทัศนะหรือทัศนาเกิดทัศนะเกิดความเห็น เกิดความเห็นดีในวันเกิดทัศนะพอเกิดทัศนะอย่างเต็มที่หรือว่าอย่างมั่นใจแล้วเราก็จะมีเสาวลักษณ์หรือสังวราที่เป็นข้อที่ 2 สังวราก็คือสังวรนี่แหละเราไประมัดระวังสังวรคอยระวังตามที่เราเห็นว่าเราควรทำอย่างนี้อย่าทำอย่างนี้ซึ่งเป็นหลักซึ่งเป็นตัวความเข้าใจนั้นๆเมื่อเราได้สังวรระวังได้ระมัดระวังนั่นแหละคือภาคปฏิบัติสำคัญมากเรื่องสังวรสำรวมเนี่ยสังวรสำรวมตามที่เราได้รู้ได้เห็นได้เข้าใจแล้วอย่าละเมิดอย่าดังพลอยนี่มันหลักของศีลทั้งนั้นแหละอย่าด่ารออย่าละเมิดทนให้ได้ ไอ้ขี้เหร่แต่มันจะพาเอาเรื่อยแหละมันจะพาทำเรื่อยแหละต้องรู้ตัวมีสติแล้วแข็งแรงอดทนข่มขืนฝืนกลั้นสู้เพราะเราพยายามทำให้ได้ฝืนกลั้นสู้ให้ได้หรือว่าพยายามทำตามที่เรารู้แล้วว่าเราจะต้องทำให้ได้ตามความหมายนี้ทำบ่อยๆท่านเรียกว่าเสพคุณหรือปฏิเสธว่านาที่อาตมาเมื่อกี้นี้เริ่มต้นด้วยคำว่าปฏิเสธเวลาที่เสวนาแล้วก็อธิบายก็คือมันจะต้องฝืนต้องกลั้นต้องทนอยู่แล้วก็ค่อยเบาบางค่อยลดลงได้เป็นรอบเป็นชั้นไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าค่อยยังชั่วบรรเทาเบาบางไม่ยากไม่เย็นโฆษณาก็ได้ขึ้นไปเรื่อยๆเว้นขายเป็น ไปเรื่อยๆพี่โมทนาก็ค่อยยังชั่วแล้วบรรเทาเบาบางง่ายขึ้นสุดท้ายถึงขั้นภาวนาภาวนานี้แปลว่าการเกิดผลคำว่าภาวนานี่แหละอาตมาจะจับมาอธิบายกันวันนี้เราได้เคยได้ยินได้ฟังสำหรับผู้ที่จะเข้าวัดเข้าวาบ้างหรือได้ยินแว่วๆเรื่องภาษาวัดเขาว่าไปภาวนาบำเพ็ญภาวนาคำว่าภาวนาเขาหมายเอาว่ากำลังมาประพฤติปฏิบัติความจริงแล้วนะภาวนาเนี่ยถ้าบอกว่ามาบำเพ็ญประพฤติปฏิบัติหมายความว่าอย่างนั้นนะไม่ถูกเลยเพราะว่าบำเพ็ญภาวนาบางคนเป็นผิดๆเพี้ยนเพี้ยนไปบำเพ็ญแล้วเอา เข้าตัวด้วยมันไม่เป็นผลนะมันเป็นผลร้ายมันเป็นผลเสียมันไม่ได้เป็นผลดีหรือผลที่เรามุ่งหมายบางคนว่าจะมาปฏิบัติธรรมแต่ไปได้อธรรมว่าจะมาปฏิบัติพุทธแต่ไปได้ศาสนาอื่นไปได้แบบอื่นไปได้วิธีอื่นเป็นไปได้อย่างของอื่นเพราะเราเข้าใจผิดเข้าใจไม่ถูกเพราะฉะนั้นหลักแรกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือหลักสัมมาทิฏฐิของสมาธิมากองค์ 8 หลักแรกจะต้องทำความเห็นให้ถูกตรงก่อนเพื่อนถ้าเห็นไม่ถูกเห็นไม่ตรงแล้วจะบำเพ็ญเท่าไหร่จะปฏิบัติเท่าไหร่บำเพ็ญมันแปลว่าการประพฤติมันแปลว่าการปฏิบัติลงไปทีเดียวเมื่อการกระทำหรือการปฏิบัติลงไปตามความเข้าใจและตาม ทางที่เราเข้าใจเพี้ยนเข้าใจผิดมันก็ไปเหมือนกันแต่สมมติว่าเราจะไปใต้เรานึกว่าไอ้ทิศทางที่สวนกันเนี่ยไปใต้พอเราจะบำเพ็ญเราก็เดินเลยเดินเลยมันก็ไปเลยเหมือนกันมันก็ถ้าเราจะขึ้นเขามันก็ลงทะเลเลยมันเป็นอย่างนี้มันๆๆถ้ามันสัมมาทิฏฐิหรือว่าทิศทางที่ตรงแท้มันไม่ได้พระพุทธเจ้าที่ไม่เน้นตัวนี้เป็นตัวประธานสัมมาทิฏฐิย่อมเป็นประธานสัมมาวายามะสัมมาสติย่อมเป็นเครื่องห้อมล้อมในองค์ประกอบการประพฤติธรรมเพราะฉะนั้นใครมีสมาธิแล้วเป็นประธานอยู่สัมมาวายามะคือความพยายามและก็มีสติประกอบ 3 องค์นี้สำคัญมากในการปฏิบัติธรรมสัมมาทิฏฐิสัมมาวายามะสัมมาสติ ต้องมีไว้เสมอถ้าไม่มีความพยายามสำเร็จไม่ได้หรอกคนนอกจากมีความพยายามและต้องมีสติมีความระลึกรู้สอดอ่านอยู่อย่างมั่วๆพลางๆอย่าเผลอๆไอ้กิเลสนี่มันเข้าเมื่อเราสติอ่อนนะสติอ่อนๆลงไปแล้วอ่อนลงมาประมาณนึงแล้วไม่รอดกิเลสเข้าแล้วสติอ่อนๆแล้วก็ไปตามความเคยชินเดิมหรือไปตามสัญชาตญาณเดิมไปเลยเพราะฉะนั้นสติต้องแข็งแรงระลึกรู้ชัดแจ้งอยู่ด้วยปัญญาอันยิ่งว่าอย่างนี้เราต้องใจจะทำอย่างนี้เราบอกกับตนว่าเราจะทำอย่างนี้เราตั้งหลักตั้งศีลสีนี้แปลว่าศิลาศิระศีลเนี่ยศิระมันจะคำว่าศิระซีนศิลปะหรือศิลาแปลว่าหินแท่งหินเป็นหลัก เมื่อเราตั้งลงไปแล้วว่าเราตั้งศีลหรือว่าเราให้ตัวเองยึดสีนี่ก็คือยึดหลักอันแน่นหนาไม่ใช่หรือยึดหลักปักขี้ควายยึดหลักปักขี้เลนนี้ไม่ใช่อย่างนั้นลมแผ่วพัดก็เอะลมแล้วไอ้อย่างนั้นมันจะไม่ได้เรื่องอะไรเราเอาหลักหินเลยหลับแน่นยึดให้มันทำให้จริงเมื่อเราเอาเองเราได้รู้ตัวอยู่เสมอมีสติสัมปชัญญะและพยายามอยู่เสมอเราก็จะจัดสรรพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าสัมมาสังกัปปะก็จะพอเหมาะได้พอเหมาะนี่หมายความว่าความมัชฌิมาหรือสัมมานะความลงตัวคือความคิดนึกว่าจะพอเหมาะพอดีพอลงตัวหรือว่าจัดสรรเอนเอียงเข้าไปข้างที่จะดีได้เพราะว่ามีกำลัง อาตมาก็ยกตัวอย่างว่าสัมมาทิฏฐินี้คือคือกัปตันกัปตันที่เรือนี้ก็มีคนสำคัญอยู่ 2 คนเขามีกัปตันคนนึงกับต้นผลคนหนึ่งต้นหนนี้อยู่ที่ในเครื่องนึงอยู่ในใต้ท้องเรือไม่รู้เรื่องกับเขาเป็นตากัปตันเป็นปลาสอดส่องดูเข็มทิศดูอะไรต่ออะไรอยู่อ่าส่วนต้นหอมนี่ไล่เครื่องประดับเลยเร่งเครื่องกรองเครื่องอะไรอยู่ที่ข้างในในในในในในใต้ท้องเรือเป็นผู้ที่จะไม่รู้ล่ะบอกว่าเอาแรงเต็มเหนี่ยวตัดขนมีหน้าที่ตามเลยเร่งใหญ่เลยถ้าบอกว่าเร่งเต็มเหนี่ยวต้นผลไม้เดินเครื่องไม่ไปขยับอะไรเลย เชื่อฟังกันกัปตันกับต้นหนต้องกอดคอกันตั้งแน่นอนต้องเชื่อกันสอดคล้องกันเพราะงั้นไอ้พยาบาลหรือวิริยะเนี่ยมันเป็นกำลังความพยายามหรือความพากเพียรเหมือนต้นหนมสัมมาทิฏฐินี่เหมือนกัปตันต้องทำร่วมกันสตินี่เสริมสตินี้เสริมกัปตันมีความระลึกรู้มันเสริมสมาธิเราได้รู้ตัวรู้ตัวรู้ตัวและก็เสริมกำลังด้วยว่าต้องพยายามต้องพยายามอยู่นะมีสติไม่ต้องพยายามอยู่นะหรือว่าต้องอุตสาหกรรมวิริยะภาคเรียนอยู่นะไม่เพียรไม่ได้นะไม่เปลี่ยนแล้วก็ลดหย่อนแน่เพราะว่าการปฏิบัติธรรมนี้มันไม่ใช่ของใน มันไม่ใช่ของหมูๆเราจะไปทำก็ยังโลกๆซึ่งมีแนวดูดมีแรงดูดโลกมันช่วยดูดอยู่แล้วส่วนธรรมะนั้นแหมคนที่จะเป็นตัวอย่างธรรมะก็ต้องก็หายากด้วยจำนวนน้อยด้วยแรงดูดมันจึงเบากว่าโดยปริมาณโรคโดยความเป็นหลักเกณฑ์หรือเราควรเป็นหลักยึดหลักเนี่ยเหมือนกับยอดพีระมิดมันต้องเล็กกว่าฐานพีระมิดของแน่ที่สูงมันต้องบริเวณน้อยกว่าที่ต่ำเป็นของแน่ๆยอดก็ได้มันก็ต่างกันอย่างนั้นแหละเพราะงั้นเราก็จะต้องมีความพยายามยิ่งเหมือนต้นผลมีวิริยะยิ่งเหมือนต้นหนมีแรงต้องมีแรงดันแรงดุลที่แข็ง เมื่อสนับสนุนกันอยู่อย่างนี้สัมมาสังกัปปะคือความนึกคิดหรือจิตที่จะริเริ่มให้มันสั่งสามารถใช้กับป่าไม้เขามาเอาเดินเข้าไปหาเอ้าทำจิตมันตัวสั่งทำให้เริ่มขยับเขยื้อนทุกอย่างผิดมาทางด้านจิตเป็นตัวสั่งการทั้งนั้นน่ะเพราะงั้นสังกัปปะก็คือเข้าไปอยู่ในกลับกลับนี่หมายความว่าเดินเครื่องหรือวนเวียนอยู่ในโลกก็เดินไปเป็นไปเพราะฉะนั้นจะเริ่มแม้แต่ดำริแม้แต่คิดแม้แต่สั่งการอะไรขึ้นมาก่อนอื่นยังไม่ออกมาทางกายยังไม่ออกมาทางวัดจีนก็ตามก็เริ่มเกิดมโนกรรมเริ่มคิดเริ่มให้เคลื่อนที่อะไรงี้แล้วแต่ทั้งกะปะมันก็จะเคลื่อนไปในที่ที่ถูกทางมันก็ เลื่อนเข้าไปในทิศที่มันได้ได้ตรงกับตามที่เราเข้าใจแท้แล้วจะขยับขึ้นเมื่อสัมมาสัมพุทธพอเหมาะได้สัมมาวาจาก็จะพอเหมาะได้สัมมากัมมันตะก็จะพอเหมาะได้สัมมาอาชีวะสมาชิกก็จะพอเหมาะได้มันจะคล้ายๆลายหยาบออกมาตรงออกมาตรงออกมาเรื่อยมันมาจากจิตพระพุทธเจ้าจึงให้ฝึกต้นทางคือจิตนี้เป็นประธานมโนปุพพังคมาเสฏฐามโนมยาจิตเป็นประธานของสิ่งทั้งปวงเพราะถ้าผู้ใดปฏิบัติเป็นสัมมารามอย่างที่กล่าวนี้มีสัมมาทิฏฐิและมีเริ่มตั้งแต่สัมมาสังกัปปะก็ถูกอย่างที่กล่าวนี้สัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะทำงานทำการอาชีพอะไรอยู่ก็จะ พอสมจะสมควรจะถูกเรื่องขึ้นเรื่อยปรับปรุงตนกันด้วยจิตจะเป็นตัวเดินเครื่องตลอดเวลาตั้งแต่สัมมาทิฏฐิสัมมาสติจนสัมมาสังกัปปะบอกแล้วเมื่อกี้ว่าสัมมาสังกัปปะเป็นตัวริเริ่มและมันจะนำให้เกิดวาจาเกิดกายเกิดอาชีวะเพราะฉะนั้นตัวจิตนี่แหละก็จะเป็นประธานนำเรื่อยถ้าจิตได้ทำบ่อยๆจิตมันก็จะเก่งจิตมันก็จะแข็งแรงจิตมันก็จะเห็นจริงสั่งสมจิตรนี่แหละการกระทำอย่างนี้สั่งสมจิตรจิตที่ได้รับการสั่งสมลงไปด้วยซ้ำมาอริยมรรคองค์ 7 7 นะสัมมาทิฏฐิสัมมาทั้งกับปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะนี้เรียงตามรูปของท่านสัมมาวายามะสัมมาสติมี องค์ 7 ทั้ง 4 ทำงานร่วมกันอยู่อย่างนี้สั่งสมลงไปเรื่อยๆสั่งสมลงไปที่สัมมาอะระหังข้อที่ 8 คือสัมมาสมาธิการสร้างสมาธิของพระพุทธเจ้าเรียกว่าสร้างสมาธิภาวนาสร้างผลของสมาธินั้นสร้างอย่างนี้ปฏิบัติในสัมมารีมั่นคง 7 เป็นองค์ประกอบและสั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะพระพุทธเจ้าท่านถ้ามีข้อแม้มีกำชับไว้ด้วยคำขยายไปด้วยว่าอันนี้เป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะส่วนสมาชิกที่มีมาก่อนศาสนาพุทธศาสนาอะไรอะไรก็เรียนสมาชิกต่างๆนั้นก็เรียกกันไปก็เรียกสมาธิไปเราเข้า ตามเข้าไม่ได้ว่ะสมาธินี้ก็อธิบายอย่างนี้ทำอย่างนี้เกิดสมาธิเช็ดไปนั่งหลับตาเอาแล้วก็เกิดสมาธิก็ก็เป็นของเขาเหมือนกันเป็นของฤาษีฤาษีสอนมานานสอนมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดของพระพุทธเจ้าเป็นล้านเรียนกับใครต่อใครอาจารย์ที่สอนหลับหลับตามันมีมันมากมายแต่พระพุทธเจ้าท่านค้นพบอริยมรรคองค์ 8 อย่างที่อธิบายไปเมื่อกี้นั่นเป็นของพระพุทธเจ้าสามารถองค์ 8 ความสัมมาสมาธิที่เกิดแต่องค์ประกอบของสัมมารามองค์ 7 นั้นคือการบำเพ็ญภาวนาของศาสนาพุทธพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ในมหาจักรีศึกมัชฌิมนิกายอุปริปัณณาสก์ พระไตรปิฎกกับตำราหลักของเราของพระศาสนาพุทธแน่นอนชัดเจนที่สุดอย่างที่อาตมาเล่านี้ในมหาจัตตารีสกสูตรพระพุทธเจ้าท่านยืนยันเอามาจะอธิบายสมาธิให้ฟังภิกษุทั้งหลายอันนี้เป็นสัมมาสมาธิของพระอริยะท่านจัดเลยต้องกลับไปด้วยเลยถ้าไม่พูดถึงสัมมาสมาธิของคนอื่นท่านบอกจะอธิบายสัมมาสมาธิของพระอริยะให้ฟังศาสนาพุทธเรามีพระอริยะเพราะฉะนั้นก็ต้องปฏิบัติให้ตรงตามที่พระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าอันนี้ของพระอริยะเพราะการรู้ทุกวันนี้ไม่เป็นสัมมาทิฏฐิรู้ไปสมาธิก็มีตั้งไม่รู้กี่อย่างต่อกี่อย่างทำความไม่เกินไปก็เป็นร้อยอย่างได้มั้งสมาธิไปทำ โดเรม่อนไปทำสมาธิเพ่งลมเพ่งน้ำเพ่งกสิณเพลงอะไรก็แล้วแต่มันก็เป็นสมาธิพระพุทธเจ้าก็ไม่มีปัญหาท่านจะทำสมาธิอย่างนี้บ้างในบางสิ่งบางอย่างเป็นอุปการะเพื่อจะทำความสงบบ้างหรือเพื่อที่จะเป็นองค์ประกอบเป็นพิธีการชนิดหนึ่งประกอบก็ไม่ว่าแต่การปฏิบัติอย่างนั้นไม่ใช่สติปัฏฐานไม่ใช่องค์ความประพฤติหรือองค์ความประกอบของศาสนาพระพุทธเจ้าศาสดาพระพุทธเจ้านั้นปฏิบัติเป็นสัมมาอะระหังองค์ 8 โดยการปฏิบัติองค์ 7 นี่แหละได้ถูกต้องแล้วมันจะสั่งสมลงไปที่จิตอาตมาอธิบายฟังแล้วเมื่อกี้ว่ามันเกิดมาตั้งแต่จิตตัวแรกคือสมาธิสัมมา หรือแม้แต่สัมมาวายามะก็ใช้จิตนะคุณมีความพยายามนี่คุณไม่พยายามคุณไม่มีความพากเพียรคุณไม่มีคุณมีแต่ความขี้เกียจคุณมีแต่ความท้อถอยความเฉื่อยเหนื่อยความไม่เอาถ่านมันก็ไม่ใช่สัมมาวายามะมันไม่ใช่สัมมามันไม่ใช่วิริยะหรือไม่สามารถความพยายามความพากเพียรมันไม่มีเพราะมันต้องใช้ใจทั้งนั้นจะพากเพียรก็ใช้ใจจะเห็นแจ้งถูกต้องเป็นทิศทางที่ถูกเป็นสัมมาทิฐิก็ใจสัมมาสติยิ่งตัวใจแน่ๆเลยสำหรับสติจะต้องระลึกตัวทั่วพร้อมให้ระลึกรู้สึกตัวอยู่ข้างนอกและในให้ตื่นเป็นผู้รู้ผู้ตื่นอยู่ปฏิบัติยืนเดินนั่งนอนไวๆอยู่ที่เดียวมีปฏิ ดูดอกอะไรมาสัมผัสเราก็ให้รู้ทันให้เข้าใจไอ้นี่จะมาแล้วนี่จะผิดหลักที่เราถือแล้วไอ้นี่ไม่เอาแล้วไอ้นี่จะมากวนไอ้นี่มันเกี่ยวข้องมาอย่างหยาบตรงๆเลยนี่ไม่เอาไอ้นี่เกี่ยวข้องมากแปลงตัวมาบังๆพลางๆตัวมาไม่ตรงตัวเราก็ต้องรู้ให้ทันไอ้โน่นซ่อนตัวมาเลยปลอมตัวแก่โกหกมาด้วยก็ต้องรู้ให้ทันถ้ารู้ไม่ทันเราเสียท่าในการปฏิบัติธรรมตลอดเวลานี่มันหลอกโลกมันหลอกเราเยอะแปลงตัวมาแล้วก็มาหลอกว่าฉันเป็นของดีฉันเป็นของถูกฉันเป็นสุจริตทั้งนั้นแหละถ้าเราต้องรู้เท่าทันอย่างปัญญาจริงๆใช้ปัญญาตัดสินอ่านรู้พิจารณาไปตลอดเวลาเพื่อพิจารณาดีแล้วเวลาเราตัดสินเวลาเราจะเดินเครื่อง เรื่องเวลาเราจะเริ่มกรรมกรรมมันมี 3 กรรมทางจิตทางวาจาทางกายพอเริ่มต้นตั้งแต่จิตบอกแล้วว่าจิตเป็นประธานมันก็จะเริ่มต้นที่จิตอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่เราวางไว้แล้วตามสมาธิกี่กิโลที่ยึดถือมันจึงจะเริ่มต้นดีเมื่อสัมมาสังกัปปะดีสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะมันก็จะเข้าท่าแม้จะทำมากเป็นสัมมาอาชีวะอาชีวะหมายความว่าทำมากในชีวิตอาชีพสิ่งที่เราทำมากในชีวิตสิ่งใดสิ่งนั้นเรียกว่าอาชีพของเราใครกินแล้วก็นอนมากๆคนที่จะมามีอาชีพนอนมีนี่ไม่ใช่สอเขียนนะท่านกล่าวกันมาอาตมาประจำที่ปากท่านทั้งหลายมาอาตมาได้กินได้ยินมาจากปากเจ้าคณะอำเภอสมัย ท่านบอกว่าพระเนี่ยมีฉายาว่าเช้าเองเพลงนอนบ่ายพักผ่อนกลางคืนจำวัดท่านว่างั้นอาตมาก็จำได้คล่องปากแหมท่านพูดเป็นเจ้าบทเจ้ากลอนดีจำง่ายเพราะงั้นถ้าว่างก็โอ้พระองค์นี้มีอาชีพก็เช้าเองเพลงนอนบ่ายพักผ่อนกลางคืนจำวัดไม่อาชีพของท่านนอนสรุปแล้วอาชีพของท่านนอนถ้าอย่างนี้มันก็จริงมีอาชีพทำมากในการนอนมันก็ไม่ได้เรื่องงั้นเราก็นอนเพื่อพักผ่อนพอสมควรนอนตะแคงมีสติสัมปชัญญะตะแคงขวาอะไรพระพุทธเจ้าตรัสสอนให้หมดแหละเราไม่จำเป็นหลงการนอนเมื่อเราไม่หลงการนอนแล้วเราก็หลงแต่เราก็ทำงานไม่ใช่หลงทำอย่างมีสติทำงานทำการเวลาทำการทำงานอะไรเราก็ หน้าที่พระก็เหมือนกันมีการเรียนก็เรียนมีการฝึกก็ฝึกมีการงานที่ประกอบไปในชีวิตกระทำพระไม่ใช่ว่าคนไม่มีการงานองค์ใดที่ยังมีเรี่ยวแรงไม่แข็งแรงเหมือนนักเรียนอยู่อ้าวก็เรียนให้มากหน่อยทีนี้พอมีภาพปฏิบัติมีความประพฤติมีการกระทำได้พอสมควรแล้วมันก็จะมีการงานผสมกันอยู่ทำงานไปด้วยเป็นพุทธธรรมไปด้วยในตัวเสร็จเลยได้ประโยชน์ของฝ่ายสร้างสรรค์ก็อยู่ในตัวการปฏิบัติธรรมก็อยู่ในตัวอย่างนี้ท่านพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าเนี่ยเป็นสติปัฏฐานยืนเดินนั่งนอนปฏิบัติไปทุกเมื่อทำอาชีพอะไรแม้จะเป็นอาชีพทางโลกเราเป็นคฤหัสถ์เรามีอาชีพอยู่บางสิ่งบางอย่างเราก็ทำอาชีพนั้นด้วยแล้วเราก็ปฏิบัติธรรมไปด้วย ถ้าผู้ใดมีการปฏิบัติธรรมเป็นอาชีพถ้าคนนั้นก็มีหวังเจริญสร้างสรรค์ทางกรรมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมทางด้านประกอบเนี่ยมันมันร่วมกันได้ร่วมกันได้คุณจะเป็นนักการเมืองคุณจะเป็นข้าราชการควรจะเป็นพ่อค้าคุณจะเป็นครูหากคุณจะเป็นเกษตรกรจะเป็นกรรมกรจะเป็นอะไรก็ได้เราก็เรียนรู้สติปัฏฐานยืนยันว่าเป็นทางเอกของการปฏิบัติธรรมของท่านโดยมีสัมมารีมากดังกล่าวแล้วรู้ว่าเราจะทำแค่ไหนถ้าเราตั้งศีล 5 ข้อเราก็พยายามระมัดระวังศีล 5 ข้อของเราเสมอ จนกว่านั้นเราไม่ได้ตั้งให้เราเองเพราะว่าเราเองเราไม่ไหวพระพุทธเจ้าท่านประมาณคนคนที่ไว้ไว้แค่ศีล 5 เอาศีล 5 ก่อนบางคนยังต้องมีผัวมีเมียมีผัวมีเมียก่อนแต่ผมยังไม่เดียวนี่ก็มีข้อแม้แล้วอย่าไปนอกกายนอกใจกันอะไรเงี้ยไม่ฆ่าสัตว์ไม่ลักทรัพย์อะไรก็ขั้นเป็นตอนไปเป็นตามระดับๆทีนี้ไม่ฆ่าสัตว์นี้ท่านก็ไม่ละเว้นเหมือนกันนะถ้าไม่เคยบอกว่าเออชาวประมงฆ่าสัตว์ได้ไม่เคยมีในในในในในในคำสอนมันเป็นเรื่องจริงน่ามันเป็นเรื่องที่น่าสังเกตมากว่าไม่มีข้อแม้เลยว่าฆ่าสัตว์ได้ชาวประมงอาชีพฆ่าสัตว์ได้ไม่มีเมื่อไม่มีเนี่ยเราต้องแน่ใจได้ว่าพระพุทธเจ้าไม่ฉันเนื้อสัตว์ ไม่เป็นสมาชิกเป็นมิจฉาชีพอยู่อย่าว่าแต่ให้ประมงไปจับปลามาฆ่ามาแกงเลยจับปลามาฆ่ามาแกงและชาวประมงไม่ใช่แกงธรรมดาใช่ไหมขายด้วยใช่ไหมชาวประมงต้องขายด้วยท่านมีไว้เลยมิจฉาวณิชชา 5 ยาฆ่าหญ้าขายสัตว์เป็นประมงประมงอะไรกันตามเอามาจากน้ำมันตายหมดแล้วนะอย่าขายสัตว์เป็นแม้แต่สัตว์เป็นเป็นสัตว์บกสัตว์อะไรนี่ก็ไม่มีใครห้ามขายแล้วอยากขายเนื้อสัตว์ในอาตมาพูดได้ 2 ข้อที่จริงมี 5 ข้อมีข่าวคนนี้ชา 5 ข้อเพราะฉะนั้นท่านไม่เคยยกเว้นแม้แต่ว่าชาวประมงก็อนุญาตให้ฆ่าสัตว์ตายไม่มีไม่มีข้อแม้ ในตำราพระพุทธเจ้านอกจากไม่มีข้อแม้แล้วแม้แต่ศีลข้อมัดมิจฉาวณิชชานี่มันสัมผัสเข้าไปเลยยืนยันได้พิสูจน์ได้ว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ละเว้นเลยประมงประมงอะไรก็ไม่เราเป็นเพราะห้ามขายประมงมันจะมันก็ต้องขายนี่เป็นสิ่งของอุบาสกอุบาสิกานะ 5 ข้อนี้ไม่ใช่ศีลของพระนะอย่าไปข้อห้ามของฆราวาสนะเขาก็มาสู่อุบาสิกาพระน่ะมันจะไม่พูดถึงหรอกมันจะคล้ายจะขายพระนั้นมีวินัยรัฐร้อยไปเลยปลายจิตตีเลยไปซื้อไปขายเมื่อไหร่ไม่ได้อย่าว่าแต่ซื้อขายรับเงินรับทองแลกเปลี่ยนก็ไม่ได้แม้แต่รับวัตถุแรกวัตถุ 2 วัตถุก็ไม่ได้นะพระเนี่ยอ้าวเธอเอาพระเครื่องไปแล้วก็เอาแบงค์เอาวางไว้นั่นมันรับได้แต่ก็วางไว้ให้พระนั่นแหละไม่ได้แลก ต่อของนี่อาบัตินะอาบัตินะแต่เขาไม่พิจารณากันหรอกทุกวันนี้วินัยเขาก็ไม่เข้าใจมีเลยแรกวัตถุต่อวัตถุวัตถุแรกวัตถุกับพระคฤหัสถ์ก็อาบัติแล้วอย่าว่าจะซื้อขายยิ่งซื้อขายไม่รู้ปิยะรูปปิยะนี่คือธนบัตรแบงค์ธนบัตรแม่ซื้อขายไม่ได้พระเพราะงั้นไอ้การซื้อขายพระพุทธเจ้าก็รู้อยู่ว่าขอบขั้นของฆราวาสนี้ก็จะต้องซื้อต้องขายอยู่ก็ไม่ใช่ศีลพระล่ะแต่ซื้อขายนั้นท่านยัง 5 วิชาวณิชชาวันนี้หรือพาณิชย์การพาณิชย์ 5 อย่างนี้พุทธศาสนิกชนอย่าทำ 1 อย่าค้าอาวุธ 2 อยากค้าขายจัดเป็น 3 อย่างค้าขายเนื้อสัตว์ 4 อย่าค้าขาย ยาเครื่องดองของเมาเครื่องเมาของเมาไม่ใช่เครื่องดองของเมาอย่างเดียวไม่ใช่แต่เหล้าอย่างเดียวอย่าค้าขายของมอมเมาถ้าอยากค้าขายยาผิดแม่ค้าขาย 5 อย่างนี้เพราะงั้นข้อสังเกตที่อาตมาตั้งขึ้นให้เห็นว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้ละเว้นเลยในเรื่องห้ามไม่ให้ฆ่าสัตว์ไม่ว่าชาวประมงก็ห้ามและข้อแม้ที่อาจจะน้อยและข้อสังเกตอาตมาตั้งขึ้นมายกขึ้นมาประกอบอีกไม่ใช่ตั้งพระพุทธเจ้าท่านตั้งไว้แล้วคือมิจฉาวณิชชาเนี่ยก็แสดงว่าพระพุทธเจ้าเนี่ยไม่ฉันเนื้อสัตว์แน่ๆเพราะข้อแม้อย่างนี้ก็ไม่ขอแสดงอย่างนี้มันเห็นอยู่แล้วถ้าไม่ได้ละเว้นเลยแต่คนพูดอมๆปนๆไปอย่างนั้นเอง ต้องการที่จะเป็นแนวโน้มถ่วงในการที่จะไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตอย่างจริงๆโดยศีลข้อที่ 1 ให้สร้างจิตเมตตาให้เป็นอยู่เป็นอย่างที่ไม่ต้องไปฆ่าไปแกงกันมาจะกินจะอยู่ก็มีทางรอดอยู่แล้วมีช่องทางที่จะอยู่รอดโดยไม่ต้องไปฆ่าไปแกงกันมาหรอกสัตว์ไหนๆก็ไม่ต้องแกงต้องฆ่ามันเป็นของจริงแต่ทีนี้เราไม่มีญาณทัศนะวิเศษเราไม่มีปัญญาอันสูงยิ่งเราก็ฟังๆไปเราก็ยังไม่เชื่อจริงๆอาตมาพูดอย่างนี้ก็ไม่ใช่ว่าอาตมาเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างเดียวอาตมาพิสูจน์เห็นผลดีเป็นภาวนามัยเห็นผลดีเป็นภาวนามัยเราพิสูจน์จนเห็นความถูกต้องจนอาตมาเคยกล่าวแล้วว่าแม้ใครจะพิสูจน์ว่าพระพุทธเจ้านี่ท่านฉันเนื้อสัตว์มีคนมาพิสูจน์ แล้วอาตมาเถียงเขาไม่ได้เลยสุดทางแพ้โวหารหาหลักฐานอะไรมาอ้างมาเองหรือหมายความหมายอะไรต่างๆนานาจะใช้ปฏิภาณอย่างไรเสียงสู้เขาไม่ได้เลยอาตมาต้องจนแต้มต้องยอมแพ้เขาเถียงชนะว่าพระพุทธเจ้าท่านฉันเนื้อสัตว์ถึงแม้จะถึงขั้นนั้นก็ตามอาตมาก็เคยกล่าวว่าอาตมาก็ยังจะไม่ฉันเนื้อสัตว์อยู่นั่นเองแม้อาตมาจะเถียงแพ้เจตนาไม่ฉันเพราะอะไรเพราะอาตมาสปายสบมสบมที่ไม่ฉันนี่เพราะอาตมาพิสูจน์แล้วเห็นผลเห็นความดีผลดีของที่เราทำได้อาตมาไม่ทุกข์ไม่ดิ้นรนเพราะอยากฉันเนื้อสัตว์ไม่อยากจริงๆเห็น ก็ไม่เกลียดไม่ชังแต่มันก็รู้ว่ามันเหม็นคาวกว่ากันจริงๆเนื้อสัตว์น่ะรู้แสนร่วงเหม็นคาวกันจริงๆมีกลิ่นมีรสจัดจ้านกว่าจริงๆเห็นอยู่ทนโท่แต่มันก็ไม่ได้ชั่งอะไรหรอกนะและเราก็ไม่ได้ติดใจเลยเพราะฉะนั้นเรากินผักพืชผลไม้อะไรต่ออะไรจะเป็นแกงเป็นยำอะไรก็ตามใจก็ทำเป็นแบบผักแบบอะไรก็ตามแม้เขาบอกเขาจะบอกว่ายังปรุงยังแต่งเอามาให้แท้จริงแล้วเนี่ยอาตมาไม่ได้ปรุงแต่งอาตมาจะว่าปรุงก็ปรุงนะเนี่ยปรุงแล้วอาตมาปรุงอาหารก็อาตมาแล้วนี่ในนี้แล้วคุณแกงมาคุณผัดมาคุณได้ทำบวชแกงบวชมามั่งแกงยำมามั่งอะไรมั่งอาตมาก็เอามาปรุงเป็นอาหารอย่างเดียวอย่างเดียว โดยไม่คิดชีวิตอย่างนี้ทุกวันเอามาถึงก็เอามาลงนี่แล้วก็คนๆๆนี่วิธีของอาตมาวิธีปรุงอาหารกี่อย่างก็คนคนอยู่ในนี้นี่เป็นวิธีปรุงชั้นที่ไม่ต้องใช้ปัญญาไม่ต้องใช้ความรู้อะไรได้สบายมากก็ของอะไรมาก็ไม่ยอมใส่กับคนคนมันจะออกมารถไหนกลิ่นไหนรูปไหนหายหมดเนี่ยรูปแกงบวชที่ว่าของหวานก็หายไปลูกน้ำพริกที่ว่ามันของเค็มก็หายไปลูกของผัดก็หายไปลูกของอะไรก็มันก็ไม่หายทีเดียวแล้วมันก็มีเศษส่วนบ้างก็เหมือนเศษเหมือนกันแต่ในรูปแท้ๆที่คุณอุตส่าห์ไม่ได้ช้อนตักขวานเอาไปตัดเท้าไม่ได้คุณก็ว่ากันไปคุณก็ทุกข์กันไปหรอกอ่อนหวานไปตัดเท้าไม่ได้ช้อน เอาไปตักหวานไม่ได้หูยมันทุกข์แค่นี้ก็ทุบแล้วแล้วเรื่องอื่นที่มันหนักกว่านี้มันจะไม่ทุกข์ได้ยังไงคิดดีๆก็แค่นี้ก็ยังทุกข์แล้วบางทีตีกันเลยทะเลาะกันแล้วบนโต๊ะกับข้าวแล้วพอช้อนหวานเอาไปตัดข่าวพอชนข่าวเอาไปตักหวานแค่นี้ก็เป็นเรื่องแล้วอย่างนี้แหละคนเรามันหาเรื่องมันมีเรื่องเยอะเพราะถ้าเราไม่ยึดถือแล้วเราไม่ติดแล้วมันก็ไม่เป็นไรนะมาเราพยายามที่จะลบหรือล้างอะไรต่ออะไรออกได้เมื่อไม่ติดไม่ยึดแม้แต่เนื้อสัตว์แม้แต่อะไรต่ออะไรเราสบายแล้วอย่างอาตมาขอยืนยันว่าอาตมาไม่กินอาตมาเองไม่กินเพราะอาตมาเห็นผลดีอาตมาสบายอาตมาเบาง่ายโรคภัยไข้เจ็บน้อยเศรษฐกิจก็ ดีไม่ต้องปิดเครื่องก็แม้แต่ผักมันก็แพงขึ้นมาแล้วเดี๋ยวนี้แล้วยังจะไปมัวเรื่องเนื้อเนื้อมันลดที่ไหนมันจะตั้งท่าจะขึ้นเราพาขึ้นไปอีกสูงขึ้นไปอีกเนื้อมันจะสูงขึ้นลิ่วไปอีกเลยมันยิ่งจะแย่เหมือนเราเองเราอยู่อย่างไม่เบียดเบียนแม้แต่ชีวิตเขาวิญญาณเขาไม่เปลืองไม่พร่าไม่ผลาญไม่ทรมานตนที่จะต้องเอาแคลอรี่หลายๆส่วนไปย่อยเนื้อสัตว์ที่มันย่อยยากย่อยลำบากกว่าเพราะงั้นกินเนื้อสัตว์จึงจะต้องใช้แคลอรี่ไปย่อยไอ้เนื้อสัตว์มากมันก็เลยต้องกินมากๆต้องกินหลายๆมือส่วนอาตมานั้นไม่ต้องใช้แคลอรี่ไปย่อยเนื้อสัตว์มากกินพืชมันก็ย่อยง่ายๆสบายๆ มันก็ไม่ต้องใช้แคลอรี่มากก็กินไปพอประมาณมื้อเดียวก็ได้อะไรนี่เป็นต้นเพราะพวกเราไม่กินเนื้อสัตว์ด้วยนี่แล้วมากินมื้อเดียวนี่ง่ายกว่าจะเห็นได้ว่าเอ้พวกที่นี่ปฏิบัติธรรมกันนี่นะแปลกเด็กๆเล็กๆหนุ่มๆสาวๆก็ตามไม่ได้เคยฝึกเคยปรือจะต้องไปอยู่อุโบสถหัดกิน 2 มื้อแล้วค่อยไปลดลงมามื้อนึงไม่นะหลายคนมาที่นี่ปวดปั๊บมันกินมื้อเดียวได้ได้มันเพราะอะไรเพราะเราควบคู่กันไปกลับไม่กินเนื้อสัตว์ด้วยไปกินด้วยกันด้วยไม่ๆๆๆแล้วก็กินน้อยมื้อด้วยมันควบคู่กันไปมันลงร่องลงช่องกันได้มีอีกเหตุผลอื่นๆนะอาตมาก็มาแยกแยะเพราะว่าอาตมาที่ยืนยันว่าอาตมาไม่ฉันเนื้อสัตว์นี่เพราะการเห็นผลดีอาตมาสบายๆ ถ้าไม่เดือดร้อนทางใจเพราะไม่ต้องไปอยากไม่เดือดร้อนทางกายกลับจะเห็นสุขภาพดีด้วยสุขภาพดีไม่เดือดร้อนกายไม่เดือดร้อนใจมีสุขภาพกายสุขภาพใจดีอาตมาเห็นผลดีดั่งนี้จึงยังยืนยันว่าจะไม่ฉันเนื้อสัตว์อยู่ไม่ใช่ไม่ฉันเนื้อสัตว์เพราะว่าเชื่อตามตามพระพุทธเจ้าด้วยเชื่อตามตามหลักฐานหรือเชื่อตามการคนอื่นเป็นแต่อาตมาเชื่อเพราะเป็นกุศลเห็นแล้วว่าเป็นกุศลได้พิสูจน์ยืนยันแล้วว่าเป็นกุศลแท้ไม่ใช่เป็นอกุศลอะไรเลยอาตมาไม่แย่งใครอาต

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน