คอมมูนิสต์คือเปลือกไข่ ปัญญาคือหัวเจาะ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข27 สิงหาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

คอมมูนิสต์คือเปลือกไข่ ปัญญาคือหัวเจาะ พ่อครูว่า... ผู้มี “ปัญญา” เท่านั้น จะเจาะกระเปาะไข่ของอวิชชาออกมาได้ หัวเจาะของปัญญาคือ สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ คอมมูนิสต์คือเปลือกไข่ ปัญญาคือหัวเจาะ ดังนั้น ผู้สามารถทำพุทธพจน์ 7 นั้นให้เกิดจริงเป็นจริงได้สำเร็จ ก็คือ ผู้มี “ปัญญา” เท่านั้น จะเจาะกระเปาะไข่ของอวิชชาออกมาได้ .... ทำไมเปลือกไข่เป็นคอมมิวนิสต์ เพราะคอมมิวนิสต์นั้นบังคับ ยังมีตัวตน แต่ประชาธิปไตยนั้นมีความเป็นอิสรเสรีภาพสมบูรณ์ ถึงยิ่งใหญ่มาก ไม่ใช่ธรรมดา สหรัฐอเมริกาพยายามเข้าใจแต่ไม่เข้าใจหรอก เพราะเขาไม่ได้เรียนรู้จิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่ได้เรียนรู้ถึงจิต แม้แต่ว่าเป็นจิตที่ต้องเป็นทาสพระเจ้า เขาก็ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นทาสพระเจ้า เป็นทาสผู้ปล่อยไม่ไป เป็นทาสผู้ไม่เคยมีอิสรเสรีภาพไม่จริงเลย ศาสนาเทวนิยมที่มีพระเจ้าครอบงำอยู่ เป็นศาสนาที่ไม่มีความรู้ในเรื่องความอิสรเสรีภาพสมบูรณ์ Absolute ยังเป็นทาสพระเจ้า ส่วนศาสนาพุทธนี่แหละถึงจะเป็นประชาธิปไตย ที่ไม่มีความเป็นทาสเหลืออยู่อีกเลยสำเร็จได้จริง ถึงจะเป็นประชาธิปไตยจริง เพราะฉะนั้นเทวนิยมหรือพวกไม่นิยมศาสนาเลยอย่างคอมมิวนิสต์ ปิดประตูที่จะมี อิสรเสรีภาพอย่าง Absolute ปิดเลย เพราะฉะนั้นผู้ที่เป็นคอมมิวนิสต์ต้องศึกษาหาความรู้ให้มีหัวเจาะ 7 หัวเจาะนี้ให้ได้ มาขยายความหัวเจาะ 7 ดอก จะได้รู้คุณสมบัติอันวิเศษ

ตัวที่ 7 เอกีภาวะ เป็นเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว ความเป็นเอกภาพที่ไม่มีอิสระไม่ใช่ความมีเอกภาพที่มีปัญญา แต่เป็นเอกภาพที่ยังเป็นทาสอยู่ เอกภาพขณะนี้มีพลเมืองเยอะอย่างประเทศจีน ดูเหมือนว่าเขาเป็นเอกภาพโดยพฤติการณ์ เขาดูสงบนะ ไม่มีความวุ่นวายยุ่งยากอะไรเท่าไหร่ ไม่มีการทะเลา

อ่านต่อ

ะวิวาท อวิวาทะดูเขามีสามัคคียะ พร้อมเพรียงกันไม่ขัดแย้งกัน แต่พวกคุณรู้ไหมว่าที่จีนมีการทะเลาะเบาะแว้งกันไหม ...ก็มีเป็นธรรมชาติ จะเป็นผู้ที่มีจิตใจเจริญ เป็นกัลยาชนเท่าไหร่ก็แล้วแต่ มันก็ยังมีโลกธรรม หลงในลาภยศสรรเสริญ หลงโลกียสุขอยู่ คำว่า สุข คำนี้ สุดยอดจริงๆเลย พระเจ้าเป็นเจ้าของความสุขโดยที่เขาไม่รู้ว่าความสุขนั้นมีความทุกข์อยู่ด้วยอย่างแยกกันไม่ออก พระเจ้ากับซาตานจึงเป็นอันเดียวกัน แต่เขาไม่รู้ตัว เพราะว่าพระเจ้าหรือศาสดาเทวนิยมไม่รู้จักตัวเอง ไม่รู้อัตภาพ ไม่รู้จักอัตตา มีความรู้แค่นี้ ไม่ใช่ว่าศาสดาเทวนิยมองค์ไหน ก็ไม่รู้จักตัวเอง ที่ได้มีความรู้สั่งสมมากในแต่ละชาติ จนกระทั่งได้ความรู้ มีบารมีขนาดได้เป็นพระศาสดา เป็นความรู้ที่ตนเองสั่งสมในสัมภาระวิบากของตนเองแท้ๆก็ไม่รู้ ทั้งที่มีความรู้อื่นใดๆตั้งมากมาย แต่ไม่เชื่อตัวเองว่าตัวเองจะรู้ได้อย่างนี้ เห็นไหมว่าเป็นความมั่นใจ รู้อย่างไม่ครบถ้วนแต่เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถที่จะรู้ว่าจริงๆแล้วทุกอย่างเป็นสังขารปรุงแต่งกันอยู่เท่านั้น มันไม่ใช่สิ่งถาวรแน่นอน มาศึกษาตามพระพุทธเจ้าแล้วจะรู้ว่าไม่ต้องไปเป็นพระศาสดาอะไรหรอก มันเมื่อยชะมัด เป็นแต่แค่คนธรรมดานี่ก็แย่ ไม่ต้องเป็นศาสดาหรอกแค่คนธรรมดา แค่คนดาๆ ธรรมดาก็ยังเหน็ดเหนื่อยสารพัดภาระยุ่งยาก ผู้ที่เป็นพระอรหันต์จริงแม้จะเป็นพระอรหันต์ที่ไม่มีกุศลอะไรมาก ก็ยังรู้ว่าไม่น่าจะยังคิดอะไรไปมาก พระพุทธเจ้าสอนผู้ที่บรรลุอรหันต์ในรุ่นแรกๆยังไม่สมบูรณ์แบบ พากันฆ่าตัวตายไปเยอะแยะ จ้างคนอื่นฆ่า ไม่มีอะไรจะจ้างก็เอาบาตรให้เขาและบอกว่าช่วยกันฆ่าตัวเองให้ตาย ตัวเองไม่กล้าฆ่าตัวเองตาย แต่ให้คนอื่นฆ่า ฟังแล้วมันตลกไหมเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก อาตมาเป็นโพธิสัตว์มาได้เรียนรู้สิ่งที่มันสังเคราะห์สังขารซับซ้อนต่างๆนานา ถึงได้มีปณิธานจะเป็นพระพุทธเจ้าให้ได้ แล้วก็มีประโยชน์ต่อโลก ต่อการสืบสานพระศาสนา ก็ทำ พยายามยังชีพยังชีวิตไปทำงานไปตลอด เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังไม่เชื่ออาตมาฟังอาตมาอธิบาย ในยุคนี้จะมีใครอธิบายธรรมะอย่างนี้ อธิบายขยายสภาวะต่างๆ คนที่ฟังมีสภาวะและเอาไปปฏิบัติจนเกิดสภาวะให้ตนเองได้ อย่างเช่นหัวเจาะ 7 ดอก จนเกิดสภาวะคุณสมบัติ สาราณียะ ปิยกรณะ คุรุกรณะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ มันมีจริงเป็นจริงที่ยืนยันได้เป็นเอหิปัสสิโก เชิญให้มาพิสูจน์ได้ ชาวอโศกมีคุณสมบัติพวกนี้ทั้งนั้น ระลึกถึงกัน รักกัน แล้วก็ไม่ได้รักกันด้วยมิติที่ต่ำๆ แต่เป็นความรักมิติที่สูงซึ่งอาตมาอธิบายไปหมดแล้ว เคารพกัน อย่างที่พวกเราเป็น ศีล 5 เคารพศีล 8 ศีล 8 เคารพศีล 10 มันดูไม่มีบัญญัติบอกเปรี้ยงๆ แต่มีนัยยะ ที่เป็นสภาวะธรรมชัดๆ ที่เคารพกัน ยอมรับกันในที่ เช่น เราศีล 5 ท่านมีศีล 8 ศีล 10 เราก็ต้องเคารพท่าน แต่ไม่ใช่ผู้ที่ซื่อๆเซ่อๆไม่มีสติปัญญานะ ผู้มีปฏิภาณปัญญาจะเคารพกัน เราก็ช่วยเหลือกันเอื้อเฟื้อเจือจาน เกื้อกูลแบ่งกันกินแบ่งกันใช้ ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอะไร ก็ไม่อดตาย ไม่ใช่ว่าเจ็บป่วยแก่ไปไม่มีคนดูแล ไม่ใช่ เราพึ่งพากันช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้อย่างไม่ใช่ญาติโกโหติกา ก็เพิ่งพากันได้จริงๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในโลกมนุษย์ ที่สังคมมีคุณสมบัติอย่างนี้มีคุณธรรมอย่างนี้ มันยิ่งใหญ่นะ อาตมาเกิดมาในชาตินี้ก็สบายใจที่ได้ช่วยพลเมืองประเทศชาติ เอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาสอนให้พวกเราได้คุณธรรมมีคุณสมบัติอันนี้ แล้วอาศัยคุณธรรมอันนี้ พวกเราก็เป็นสุข มีสัปปายะ สังคมก็ไม่เดือดร้อน ดีไม่ดีก็ได้สังคหะช่วยเหลือเกื้อกูลสังคม มันเป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่อย่างที่พวกเราทำ เป็นเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ สาธารณโภคี ในความรู้ของเศรษฐศาสตร์ ผู้ที่จะพัฒนาประเทศจะต้องทำให้คนร่ำรวยไปหมด คนนี้ยังเป็นคนไม่มีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์จริง การบริหารประเทศจะไปสร้างให้คนร่ำรวยนั้นผิดมันทะเลาะกัน แย่งกัน ใครมันก็อยากรวยใช่ไหม แล้วคนเข้าใจอย่างนั้นจริงๆ แต่จะไปพัฒนาให้คนไปรวยมากๆมันก็เบียดเบียนกัน เบียดเบียนกันในประเทศเองไม่พอก็ไปเบียดเบียนกันในต่างประเทศอีก เบียดเบียนต่างประเทศไม่พอก็รุกรานเลย ดีไม่ดีฆ่าเขาเลย คนอวิชชา มีอำนาจบาตรใหญ่ไปฆ่าเขาเล่นๆ เอาระเบิดไปทิ้งประเทศเขา ตายไปทีละเป็นแสน หลายแสน อย่างนั้น ประเทศที่บอกว่าเขาเจริญอย่างอเมริกา เอาระเบิดไปทิ้งญี่ปุ่น ไปทิ้งตะวันออกกลางไปทำร้ายเขา พูดแล้วอย่างนี้ไม่ใช่ผู้เจริญแต่เป็นคนเถื่อน มองในมุมให้ลึกๆและชัดๆ การมาพัฒนาให้คนฉลาด แต่ทำไมไม่รู้จักความเสื่อมของตนเอง เป็นความเลวร้าย ใจอำมหิต นี่คือสัจจะที่ยากที่จะมีวิชชา ยากจะมีความเข้าใจ เพราะฉะนั้นคุณจะบอกว่าเป็นประชาธิปไตย ซึ่งคนเป็นประชาธิปไตยคนที่ใจร้ายใจดำแบบนี้ คุณจะเป็นเจ้าโลกทางประชาธิปไตย มันจริงหรือเปล่า (โยมว่า.. ไม่) เห็นไหม ซึ่งเป็นเรื่องที่ซับซ้อนลึกซึ้งมาก สุดยอด 640827_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ระบอบบริหารประเทศที่โลกมีกัน 9 แบบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน