แท้จริงแล้วประชาธิปไตยคืออย่างใด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.24 KB
วันที่แก้ไข17 พฤษภาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

แท้จริงแล้วประชาธิปไตยคืออย่างใด ลูกมีความสงสัยคือว่า มีพรรคการเมืองบางพรรคใช้คำว่าประชาธิปไตยแทนฝ่ายของตน แต่พฤติกรรมก้าวล่วงสถาบัน ก้าวล่วงวัฒนธรรมไทย ลูกขอกราบเรียนถามพ่อครูว่าแท้จริงแล้วประชาธิปไตยนั้นเป็นอย่างไร เป็นแบบพรรคบางพรรคว่าไหมคะ น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ พ่อครูว่า... ต่างคนต่างเอาประชาธิปไตยยึดมาเป็นตัวประกันของตัวเองทั้งนั้นแหละ ทีนี้คำว่าประชาธิปไตยนั้น ใน Concept ของแต่ละคนที่เขากล่าว ของพรรคแต่ละพรรคที่เขายึดถือ มันมีนัยยะลึกซึ้งซับซ้อนอยู่ คำว่า ประชาธิปไตย ต่างคนต่างถือว่า ตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย เป็นผู้ที่ยึดถือความเป็นประชาธิปไตยทั้งนั้นแหละ แต่จะถูกจะผิดอย่างไร มันต่างกันไปเยอะ ซึ่งเขาก็เป็นประชาธิปไตยแบบคล้ายๆอเมริกา เพราะอเมริกาเขาไม่มีสถาบัน ไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน หรือหลายประเทศเขาไม่มีพระเจ้าแผ่นดิน แล้วเขาก็ไม่อยากให้มี เหมือนอย่างฝรั่งเศสทำเสร็จไปแล้ว หรืออีกหลายๆประเทศทำให้ไม่มีไปแล้ว เขาก็กลายเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่ไม่มีพระเจ้าแผ่นดินก็ถูกของเขา ก็เป็นประชาธิปไตยแบบของเขา จะไปว่าเขาผิดก็ไม่ได้ เพราะเขามี Concept ประชาธิปไตยของเขาแบบนั้น แต่ของไทยเรามีพระเจ้าแผ่นดิน หรือแม้แต่อังกฤษก็มีพระเจ้าแผ่นดินซึ่งก้าวล่วงไม่ได้ นี่แหละคือสมมุติที่แตกต่างกันนัยยะธรรมดา เราจะไปเอาของเราไปยึดถือแบบของเขาทำไมของเขาเป็นแบบนั้น ก็ของเขาทำแบบนั้นก็ถูกของเขาสิ มันซับซ้อนอย่างนี้ แล้วแท้จริงประชาธิปไตยเป็นแบบใด เป็นการถามความรู้ที่ยิ่งใหญ่นะ ซึ่งประชาธิปไตยก็เป็นไปอย่างของแต่ละคนแต่ละ Concept ของเขา ที่เขายึดถือของเขาเข้าใจของ เขาว่าเป็นแบบนั้นแบบนี้ก็แตกต่างกันไป ปีนี้มาถามว่าแล้วแท้จริง ประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ตอบ แท้จริงไม

อ่านต่อ

่มีความจริง ประชาธิปไตยก็เป็นความเห็นความเข้าใจความยึดถือของคนแต่ละคน แต่ละกลุ่ม แต่ละสังคม แต่ละประเทศ แตกต่างกันไป จึงเรียกว่าเป็นเทศะ เทศะคือความแตกต่างกันไป ไม่ผิด เพราะฉะนั้นเราก็เข้าใจให้ได้ว่า ของเขาก็ยึดถือเข้าใจเป็นแบบนั้นถูกของเขา เราไปว่าเขาไม่ถูกซึ่งก็เรานั่นแหละไปว่าของเขาผิด ตัวเราเองผิดไปจากเขา ก็เขาถูกของเขา ถ้าเข้าใจอย่างนี้ ไปยึดถือตัวตนก็ทะเลาะกัน แย้งกัน เถียงกันไปไม่จบ ถ้าจบแล้วก็เป็นนานาสังวาส เราก็เห็นว่าคนร่วมกันก็เข้าใจ เป็นคนร่วมกันแต่มีความคิดเห็นต่างกัน นานา แปลว่าแตกต่างกัน ต่างคนต่างถือกันไป ไม่เห็นแปลก อะไร เพราะฉะนั้นจะบอกว่าความจริงแล้วประชาธิปไตยเป็นแบบใดมันไม่มีหรอกของความจริง มันเป็นความสมมุติทั้งนั้น แต่ทีนี้ มันเป็นระบอบของการบริหารประเทศ เราก็มามองเอาตรงที่การบริหารประเทศ คุณจะใช้ภาษาเรียกแบบนั้นแบบนี้ แบบอเมริกา แบบอังกฤษ แม้แบบไทยมีพระเจ้าแผ่นดินเหมือนกับอังกฤษ แต่ก็ยังมีนัยยะสำคัญที่แตกต่างกัน ซ้อนๆอยู่ ไม่เหมือนกันทีเดียว แม้แต่ในกฎหมายก็ยังต่างกันในข้อกำหนดกฎเกณฑ์ กฎหมายเกี่ยวกับในหลวง เกี่ยวกับเรื่องของการเมือง กฎหมายก็มีนัยยะต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็คล้ายกัน เพราะว่าลอกเลียนกันมา ไทยก็ไปลอกของเขามาก่อน แต่ก่อนนี้ก็เป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เมื่อมาเป็นประชาธิปไตยแล้วก็ใช้ของทางด้านตะวันตก ด้านอังกฤษยุโรปมา เพราะฉะนั้นจะไปนับว่าเป็นความจริง มันไม่จริงหรอก เป็นสมมุติ ของใครก็ยึดถือกันไป 660512 เมื่อเห็นค้านแย้งจากผู้สัมมาทิฏฐิย่อมคือผู้มีบาป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน