สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธกับปรัชญาธรรมชาติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธกับปรัชญาธรรมชาติ น.ส.ทิพย์ธิดา... เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธกับปรัชญาธรรมชาติเกี่ยวข้องกันอย่างไร พ่อครูว่า...พุทธนั้นอยู่รวมกับธรรมชาติได้อย่างดีไม่ก่อความเดือดร้อนกันและกัน ของเรานี่ คนข้างนอกเข้าใจไม่ได้กรณีชาวอโศกไม่เลี้ยงสัตว์ตั้งแต่หมาแมวก็ตาม แต่พวกสัตว์อื่นงูหรือสัตว์เล็กสัตว์น้อย เราไม่เลี้ยงสัตว์ ไม่ใช่เราไม่มีเมตตา ถ้าจะพูดจริงๆคือคนเลี้ยงสัตว์คือคนโง่ สัตว์มันก็ต้องอยู่ตามสัญชาตญาณมันแต่เรามาเลี้ยงมันก็เสียสัญชาตญาณสัตว์หมดเลย อ้างว่าเอามันมาฝึกใช้งานทำประโยชน์แต่แมวนี่เอามาทำไม อาตมาเห็นม้าที่เขาใช้งานมันหนัก อาตมาเห็นม้าลำปางลาดรถม้า มันก็มีครอบตาไว้ พอม้าที่มันไม่ดีแล้วขามันเสียก็หมดท่าเลย คนก็สงสารมัน รักษาก็ยากก็ต้องฆ่ามันไม่งั้นก็ทรมาน คนเราเห็นแก่ตัวมากเลย เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธรู้จักธรรมชาติรู้จักดินน้ำไฟลมที่ร่วมกับสัตว์กับมนุษย์ แล้วก็อยู่กับสิ่งเหล่านี้เรียกว่าธรรมชาติให้สมดุล อยู่อย่างให้มีประโยชน์แก่กันและกัน Dragon มีประโยชน์แก่ดินแก่น้ำแก่สัตว์ยิ่งกับมนุษย์ด้วยกันเอง ถ้าเรามีประโยชน์ต่อทุกอย่างไม่ไปทำร้ายสิ่งต่างๆโดยเฉพาะคน เราเป็นผู้รับใช้ทุกอย่าง นี่แหละคือสุดยอดแห่งเศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธคือผู้รับใช้ ไม่ใช่ผู้มาเอาเปรียบทุกสิ่งอย่าง สรุปจบ เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ สมณะเดินดินว่า...ในศาสนาพระพุทธเจ้าห้ามภิกษุไปทำลายต้นไม้ไม่ให้ทำลายที่อยู่ของสัตว์ กุฏิที่อยู่ก็หลังเล็กมีขนาดจำกัดเพื่อไม่ให้หรูหราทำลายทรัพยากรณ์ และผ้าก็ให้ใช้สามผืน พ่อครูว่า..เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธที่สุดยอดคือเศรษฐศาสตร์สาธารณโภคี มีหรม.ครน.เกิดความทำลายน้อยและมีประโยชน์มาก ความทำลายความสูญเสียก็น้อยแล้วสะพัดใ
อ่านต่อ
ห้ทั่วถึง แก่คนที่ควรให้ จะมีความจริงใจซื่อสัตย์และมีความรู้ว่าคนไหนควรจะให้ได้ ในสังคมมี เด็ก คนแก่ คนป่วย คนพิการ คนไร้สมรรถนะคนปัญญาอ่อน ห้าอย่างนี้ เราต้องช่วยเขา ลักษณะของ 5 อย่างนี้เราต้องช่วยเขา แต่ในโลกนี้มี 2 คนที่ไม่ควรจะช่วยเหลือแล้วควรจะปราบคือคนขี้เกียจกับคนขี้โกง เศรษฐศาสตร์ทะลุหลักก็คือเครื่องพยายามปราบคนขี้โกงกับคนขี้เกียจ แล้วช่วยคนอีกห้าประเภทที่ว่าแล้วนอกนั้นสอนให้คนเลี้ยงตัวเองรอด มีค่าที่ตนทำแล้วไม่เบียดเบียนใคร มีส่ิงที่ทำออกมาคุ้มกินใช้ของตนหลักเศรษฐศาสตร์ของพุทธที่สำคัญคือ 1 อยากเป็นหนี้ 2 ทำให้พอกินพอใช้ 3 ทำให้มากให้เหลือ 4. แจกจ่ายส่วนเหลือสะพัดแก่คนผู้สมควรจะให้ ลึกลงไป พระพุทธเจ้าสอนถึงเรื่อง วิบาก คนที่มีวิบาก เกิดมาเป็นคนพึ่งตนเองไม่ได้ยิ่งในโลกทุนนิยม ก็แย่งชิงกันมากเราก็ควรช่วยคนไปตามลำดับ หากเรามีมากพอแจกจ่ายได้ก็คืองานของผู้บริหารประเทศ ดูแลคุ้มครองประชาชนไม่ว่าจะเป็นการปกครองระบอบไหนระบอบคอมมิวนิสต์ประชาธิปไตยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ก็ล้วนแต่ต้องการให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขมีความสร้างสรรค์ ยุคนี้ แม้ไม่ใช่ยุคทาสแล้วแต่คนก็เป็นทาสของทุนนิยมให้เขาใช้อยู่ทุกวัน ศึกษาให้ดีแล้ว จะไม่เป็นคนใช้ของระบบทุนนิยม พวกคุณจบด็อกเตอร์ไปก็รับใช้นายทุน นอกจากคุณจะเป็นนายทุนซื้อเองเท่านั้น ทำไมเป็นนายทุนเสียเอง คุณก็ต้องเป็นคนใช้นายทุน เรียนสูงเท่าไหร่ก็เป็นคนใช้นายทุน เรียนไปทำไม เรียนไปรับใช้นายทุน พวกเราอยู่ที่นี่เรียนจบดอกเตอร์แต่ไม่ได้ไปรับใช้นายทุน ทำงานรับใช้สังคมประเทศชาติไป ถ้าไปให้เขาที่ราคาหลอกล่อ นายทุนเขาจะให้ตนเองเสียเปรียบได้อย่างไร ก็ต้องเอาเปรียบคน สมณะเดินดินว่า...สาธารณโภคีเป็น พ่อของคอมมูน เพราะทำงานแล้วเสียสละเข้ากองกลางหมด พ่อครูว่า...ที่นี่ก็เหมือนคอมมูนแต่ไม่ได้บังคับ ทุกคนเต็มใจเสียสละทำงานเอาเข้ากองคลังร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำได้เท่าไหร่ก็เข้ากองกลางหมด เสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วไม่ได้บังคับแบบคอมมิวนิสต์ คุณจะเข้ามาก็เข้ามาหากไม่เข้ามาก็ไม่ได้บังคับ 601018 พ่อครูให้สัมภาษณ์ น.ส.ทิพย์ธิดา นศ.ป.โท ม.จุฬาฯ เรื่อง เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ