สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน มาเป็นคนจนที่ช่วยเหลือคนกันเถิด.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.23 KB
วันที่แก้ไข23 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน มาเป็นคนจนที่ช่วยเหลือคนกันเถิด พ่อครูว่า...เจริญธรรม ผู้ที่มีเกียรติที่ได้มาพบอาตมา อาตมาได้มีเกียรติบ้าง จริงๆแล้วคนก็มีสามัญปกติสำนึก ที่พอจะเข้าใจได้ว่าทำไมต้องมาพบ ก็ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรือ ก็คงจะมีสามัญสำนึกอยู่หรอกนะ ว่ามาพบทำไมต้องมาพบทำไม?(พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) คนเป็นสัตว์โขลง เป็นสัตว์ที่มีการอยู่ร่วมกัน ยิ่งมาอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี อบอุ่น อยู่กันอย่างเป็นที่รักแก่กันและกันพร้อม มันยิ่งดีใหญ่เลย นี่ถือว่าเป็นสังคมที่เจริญ เป็นพี่เป็นน้องที่สนิทสนม ต้องพึ่งพาอาศัยกันได้ ไปมาหาสู่กันเสมอ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าเผื่อว่าเกิดพฤติกรรมอย่างที่กล่าวนี้ไม่ได้เลย ไม่เกิดความเป็นพี่เป็นน้อง ความเป็นไปได้ตามที่ว่านี้ ตามที่ประสงค์จะให้เป็นเช่นนั้น ถ้ามันไม่เกิดจริงเป็นจริง มันก็ล้มเหลว เรียกว่ามันก็ไม่เป็นไปตามประสงค์ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องบอกกล่าวว่าให้มากันหน่อย มาพบหน้าพบตากันหน่อย มาแล้วก็เหมือนกับเราอยู่ในบ้านเรือน มาปัดกวาดเช็ดถู ยกน้ำยกนี่ไป โอภาปราศรัยถามสารทุกข์สุขดิบกัน เป็นยังไงทุกวันนี้ก้าวหน้าอย่างไร หรือว่าการก้าวหน้าที่เราได้ร่ำเรียนมาต้องเดินไปสู่ความจน เราจนบ้างหรือยัง หรือแต่ละคนเอาแต่ร่ำรวย อู้ฟู่กันไหม อาตมารู้สึกว่าตัวเอง เกิดมาในยุคนี้มาพูดมาบรรยายบอกกล่าวกัน ไม่ใช่แค่พวกเรา ประชาชนข้างนอก อาตมาก็มาบอกว่าให้มาเป็นคนจน พากันมาลดละมาให้มากกว่าที่จะเอา ให้เขาได้มากกว่าที่เอาจากเขาเป็นต้น จะเป็นคนที่ดี ได้เป็นผู้ที่ให้เขาแทนที่จะเป็นผู้เอาเปรียบได้เปรียบเขา แต่เป็นผู้เสียเปรียบเป็นผู้เสียสละให้แก่คนเขาได้ อาตมาว่าที่พูดไปนี่ เราเป็นผู้ที่เสียสละให้แก่คนอื่นได้ มันไม่น่าจะยากอะไรนะ ก็คงจะพอรู้เรื่องดี และเป็นความ

อ่านต่อ

จำเป็นโดยสัจธรรม ไม่ต้องเอาความฉลาดอะไรมาก ที่มาพบกันและก็สำทับกัน ที่มาพูดย้ำซ้ำซาก ก็เพราะว่าคนเรามันไม่เป็นอย่างที่ว่า ที่อาตมาพูด...ขยับไมค์แป๊บ … มันแปลกนะคนนี่ ถ้าไม่ตั้งอกตั้งใจแล้วตั้งสติดีๆ ให้เกิดปัญญาขึ้นมาก็คงจะพอรู้ว่าอย่างนี้แหละดี มาเป็นคนเสียสละมากน้อยไม่ต้องไปโลภโมโทสัน แต่เรากลายเป็นผู้ที่ได้ให้ได้มีประโยชน์คุณค่า ช่วยเหลือคนอื่นมันดีนะ เมื่อมีสติในปัจจุบันว่ามันพอรู้ว่าเป็นคนไม่เอาเปรียบ เสียสละนี้มันดีนะ แต่เมื่อเผลอสติมีชีวิตสามัญก็จะเอาจากคนอื่น โลภมาให้แก่ตัวเองให้มาก ที่พูดนี้คือจุดใหญ่ใจความของความเป็นมนุษย์ทั่วโลก อาตมาออกมาทำงานศาสนา ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ มีแต่พูดโน้มน้าวให้คนเป็นแบบนี้ แม้เป็นผู้ที่ให้แก่คนอื่น มาเสียสละแก่คนอื่น มันคือกำไรของเรา อย่างที่ในหลวง ร.9 ของเราได้ตรัสจริงๆ มันเป็นเรื่องถูกต้องดีงาม เป็นเรื่องสัจจะที่มันแก้ไม่ได้ เป็นสัจจะที่จริง เราจะมารวมตัว ศึกษาฝึกฝนอบรมก็เพื่อให้เป็นคนชนิดที่ว่านี้ ก็พอมาแล้วก็ไต่ถาม เกริ่นเปรยพูดไปนี้ ว่าพวกเราได้มาเป็นอย่างที่จะมาว่าหรือเปล่า คนเราส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้ ดีไม่ดีขี้โกง ดีไม่ดีปล้นจี้คนอื่นเขาได้เลย มาแล้วก็ลองมาดู มานั่งฟังที่อาตมาพูด มารวมตัวอย่างเที่ยงตรงมาว่าให้มันเป็นไปได้อย่างนี้จริงๆ ต่างคนต่างมีสำนึกมีความรู้ตัว ออกจากที่นี่ไป ไปที่ไหนก็แล้วแต่ก็เป็นคนดังที่อาตมากล่าวแล้ว อันนี้เป็นผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ที่อาตมาเองว่าทำได้เป็นได้ พวกเราก็มาเป็นอย่างที่อาตมาว่าได้ อาตมาก็ได้ช่วยสังคมประเทศชาติได้ดี แม้แต่ผู้บริหารปกครองประเทศ ทุกวันนี้ก็ไม่แม่น อย่างที่อาตมาพูดนี้ ไม่แม่นตรงที่ว่า น่าจะมาเน้นตรงนี้ แต่เป็นอะไรก็ไม่รู้ ไปตั้งกฎระเบียบเป็นกฎหมายอะไรบังคับ แทนที่จะพูดให้เขาเข้าใจ ให้เขารู้ให้เขามีสำนึกว่ามาเป็นคนอย่างนี้ดีมาช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพระเป็นเจ้าต่างๆ หรือเป็นข้าราชการเป็นผู้บริหาร เป็นผู้ใหญ่ ตัวเองเป็นผู้ใหญ่ก็ควรจะเป็นคนเช่นนี้ให้ได้ในสังคมก่อน แล้วคนอื่นจะได้เห็นตามทำตาม ก็ไม่เห็นจะไปเป็นอย่างนั้นไม่เห็นตั้งอกตั้งใจเป็นอย่างนั้นเลย แต่อาตมาว่า อาตมาตั้งใจออกบวชมาทำงานด้านนี้ เห็นเลยว่า เรามาเป็นคนเสียสละสุดท้ายเป็นคนไม่ต้องมีรายได้ ทำงานช่วยเหลือคนอื่นไป ตามหน้าที่ที่เราจะทำได้ แล้วเพียรพยายาม ให้คนอื่นได้เข้าใจเป็นอย่างที่เราเป็นอย่างนี้ มาฝึกฝนตนเองให้มาเป็นอย่างนี้ได้ ไม่มีอะไรมาก ไม่มีอะไรเรื่องเงินยิ่งใหญ่เท่ากับการมาเป็นคนเช่นที่กล่าวนี้ คุณจะไปเรียนวิชาการอะไรต่างๆ ศาสตร์ไม่รู้กี่ศาสตร์ ตั้งชื่อไปไม่รู้กี่ศาสตร์จำไม่หวาดไม่ไหว ก็เพื่อจะให้มาเป็นคนที่สรุปแล้ว เป็นคนที่ทำงาน ศาสตร์ต่างๆแล้วมีรายได้มีผลผลิต รายได้ผลผลิตต่างก็ไม่โลภโมโทสัน แต่เผื่อแผ่แจกจ่ายให้คนอื่นไปเป็นที่จบได้ ไม่ต้องพูดถึงเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ อะไรต่างๆเลย ตีหัวเข้าบ้าน เป็นอย่างนี้ได้รับรองเจริญงอกงามพัฒนาการ อบอุ่น อยู่เป็นสุขอย่างแท้จริงเลย อาตมามั่นใจเช่นนั้น พวกเราที่มาวันนี้ไม่มีอะไรอย่างอื่นที่จะให้พูดมากกว่านี้ ใช้เวลาพูดไปแค่ 14 นาที ก็น่าจะจบได้แล้ว 601022_พ่อครูเอื้อไออุ่นศิษย์เก่าที่มาช่วยงานเจอุทยานบุญนิยม 2560

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน