สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจพอเพียงสำคัญอย่างไรต่อชุมชนอโศก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน เศรษฐกิจพอเพียงสำคัญอย่างไรต่อชุมชนอโศก น.ส.ทิพย์ธิดาว่า...อยากจะถามเกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สำคัญอย่างไร กับชุมชน พ่อครูว่า…มีความสำคัญมากเป็นคำตรัสของในหลวง ที่เลือกภาษาหรือคำมาบัญญัติเรียก เป็นเศรษฐกิจพอเพียง เรื่องของความพอเพียงเศรษฐกิจพอเพียงนี้ มันอยู่คำว่าพอ สำคัญอยู่ที่คำว่า พอ คำว่าพอนี่ มีความลึกซึ้งมาก ในภาษาบาลีภาษาของพระพุทธเจ้าคือ สันโดษ สันโดษไม่ใช่โดดเดี่ยวนะ คนไปเข้าใจใครโดดเดี่ยวอ้างว้าง แต่ที่นี่สันโดษคืออบอุ่น สังคมพอเพียงสังคมชาวอโศกเป็นสังคมที่มีสันโดษ เป็นสังคมที่มีความอบอุ่น ทุกคนอยู่ในนั้น สันโดษแปลว่า ใจพอ จิตใจไม่มีความโลภมาก ไม่ตะกละ เรื่องเอาเปรียบนี่เลิกเลย จิตใจะเอาเปรียบแบบทุนนิยมสามานย์ไม่มี ในภาษาของพระพุทธเจ้ามี อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวก อสังสัคคะ อัปปิจฉะแปลว่ามักน้อยหรือกล้าจน คนที่มีจิตใจจะเจริญขึ้นจริงๆจะกล้าจน ไม่เอาไว้มาก แต่สร้างสรรมาก ในคำสอนพระพุทธเจ้า บอกว่าคนมักน้อย กล้าจน จะทำแต่พอกินใช้แล้วพอไม่ใช่ แต่มีวิริยารัมภะ แปลว่า ปรารภความเพียร ขยันเสมอ ในหลวงของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ แต่ของพระพุทธเจ้า คลุมไว้ต้น กลาง ปลาย ปลายสุดของสังคมของพระพุทธเจ้าคือสาธารณโภคี คือทุกคน ทำงานฟรีไม่มีรายได้ ทำได้ทุกอย่างเอาเข้ากองกลางหมดเลย เป็นสังคมที่เลิศยอด ยิ่งกว่าสังคมใด ชาวอโศก เอาทฤษฎีของพระพุทธเจ้ามาเป็น phenomenol เป็นสิ่งที่ทำได้จริงปรากฏผลสำเร็จ เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว เป็นคนเห็นแก่ส่วนรวม ทุกคนก็จะสังวรไม่โลภมากเอาแต่ได้ ทำได้ก็เอามารวมกับส่วนกลาง เราจึงมีจิตใจที่มีคุณธรรมไม่เห็นแก่ตัวไม่โลภมากแต่สร้างสรรเยอะ มันก็เลยกินใช้น้อย ส่วนเหลือแต่ละคนเอามารวมกันก็เลยมีส่วนเหลือส่วนเกินกอง
อ่านต่อ
กลางเยอะ แล้วเราไม่สะสม แล้วเรายังสังคหะ เผื่อแผ่ผู้อื่น เราเสียสละ ในหลวงตรัสว่า เราเสียนี่แหละคือเราได้ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เสียนี่คือเราเสียสละนี่แหละคือเราได้ คนใดที่อยู่ในฐานะเสียสละคนนั้นคือคนได้ตลอดเวลา ได้คุณธรรมได้เป็นคนมีคุณค่าประโยชน์เป็นผู้ที่ไม่เบียดเบียนใครไม่เป็นภาระกับใคร เป็นผู้ที่ช่วยมนุษย์ช่วยโลกด้วย สุดประเสริฐเลย นี่คือลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียงตั้งแต่ต้นเลย มีความไม่เห็นแก่ตัวมีความสร้างสรรค์ อาตมาเอามาประยุกต์เป็นหลัก บุญนิยม มี 4 ขั้น ขั้นที่ 1 คือ ถ้าเราสร้างสรรค์มีผลผลิตของเราแล้ว เราจะให้แก่ใครไปหรือขาย เรามีเหลือจะขายก็ต้องขายให้ตำ่ โดยเฉพาะอย่างน้อยต่ำกว่าราคาตลาด เป็นเกณฑ์ ใครขายได้ต่ำกว่าได้มากคือความเจริญของเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์บุญนิยม ขายเท่าทุนได้เป็นขั้นที่ 2 ก็เจริญขึ้นอีก ขายต่ำกว่าทุนได้เจริญขึ้นเป็นขั้นที่ 3 แจกฟรีเลยเป็นขั้นที่ 4 เราก็ทำมาตลอดเวลา เรามีหลักการในการจำหน่ายจ่ายแจกสี่ขั้นนี้ เราจึงเจริญขึ้นเรื่อยๆคือความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ลดลง ไม่ต้องสะสม ยิ่งมาเกิดจิตสาธารณะโภคี ส่วนตัวไม่ต้องสะสมมีส่วนกลางกินใช้อยู่แล้ว ทุกคนไม่มาขี้เกียจ ทุกคนมาสร้างสรรเสียสละมีผลผลิต ส่วนตัวกินน้อยใช้น้อย แต่ไม่ให้เสียร่างกายนะ ร่างกายต้องแข็งแรงดีด้วย มีโรคน้อยด้วย โลกที่มีมากเกินนั้นเป็นโทษไปเสียด้วยซ้ำ แต่นี่เรารู้จักพอเลยสมดุล หรือพอดีพอเพียง สมบูรณ์พอเพียง หลักการที่ในหลวงตรัส เป็นคำใหญ่คำกว้างที่รวมความรู้ไว้ ถ้าศึกษาให้ดีก็จะพบว่าเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบ หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง สำหรับสังคมเล็กกลางใหญ่ ปัญหามันเกิดจากความแตกต่างความต้องการของคน 601018 พ่อครูให้สัมภาษณ์ น.ส.ทิพย์ธิดา นศ.ป.โท ม.จุฬาฯ เรื่อง เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ