สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ศาสตร์พระราชา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ศาสตร์พระราชา เริ่มต้นตรงนี้ก่อน หนี้สินของต่างประเทศมากขึ้นมากขึ้น เมื่อกี้นี้ท่านเดินดินเกริ่นไว้ มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ตอนนี้ อาตมาก็เคยพูดหลายที อเมริกา นี่ เป็นหนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอดเลยทุกวันนี้ หนี้อยู่ที่แบงค์ดอลล่าร์ พิมพ์แบงค์ดอลล่าร์อย่างคะนอง เป็นกระดาษที่ออกไปทั่วโลก แล้วไม่คิดค่าต่ำๆด้วย เท่ากับไทย 30 กว่าบาทต่อดอลล่าร์ คะนองมาก อวดดี พิมพ์กระดาษเป็นธนบัตรไป ธนบัตรนี้เท่ากับใบกู้ ไปอยู่ที่ใดเท่ากับคนให้เงินกู้เขาไว้ ใครมีดอลล่าอยู่ในมือเท่ากับเจ้าหนี้อเมริกา เป็นใบตั๋วสัญญาว่าคุณต้องจ่ายคืนนะ เอาไปคืนเขาเดี๋ยวนี้คงพอหมุนได้แต่ถ้า ทั่วโลกเอาไปดอลลาร์ไปคืนอเมริกา เอาทองคำคืนมา เขาก็ไม่มีทองคำ พิมพ์แบงค์มาโดยไม่มีทองคำค้ำประกัน ในโลกเขาถือว่าทองคำนี้เป็นวัสดุที่จำกัดในโลก จะไปขุดมาได้คงไม่เท่าไหร่แล้วก็มีจำกัดเท่านี้ เป็นโลหะที่ดีที่สุด แจ๋วที่สุดหายากที่สุดในบรรดาโลหะ การที่ พฤติกรรมชีวิตของอเมริกา เป็นชีวิตที่หน้าใหญ่ใจโต กินหรูหรากินแหลก ไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่ศาสนาพุทธสอนไว้เลย แล้วทุกวันนี้ก็เห็นผล คนที่เข้าใจก็จะเข้าใจ บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจ อเมริกาเลยทำตัวเป็นชาวโลกหยุดทุกวันนี้ถ้าไม่เป็นเจ้าโลกก็อยู่ไม่ได้ ก่อนจะได้อธิบายก็ขออ่าน ศาสตร์พระราชา กวี 2 บท
ศาสตร์พระราชา(๒) “ทำ”ตามคำพ่อสอน เรา“เสีย”นั่นแหละเรา“ได้”
(๑) “คนจน”ของพุทธนั้น ไม่ทุกข์ “ปรมสุข”เหนือกว่าสุข วิเศษซ้ำ คำตรัสพระประมุข นวราชย์ แห่งไทย โปรดสดับรับฟังย้ำ อีกแม้เคยยิน (๒) เป็นศิลป์เป็นศาสตร์ล้ำ ของพุทธ ประโยชน์สูงประหยัดสุด วิศิษฏ์แล้ ไทยเป็นพุทธมีวุฒิ ในเลือด ไทยเลย ไทยเกิดพร้อมพุทธแท้ แต่ต้นตลอดมา (๓) ธรรมดาย่อมเสื่อ
อ่านต่อ
มบ้าง อย่าถือ เร่งวิมุติเราร่วมมือ หลุดพ้น ด้วยศาสตร์พระราชคือ พรพิเศษ แท้แล แล้วช่วยกันวิวัฒน์ค้น ทิฏฐิถ้วนสัมมา (๔) ไทยพึ่งพาศาสตร์นี้ ลึกสุด แต่ดึกดำบรรพ์ดุจ เลือดเนื้อ โลกุตระนี่หละ“จุด- ยืน”พุทธ นิรันดร์แฮ อย่าปล่อยผิดลามเรื้อ ชาติสิ้นไทยมลาย (๕) ไทยมากหลายพบแล้ว ชัดนัก รักระเบิดลั่นคึกคัก สักขิแล้ ไทยแสดงออกประจักษ์ รักแก่น พุทธเฮย อุตตริมนุสสธรรมแท้ พ่อได้ทรงพลี (๖) พ่อมีจริยวัตรถ้วน ตรึงตรา เพราะพ่อรักปวงประชา ใช่มั้ย? ทรงกิจเพื่อใคร..หา? เจ็ดสิบ ปีโห! ปฏิเสธสิ..มิฉั้ย! ตอบได้พูดเลย (๗) เฉลยศาสตร์พระราชย์นี้ พุทธพิสุทธิ์ อธิปัตย์ขั้นโลกุตร์ ลึกล้น ซึ่งไทยต่างชัดวิมุติ ภูวนาถ แท้แล “ขานรับ”จึ่งท่วมท้น ระเบิดให้โลกเห็น.
“สไมย์ จำปาแพง” ๑ ต.ค. ๒๕๖๐ [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ ๓๒๘ ประจำเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐]
(๑) “คนจน”ของพุทธนั้น ไม่ทุกข์ “ปรมสุข”เหนือกว่าสุข วิเศษซ้ำ คำตรัสพระประมุข นวราชย์ แห่งไทย โปรดสดับรับฟังย้ำ อีกแม้เคยยิน เข้าไปแปลปรมสุขว่า สุขอย่างยิ่ง ก็เลยเข้าใจว่า มีความสุขอย่างล้นเหลือเฟือ ซึ่งมันไม่ใช่โลกุตระ ปรมสุขเป็นของโลกุตระ กลับทวนกระแส คือไม่สุขไม่ทุกข์อย่างเนียนลึกซึ้งมีความว่าง อทุกขมสุข อุเบกขาที่มี ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสรา มีความบริสุทธิ์ที่ทำงานได้อย่างชำนาญเกี่ยวข้องกับบุคคลได้ก็สารบริสุทธิ์ มุทุคือจิตยิ่งมีประสิทธิภาพสูงสุด เก่งขึ้นยอดเยี่ยมขึ้นตลอดเวลา เป็นจิตวิเศษ ยิ่งเก่งในการที่จะไม่ต้องทนกับการทดสอบสัมผัส ลาภยศสรรเสริญโลกียสุขกระทบแล้วไม่สะดุ้งสะเทือนไม่หวั่นไหว จิตกลับจะยิ่งมีเมตตาซ้อนอีก ยิ่งช่วยเหลือเกื้อกูลเผื่อแผ่ ยิ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเขา เป็นปฏิกิริยาซับซ้อนตลอดเวลา เขายิ่งร้าย เรายิ่งดีๆ ซับซ้อนตลอด จิตมุทุธาตุนี้ แปลว่าจิตแววไว ไม่ได้อ่อนแอปวกเปียก แต่แข็งแรงยังกับอะไรดี เป็นจิตใจที่แข็งแรงประเสริฐเชี่ยวชาญพิเศษอ่อนโยน จิตที่ยิ่งสุภาพมีความเมตตา จึงทำงานได้ เป็นกัมมัญญา เป็นการงานที่เหมาะสม เขาแปลกันว่า เป็นการงานที่ประมาณแล้วมีสัปปุริสธรรม 7 ได้สัดส่วนไม่มากไปไม่น้อยไป พอเหมาะ เป็นผลงานที่สมดุล เป็นผลงานที่เป็นประโยชน์สูงประ หยัดสุด เรียกว่ากัมมัญญา ปภัสรา จะทำงานอย่างไรจิตใจก็สดใสผ่องแผ้ว ไม่มีโศกเศร้า นี่คือปรมังสุขัง (๒) เป็นศิลป์เป็นศาสตร์ล้ำ ของพุทธ ประโยชน์สูงประหยัดสุด วิศิษฏ์แล้ ไทยเป็นพุทธมีวุฒิ ในเลือด ไทยเลย ไทยเกิดพร้อมพุทธแท้ แต่ต้นตลอดมา คำตรัสของในหลวงเป็นศาสตร์เป็นศิลป์ แต่คำว่าศิลปะถูกคนปู้ยี่ปู้ยำหลงอัต ลักษณ์กันไปใหญ่ซึ่งผิด แท้จริงแล้วศิลปะนั้นเป็นศาสตร์และศิลป์ของพุทธ (๓) ธรรมดาย่อมเสื่อมบ้าง อย่าถือ เร่งวิมุติเราร่วมมือ หลุดพ้น ด้วยศาสตร์พระราชคือ พรพิเศษ แท้แล แล้วช่วยกันวิวัฒน์ค้น ทิฏฐิถ้วนสัมมา (๔) ไทยพึ่งพาศาสตร์นี้ ลึกสุด แต่ดึกดำบรรพ์ดุจ เลือดเนื้อ โลกุตระนี่หละ“จุด- ยืน”พุทธ นิรันดร์แฮ อย่าปล่อยผิดลามเรื้อ ชาติสิ้นไทยมลาย อนุสัยมีทั้งดีและไม่ดี ธาตุจิตดี อนุสัยก็ดี ธาตุจิตชั่วอนุสัยก็ชั่วเราต้องดึงออกมาวิเคราะห์ว่าส่วนไหนดีหรือร้าย ก็ต้องรู้กำจัดแต่สิ่งร้าย อนุแปลว่าเล็ก สย คือเรา คืออันที่เล็กละเอียดมากแล้ว (๕) ไทยมากหลายพบแล้ว ชัดนัก รักระเบิดลั่นคึกคัก สักขิแล้ ไทยแสดงออกประจักษ์ รักแก่น พุทธเฮย อุตตริมนุสสธรรมแท้ พ่อได้ทรงพลี (๖) พ่อมีจริยวัตรถ้วน ตรึงตรา เพราะพ่อรักปวงประชา ใช่มั้ย? ทรงกิจเพื่อใคร..หา? เจ็ดสิบ ปีโห! ปฏิเสธสิ..มิฉั้ย! ตอบได้พูดเลย (๗) เฉลยศาสตร์พระราชย์นี้ พุทธพิสุทธิ์ อธิปัตย์ขั้นโลกุตร์ ลึกล้น ซึ่งไทยต่างชัดวิมุติ ภูวนาถ แท้แล “ขานรับ”จึ่งท่วมท้น ระเบิดให้โลกเห็น.
ศาสตร์พระราชา(๓) “ทำ”ตามคำพ่อสอน เรา“เสีย”นั่นแหละเรา“ได้”
(๑) นฤมิตนฤนาทนี้ สนั่นลือ โลกฤา พระจริยวัตรระบือ กึกก้อง ห้าธันว์ทั่วไทยคือ วันพ่อ ปสูติแฮ พอสิบสามตุลฯต้อง แทบสิ้นใจสยาม (๒) ถามใครมิพักต้อง ถามไทย ไทยแทบจะขาดใจ ทุกผู้ พ่อพรากสุดขานไข คำโศก เพราะจิตไทยลึกรู้ ราชย์เก้าธำรง (๓) ทรงกรำแจกทรัพย์แท้ โลกุตระ ธรรมเฮย ด้วยกิจพระอุตสาหะ ไป่ท้อ เจ็ดสิบพรรษอาริยะ ทรงตลอด มาแล สุดยากอย่างไรก้อ มุ่งสร้างสัจธรรม (๔) ทุกคำทุกกิจน้อม เกล้ารับ ทูนเทอญ ประเสริฐสุดกว่าทรัพย์ วิเศษฟ้า ทุกถ้วนพบครบสดับ ปฏิบัติ วิศิษฏ์เลย ใครฉลาดรู้ไขว่คว้า ย่อมได้วิสุทธิ์ธรรม (๕) ทุกกรรมโลกุตร์ล้วน ทรงกิจ พระเอย เช่น“ขาดทุน”เต็มจิต นั่นแล้ เป็น“กำไร”ทุกชนิด คือสละ แลนา ซึ่งชัดสัจจะแท้ พ่อได้ทรงพลี (๖) ไทยมีธาตุแห่งเชื้อ พุทธธรรม จึ่งชัดโลกุตร์จำ อดีตได้ กรรมพันธุ์ชาติพันธุ์สัม- พันธ์ส่ง ทอดมา สืบธาตุพุทธเวี่ยไว้ คู่ไท้ไทยสยาม (๗) ยามนี้ยุคนี้พุทธ สุทธิสิทธิ์ “เศรษฐกิจพอเพียง”พิศ เพริศฟ้า ชาติไทยคือที่สถิต นาม-รูป พุทธเฮย “รูป”กษัตริย์ชัดยิ่งท้า พิสูจน์พร้อม“นาม”สนอง?
“สไมย์ จำปาแพง” ๑๒ ต.ค. ๒๕๖๐ [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ ๓๒๙ ประจำเดือนธันวาคม ๒๕๖๐]
พ่อครูว่า...มันเป็นความจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์แล้ว เป็นความจริงในตัวของมันเอง Axiom เป็นสัจธรรมเป็น truth ถาวรเลย เป็นที่ยอมรับกันเลย ตัวเองไม่ต้องพิสูจน์หรอก แล้ว เป็น Axiom แล้ว คนอื่นจะมาพิสูจน์ให้ คนไม่ยอมรับก็คือคน non sense ก็แรงกว่าinnocent หน่อย เป็นคนที่ไม่รู้เรื่องเราก็ต้องปล่อยเขาเป็นธรรมดา คนไม่รู้จัก axiom คือคนที่ไม่อาจจะรู้ความจริงนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สุดยอดแล้ว เขามองไม่ออกเข้าใจไม่ได้ แล้วอาจบอกว่า พูดอะไรบ้าบ้าบอๆ อาจจะเห็นว่าไร้สาระ เห็นว่าอะไรก็ไม่รู้ ไร้สาระไม่เข้าเรื่อง บ้าๆบอๆ ก็น่าเห็นใจ อาตมาไม่ได้โกรธเคืองสำหรับผู้ที่เห็นเช่นนั้น เขาอาจมีจิตเคืองดูถูก บางคนอาจมีโกรธ เพราะพูดแล้วโดนกิเลสเขา คนจนมันเป็นคนจนที่มีสมรรถนะมีปัญญามีความขยัน แต่คนจนที่ขี้เกียจต่อให้มีปัญญาเฉลียวฉลาดก็หามไปทิ้งน้ำก็แล้วกัน คนที่ขี้เกียจนี้ไม่มีปัญญาหรอก แต่เป็นคนมี เฉโก คนที่มีปัญญาแล้วก็เป็นคนจน คนจนที่มีปัญญา จะไม่ใช่คนที่มี เฉโก หรือเฉกะ(เอกพจน์) เฉกตาเป็นคำนาม แต่ว่าความฉลาดของชาวโลกียะ ฉลาดรวยเละ ฉลาดสุจริตเก่งในการหาเงินด้วยความสุจริตไม่มีใครว่าได้ คนโลกๆเห็นด้วยมากเลย เขาก็ได้ออกดอกออกผลรวยไม่รู้จบสิ้น เพิ่มเข้ามาๆ คนอื่นก็ขาดแคลนไป คนนี้ใจดำอำมหิตเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ไม่สิ้นสุด คนแบบนี้คือคนทำลายสังคม เป็นคนรวยที่ไม่จบสิ้นไม่สิ้นสุด เป็นคนรวยที่ไม่มีพอ เป็นคนรวยที่เลวร้ายที่สุด อำมหิตที่สุด เห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ ไม่ลดราวาศอก ยิ่งคนรวย ที่ถือโอกาสเช่น ในประเทศไทยมีกฎหมาย ที่จะขายสารมอมเมาได้ก็อาศัย กฎหมายที่ประเทศอนุโลมไปสร้างมาขาย ประเทศที่ยังด้อยพัฒนาอยู่ ก็จะปล่อยให้ขายสารพิษสารมอมเมาได้ ประเทศที่เจริญจะไม่ปล่อยให้ขายสิ่งเหล่านี้ ถือโอกาสการอนุโลมเหล่านี้ทำสารพิษสารมอมออกมาขายจนตัวเองรวยเละ แต่ตัวเองก็ไม่กินไม่เสพสิ่งนั้นนะ ความรู้ทั่วไปของคนในสังคมไม่ค่อยเข้าใจ axiom ไม่เข้าใจสัจธรรมชั้นสูงโลกุตระ ตอนนี้โลกุตรธรรมเป็นสัจธรรม axiom ในหลวงได้ทรงออกมาเป็นพระจริยวัตร สร้างดินน้ำลมไฟให้เกิดประโยชน์ทั่วประเทศคนจึงได้เห็นชัด ว่าพระวิริยะอุตสาหะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นพระเจ้าแผ่นดินแท้ๆ คนถึงได้เคารพบูชาเทิดทูนในความหนักเหนื่อยของท่าน เป็น axiom ที่จะปฏิเสธไม่ได้ คนตาบอดเห็นได้ใช้สำนวนอย่างนี้ คนตาบอดออกมาร้องเพลงมองเห็นพระเจ้าอยู่หัว axiomatic เป็นความจริงในตัวมันเอง เป็นที่แน่แท้ในตัวมันเอง แต่คนทั่วไปหรือส่วนใหญ่ ตอนนี้ คนในประเทศไทยรู้ได้เยอะแล้ว เพราะว่าเป็นชมพูทวีปจึงมีคนรู้จัก axiom อันนี้แล้ว เพราะว่ามีในเลือดเนื้อวิญญาณ มีของจริงมีรูปธรรมนามธรรม เป็นคู่ต้องมีธรรมะ 2 มีแต่นามอย่างเดียวไม่เกิดปฏิกิริยา axiomatic อะไรก็ตามในโลกของความเป็นมนุษย์ที่มีธาตุรู้ จะต้องมีสภาวะรูปนามหรือสภาวะคู่เสมอ ถ้ามีเดี่ยวๆจะไปไม่รอด เหมือนอย่างที่อาตมาได้อธิบายประชาธิปไตยขาเดียว คือประชาธิปไตยที่ไม่เต็มเต็ง คนมองเผินว่าเป็นสุดยอดมีอิสระเสรีภาพ แต่ไม่ใช่ ซึ่งมันผิดมันต้องมี ธาตุคู่ของความเป็นสัตว์โลก มีวิญญาณ มีนามรูป มีวัตถุกับจิตใจ ไม่ใช่อุตุนิยาม ไม่ใช่เรื่องของวัตถุ ไม่ใช่แค่เรื่องพีชนิยาม พืช ที่เป็นพลังงานชีวะแต่ไม่มีเวทนาไม่มีวิญญาณ ไม่มีความรู้สึกรักชัง พยาบาท ดูดดึงอันอื่นไว้นะ แต่ดูดเฉพาะตัวเอง มีสามเส้าในวงของตนเอง รู้จักตัวเองสร้างตัวเอง สังเคราะห์ตัวเอง พัฒนาตัวเองให้เป็นชีวะ มีอัตโนมัติในตัวเอง แต่ไม่ไประรานอันอื่น อันอื่นมารังแกก็ยังยอมเลย แต่ตนเองไม่รังแกใคร พลังงานพีชนิยามจึงเป็นพลังงานแห่งตัวตนที่สมบูรณ์สุด ในศาสนาพุทธจึงรู้จักอุตุนิยาม เป็นพลังงาน สองเส้า ไม่เกิดพีชะ ไม่มีตัวเองสมบูรณ์ แต่เป็นสามเส้าของพลังงานในตัวเอง มีประธานแต่เป็นประธานที่ไม่มีชีวะ เป็นพลังงานแม่เหล็กแสงเสียงไฟฟ้าเป็นวัตถุ แม้จะมีพลังงานมากมายระดับพระอาทิตย์ แต่ก็ยังไม่ใช่ชีวะ ศาสนาพุทธได้แยกแยะไว้ชัด อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม กรรมคือ Activity ที่สร้างกับทุกชนิด ร่วมกับวัตถุ กับพืช กับมนุษย์ จะรู้จักขนาดว่าจะทำกับเขายังพอดี ไม่โหดเหี้ยมโหดร้าย มีความปรารถนาดี แม้แต่ดินน้ำไฟลม อุตุนิยามก็จะทำให้ดี ไม่ให้เน่าเสียไม่ให้สกปรก ช่วยดินน้ำไฟลม แต่ก็เอาไว้ช่วยระดับล่างสุด พืชก็ระดับรองมา สัตว์ก็ช่วยก่อน มนุษย์ก็ช่วยกัน สัตว์ มนุษย์ที่มีจิตวิญญาณสูงก็จะต้องช่วยกันเองเป็นการรู้จัก level Adaptation ที่จะไล่ระดับ ต้น กลางปลายน้ำได้อย่างชัด เป็นความรู้ที่ร่วมกับสังคม ร่วมกับโลก ร่วมกับทุกอย่าง ถ้าเอาแต่ตัวเองไม่เห็นแก่ใครก็เป็นพีชะ ไม่เบียดเบียนใครเลย เป็นความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าที่คิดเอาเองไม่ได้ ศาสนาพุทธสามารถจัดการพลังงานเหล่านี้เอามาใช้ มาใช้เป็นปริเฉท เป็นส่วนๆ เอากรอบขนาดอุตุ ขนาดพีชะ ขนาดสัตว์ที่จะเอามาใช้ได้เป็นสัตว์ที่เป็น กัลยาณสัตว์ หรือคนก็เป็นกัลยาณคน เอาคนดีมาใช้ ถ้าไม่ดีก็ให้เป็นวิบากไป เราไม่ไปร่วมวิบากร้ายกับใครเลย เราทำแค่กับคนวิบากดีงานก็เยอะแล้ว สัตว์ร้ายคนร้ายก็ไม่ต้องไปทำวิบากกับเขา ไม่ต้องไปทำอะไรอะไรเขาเลย เราจะเกี่ยวข้องกับ วัตถุ พืช สัตว์อย่างไร สัตว์ที่เป็นสัตว์ร้ายจนกระทั่งเป็นสัตว์ที่ดี จนเป็นสัตว์โลกุตระคือเป็นผู้ที่หมดความเป็นสัตว์แล้ว 601020_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ศาสตร์พระราชาเพื่อพ้นความเป็นสัตว์