17.ภาคผนวก จ คู่มือพอกเข่าด้วยสมุนไพรฤทธิ์เย็น.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์782 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

ภาคผนวก จ คู่มือพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น 119 คู่มือพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น คู่มือการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น เล่มนี้ใช้ประกอบงานวิทยานิพนธ์เรื่อง “ผลการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นต่ออาการปวดเข่าของกลุ่มผู้สูงอายุในเขตเทศบาลต าบลดอนตาล อ าเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร” เพื่อเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นของกลุ่มผู้สูงอายุดังกล่าวและคู่มือนี้ผู้วิจัยไม่สงวนลิขสิทธิ์แต่อย่างใด สามารถเผยแพร่ไปสู่สาธารณชนได้ทุกประการเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน การพอกสมุนไพร ความหมายของการพอกสมุนไพร การพอกสมุนไพร หมายถึง การน าสมุนไพรฤทธิ์เย็นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างมาพอกบริเวณที่รู้สึกไม่สบาย นานเท่าที่รู้สึกสบาย โดยทั่วไปใช้เวลาพอกประมาณ 30-60 นาที ทุก 4-6 ชั่วโมงหรือทุก 12 ชั่วโมงก็ได้ หรือจ านวนครั้งที่พอกต่อวันเท่าที่รู้สึกสบาย ถ้าสมุนไพรเริ่มแห้งหรือเริ่มรู้สึกไม่สบาย อาจล้างออก หรือถ้าต้องการใช้ถอนพิษต่อก็พรมด้วยน้ าหรือสมุนไพรให้ชุ่มไป เรื่อย ๆ เมื่อพอก ถอนพิษได้เหมาะสมตามความต้องการ จึงค่อยล้างออก สามารถพอกได้หลายครั้งเท่าที่รู้สึกสบาย เป็นยาเม็ดที่ 5 ของยา 9 เม็ดของการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม (ใจเพชร กล้าจน. 2558 : 335) ส่วนประกอบในต ารับการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็น ต ารับพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นซึ่งได้ผ่านการวิจัยที่ได้ผลดีมากมาแล้ว คือ สูตรที่ประกอบไปด้วยสมุนไพร 6 ชนิด คือ ย่านาง, ว่านกาบหอย, เบญจรงค์, ต้นกล้วย, ดินสอพอง และผงถ่าน ย่านาง สมุนไพรเก่าแก่ที่ชาวอีสานเรียกว่า “หมื่นปีบ่เฒ่า” (หมื่นปีไม่แก่) นั่นแสดงให้เห็นว่าย่านางมีสรรพคุณที่มากมายหลายหลากมากและนับว่าเป็นพระเอกในต ารับยาสมุนไพรฤทธิ์เย็นเลยทีเดียว ส่วนว่านกาบหอย ก็มีสรรพคุณที่มากมายหลายข้อแต่ที่โดดเด่นคือ แก้อาการไอที่หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไ

อ่านต่อ

อร้อน ไอแห้ง ไอมีเสมหะ เป็นต้น เบญจรงค์หรือ อ่อมแซบ มีสรรพคุณที่โดดเด่นในการรักษาระบบมดลูก รักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา และต้นกล้วย ก็มากมายในสรรพคุณ เป็นยาในทุกส่วนของกล้วย โดยเฉพาะมีสาร Tannin (แทนนิน) ที่สามารถฆ่าเชื้อราที่ผิวหนังตลอดจนสมานแผล รักษาแผลได้ทั้งแผลสดและแผลเปื่อย ต ารับสมุนไพรฤทธิ์เย็นพอกเข่าในครั้งนี้ มีอยู่ 6 ชนิด ประกอบด้วย 1. สมุนไพรสด 4 ชนิด 2. ย่านางสด 2 กิโลกรัม 3. ว่านกาบหอยสด 1 กิโลกรัม 4. เบญจรงค์ 1 กิโลกรัม 5. ต้นกล้วยสด 2 กิโลกรัม 6. สมุนไพรแห้ง 2 ชนิด 7. ผงถ่าน 1/2 กิโลกรัม 120 8. ดินสอพอง 10 กิโลกรัม ภาพที่ 82 ใบย่านางที่เหมาะแก่การใช้ท ายาพอก ภาพที่ 83 เบญจรงค์หรือ อ่อมแซบ ภาพที่ 82-83 สมุนไพรย่านาง ที่มา : ย่านางสมุนไพรมหัศจรรย์ (2560) ภาพที่ 84 ว่านกาบหอย ภาพที่ 85 ต้นกล้วยใหญ่ ภาพที่ 86 ต้นกล้วยเล็ก ภาพที่ 87 ผงดินสอพอง ภาพที่ 88 สมุนไพรผงถ่าน อุปกรณ์ที่ใช้ในการผสมสมุนไพรพอกเข่า 1. กะละมังส าหรับล้างสมุนไพร 3 ใบ 2. ตะกร้าพรุนพลาสติกใส่สมุนไพร 3 อัน 3. กะละมังหรือหม้อขนาดกลาง 1 ใบ 4. เครื่องชั่งกิโล 1 อัน 5. เครื่องบดสมุนไพรหรือเครื่องปั่น 1 เครื่อง 6. เขียงรองหั่นสมุนไพร 3 อัน 7. มีดอีโต้ส าหรับตัด 1 เล่ม 8. มีดบางส าหรับหั่น 4 เล่ม 121 9. ทัพพีขนาดกลาง 2 อัน 10. ครกหิน (ถ้ามี) 1 ชุด 11. ผ้าพันหัวเข่าขนาด 10X25 นิ้ว 2 ผืน ภาพที่ 89 ผ้าพันกันสมุนไพรหลุดคนละ 1- 2 ผืน ภาพที่ 90 ภาชนะผสมสมุนไพร พร้อมเชือกมัดข้างละ 2 เส้นไว้มัดกันสมุนไพรหลุด ภาพที่ 91 ดินสอพองผสมผงถ่านแล้ว ภาพที่ 92 สมุนไพรที่หั่นและบดไว้แล้ว ภาพที่ 93 สมุนไพรเมื่อผสมแล้ว ภาพที่ 94 สมุนไพรส าหรับพอกเข่า 1 ข้าง ข้างละ 500 กรัม (1/2 กิโลกรัม) 122 ภาพที่ 15 ภาพแสดงการพอกสมุนไพรฤทธิ์เย็นที่เข่า ภาพที่ 95 วัสดุอุปกรณ์และการพอกสมุนไพร รายละเอียดการเตรียมสมุนไพรฤทธิ์เย็นพอกเข่า 1. ย่านาง 1.1 น าใบย่านางมาล้างให้สะอาด ภาพที่ 96 ล้างย่านาง ภาพที่ 97 ย่านางที่ล้างให้สะอาดแล้ว 1.2 น ามาหั่น ซอย หรือ ตัดให้สั้นลง ภาพที่ 98 ใบย่านางสะอาด ภาพที่ 99 ตัดหรือหั่นให้สั้น ภาพที่ 96-99 ที่มา : สมุนไพรมหัศจรรย์ (2560) 123 1.4 ต าด้วยครกหินให้แหลก ภาพที่ 100 ต าใบย่างนางด้วยครกหินให้แหลก ภาพที่ 101 ต าใบย่านางให้แหลก ภาพที่ 102 ย่านางที่ต าแล้ว ภาพที่ 103 กากย่านางที่คั้นน้ าแล้ว หรือจะปั่นหยาบ ภาพที่ 104 ย่านางปั่น ภาพที่ 100-104 สมุนไพรย่านางที่เตรียมไว้ผสมสมุนไพรอื่น ๆ 124 การเตรียมสมมุนไพรเบญจรงค์ หรือ อ่อมแซบ ภาพที่ 105 พุ่มเบญจรงค์ ภาพที่ 106 การเก็บยอดเบญจรงค์ เบญจรงค์หรืออ่อมแซบเป็นไม้พุ่มไม่ใช่แตกกออย่างว่านกาบหอยวิธีการเก็บจึงแตกต่างจาก ว่านกาบหอย คือตัดยอดหรือกิ่งก้านออกมากะให้ได้ตามจ านวนที่ต้องการแล้ว จึงน าไปล้างให้สะอาดโดยการจุ่มล้างทั้งกิ่งก้านที่ตัดมาเพื่อความง่ายและสะดวกต่อการล้าง วางใส่กาละมังหรือถาดให้สะเด็ดน้ าก่อนจึงน าไปเด็ดใบ แต่ถ้าเด็ดใบก่อนจะล้างยากเพราะใบอ่อมแซบจะเบาและเกาะติดกันเป็นก้อนท าให้ล้างให้สะอาดได้ยากและไม่ทั่วถึง เมื่อล้างให้สะเด็ดน้ าแล้ว น ามาเด็ดใบแยกรวมกันไว้ เพื่อต ารวมใส่กับสมุนไพรอื่น ๆ ต่อไป ใบอ่อมแซบหรือเบญจรงค์ มีความอ่อนนิ่มอวบน้ าจึงไม่ต้องหั่นซอยก็ใส่ครกต าได้ทันทีเมื่อสะเด็ดน้ าแล้ว และยังต าง่ายเหมือนว่านกาบหอย เมื่อต าได้ที่แล้ว เอาน้ าใส่ลงไปคลุกไว้ให้เหลวประมาณหนึ่งเพื่อง่ายในการผสมกับตัวยาสมุนไพรอย่างอื่น ต าแล้วคลุกน้ าพอเหลวและตักใส่ภาชนะแยกไว้รอผสมกับสมุนไพรทั้ง 6 อย่างต่อไป การเตรียมว่านกาบหอย มีว่านกาบหอยใหญ่และว่านกาบหอยเล็ก 1. การเก็บว่านกาบหอยใหญ่ ใบของว่านกาบหอยใหญ่จะมีความกว้างประมาณ 3 นิ้วฟุตความยาวของใบประมาณ 1 ฟุต ถึง 1 ฟุตครึ่ง หนาประมาณ 1 มิลลิเมตรอวบน้ า การเก็บว่านกาบหอยใหญ่ เลือกเก็บใบที่ซ้อนอยู่ล่างสุดทีละใบไล่ขึ้นมาตามล าดับโดยใช้มีดเลาะโคนใบหรือตัดก็ได้ เมื่อเก็บได้พอที่ต้องการแล้วก็น าไปล้างน้ าสะอาดแล้วจึงหั่นซอยและต าให้แหลกเช่นเดียวกันกับย่านาง 2. ว่านกาบหอยเล็ก ลักษณะคล้ายว่านกาบหอยใหญ่สีเหมือนกันแต่ขนาดเล็กกว่ามาก ว่านกาบหอยเล็กเติบโตด้วยการแตกหน่อออกเป็นกอเป็นช่อ ๆ อัดแน่นซ้อนกันอยู่ เวลาเก็บจึงง่ายโดยการใช้มีดตัดเป็นช่อ ๆ หรือสามารถหักเด็ดได้ง่ายเพราะอวบน้ าและเปราะมากเมื่อน ามาล้างจึงเลาะออกมาหั่นซอยสั้นและต าให้แหลกรวมไว้กับย่านางที่ต าแล้ว 125 ภาพที่ 107 ว่านกาบหอยเล็ก ภาพที่ 108 ว่านกาบหอยเล็ก ภาพที่ 107-108 ว่านกาบหอยใหญ่และว่านกาบหอยเล็ก การเตรียมสมุนไพรต้นกล้วย การคัดเลือกต้นกล้วย อนึ่งต้นกล้วยที่จะใช้ในการทดลองในงานวิจัยครั้งนี้ จะใช้ได้ทั้งต้นกล้วยน้ าหว้าที่แก่และให้เครือแล้วเพื่อการให้ประโยชน์สูงและประหยัดสุด หรือต้นกล้วยวัยที่ก าลังเจริญเติบโตน ามาใช้ได้ทุกส่วนของล าต้นเพื่อน ามาประกอบต ารับสมุนไพรฤทธิ์เย็นพอก เข่าต้นกล้วยที่เหมาะแก่การใช้ประกอบในต ารับสมุนไพรฤทธิ์เย็นพอกเข่า ใช้ได้ทุกส่วนของล าต้น ภาพที่ 109 ต้นกล้วยที่ตัดแล้ว ภาพที่ 110 ตัดเป็นท่อน ๆ ภาพที่ 111 ตัด หั่น ซอย ภาพที่ 112 เตรียมบด ปั่น ต า ภาพที่ 109-112 ต้นกล้วยเตรียมบดหรือปั่น ที่มา : เกษตรก้าวหน้า (2560) 126 การเตรียมดินสอพอง ดินสอพองแปรรูปที่ใช้กับผิวหน้าและผิวกาย เป็นผลิตภัณฑ์ที่ท าจากดินสอพองผสมน้ ากรองเฉพาะส่วนที่เป็นเนื้อละเอียด น าไป ฆ่าเชื้อ โดยการน าดินสอพองไปเผาไฟที่ เรียกว่า สะตุ (Desiccate) ดินสอพอง- แปรรูปต้องปราศจากสิ่งแปลกปลอม แต่อาจ มีส่วนผสมของผงพืชสมุนไพรที่บดละเอียด แล้ว เช่น ขมิ้นชัน ไพล แต่งกลิ่น และ ท าให้แห้ง อยู่ในรูปก้อนหรือผง กรณีเป็นก้อน ต้องมีรูปทรงเดียวกันและมีขนาดใกล้เคียงกัน กรณีเป็นผงต้องมีกลิ่นที่ดีตามธรรมชาติของ ส่วนประกอบที่ใช้ ปราศจากกลิ่นอื่นที่ไม่พึง ประสงค์ เช่น กลิ่นหืน กลิ่นบูด ดินสอพองที่จะใช้ในงานทดลองศึกษาวิจัยครั้งนี้นั้น เป็นดินสอพองชนิดผงที่มีคุณสมบัติที่พร้อมที่จะใช้งานได้ทันทีเมื่อเปิดปากถุง เป็นดินสอพองที่มีฉลากก ากับว่าเหมาะสม กับการใช้ทางร่างกายและจากแหล่งผลิตที่ เชื่อถือได้ ที่ได้รับการ รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) บรรจุใน ภาชนะที่ปิดสนิท ที่ฉลากมีข้อความที่แสดงว่า ผลิตภัณฑ์นั้นได้ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ชื่อผู้ผลิต วันที่ผลิต ภาพที่ 113 ดินสอพองแบบก้อน ภาพที่ 114 ดินสอพองแบบผง ภาพที่ 115 ผสมให้เป็นโคลน ภาพที่ 113-115 ที่มา : ดินสอพอง (2560) ผงถ่าน ผงถ่านที่ใช้ในงานวิจัยครั้งนี้ เป็นผงถ่านที่ผลิตจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ ใช้ในการถอนพิษร่วมกับสมุนไพรอย่างอื่นได้ดีเสมอมา ผงถ่านที่ดี คือ ผงถ่านที่มีลักษณะดังนี้ 1. เป็นผงถ่านที่แห้งสนิท 2. เป็นผงถ่านที่ไม่มีสิ่งเจือปน 3. เป็นผงถ่านที่ ผลิตใหม่ ไม่ค้างเก่านาน 4. เป็นผงถ่านที่ ไม่มีกลิ่น ภาพที่ 116 ผงถ่าน 127 ขั้นตอนการเตรียมสมุนไพรฤทธิ์เย็นและพอกเข่า มีหลักการและขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. สมุนไพรสดทุกอย่าง เก็บตอนเช้าก่อนมีแสงแดด ล้าง หั่น ปั่นหรือบดหรือต าให้แหลก สมุนไพรที่บดหรือปั่นแล้วแยกใส่ภาชนะเอาไว้ 2. ผสมสมุนไพรที่เตรียมไว้กับดินสอพองที่ผสมผงถ่านแล้ว 1 : 1 สมุนไพรที่ผสมแล้ว/เข่าข้างละ 300-500 กรัม (ตามขนาดของเข่า เล็ก ใหญ่) 3. ใช้สเปรย์ฉีดพ่นน้ าสมุนไพรฤทธิ์เย็นลงไปที่เข่าข้างที่จะพอกให้ทั่วเพื่อเตรียมสัมผัส ฤทธิ์เย็นจากสมุนไพรและให้ผิวหนังได้ชุ่มชื้นก่อน 4. วางผ้าใต้เข่าข้างที่ปวดและเอาสมุนไพรบางส่วนวางไว้ใต้เข่า 5. เอาสมุนไพรที่เหลือ วางโอบรอบเข่าด้านบนให้ทั่ว 6. ดึงชายผ้าด้านหนึ่งขึ้นมาพันทับและพันอีกข้างหนึ่งปิด ดึงให้แน่น 7. เอามือทั้งสองบีบเกลี่ยสมุนไพรไปให้ทั่วรอบ ๆ เข่า ดึงผ้าให้กระชับแล้วจึงผูกเชือกกันผ้าและสมุนไพรหลุดเวลาเคลื่อนไหว 8. พอกสมุนไพรเอาไว้นาน ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง ระหว่างนั้นถ้าสมุนไพรแห้งหรือเริ่มแข็งก็ให้ใช้สเปรย์ฉีดพ่นหรือจะเอาน้ าพรมลงบนผ้าที่พันรอบเลยก็ได้ ประโยชน์และข้อควรระวังในการพอกสมุนไพร ข้อควรระวังในการพอกสมุนไพร 1. ถ้าบาดแผลที่มีน้ าเหลืองไหลเยิ้มอยู่หรือบาดแผลที่อักเสบที่ยังรุนแรงอยู่ ยังไม่เหมาะที่จะท าการพอก ต้องท าให้แผลแห้งสนิทก่อนจึงท าการพอกซับพิษร้อนได้ การพอกเหมาะส าหรับอาการบวมปวด 2. ถ้าจะต้องการพอกสมุนไพรตอนนอน ก็สามารถท าได้ แต่ต้องระมัดระวังอาจใช้ผ้าก๊อตพันให้ดีกันหลุดและเปรอะเปื้อนได้ ประโยชน์ของการพอกสมุนไพร 1. ช่วยแก้ปัญหาความไม่สบายส่วนใดส่วนหนึ่งบนร่างกายได้เช่นบรรเทาอาการปวด 2. ช่วยลดการกินยาแก้ปวดซึ่งมีผลข้างเคียงต่ออวัยวะภายในเสมอ 3. เป็นตัวอย่างในการแก้ปัญหาสุขภาพด้วยตนเอง สร้างแนวทางการพึ่งตนในเรื่องการแก้ปัญหาสุขภาพด้วยตนเอง ส่งเสริมแนวทางสุขภาพพึ่งตน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน