620812_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 62.docx
เนื้อหาในไฟล์
620812_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 62 อ่านทั้งหมดที่ หรือดาวโหลดเอกสารที่… https://docs.google.com/document/d/1CjsHjx_t-qJBfS63ZCzGAHFe86Mxpn2wnrwDeH-aR-k/edit?usp=sharing
ดาวโหลดเสียงที่ https://drive.google.com/open?id=13cmT_ftgveg8MzrtMA7tSv_iqjWs5BhR
ดูยูทูปที่ https://www.youtube.com/watch?v=mtaEeGic4NE
พ่อครูว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศก รายการสำมะปี๋ซี่วิต รายการนี้เป็นรายการที่เป็นสาระเพื่อความเจริญของชีวิตหรือเป็นธรรมะ แต่มีความหลากหลาย ขออ่านบทความของคุณเปลวสีเงินก่อน บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน' 10 สิงหาคม เห็น "ข่าวพาดหัว" ว่า........
Serbia grants citizenship to Thailand's fugitive ex-PM Yingluck Shinawatra ก็ต้องบอกว่า "ดีใจด้วยนะ...ยิ่งลักษณ์"! มี "สำนัก-เข้าสังกัด" เป็นหลัก-เป็นแหล่งกะเขาซะที เป็นหญิง.......... เที่ยวถือถุง-ถือกระเป๋า ร่อนเร่ประหนึ่ง "นารีสัญจร" แบบนั้น มันไม่เหมาะไม่งาม รู้มั้ย แต่ก็เหอะ ถึงตีตราสัญชาติใหม่ เป็นข่าวครั้งใด เขาก็ยังคงจามกระบาลเต็มยศเหมือนเดิม ว่า "Thailand's fugitive ex-PM Yingluck Shinawatra" "อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์" ผู้หลบหนีคดีของประเทศไทย ฟังแล้ว-อ่านแล้ว เหมือนประจาน "นักการเมืองไทย" และ "ประเทศไทย" ให้เกิดภาพขยะแขยง-น่ารังเกียจ แก่ชาวโลกยังไงไม่รู้! ก็คิดดูซี...... อีกคน "พี่ชาย" ทักษิณ ชินวัตร เวลาเขาจะเขียนถึง เขาก็พะแบรนด์เนมไปด้วยว่า Thailand's fugitive ex-PM Taksin Shinawatra พวกต่างชาติ อ่านข่าวแล้วคงสงสัยในใจ.... "เอ๊ะ...ประเทศไทยนี่ พวกนักการเมืองล้วนแล้วแต่ 'โกงบ้าน-กินเมือง' กันทั้งนั้นหรืออย่างไรกัน คราวก่อน 'อดีตนายกฯ ทัก
อ่านต่อ
ษิณ' แล้วนี่..มาอีกแล้ว 'อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์' แถมตระกูลเดียวกันซะอีก พอถูกจับได้ ก็หนี เที่ยวเอาเงินไปช็อปสัญชาติกันสนุกสนาน?" เนี่ย... มีสิทธิ์ให้เขาคิดอย่างนี้ได้ เพราะมีที่ไหนในโลก ตระกูลเกียวกัน พี่นายกฯ น้องก็นายกฯ แล้วทั้งพี่-ทั้งน้อง ก็เป็นอาชญากรหนีคดีโกงบ้าน-กินเมือง ออกมาลอยชาย กินหรู-อยู่สบาย ใครก็ตามจับไม่ได้ พี่ซื้อสัญชาติมอนเตฯ น้องซื้อเซอร์เบีย เป็นซอมบี-ผีมีป่าช้าอะร้าอร่าม จะบอกว่าน่าดีใจหรือเศร้าใจ ก็บอกไม่ถูก ไงก็ ซื้อเป็นแพ็กเกจแบบเอื้ออาทรไว้เผื่อญาติโก-โหตุเกด้วยก็น่าจะดี เพื่อความไม่ประมาท มานั่งคิดๆ.....เออ ผมนี่ น่าจะเป็นพวกบ้าคิด และคิดจนเป็นบ้าคนเดียวจนได้ คือคิดว่า ชาตินี้ ทั้งพี่-ทั้งน้องคู่นี้ จะมีบุญวาสนาได้กลับมากราบศพ "หลวงพ่อพันเทวาเพ่งตะวัน" ที่เชียงใหม่ บ้างมั้ยหนอ? "หลวงพ่อพันเทวา" ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่ผมว่า ท่านทุ่มเทชนิด "ไม่คิดชีวิต" เพื่อพี่น้องคู่นี้มาก ทั้งเพ่งพระอาทิตย์ตอนเที่ยงๆ ทั้งสาดเลือดสดๆ ใครจะครหานินทา คณะปกครองสงฆ์จะว่าอย่างไร ท่านไม่สน เพื่อทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ได้อยู่กินบ้าน-กินเมือง "หลวงพ่อพันเทวา" ทำได้....... ทะหง-ทหารว่าแน่ๆ ไปวัด หลวงพ่อเอาเลือดสดๆ สาดทีเดียว...กระเจิง! ก็มรณภาพไปแล้ว เคยอ่านข่าว ก่อนมรณะท่านอาพาธ แต่ไม่มีใครไปอินังขังขอบท่านเลย ผิดกับตอนยังใช้เดรัจฉานวิชารับใช้ตระกูลนี้ได้ ไปกันแน่นวัด ก็เลยคิดว่า พี่เป็นหนุ่มมอนเตฯ น้องเป็นสาวเซอร์เบีย "ตัดชาติ-ขาดประเทศ" จากไทยไปอย่างนี้ คงหมดเยื่อ-หมดใย ไม่คิดกลับมาแสดงความรู้บุญ-รู้คุณหลวงพ่อพันเทวาแล้ว แต่ก็อย่างว่า ถึงคิดกลับ ด้วย "กฎหมายใหม่" ใครมีคดีความแล้วหนี ไม่มีวันหมดอายุความ ก็คง "กลับยาก" เนอะ! ไอ้เรื่องห้ามน่ะ ไม่มีใครห้ามหรอก เพราะถึงถือสัญชาติอื่น ด้วยเชื้อไทย จะกลับวันไหน-ชั่วโมงไหน มีสิทธิ์กลับมาได้ทันที แต่มีเงื่อนไขว่า ต้อง "เข้าคุก" ก่อน!
พ้นโทษคุกเมื่อไหร่ อยากไปไหน..ก็ไป แต่อย่าลืมไปขึ้นศาลด้วยคดีใหม่ๆ ที่รอคาอยู่ในศาลด้วยแล้วกัน เพราะด้วย "รัฐธรรมนูญ ฉบับปราบโกง" หนี..คดีไม่มีวันหมดอายุ อย่างนี้กระมัง "เพื่อไทย-อนาคตใหม่" หัวเครื่อง ๗ พรรคค้าน เข้าสภาก็ไม่สนใจปัญหาใดของชาวบ้าน สน "แก้..เพื่อฉีกรัฐธรรมนูญ" ฉบับปราบโกง แล้วเขียนใหม่ทั้งฉบับท่าเดียว! เพราะมีแต่ "เขียนรัฐธรรมนูญใหม่" โดยฝ่ายตัวเอง "มีอำนาจ" คุมเท่านั้น "หนุ่มมอนเตฯ-สาวเซอร์เบีย" จึงจะมีโอกาสกลับเข้ามาโดยไม่ต้องเข้าคุก ก็มันแหงๆ เมื่อแก้โดยฝ่ายตนมีอำนาจคุมกลไก เลี้ยงมือกฎหมายผลาญข้าวสุกไว้เป็นกุรุส มีหรือ เขียนกฎหมายใหม่ทั้งที ที่จะไม่เจาะรูเป็นช่องสู่การ "ล้างกฎหมายลูก" ที่เป็นยันต์ปิดปากหม้อขังวิญญาณผีกินบ้าน-โกงเมือง แล้วจับถ่วงน้ำไว้ตอนนี้ เห็นจะไม่มี ก็เห็นมั้ยล่ะ ตอนหาเสียง ไปจังหวัดไหน ก็โม้ว่าได้เป็น ส.ส.แล้วจะแก้ปัญหานั่น-นี่ให้ พอได้แล้ว มันทำอะไรล่ะ? ทำพิธีกรรม "แก้รัฐธรรมนูญ" อภิวัฒน์ "พ.ร.บ.สุดซอย-เหมาเข่ง" พ.ศ.๒๕๕๖ ที่เจ๊งไปนั่นไง ประชาธิปไตยน่ะ มันไม่มีในกระดาษ ในรัฐธรรมนูญฉบับไหนในโลกหรอก มันมีอยู่ใน "จิตสำนึก" ทางกระทำของคนตะหาก เมื่อคน.... ด้วย "สำนึกโจร" เขียนรัฐธรรมนูญ มันก็จะเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับ "สำนึกเบ็ดเสร็จ" เอื้ออาทรให้โจรอ้างอิงใช้ "ปล้นบ้าน-เปลี่ยนเมือง" ว่าที่พวกมันทำ "ชอบแล้ว" ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับ "สำนึกเบ็ดเสร็จ"! ก็...เสร็จมัน! ฉะนั้น ต้องยันให้มันหงายท้อง-หงายไส้ ขืนปล่อยให้มันเสือกหัวเข้ามาได้ แค่คำว่า "แก้ไข..." แล้วมันก็จะค่อยๆ แทรกเข้ามาทั้งตัว นั่นคือ แก้ไข...เพื่อเพิ่มมาตราให้ไป "เขียนใหม่" ทั้งฉบับ ซึ่งเท่ากับ "ฉีกรัฐธรรมนูญ" ฉบับปราบโกง ที่เป็นยันต์ปิดปากหม้อ ที่พวกมันกลัว จนต้องปลุกระดม เพื่อฉีกแล้วเขียนใหม่ อย่างที่เหย็งๆ กันอยู่ตอนนี้ วานซืน ผบ.ตร. "พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" นำคณะคลี่คลายคดี "โจรใต้ระเบิดกรุง" ช่วงประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน มาแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ต้องชมการทำงานตำรวจชุดนี้ ว่ามีการทำงาน "เป็นทีม" ที่ดีมาก เห็นได้ชัด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ในฐานะ ผบ.ตร.พัฒนาองค์กรทันสังคม "เทคโนโลยีเปลี่ยนยุค" ได้น่าพอใจ เห็นได้จากการติดตาม-คลี่คลายคดี ตามแถลง ซึ่งยอมรับว่า "การข่าวดี" การใช้เทคโนโลยีสื่อสารประกอบวิทยาการทางสืบสวน-สอบสวน-แกะรอย ถือว่า ก้าวหน้าเป็น "ระบบดี" "ทันโจร" ที่ขณะนี้ โจรพัฒนา "ระบบ-รูปแบบ" และวิทยาการไปอีกขั้นเช่นกัน ประสิทธิภาพ "ใช้ได้" เพราะงานนี้ เฉพาะคน-เฉพาะหน่วยงานเดียว ทำไม่ได้ ต้องประสานกับหน่วยอื่นๆ และนอกหน่วยอีกมาก การที่ตามคนร้ายได้เร็ว และไม่ฉาบฉวยเอาแค่พอได้ตัวแล้วก็จบ สืบสาวราวลึกลงไป แม้แค่เห็นหลังไวๆ ว่าใคร-เป็นใครในขบวนการนี้ ก็ถือว่าเป็น "ประสิทธิภาพใหม่" ในความเป็นตำรวจมืออาชีพ "ยุคใหม่" ที่น่าพอใจ ทำให้ประชาชนอุ่นใจได้ ในสถานการณ์ "หน้าเก่า-มือใหม่" ช่วงการเมืองเปลี่ยนอำนาจ "พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข" ผู้ช่วย ผบ.ตร.ที่คอยตอบคำถามนักข่าว นายตำรวจท่านนี้ ดูทรงภูมิ มาดดี การพูด-การตอบ ถือว่า "เป็น" เลยทีเดียว กับคำถามที่นักข่าว มุ่งจะเอาแต่ข่าว แต่ข่าวในคดีเช่นนี้ ไม่ใช่ข่าว "ตีหัวหมา-ดาราแย่งผัว" จะตอบไปเรื่อยทุกเรื่อง-ทุกประเด็น มีแต่ "เสียทุกด้าน" ถ้าไม่ตอบพอเป็นกระสายไปบ้าง ก็เสียอีก จะถูกด่า เมื่อไม่อยากบอก แล้วจะมาแถลงทำไม สรุปว่า "สมน้ำ-สมเนื้อ" ในภาพใหญ่ อย่างน้อย เมื่อชาวบ้านเห็นขั้นตอนการทำงาน เห็นผลการทำคดี เห็นการสืบสวน เห็นความเป็นทีม เห็นพัฒนาการการทำงานยุคสังคมใหม่ของยุค พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็อุ่นใจอีกระดับ! ที่ไม่อุ่นใจ กลับต้อง "เอะใจ" ก็คือ การแสดงออกของ ๗ พรรคฝ่ายค้าน กรรมการสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอตช์ คนพวกหนึ่ง แค่สะดุดตีนล้มปากแตกเอง ฮือกันออกมาชูป้าย ฮือกันโพสต์-ฮือกันแชร์ หยุดคุกคาม, หยุดทำร้าย, หยุดทำลายสิทธิมนุษยชน, หยุดกระทำป่าเถื่อน ต่างๆ นานา แต่บ้านเมืองถูกก่อวินาศกรรม ไม่มีใครสักคนในซีกนี้ รู้ร้อน-รู้เจ็บ กับบ้านของตัวเองที่มีคนทำลาย ซ้ำมีคนบาดเจ็บ มีแต่ "ห่วงคนร้าย" ว่ายัดข้อหาบ้าง จะไม่ได้รับความเป็นธรรมบ้าง จับแพะบ้าง ครับ.... แต่ละเรื่องที่คุยมา มองผาดๆ เป็นคนละเรื่องทั้งนั้น แต่ถ้าพินิจ ที่ว่าคนละเรื่องนั้น มันเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน" ทั้งสิ้น "การเมือง" ไม่ทำลายเมือง คนเสียประโยชน์-เสียอำนาจทางการเมือง ตรงนี้แหละมัน "ทำลายเมือง" "ตำรวจ-ทหาร" ยังเป็นหลักสำคัญ "ยันบ้านเมือง"!
พ่อครูว่า...น่าสงสารบ้านเมือง
สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน ทำไมพ่อครูต้องชื่อรัก _สมณะมือมั่น...พระนางสิริมหามายา เมื่อให้กำเนิดเจ้าชายสิทธัตถะแล้ว จะต้องสิ้นพระชนม์ใน 7 วันจะต้องเป็นแบบนี้ทุกครั้งหรือไม่ที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา พระราชมารดาจะต้องสิ้นพระชนม์ 7 วันแบบนี้ทุกพระองค์ พ่อครูว่า..ตอบไม่ได้หรอก องค์อื่นก็ไม่ได้บอกไว้ว่ามารดาชื่อสิริมหามายาแล้วจะตายภายใน 7 วัน เป็นเรื่องไม่ตายตัวหรอก แต่องค์นี้บอกได้ เรื่องนี้เป็นอจินไตยอย่างหนึ่ง คนผู้ใดก็ตามจะชื่อนี้ชื่อนี้คนที่ปฏิบัติธรรม อัครสาวกของสมณโคดมจะชื่อพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ เป๊ะเลย พุทธเจ้าองค์ก่อนๆก็จะพยากรณ์ไว้แล้วว่าคนนี้จะไปเกิดเป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้าสมณโคดมและชื่อพระโมคคัลลานะพระสารีบุตร พระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆก็จะรู้ สิ่งเหล่านี้เป็นอจินไตย ชื่อก็ดี หน้าที่ที่ทำกรรมวิบากไว้ก็ดี พระโมคคัลลานะพระสารีบุตรก็มีกรรมที่สั่งสมไว้มั่นใจตั้งใจที่จะมาเป็นพระอัครสาวกให้ได้ ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งมาจะเป็นได้ แต่ต้อง Born To Be ต้องคนนี้ต้องเกิดเป็นคนนี้อย่างนั้นเลย อย่างอาตมาเป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีมาก็จะมีลักษณะอย่างนี้ พูดไปแล้วอย่าไปเล่นลิเกนะด้วยความจริงเลยก็จะมี ชื่อนี้เลย อาตมาชาตินี้ต้องชื่อ “รัก” ไม่สงสัยเลย ชื่อมงคลก็ไม่สงสัยเลยชื่ออะไรก็ไม่สงสัยเลย ต้องเป็นอย่างนี้ อาตมาะจะต้องมาชื่อ “รัก” เพราะอาตมาจะมีคนที่มีมิจฉาทิฏฐิเกลียด เพราะฉะนั้นจะต้องชื่อ “รัก” เข้าไว้ คนที่ไม่ดูเอาแต่ชื่อหรือพฤติกรรมเปลือกๆ แต่จะดูเนื้อใน จะเห็นเลยว่าคนนี้ชื่อ “รัก”จริง น่ารักจริงๆไม่ใช่คนน่าเกลียดเลย ขนาดอาตมาเดิมชื่อว่า “มงคล”ก็ยังมาเปลี่ยนเลยเพราะเป็นชื่อที่ดีแล้วเป็นชื่อที่พาไปสู่มงคลก็ยังไม่ชัด ก็เปลี่ยนเป็นชื่อ รัก เลย ขนาดนั้น ยังมีคนตาดีที่มารักอยู่ไม่เท่าไหร่เลย นอกนั้นคนตาถั่วทั้งนั้น อาตมาเป็นคนที่น่ารักเพราะอาตมาเป็นคนที่รักคนทุกคนแม้แต่ศัตรู อาตมาเป็นอย่างนั้น อาตมาเป็นคนน่ารักเพราะอาตมาเป็นคนที่ไม่เกลียดชังใครแม้แต่ศัตรูก็รัก
เพราะฉะนั้นพวกคุณนี้ถ้าเคยได้ฟังเพลง … รักคนที่เขารักเราดีกว่า อย่าไปรักคนที่เขาไม่รักเราเลยจะอกหัก เพราะฉะนั้นคนน่าจะรักอาตมานะเพราะอาตมารักคุณ พูดไปแล้วเดี๋ยวมันจะน่าอ้วก พอแล้ว
_ซึ้งบุญ...เมื่อวานนี้ไปเก็บผักตำลึง มันก็มีรังมดแดงอยู่ในนั้น ก็มองเห็นก็เลยเอาเคียวยาวๆตัดรอบๆ แต่มันไปถูกรังมดแดงพังลงมาเลย ไม่ได้เจตนา เลยคิดว่าฝนตกเขาจะอยู่อย่างไรหนอ ลูกจะมีวิบากอย่างไร พ่อครูว่า...ก็มีวิบาก ก็เป็นคนไปทำเองจริงๆเป็นวิบากไปทำร้ายรัง จะเป็นเจตนาหรือไม่ก็ตามกรรมสำเร็จรูปแล้วรังมดแดงเขาก็พังนะ คนไม่เจตนามาพังบ้ านคุณ แต่คุณจะรู้สึกว่าไม่เสียใจเลยหรือ
สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน ทำไมต้องตำหนินั่งหลับตา _จาก ท่านจันทร์ กราบพ่อท่านครับ ผมพบกับคุณไพศาล พืชมงคล ที่โทรทัศน์ช่อง13 เมืองทองธานี 11/8/62 ฝากถึงพ่อท่านว่าประเด็นสำคัญไม่น่าจะเน้นเรื่องหลับตาไม่หลับตา แต่ควรจะเน้นเรื่องสติมากกว่า การเน้นเรื่องหลับตาไม่หลับตาเป็นการสร้างความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น อยากให้พ่อท่านแสดงอริยสัจ 4 ที่มีรอบ 3 อาการ 12 เป็นอย่างไร แต่ละรอบคืออะไรบ้าง แต่ละอาการคืออย่างไร เคยนิมนต์พระรูปใดๆ ก็ไม่มีรูปใดแสดง พระอาจารย์มั่น พระอาจารย์เสาร์ แม้แต่หลวงพ่อคูณ บางเรื่องก็มีประเด็นเป็นอัศจรรย์ การประกาศศาสนาต้องแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง พ่อครูว่า...ตกลงติงว่า ไม่ควรจะเน้นเรื่องอัตตาหรือไม่หลับตาแต่คนเน้นเรื่องปฏิบัติที่ถูกต้องเช่นอริยสัจ 4 อยากให้อธิบายเรื่องนี้มาเลย รอบ 3 อาการ 12 เป็นอย่างไร จริง ดี แต่ประเด็นที่สำคัญ เหมือนกับพระพุทธเจ้าท่านยกตัวอย่างว่ามีคนคนหนึ่ง ถูกลูกศรยิง เป็นลูกศรอาบยาพิษมาเสียบบาดเจ็บ เพื่อนฝูงเห็นเข้าก็จะรีบช่วยเหลือเอาลูกศรออก คนที่ถูกลูกศรบอกว่าอย่าเพิ่งเอาออกต้องรู้ก่อนว่าลูกศรนี้ใครยิงมาไปสอบสวนมาใครยิงลูกศรนี้ เรื่องอะไรมายิงเราและลูกศรนี้อาบยาพิษชนิดไหนต้องรู้ก่อนจึงจะให้ผ่าออก เป็นเช่นนั้นแหละ เทียบเคียงได้เช่นนั้น ความจำเป็นสำคัญไม่ทำจะไปทำในสิ่งที่ยังไม่จำเป็น ทำไมอ่ะทำไมถึงพูดอย่างนี้ พูดถึงว่าคุณไพศาลติงเตือนอาตมาว่าไปพูดเรื่องการหลับตาไม่หลับตาทำไม ทำไมไม่อธิบายเรื่องอริยสัจ 4 อาตมาก็เห็นว่าศาสนาพุทธทุกวันนี้ถ้าไม่กล้าพูดประเด็นหลับตานี้ คุณจะอธิบายอริยสัจ 4 เท่าไหร่ แต่เขาเอาแต่หลับตาไปอยู่ในภพภูมิเขาจะได้ยินอะไร เขาจะรู้อะไร เพราะเขาไม่สนใจเรื่องลืมตา และอริยสัจ 4 เขาก็ไม่สนใจ เพราะฉะนั้นต้องแก้ปัญหาให้ถูกประเด็น หยุดอันโน้นและมาฟังอันนี้เขาจึงจะพอรู้เรื่อง แต่ตอนนี้เขาไม่ฟังหรอก คุณจะปฏิบัติอริยสัจ 4 มรรคมีองค์ 8 โพชฌงค์ 7 โพธิปักขิยธรรม 37 เขาไม่เอาหรอก ทุกวันนี้เขาเข้าป่าหลับตาอย่างเดียว เป็นยาวิเศษหม้อเดียวอย่างเดียว มันผิดเพี้ยนไปเป็นเดียรถีย์สุดโต่ง อาตมาไม่ต้องบอกเลยว่าให้มาฟังอริยสัจ 4 แต่คนได้ฟังแล้ว คนที่รู้อยู่แล้วทั่วไปคุณไพศาลก็รู้ว่านี่คือหัวใจศาสนาพุทธอริยสัจ 4 ใครก็รู้ใครก็เข้าใจไม่ต้องพูดก่อน แต่ก็หลับตานี้เขารู้หรือว่ามันเป็นเรื่องผิด มันไม่ต้องไปหลับตา เขารู้จริงหรือเขาไม่รู้เลย เป็นประเด็นหญ้าปากคอกหรือเปล่า ไม่แก้ตรงนี้ก่อนแล้วไม่คุ้มเลย เสียเวลาอาตมาจะมาทำงานศาสนานี้ คุณไพศาลคุณเรียงลำดับให้ถูกต้องอาตมาว่าได้เรียงลำดับถูกต้องนะอธิบายอันนี้ก่อน จะมาอธิบายหัวข้อที่ 1 2 3 4 ทำอย่างนี้อยู่ ขออภัยที่พูดเหมือนกับแย้งเถียง แต่ลีลาอาตมาเป็นอย่างนี้แหละอาตมาจอมเวที ชกกันมีลีลาอย่างนี้หากชกไม่มีลีลา ใครก็ไม่ดู อริยสัจ4 รอบ 3 อาการ12 ขอไว้ก่อนวันหลังอธิบาย _ พระอาจารย์มั่น พระอาจารย์เสาร์ แม้แต่หลวงพ่อคูณ บางเรื่องก็มีประเด็นเป็นอัศจรรย์ การประกาศศาสนาต้องแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง พ่อครูว่า….จะให้อัศจรรย์ตีลังกาหกคะเมนอย่างไรก็ตาม น่าทึ่งน่าอัศจรรย์อย่างไรก็ตามพระพุทธเจ้าก็โยนทิ้งหมด ไม่เห็นจะน่าอัศจรรย์แต่อย่างใด เขาเก่งจังก็แค่อิทธิปาฏิหาริย์อาเทสนาปาฏิหาริย์ก็ไม่ต้องไปใส่ใจพวกนั้นหรอก ที่พูดนี้ต้องหมายความอย่างนั้นบางประเด็นก็เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ แต่ถ้าเป็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์นั้นน่าอัศจรรย์เขาไม่มี ในหลวงพ่อคูณในอาจารย์เสาร์เขาไม่มี อนุสาสนีปาฏิหาริย์ไม่มี เพราะไม่ได้สาธยายเรื่องคำสอนอย่างอนุสาสนีฯ มีแต่นั่งหรือเดินจงกรมและให้หยุดจิตอย่าให้จิตออกนอกตัว อย่าไปคิด ไปโน่น พิจารณาเหมือนกันแต่พิจารณาไปในทิศทางแบบเดียรถีย์ อธิบายฌานหลับตากันซึ่งไม่มีในพระไตรปิฎกไม่เชื่อไปดูเขาสอนเลย อธิบายในพระไตรปิฎกก็ไม่มี ไม่เชื่อไปถามสู่แดนธรรมเลยเขาบวชเรียนกับข้างนอกมาก่อน ที่อาตมาพูดต้องต้านแรง เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นมันไม่ใช่แล้ว กระแสของสังคมทุกวันนี้เขาเชื่อว่าอย่างนั้นถูก อาตมาว่า 90% เลยนะศาสนาพุทธในเมืองไทยเชื่อกันว่าปฏิบัติต้องออกป่านั่งหลับตาปฏิบัตินั่นแหละคือพระแท้ๆของศาสนาพุทธ เขาเชื่ออย่างนั้นจริงๆเลย ซึ่งความจริงแล้วพระพุทธเจ้าออกบวชพระพุทธเจ้าออกบวชก็หลงผิดแบบนั้นออกป่าไปแบบนั้นมาเสียเวลาไป 6 ปีท่านก็บอกว่าไม่สำเร็จแล้วท่านก็บอกว่าไม่เอาแล้วเสียเวลา ท่านรู้ตัวแล้วก็เดินเข้าเมือง ท่านไปโปรด พระยสะ แล้วเพื่อนพระยสะ กับปัญจวัคคีย์ รวมเป็น 60 รูป บรรลุ เสร็จแล้วพระพุทธเจ้าก็บอกว่าทั้ง 60 องค์บรรลุอรหันต์เป็นผู้มีบารมีสั่งสมบารมีมา บารมีของพระสมณโคดมก็มีเทศน์ให้ฟังเพียงกัณฑ์สองกัณฑ์ก็บรรลุแล้ว อยู่ดีๆถ้าหากไม่มีบารมีเก่าฟังธรรมแค่ 2 กัณฑ์จะไปบรรลุได้อย่างไร เสร็จแล้วพระพุทธเจ้าก็บอกพวกเธอจงเข้าไปสู่นิคมนครไม่ใช่เข้าป่า แยกกันไปคนละนิคม ไม่ต้องไปซ้ำซ้อนกัน แม้เราก็จะไปที่อุรุเวลาเสนานิคม ถ้ามีบารมีแล้วไม่ต้องอาศัยป่า แบบคนป่าไม่เอา ไปเข้าเมืองสอนคนเมือง เพราะศาสนาพุทธเป็นศาสนาของคนเมืองไม่ใช่ศาสนาคนป่า อาตมาพูดแล้วพูดอีกมันยากมากเลยเมื่อเป็นอุปาทานหลงยึดถือไปเสียแล้ว อาตมาก็เป็นคนอาภัพรูปไม่หล่อพ่อไม่รวยความรู้ไม่มี สำนักไม่มี อาจารย์ไม่มีต่างๆนานา อาตมาไม่มีเครดิตอะไร คนที่มาฟังอาตมาแล้วเชื่อเข้าใจนับถือได้ มีบารมีมาทั้งนั้น
สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน คำว่าแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง พ่อครูว่า..สอนอาตมาให้ทำเช่นนี้ จุดร่วมอย่างไร จุดต่างอย่างไร อาตมาเป็นสังวาสเดียวกันกับชาวพุทธทุกคนเรียกว่าเป็นผู้ร่วมอยู่ในพุทธด้วยกันเหมือนกันหมดเลย เพียงแต่เป็นนานาสังวาส นี่เรียกว่าจุดร่วมแล้ว ไม่ต้องแสวง อาตมาประกาศนานาสังวาส รู้จักที่ต่างจุดที่เหมือนกันอยู่แล้วจึงประกาศนานาสังวาส ต่อมาเถรสมาคมก็พูดว่าอัปเปหิ โพธิรักษ์ออกไปแล้ว ที่จริงอาตมาอัปเปหิหมู่ใหญ่ออกไปแล้วตั้งแต่ 6 ส.ค.. 2518 ที่วัดหนองกระทุ่ม นครปฐม ตอนแรกเขาก็รับไว้ดีนะ ปล่อยให้ประกาศนานาสังวาสไปได้ ต่อมาคิดอย่างไรไม่รู้ก็ดึงอาตมาเข้าไปทำสังฆกรรมทั้งที่เป็นเรื่องผิดพระธรรมวินัย บอกว่าจะต้องเอาเข้าสังฆกรรมมาดึงอาตมาเข้าไปในสังฆกรรมนี้ทำกันเอง ปกาสนียกรรม ประกาศให้ออก เหมือนกับพระพุทธเจ้าประกาศให้พระเทวทัตออกไปอย่างนี้เป็นต้น สมัยพระพุทธเจ้าทำครั้งเดียวแต่นี่ทำอย่างใหญ่เลย แล้วรวมกันทั้งพระมหานิกายและธรรมยุตรวมกันประกาศซึ่งเป็นเรื่องโมฆะ ผิดพระธรรมวินัยหลายอย่าง ก็น่าสังเวชใจศาสนาพุทธมันย่ำแย่จริงๆหน้ามืดตามัวจะทำอะไรก็ทำอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วอ่านพระธรรมวินัยด้วยแต่ตนเองละเมิดพระธรรมวินัยตัวเองทำก็เป็นเรื่องโมฆะหมดเพราะทำไม่ถูกต้อง ฆราวาส หรือ พุทธศาสนิกชนทั่วไปก็ไม่รู้เรื่องเพราะมันเป็นเรื่องธรรมเป็นวินัยของพระหรือสมณะ แต่เขาทำผิด มอมเมาคนให้เข้าใจความถูกเป็นความผิด ความผิดเป็นความถูก อาตมาก็ว่า ศาสนาพุทธที่ไม่รู้จะชื่นชมตรงไหนมันเลยน่าสังเวชใจ อาตมาเองน่ะร่วมอยู่แล้ว และก็พยายามรู้ความต่าง นานา ก็ทำปฏิบัติครบหมดเลยเป็นนักกฎหมาย แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างคืออย่างไร อาตมาทำถูกต้องแล้ว แต่ทางโน้นไม่รู้เรื่องไม่ยอมรับ ทำเหมือนตัวเองถูกแล้วพยายามป้ายผิดใส่อาตมาสารพัด อาตมามั่นใจในความจริงความถูกต้องและก็ยืนยันมาจนวันนี้ 40-50 ปีมาแล้ว คนมีอำนาจมีอำนาจทางโลกที่จะทำกับอาตมาได้ปู้ยี่ฟ ปู้ยำคุณก็ทำกับอาตมาไปได้สารพัดจะมาก็ทนได้เพราะอาตมาเป็นสีทนได้ ขออภัยที่ดูเหมือนไปแย้งกับคุณไพศาล
นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ
สื่อธรรมะพ่อครู(วรรณะ 9) ตอน ใจพอคือใจอย่างไร _สิกขมาตุกล้าข้ามฝัน น้ำตาไหลเพราะว่าดูรายการทีวี คนแก่ตายาย 2 คนนั่งกินข้าวเปล่า 1 กล่อง ช้อน 2 คัน ข้างถังขยะ ก็นั่งดูน้ำตาไหล ไปเช็คตัวเองว่าตัวเองทุกข์หรือไม่ก็ไม่ทุกข์ แต่ไปคิดแบบเคหสิตะ อีกเรื่องคือ เรื่องประเทศไทยเป็นแดนโลกุตระ มีคนโลกุตระอยู่เยอะในเมืองไทย ดิฉันก็มองพระทั่วไปก็มีแต่ทุศีล ปฏิบัติเคร่งก็ไม่ถูกทาง นักการเมืองก็โกงเยอะ ประชาชนหลงเสพสิ่งเสพติดการพนัน ใจก็ยังไม่ค่อยเชื่อว่าประเทศไทยมีคนที่เป็นโลกุตระเยอะ กับคนรวยนั้นน่าสงสาร ดิฉันก็คิดแบบทางโลกทั่วไปว่าคนจนน่าสงสาร เหตุปัจจัยนี้ทำให้ดิฉันสะดุดใจว่าได้คิดแบบคนโลกๆมา เหตุปัจจัยวันต่อมาก็เริ่มคิดได้ว่าเราสงสารคนผิดนะ คนจนไม่ใช่คนน่าสงสาร คนจนเป็นคนน่าช่วยเหลือคนรวยเป็นคนน่าสงสาร แต่ประเทศไทยเป็นโลกุตระ เพราะอีกวันหนึ่งเขาออกข่าวว่าตากับยายผ่านไป 1 วัน มีคนส่งเงินไปช่วย 8 แสนบาท ตาออกมาพูดว่าพอแล้วไม่ขอรับอีกแล้วเพราะว่า 8 แสนก็พอใช้ไปอีกจนถึงที่สุด ทุกวันนี้ก็ได้เงินจากคนชรา 2 คนรวมกัน หักใช้เดือนละ 5,000 บาทแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว วันนั้นดิฉันได้คิดถึงคำสอนของพ่อครู ว่าตัวเองไม่มีศรัทธาที่บริบูรณ์ พ่อครูว่า..เมืองไทยมีคนโลกุตระ แต่พอมาได้ฟังเรื่องนี้ ตาก็มีโลกุตระ คนไทยก็ช่วยกัน วันเดียวผ่านไปได้ถึง 8 แสน เรานี่มันโง่มานาน ส่วนคนรวยคนจน ก็กำลังเจาะให้จิตมันสัมมาทิฏฐิเพราะว่าตัวเองมีศรัทธาไม่บริบูรณ์ พ่อครูว่า...ฟังสิกขมาตุกล้าข้ามฝันมีนิทานเรื่องราวมาเล่าให้ฟังเข้าใจเพิ่มขึ้นไหมว่าศรัทธายังไม่บริบูรณ์เพราะยังเข้าใจความถ้วนรอบถึงความเป็นโลกุตระยังไม่ได้ คนมีโลกุตรธรรม คำว่าพอ ใจพอ อาตมาพยายามอธิบายว่าแปลว่าใจพอ อย่าไปแปลว่า พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ ไปเบี้ยวบาลี ก็หมายความว่าไปเอาใจคนที่ฐานะดี คนรวยก็รวยไปเถอะ พอใจ แม้แต่จะมีดอกเบี้ยไหลมาเป็นก๊อกน้ำในแต่ละวันก็พอใจเถอะไม่ต้องไปเอาเพิ่มหรอก มันก็ไปช่วยจิตใจเขาเหมือนกันนะไม่ต้องไป ฮึดฮัดอะไร แต่เขาก็ยังดีใจที่ได้แบบนั้นถ้าไม่ได้ผลประโยชน์แบบนั้นต่อวันเขาก็จะไม่พอใจ เขาก็จะรู้สึกว่าทำไมมันลดลงไป เพราะฉะนั้นคำว่า “ใจพอ”นี้ ซึ่งในหลวงของเราเอาคำนี้มาเป็นคำหลัก ในการที่จะประกาศคุณธรรมของคน ใช้เป็นคำที่ไขความ เอาคำว่า เศรษฐกิจพอเพียง ให้ตีความคำว่าพอให้แตก แล้วปฏิบัติให้จริง ถ้ามีใจพอจริงคนที่เป็นคนรวยได้รายได้มาขนาดหนึ่งแล้วในแต่ละวัน เดือนหนึ่งก็ได้เยอะ คุณพอแล้วคุณหยุดได้ไหม พอคือหยุด ไม่ต้องรวยมากกว่านี้ มีมากกว่านั้นคุณก็ต้องสะพัดออกกระจายออก ถ้าคุณเข้าใจเช่นนี้ เท่าที่ได้ฟังคำตรัสของในหลวง คุณพอ ที่มีมาได้แล้วคุณก็พอ เกินกว่านั้นก็สะพัดออก พอกินจนตาย เหมือนกับตายายที่ได้มาแปดแสนก็บอกว่าพอแล้วใช้จนตายก็พอแล้ว นี่คือใจพอที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นคุณธรรมของความเป็นเลิศของจิตมนุษย์ แต่มนุษย์ที่รวยไม่รู้จักพอ แล้วมันก็เผินนะ เขาไม่รู้จักวันที่พอ แม้แต่วันที่ตายไปแล้วเขาก็จะไม่รู้ว่าควรจะพอ เขาจะไม่มีภูมิปัญญารู้ว่าจิตควรจะมีจิตอย่างไร สันตุฏฐี คือ มีพฤติการของจิตว่าพอ นี่เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน เรื่องหลับตายากกว่าเรื่องไม่กินเนื้อสัตว์ _ใจฟ้า...ปี 2520 พ่อครูได้กล่าวว่า อาตมาแย่ ร้านปาท่องโก๋ ออกมา เพราะว่าคนกินสูตรเก่าแล้วท้องเสีย ตอนนั้นดิฉันก็งงว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน “ปาท่องโก๋กับศาสนา” ต่อมาปีต่อๆไป พ่อครูว่า..ยุคพวกคุณจะได้เห็นนรกต่ำสุด สวรรค์สูงสุด พอพ่อครูพาไปราชดำเนินเห็นเขายิงกันหูดับตับไหม้ ยิ่งเห็นเขายิงแก๊สน้ำตา เข้าใจถึงนรกต่ำสุด แต่วันนี้มาถึงบ้านราชฯ เข้าใจถึงสวรรค์สูงสุด ปีนี้พ่อครูตีหลับตาปฏิบัติ แต่ว่ามันทำให้ตีร้านปาท่องโก๋สูตรแย่ๆออก พ่อครูว่า...คุณชัดเจนแล้ว เรื่องหลับตากับเรื่องไม่กินเนื้อสัตว์เรื่องไหนจะยากกว่ากัน...เรื่องหลับตายากกว่า… อาตมาก็ทำเรื่องง่ายก่อน เรื่องกินเนื้อสัตว์นี้แต่ก่อนอาตมาใช้เป็นธรรมาวุธ เบอร์ 1 เรื่องนั่งหลับตาไม่ใช่เบอร์ 1 ตอนนี้ก็มาถึงคราวที่จะต้องตีเรื่องนั่งหลับตาอย่างหนัก เพราะว่ามันเป็นแกนเป็นแก่นของศาสนาพุทธเลย ศาสนาพุทธลืมตาปฏิบัติไม่มีหลับตาเลย ในตอนใดๆ ตอนนอนก็หลับตาไปสิ แต่เวลาลืมตาคนต้องปฏิบัติให้เกิดสมาธิ เกิดฌานเกิดวิมุติให้ได้ ลืมตาปฏิบัติทั้งนั้นเลย ความหมายแค่นี้ศาสนาพุทธต้องบรรลุธรรมด้วยกันลืมตา จักขุมาปรินิพพุโพติ หมายความว่าการจะไปถึงนิพพานนี้จะถึงนิพพานได้ก็ด้วยการมีจักษุ มีปัญญา ญาณ วิชชา อาโลก จะต้องอย่างนั้น แต่เขาเข้าใจไม่ได้หรอก จักขุมาปรินิพพุโพติ ในบรรดาศาสนาพุทธเขาไม่เข้าใจว่าเป็นอย่างไรหรอก อาตมาพูดมาเยอะแล้วถ้าฟังเขาจะเข้าใจว่าเรื่อง จักขุมาปรินิพพุโพติ ปรินิพพาน ทำเรื่องของนิพพานให้ชัดเจนทั้งหมดนี้มันต้องเกี่ยวกับการลืมตาต้องมีดวงตา ไม่ใช่หลับตา คำว่าจักขุ ไม่ได้หมายถึงให้ไปหลับตาแต่ให้ลืมตาปฏิบัติให้มี จักขุ ปัสสติ มีการเห็นภายนอกด้วย พหิทา ต้องมีภายนอกเสมอขาดภายนอกไม่ได้เลย ใช้ภาษาอีกอันหนึ่งว่า ขาดกายไม่ได้ กายนี้เป็นภายนอก แต่หมายถึงจิตมโนวิญญาณ นี่เห็นไหมความยากของสิริมหามายา กาย ต้องมีภายนอกด้วยแต่หมายถึงจิตมโนวิญญาณเพราะกายต้องมี 2 อย่างนี้เป็นต้น การที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าผู้ที่มาบวชจะต้องแยกกายแยกจิตเป็น โอ้โหไม่ใช่ง่าย จะเข้าใจเรื่องกายเรื่องจิตไม่ใช่ง่ายๆ ถ้าเข้าใจกายและจิตออกจะแยกอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยามออก แต่เดี๋ยวนี้เขารู้เรื่องที่ไหนที่อาตมาพูดนี้ ที่อาตมาพูด
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive