สื่อธรรมะพ่อครู(นาม 5) ตอน ภาคปฏิบัติของนาม 5.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นาม 5) ตอน ภาคปฏิบัติของนาม 5 _นายสันติ จรูญวิทยากร : กราบนมัสการหลวงปู่ครับ ขออาราธนาให้หลวงปู่ช่วยอธิบาย "นาม ๕" ว่าเป็นอย่างไรบ้างน่ะครับผม กราบขอบพระคุณครับ. พ่อครูว่า…ลูกชายคุณกำจร จรูญวิทยากร … ก็อธิบายบ้าง ถ้ าไม่รู้นาม 5 รูป 28 เอามาเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติ คุณก็จะไม่ได้รู้สภาวะธรรมที่ละเอียดละออ สมบูรณ์แบบจริงๆ อาตมาก็พยายามอธิบายวนเวียนซ้ำซาก ผู้ที่มีธรรมรส ไม่เบื่อหรอก ฟังแล้วยิ่งจะเข้าใจซาบซึ้ง อธิบายแล้วจะ จับมุมเหลี่ยม มิติของสภาวะที่มีมากมายไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเหลี่ยม เหมือนเดิม แต่ฟังมุมใหม่ๆๆ ฟังให้ดี สุสูสังลภเตปัญญัง อานิสงส์แห่งการฟังธรรม 5 ประการ ได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยได้ฟังมาก่อน ก็ได้ฟังอันนี้ใหม่ ขึ้น ความเข้าใจก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทิฏฐิของเราก็ตรงมากยิ่งขึ้น ทิฏฐิงอุชุงกโรติ ความสงสัยคลางแคลงวิจิกิจฉาก็หมดลงๆๆ จิตใจก็เลื่อมใส สว่าง ยิ่งเจริญขึ้นสว่างโล่งโปร่ง ทีนี้ นาม 5 ที่สันติเขาถามมานี่ เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ นาม 5 นี่แหละ พระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 14 สภาวะ 5 นี้แหละเวทนาสัญญาเจตนา เป็นนามธรรมตัวแท้ที่จะต้องเรียนรู้โดยมีสัญญาเป็นตัวกำหนดเข้าไปทำการเลย ตั้งแต่การกำหนดรู้ สำคัญมั่นหมายในสิ่งที่มันเป็นอย่างนั้นกำหนดสิ่งที่เป็นตัวการปฏิบัติ สัญญา อ่านเวทนา พออ่านเวทนาได้แล้วเจาะเวทนา ในเวทนาจะมีตัณหา มีผัสสะแล้วมีเวทนามีตัณหา ตามปฏิจจสมุปบาท ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ตัณหาเป็นตัวเคลื่อนที่เป็น Dynamic ส่วนอุปาทานเป็นกิเลสตัวคงที่ static เท่านั้นเอง อ่านตัวนิ่งอ่านยาก อ่านตัวตัณหาทำลายตัณหาก็หมดอุปาทานไปด้วย มันจะหมด มันจะเข้าใจไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เป็นตัวปฏิบัติจะเป็นตัวผลของการปฏิบัติ ตัดตัณหาได้อุปาทานก็ลดลงๆๆ สามตัวนี้
อ่านต่อ
จะเป็นตัวที่จะเข้าไปทำงาน เวทนาสัญญาเจตนา ซึ่งเราจะต้อง ผัสสะ นี่เป็นตัวที่บ่งบอกชัดเจนเลย ปฏิบัติธรรมไม่มีผัสสะเป็นปัจจัย เวทนาไม่มีให้อ่าน สัญญากำหนดเวทนาไม่ได้ ไม่ได้เรียนเวทนา เราจะไปเจาะหาเจตนาที่เป็น กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา ตามลำดับไม่ได้ ต้องดับกามตัณหาก่อน หมดกามตัณหาก็เหนือกาม สัมผัสกามแล้วก็เฉยๆไม่มี กิเลสกามไม่เกิด เหลือภายใน รูปราคะ อรูปราคะ ก็ตามไปรู้ รูปนี้ทำให้หมดกิเลสในรูป เหลืออรูปก็กำจัดอรูปอีกที พอกำจัดอรูปหมดภพชาติ กามภพ รูปภพ อรูปภพ ภพ 3 ก็หมดสิ้น เป็นภพที่อาศัยเป็นภพที่ไม่มีภพ เป็นวิภวภพ ก็เหลือตัณหาเป็นวิภวตัณหา เป็นตัณหาที่หมดภพสามแล้ว เป็นตัณหาที่ทำงานเป็นประโยชน์ ตัณหาที่ไม่มีตัวตน ก็เอาพลังงานที่เป็นตัวปรารถนาต้องการ เป็นตัวที่ต้องการทำเพื่อผู้อื่นอย่างไม่มีตัวตน ไม่ได้เสพให้แก่ตัวตนไม่ได้บำเรอกิเลสตัวตนเลย เพราะฉะนั้นคุณจะทำการมนสิการ ในนาม 5 จะทำใจในใจ ที่พูดที่อธิบายนี้คุณจะต้องทำมันอยู่ในใจของคุณ หากคนไม่มีปัญญารู้จักอาการ หทยรูป มันไม่มีตำแหน่งที่อยู่ แต่มันอยู่ในตัวตนเรานี่แหละไม่นอกจากกายยาววาหนาคืบกว้างศอกพร้อมสัญญาและใจอยู่ในนี้ในคูหาสยัง หากไม่มีอาการมันก็ดูยาก แต่ถ้ามันมีอาการก็ดูง่ายกว่า จับอาการได้รู้หทยรูป แล้วคุณก็ตีแตกแยกแยะให้ได้ แยกทีละคู่ พอผัสสะแล้วเกิดเวทนา แยกเวทนานี่แยกได้ 108 เวทนา 2 คือสภาพเคหสิตเวทนากับเนกขัมสิตเวทนา นี่คือคู่สำคัญ ตั้งแต่กายิกเวทนากับเจตสิกเวทนา แยกเป็นเวทนา 3 สุข ทุกข์ ไม่สุขไม่ทุกข์ แล้ว สุขทุกข์และไม่สุขไม่ทุกข์ มันมีรสชาติน้ำหนักความเข้มข้นความมากความน้อย เรียกว่าเวทนา 5 มี สุข ทุกข์ โสมนัส โทมนัส ทุกข์ สุข คือหยาบภายนอก หากหมดสุขทุกข์ภายนอก ก็เหลือภายในเป็นโสมนัสโทมนัส เหลือเป็นอินทรีย์ กำลังของมันเฉยๆกลางๆ ตัวฐานนิพพาน อุเบกขา คุณก็อ่านสุข ทุกข์หมดเป็นอุเบกขา ที่มีนี้มาทาง 6 ทวาร ตา หูจมูก ลิ้น กาย ใจ 6 ทวารก็เกิดความสุขความทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ก็ได้ ก็เป็น เวทนา 18 ทางโลกีย์ เคหสิตเวทนาก็ 18 แต่สะสมใส่อาสวะอนุสัย ก็เขาไม่รู้เขาเสพแล้วก็ติดยึดสั่งสมใส่คลังแห่งอนุสัย อาสวะ ใส่คลังโลกียสมบัติ ก็ยิ่งหน้ามืดไปเรื่อยๆเพราะกิเลสมันยิ่งหนาไปเรื่อยๆ เวทนายิ่งจัดจ้านไปนานเท่านาน แต่ในโลกุตระ มันยิ่งจางคลาย สุข ลดลง ทุกข์น้อยลง โทมนัสน้อยลง โสมนัสน้อยลง อุเบกขาก็ยิ่งจริงๆ ยิ่งละเอียด มันเป็นตัวเล็กที่สุดอย่างไร เล็กๆๆๆๆ จึงได้ใช้พยัญชนะบอกว่า ปริสุทธา ปริโยทาตา เป็นตัวเคลื่อน มุทุ เป็นตัวกลาง ทั้งเร็วทางปัญญา ทางเจโต คล่องยิ่งเร็ว กัมมัญญา กับปภัสสราเป็นตัวเคลื่อน ความเป็นสมาธิของพระพุทธเจ้าจึงเป็นจิตที่เร็วคล่องแคล่ว สว่าง ทำงานได้มากด้วย กัมมัญญาได้ดีได้เหมาะควรลงตัว ประเสริฐมากยิ่งขึ้น จิตก็ยิ่งปริโยทาตา ประภัสสร ก็ยิ่งบริสุทธิ์สุดๆๆ ประภัสสร มากขึ้นก็สะสม ความบริสุทธิ์ ให้ยิ่งสะอาดบริสุทธิ์ มุทุก็ยิ่งคล่องแคล่วว่องไว เป็นกายปาคุญญตา เน้นภายนอกก็คล่องแคล่ว จิตปาคุญญตาก็คล่องแคล่วในจิต อย่างนี้เป็นต้น นี่คือธรรมะของพระพุทธเจ้า ดีนะที่มีหลักฐานพยัญชนะมีบาลีอธิบายซึ่งหลายตัว พจนานุกรมบาลีท่านไม่ได้แปลอย่างที่อาตมาแปล ตรงเสียทีเดียว แต่คล้ายๆ มุทุ เขาแปลว่าจิตอ่อน ฟังแล้วอ่อนใจ ที่จริงไม่ได้อย่างนั้น มันยิ่งเร็วหัวอ่อนปรับไว คุณก็ฟังความ 2 ข้าง ของอาตมากับของคนอื่น คุณจะช่วยอะไรก็ไม่มีการบังคับเป็นอิสรเสรีภาพ มุทุนี่เร็ว แต่ทางโน้นมู่ทู่ ไม่มุทุ นี่มุทุเร็วนะ ใช้พยัญชนะซ้อน แต่เข้าใจสภาวะใช่ไหมที่อาตมาพูด แต่อย่าไปติดยึดภาษาบัญญัติมาก แต่ไม่ใช่มีหลักฐานอ้างอิงยืนยันอาตมาพูดอย่างมีหลักฐานอ้างอิงยืนยัน สรุปที่สันติเขาถามมา นี่คือ นาม 5 เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ ติดตามให้ดี 630205_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ลำดับการฝึกฝนของสายศรัทธากับสายปัญญา