สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน นิพพานแบบเคลื่อนไหวกับลักขณรูป 4.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.68 KB
วันที่แก้ไข21 กุมภาพันธ์ 2563

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน นิพพานแบบเคลื่อนไหวกับลักขณรูป 4 สู่แดนธรรมว่า...ผมบอกเพื่อนว่าที่ชาวอโศกทำได้เป็นรูปธรรมอย่างนี้เป็นชุมชนอย่างนี้เพราะมีนิพพาน เขาก็ว่าเรานั้นง่าย พ่อครูว่า...มันไม่ได้ง่ายหรือยากอย่างที่คิดหรอกอะไรที่ชำนาญมันก็ง่ายอะไรที่ไม่ชำนาญมันก็ยาก มันก็อยู่ที่ตรงนั้นอีกมันก็จริง เพราะฉะนั้นก็เลือกเอาเถอะ ว่าจริงๆแล้วจะเอาแบบไหน นิพพานของพระพุทธเจ้าปรินิพพานที่เคลื่อนไหว ไม่ใช่นิพพานที่ไม่เคลื่อนที่อยู่นิ่ง มันนิ่งเพราะว่าถูกกิเลสกวนไม่ได้ กับกิเลสมากระแทกกระทุ้งมาตอกย้ำมาทำให้มันเคลื่อน มันก็ไม่เคลื่อน มันนิ่ง อย่างนี้ต่างหากเล่า นิ่ง กิเลสมากระทบกระเทือนกระทุ้ง พระพุทธเจ้าจึงให้มีการสัมผัส การสัมผัสนี่แหละเป็นการพิสูจน์ว่าจิตของคุณนิ่งหรือเปล่า แล้วนิ่งของคุณเป็นธาตุรู้ไม่ใช่ธาตุบื้อ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่ใช่ แต่เป็นธาตุรู้ที่ชัดเจนเลย คนนี้มากระทุ้ง กระทุ้งอย่างแหลมคม หรือกระทุ้งอย่างไม่แหลมคมเลย กระทุ้งหนาหนัก บุบๆๆ มีแต่แรงอย่างเดียว แหม จะรู้หมดเลยในรายละเอียดของสิ่งที่กระทบสัมผัสกระทบกระแทกกระเทือนรออยู่ มันมาแบบไหนมุมไหนเหลี่ยมไหนมิติไหน ไม่ใช่ไม่รู้ไม่รู้ไม่รู้ดับไม่รู้ แต่นี่รู้รอบรู้ทั่วรู้ครบรู้ทุกมุมเหลี่ยมแง่มุมมิติทุกนัยยะ ละเอียดอย่างนั้นมันรู้รอบเรียกว่ารู้จักรู้แจ้งรู้จริง อาตมาสรุปใช้ 3 คำนี้ รู้จัก คือ มันสัมผัสทุกแง่มุมรู้จัก รู้แจ้งชัดเจน และเป็นจริงด้วย ไม่ผิดเพี้ยนไปจากความจริงที่จริง ไม่มีภาษาอื่นแล้วภาษาจริง การเรียนรู้นามธรรมขั้นจิตวิญญาณแล้วก็มาสัมพันธ์กับอันนอก สัมพันธ์กับดิน น้ำ ไฟ ลม สัมพันธ์กับอันอื่นๆ เป็นตัวตนบุคคล คนต่างๆสัตว์ต่างๆ ว่าสิ่งต่างๆ พืชต่างๆ เข้ามาร่วม ร่วมสังขารปรุงแต่งอยู่ด้วยกัน อย่างไม่เป็นพิษเป็

อ่านต่อ

นภัย อย่างไม่ทำลายแต่ช่วยกัน ให้เกิด สิ่งที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และมีแต่ไปเรื่อยๆ เจริญไปเรื่อยๆไม่มีจบมีไหม สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วเจริญไปเรื่อยๆไม่มีเสื่อมเลยมีไหม ...ไม่มี ศาสนาพุทธไม่ได้ปฏิเสธความเสื่อมไม่ได้ปฏิเสธความดับไป แต่ต้องมีพลังงานเติมอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นเราจะต้องสร้างพลังงานเติมอยู่เสมอให้เจริญ ศาสนาพุทธจึงละเอียดถึงขั้นสามารถที่จะสร้างพลังงานให้เติมให้เกิดเรียกว่า อุปจยะ ถ้าไม่เกิดไม่ดับ เรียกว่าสันตติ เพราะสงบอยู่สันตะ สันติ สงบอยู่แต่พร้อมทำงานเรียกว่า ติ ตัว สันตะคือสงบ แต่พร้อมนะ พร้อมรบ พร้อมสันตติ เพราะฉะนั้นจะให้เกิดเลย อุปจยะ ถ้าไม่ให้เกิดแม้ไม่ให้เกิดอยู่เฉยๆ ก็จะ ชรตา ไม่ให้เกิดก็เสื่อมในตัวมันเอง ชรตา อุปจยะ สันตติ ชรตา ส่วนอนิจจตา อยู่ที่ตัวเราเองผู้ที่เป็นอรหันต์แล้วสามารถพลิก เราชรตาก็ได้ แต่เรายังไม่ตายก็ได้ แต่ถ้าตายแล้วตายเลยนะ แต่ถ้าอยู่ระหว่างสันตติ คุณจะให้เกิดหรือไม่ให้เกิดก็อยู่ที่คุณ อนิจจตา ก็อยู่ที่คุณอยู่ที่สันติจะเกิดหรือจะปล่อย ถ้าเกิดเสริม Coefficient เสริมสัมประสิทธิ์ต่อไปมันก็เจริญต่อไป ถ้าไม่เสื่อมก็จะ ชรตา เสื่อมไปตามฐานะของแต่ละอย่าง เสื่อมไปเอง แล้วเข้าไปหาสูญมี โมเมนตั้มค่อยๆเคลื่อนเข้าหาศูนย์เองโดยตัวมันเองไม่ว่าจะเป็นพระอรหันต์ ไม่ว่าจะเป็นอนาคามี สามารถมาก ก็ทำความเสื่อมให้ได้เร็ว เสื่อมเร็ว ยิ่งกว่า เศษหนึ่งส่วน 100 ของวินาที เศษหนึ่งส่วนร้อยของวินาทีก็อยู่ที่ความสามารถของแต่ละบุคคล ตายแล้วแยกธาตุเป็น แยกเป็นอุตุธาตุเลยแน่นอนมันก็เสื่อม มันจะหาจิตนิยามอยู่ที่ไหน แต่ถ้าคุณยังทำไม่ได้มันก็ยังมียางเหนียวอยู่มากหรือน้อย คุณจะแยกมันก็ยังไม่เสื่อมมันยังต่อไปเองติดตรงนั้นตรงนี้มันก็อยู่ที่นั่น แต่ถ้าคุณไม่มี อุปจยะ คุณรู้ลักษณะของ อุปจยะ สันตติ ชรตา อนิจจา สี่นัยยะนี้คุณเข้าใจชัดเจนว่าคืออะไร นามธรรมหรือจิตของคุณ อุปจยะ คือ อย่างไรคุณทำได้ สันตติคืออย่างไรคุณทำได้ ปล่อยชรตาคุณทำได้ แม้จะฟื้นสันตติก็ทำได้ แต่หากปล่อยให้พลังงานเป็นพีชะ แล้วจะฟื้นก็ยาก แต่ถ้ามีพลังงานจิตนิยามร่วมกันอยู่กับพีชนิยาม พลังงานจิตยังเป็นผู้ที่บงการจิตให้เป็น พีชะ แล้วทำให้เกิดอุตุได้ อุตุได้แล้วก็ทิ้งๆ ไม่ต้องไปเ กี่ยวกับอุตุ เพียงแต่อาศัยพีชะ ได้อยู่อย่างสงบสบาย หรือจิตคุณมีวสวัตตี ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้คุณก็ควบคุมจิตได้ คุณไม่ให้มันออกไปทางอกุศลอะไรเลย ไม่ให้ไปก็บาปอะไรเลยบุญคุณก็จบแล้ว เพราะกิเลสของคุณจบหมดแล้ว สู่แดนธรรมว่า..ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจเคยทำให้จิตเป็นพืชที่ปรุงแต่งกันอย่างไร พ่อครูว่า..อาศัยพืช เป็นเครื่องอาศัยอยู่แต่ปรุงแต่งเป็นกุศล อาศัยธาตุพืช เป็นเครื่องอยู่ไม่สุขไม่ทุกข์ไม่ดูดไม่ผลัก แต่ก็มีธาตุที่เข้ามาปรุงแต่งตามที่ควรเรียกว่ากัมมัญญตา ตามเหมาะควรๆ ไม่เวอร์เกิน ไม่น้อยไปไม่มากไปได้สัดส่วนพอดี ถ้าจะให้มันก้าวหน้าไปในทางสัมประสิทธิ์ ให้มีอัตราก้าวหน้าไปในทางเจริญคุณก็ทำไป ก็อยู่ที่สมรรถนะของสัมประสิทธิ์ของคุณ อย่างอาตมานี่มันหมดขนาดแล้ว อายุขัย แต่อาตมาพยายามต่ออายุด้วยสัมประสิทธิ์สร้างสัมประสิทธิ์ให้ชีวิตยืนยาวเพิ่มขึ้น ๆไป มันก็พอได้ ก็ดูกันไปว่าอาตมาจะพยายามใช้สัมประสิทธิ์นี้ได้ไปอีกนานเท่าไหร่ ถ้าอาตมายืนยันไปได้ สามารถสร้าง หลายคนก็คงพอจะเชื่อ อาตมาตอนนี้รักษาขันธ์พยายามทำงาน จะเรียกว่าทำงานมาก อาตมาก็ไม่ได้ไปลงน้ำหนักเรื่องการลงแรงที่หนักมาก ก็เป็นการทำงานอยู่ในฐานข้างใน จิตวิญญาณปรุงแต่งสร้างสรรทำอะไรไปในทางนามธรรมมากกว่ารูปธรรม ก็พอทรงได้ ถ้าเผื่อว่าพลังงานขององค์รวมของแกนจิตของอาตมา มันมีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาอีก จนกระทั่งมันสดขึ้นมาอีก สดขึ้นมาได้อีก ธาตุจิตของอาตมาก็จะก้าวหน้าขึ้นไปได้อีก 120 130 มันก็จะขึ้นไปได้ อาตมาก็พยายามสร้างสรรสัมประสิทธิ์ให้แก่ธาตุจิตของอาตมา อาตมาไม่เก่งในการบอกรายละเอียดของสัมประสิทธิ์ให้พวกคุณได้ชัดเจนกว่านี้อยากขยายนะแต่มันยังไม่ได้ ไม่รู้จะขยายอย่างไร อาตมาว่ามันโดดเดี่ยวนะชาตินี้ไม่มีผู้ที่เป็นพี่มาช่วยเลย มันก็เลยอยู่อย่างนี้แหละ พูดไปก็นึกถึงน้องชายเขาว่าเขาเป็นพี่อาตมาเขาเป็นพระพุทธเจ้า อาตมาเป็นผู้ที่มาทำงานสร้างสรรค์ เขาเป็นพระพุทธเจ้าอยู่นิ่งๆไม่ต้องทำอะไรให้อาตมาทำงาน 630209_เทศน์ทวช.งานพุทธาภิเษก#44 บ้านราชฯ กายนี้คือวิญญาณ ตอน1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน