ปฏิบัติศีลข้อ 1 ให้ถึงอรหันต์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.22 KB
วันที่แก้ไข17 พฤศจิกายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

ปฏิบัติศีลข้อ 1 ให้ถึงอรหันต์ _หมอเขียว...พระพุทธเจ้าตรัสไว้การรวมตัวของคนมีศีลก็จะเจริญได้มาก การรวมตัวของคนไม่มีศีลก็จะเสื่อมได้มาก อย่างเช่นคณะ 3 นิ้วที่รวมตัวกัน ถ้าเขายิ่งรวมตัวกันด้วยความไม่มีศีล ความเสื่อมก็จะเร็วขึ้นเท่านั้น พ่อครูมีความเห็นอย่างไรครับ พ่อครูว่า…ก็เห็นอย่างที่คุณเห็น เขาจะโง่ซ้ำซ้อน หลงผิดเป็นถูก ยกกำลัง2 ยกกำลัง 3 ยกกำลัง 4 ยกกำลัง 5 ไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งหนักหนามากยิ่งขึ้น เดี๋ยวนี้มันเป็นอย่างนี้น่าสงสารเราก็ต้องเอาสัจจะนี้มาประกาศให้รู้ ให้มาเริ่มต้น แต่เขาก็ไม่ฟังเสียง หากจะพาให้ปฏิบัติเริ่มต้นเขาก็คิดว่าเขาสูงแล้ว จะมาปฏิบัติเริ่มต้นทำไมมัน ก็ยิ่งไปใหญ่เลย มันต้องลดตัวลดตน เป็นผู้ที่ไม่มีภูมิเลย แล้วก็ต้องเริ่มกันไปใหม่ คุณมาเริ่มต้นตั้งแต่ ศีลข้อที่ 1 ไปเรื่อยๆเลย ต่อให้คุณเป็นอาจารย์ใหญ่ จะให้ปฏิบัติศีลข้อที่ก็จะเรียงกันเป็นลำดับ ถ้าคุณมีภูมิทำจริงมันก็จะเร็วมันจะรับไปได้เร็วมันจะรู้เลย ถ้าคุณไม่มีภูมิแล้วเจ้าประคุณเอ๋ย โธ่เอ๋ยข้าพเจ้าแค่ศีล ข้อที่ 1 ก็ยังไม่รู้เรื่องเลย ไปไม่ออกเลยคุณก็จะรู้ แม้แต่ศีลข้อที่ 1 ที่จริงเป็นศีลข้อหลัก ในความเป็นมนุษย์นี้ รู้จักความเป็นมนุษย์ในตัวเราและของความเป็นสัตว์โลกทั้งหลาย มันจึงเป็นตัวแรกของศีล คุณเรียนรู้ให้ได้ว่าคุณเป็นมนุษย์ร่วมกับคนอื่นแล้ว ตัวเรานี่แหละต้องรู้ตัวเราให้ดี ว่ากิเลสตัวเรานี้มันเป็นอย่างไร คุณได้รู้กิเลสตัวเราแล้วก็พอจะอนุมานได้ว่าคนอื่นเขามีกิเลสอย่างนี้ เขาก็จะมีอย่างงี้ คนที่มีอะไรที่ตรงกัน กิเลสของเราเรารู้ว่ามีเท่าไร เราก็เอาไปอธิบายให้คนอื่น คนไหนที่ตรงกันก็รู้ได้ง่าย เราก็จะรู้ได้เพิ่มขึ้นจากตัวเอง เพราะมันคล้ายกันที่ไปหลงติดในโลกในอัตตาที่คล้ายกันอีกเยอะ แล้วก็จะมีอีกหลายมุมเหลี่ย

อ่านต่อ

มมิติที่ละเอียดขึ้นไปอีกซึ่งมันไม่คล้ายกันนะ แต่มันก็จะเริ่มต้นที่ความหยาบไปก่อน ลดความหยาบแล้วก็เหลือความละเอียดปฏิภาณปัญญาของแต่ละคนก็จะรู้ความจริงว่า อ๋อ มันจะมีโครงสร้างที่ หยาบ แล้วส่วนรอง แล้วก็ละเอียด จะเป็นลำดับที่ชัดเจนที่เป็นของจริง ไม่ใช่ไปนั่งอวดดี ไปนั่งหลับตาแล้วไปนั่งมืด แล้วก็นึกว่าตัวเองจะไปเอาที่จิตเลย นี่คืออาตมาว่าไม่รู้จะทำอย่างไร แค่ประเด็นปัญหานี้ในโลกทุกวันนี้ศาสนาพุทธ เรื่องหลับตาแค่นี้ อาตมาคงพูดไปจนตาย คงไม่ได้เท่าไหร่ เพราะว่าเขาหลงติดหนักมาก มันพากันเสื่อมแล้วก็หลงยึดความเสื่อมนั่นแล้ว พูดอย่างไรก็ไม่ขึ้น อาตมาปางนี้ก็ไม่ค่อยมีบารมีเท่าไร อาตมาก็ต้องอุตสาหะ แม้แต่ที่สุดสังขารมันจะไม่ไหวแล้วมันจะตายก็ต้องลากอีหลักอีเหลื่อไป ทรมาน พูดภาษาทรมาน แต่ที่จริงแล้วมันเป็นความทรมานและระดับของอาตมา ทรมานคือต้องทน อาตมาไม่ได้อยากว่าเขานะ ที่ต้องว่านี้ต้องทนนะ อาตมาไม่ได้อยากว่าเลยนะ เหมือนกับคุณเป็นพ่อแม่แล้วอยากจะด่าว่าลูกไหม ความรู้สึกดีๆมันก็ไม่อยากทำ แต่ไอ้ลูกมันดื้อด้าน มันดึงดัน มันต้องพูดแรงๆหนักๆ กระทุ้งให้มันเลือดออกนั่นแหละ มันถึงจะรู้ตัวรู้สึกบ้าง มันเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งเท่านั้น ก็ต้องทำอย่างนั้น

631116_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 17

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน