วิธีระงับดับอารมณ์โกรธอย่างชาวพุทธ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข17 พฤศจิกายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

วิธีระงับดับอารมณ์โกรธอย่างชาวพุทธ _ด.ญ.วรฉัตร…เวลาเรามีอาการโกรธหรือหงุดหงิดขึ้นมา เราจะต้องระงับอารมณ์ของเราอย่างไรคะ พ่อครูว่า…ง่ายๆ เวลาเราโกรธเราต้องอ่านอารมณ์ของเรา หรือความรู้สึก อารมณ์หรือความรู้สึกภาษาวิชาการเรียกว่าเวทนา อ่านเวทนาแล้วก็เจาะลึกว่าในเวทนานี้ มันเป็นองค์ประกอบ มันเป็นการปรุงกันอยู่ในอาการของจิต กับสิ่งที่เข้ามากระทบร่วม แล้วมันก็เกิดอารมณ์หรือเกิดความรู้สึกนั้นขึ้นมา อ่านเข้าไปแล้วในความรู้สึกที่เกิดขึ้นมา ของคนที่ไม่ได้ศึกษา ผู้มีอวิชชากระทบแล้วเกิดอารมณ์ความรู้สึกขึ้นมาเพราะไม่ได้ศึกษา มันก็จะประกอบไปด้วยตัณหาอุปาทานเป็นตัวการหลัก ปรุงแต่งให้เกิดอารมณ์นั้นขึ้นมา จึงต้องพิจารณาอารมณ์ พิจารณาความรู้สึกให้ดีว่า อารมณ์หรือความรู้สึกนี้มันมีอะไรบงการอยู่ สิ่งที่บงการอารมณ์หรือความรู้สึกของเรานั้น ท่านเรียกว่าเวทนาในเวทนา พิจารณาลึกเข้าไปในเวทนาในเวทนานี้ ตัวสำคัญเป็นตัวบงการ เรียกว่าตัวตัณหาหรืออุปาทาน มันต้องการอย่างนี้มันยึดมั่นถือมั่นอย่างโง่เง่าอวิชชามาตั้งแต่ไหน แล้วมันก็แสดงอาการบทบาทตอนนี้เรียกว่าตัณหา จับตัวเหตุอาการของเหตุของตัณหา ถ้าอาการของเหตุภายนอกเราเรียกว่ากามตัณหา มีภายนอกร่วมด้วยเราเรียกกามตัณหา ตัณหาที่ประกอบไปด้วยทวารทั้ง 5 ตา หู จมูก ลิ้น กายกระทบ พอกระทบแล้วมันมีอุปาทานยึดมั่นถือมั่นว่าอย่างนี้ชอบนะ อย่างนี้ไม่ชอบนะ อย่างนี้น่าได้น่ามีน่าเป็น เสียงที่ได้ยิน กระทบแล้วก็เหมือนกัน เสียงอย่างนี้ได้ยินมา คนไหนก็ตามของแต่ละคน ที่มันมีไม่เหมือนกันหรอก อาจจะคล้ายกันมาก แต่ไม่ตรงกันทีเดียวของใครของมัน เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องเกี่ยวของใครเอาของตัวเอง รับผิดชอบของตัวเอง ท่านจึงบอกว่าให้เรียนรู้กำหนดรู้พวกนี้ด้วยคำว่า เอโก ในวิโมกข์ 8 ข้อที่

อ่านต่อ

2 (อัชฌัตตังอรูปสัญญี เอโก พหิทารูปานิปัสสติ) เห็นความประกอบกันอยู่ เรียกเต็มๆว่ามันเป็นสังขารปรุงแต่งกันออกมาเป็นวิญญาณ แล้วเราใช้สัญญาทำหน้าที่กำหนดรู้ลึกเข้าไป เจาะเข้าไปให้รู้ จนกระทั่งถึงตัวเหตุของมันที่เป็นตัวต้องการมาบำเรอจิตตัวเองเลย ที่จริงไม่ใช่จิตหรอกตัวแท้ๆคือตัวกิเลส กิเลสตามสมมุติ หรือตามที่เรายึดมั่นไว้ว่าต้องได้ต้องมีต้องเป็นอย่างนี้จริงๆเลย ได้ปรุงแต่งไปตามอารมณ์ของตัวเองหรือกิเลสของตัวเองกำหนดนะ เช่น ขณะนี้ข้างหน้าอาตมายกตัวอย่าง กล้วย (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ตัวอยู่ข้างหน้าอาตมาผู้ใดได้ลิ้มรสกล้วย เอาเข้าปากสัมผัสลิ้น รสนี้ตามที่เราต้องการที่สมมุติไว้แล้วยึดถือไว้แล้ว รสนี้ ไม่น่าได้ ไม่ใช่อร่อย ต้องรสอีกอย่างหนึ่งถึงจะอร่อย อีกคนหนึ่งก็บอกว่ารสอันนี้อร่อย ถ้าอันอื่นไม่อร่อยมันก็ยึดต่างกัน ก็นั่นแหละเอาความยึดเป็นสมมุติเป็นสิ่งที่เราเคยหลงติดหลงยึดว่ามันต้องมี ต้องเป็น ต้องได้จริงๆ มาอ่านพิจารณาให้ได้ จริงๆแล้ว รสกล้วย กล้วยลูกไหนก็แล้วแต่ คนไหนกินมันก็รสเดียวกัน มันจะหวาน มันจะฝาด มันจะหอม มันจะเหม็นอย่างไรก็อันเดียวกันเป็นของมัน เป็นกลิ่นของมันอันเดียวกัน เจ๊ก ไทย ฝรั่ง แขก มันก็รสเดียวกันโดยสัจจะตัวมันเอง แต่เจ้าของที่ยึดมั่นถือมั่นที่สมมติปรุงแต่งไปตามใจของตัวเอง นั่นแหละ คือตัวกิเลส ต้องรู้ความจริงความเป็นจริงของรสแท้ แต่หากไปปรุงแต่งเพิ่ม อย่างนี้ชอบอย่างนี้ไม่ชอบ จะอ่อนแก่อย่างไร ชอบใจมาก ไม่ชอบใจมาก พอใจมากพอใจน้อยอะไรก็แล้วแต่ก็ของแต่ละคน อ่านอาการอย่างนี้ให้ออก นี่เป็นอาการบ้า อาการนี้เป็นอาการของคนบ้า นี่คือตัวร้ายจริงๆอาตมาพูดให้ชัดๆ อ่านให้ออกว่าเราไปยึดถือทำไม ต้องพิจารณา อาการรสบ้าๆพวกนี้ ที่ไปติดยึดก็เลิกบ้าเสีย ให้เหลือแต่อาการจริง ก็รสมันอย่างนี้รูปอย่างนี้กลิ่นเสียงสัมผัสอย่างนี้ อย่างที่มันเป็นของมันอันเดียวอย่างเดียว ใครสัมผัสก็เหมือนกันหมดแหละ ให้เหลืออย่างเดียวให้ได้ เป็นของจริงตามความเป็นจริง นี่คือพิจารณาเวทนาในเวทนา ความรู้สึกที่มันปรุงแต่งว่าชอบหรือไม่ชอบ กับรสจริงๆเท่านั้น อย่าไปเอารสที่มันปรุงแต่งเป็นเทวดาหรือผี ถ้าชื่นใจชอบใจก็เป็นเทวดา ถ้าไม่ชอบใจก็เป็นผี นี่อธิบายลึกเข้าไปแล้วมันมีเท่านี้ ไม่ว่าจะเป็น รสทางลิ้น รสทางตาที่เป็นรูป สนุกไม่สนุกชอบใจไม่ชอบใจ มีชีวิตชีวา ไม่มีชีวิตชีวา ตากระทบรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้รับกลิ่น ลิ้นได้รับรส กายรับโผฏฐัพพะ เกิดปรุงแต่งทั้งนั้นเลย เข้าใจให้ได้เข้าใจตามความเป็นจริงให้ได้หมด คุณต้องล้างอาการนี้ได้ ทางกามข้างนอกให้ได้ พอได้แล้วคุณก็รู้จริงตามความเป็นจริงแล้วแต่มันยังมีตัวเหลือในลึกๆอยู่ รูปราคะ เข้าไปภายในจิตอีก คนที่ไปปฏิบัติธรรมไปนั่งหลับตาไม่มีตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสก็เรียนรู้ความจริงกับความไม่จริง จะต้องล้างความไม่จริงภายนอกนี้ก่อนให้ได้ก่อน จึงจะขยับเข้าไปสู่สิ่งที่อยู่ภายในจิตที่ละเอียดลึกขึ้นเป็นอาการของกิเลสที่ พริ้วๆพรายๆ จึงจะไปปฏิบัติเรียนรู้อันนั้นอันข้างในที่มันเหลือ ล้างมันอีกทีหนึ่ง ล้างมันด้วยอะไร ล้างมันด้วยปัญญา รสอร่อยสวยงามมันปลอมทั้งนั้น เหลือพริ้วพราวก็ปลอมอีก คนที่นั่งหลับตาปฏิบัติไม่ได้เรียนรู้เรื่อง กามภายนอกก่อนแล้วจะเหลือไปเรียนรูปราคะอรูปราคะภายในได้อย่างไร ยิ่งหมดรูปราคะ เหลือเศษธุลีละอองภายในอีกเป็น อรูปราคะ ต้องล้างให้สะอาดสิ้นเกลี้ยงอีกถึงจะหมด เพราะฉะนั้นพวกนั่งหลับตาปฏิบัติธรรมนี้โมฆะหมดเลย ไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิบัติธรรมของพุทธเจ้าเลย ล้างกามราคะ รูปราคะ อรูปราคะ เหล่านี้ไม่ได้เลย นอกจากจะไม่ได้ล้างกามราค ะรูปราคะ อรูปราคะแล้วยังเกิดมานะอีก ถือดีถือตัวอีก อย่างที่โพธิรักษ์นี้อธิบายไม่เหมือนอาจารย์ของเขาอธิบาย เพราะฉะนั้นหลังจากยึดถืออาจารย์ถือดีแล้วยึดมั่นถือมั่นนี้ก็มีแต่ของปลอมทั้งนั้นเป็น อุทธัจจะ ก็เหลือแต่อวิชชา ก็โตอ้วนใหญ่หนา ฟุ้งซ่าน สมมุติใหม่เข้าไปอีกเป็นความโง่เสริมซ้อนซ้ำปึกเข้าไปอีก หนักใหญ่เลย อาตมาพูดให้รู้ตัวว่าอาจารย์ของคุณพาลงนรกพาหลงทางเสียเวลา เกิดมาชีวิตเสียเวลาเปล่า บางคนอายุ 90 ปี 100 ปีเลยนะ กว่าจะตาย เพิ่มความโง่หนักเข้าไปเท่าไหร่กว่าจะตาย โอ้โหมันน่าสงสารจริงๆ ขออภัยไม่ได้ว่าคุณนะ แต่พูดถึงสัจธรรมตามจริง ตามความรู้สึกจริงๆของอาตมาด้วย ไม่ได้ไปกระหน่ำย่ำยีอะไรพวกคุณหรอก แต่เป็นสภาวะที่อธิบายด้วยภาษาสื่อๆว่าน่าสงสารจริงๆเพราะมันโง่ มันลง มันผิด มันอะไรไปมันก็ต้องเป็นจริงตามนั้น ก็ใช้ภาษาสื่อความจริง ไม่ได้ไปด่าว่าคุณโง่ คุณผิด แต่คุณโง่จริงๆผิดจริงๆ อาตมาก็เป็นความจริงเท่านั้นเองแล้วหาว่าอาตมาว่าด่า แต่อาตมาพูดความจริงๆ อาตมาด่าคนไม่เป็นหรอก มีแต่พูดความจริงแล้วมันเป็นความจริงที่มันไม่ดี คุณก็ได้ฟังว่าเป็นด่า ที่จริงแล้วอาตมาเปิดของที่ปิดทำของที่คว่ำให้หงาย ให้เห็นความจริง แต่เขาเองตาบอด ตาถั่วตาฝ้าฟางเอง งานที่อาตมาทำมา 50 ปีนี้เหนื่อย เหนื่อยที่พยายามแก้ไขพยายามบอกสิ่งที่ถูกต้อง บอกไปพูดไปขยายความไป เอาพระไตรปิฎก เอาคำสอนพระพุทธเจ้าที่ถือพระไตรปิฎกเล่มเดียวกันมายืนยันอ้างอิง อธิบายขยายความมันเกี่ยวข้องโยงใยสัมพันธ์กันอย่างนั้นอย่างนี้ อาตมาอธิบายธรรมะให้รู้ถึงปัจจยาการของธรรมะต่อกันเลยนะ ไม่ได้ตัดขาดวิ่นๆ ตัดเอาตรงนั้นตรงนี้มาใส่ มันเลยหายขาดไปมันไม่เป็นอย่างนั้นหรอก อาตมาอธิบายให้มันครบแล้วพยายามต่อให้ครบเป็นจิ๊กซอว์เต็มแผ่นเลย 50 ปีนี้อธิบายขยายความหมาย ทุกวันนี้มาต่อกาย

631116_รายการโสเหล่โลกุตระ ออนไลน์ ครั้งที่ 17

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน