เทวดามีตัวตนหรือไม่อย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.77 KB
วันที่แก้ไข16 พฤศจิกายน 2563

เนื้อหาในไฟล์

เทวดามีตัวตนหรือไม่อย่างไร พ่อครูว่า…ของคุณสุทัศน์จะมีคำว่าเทวดา เจ้าที่ จะมีตัวตนอย่างไร มีจริงหรือไม่ พวกนี้ก็เป็นสภาพที่กายต่างกันสัญญาต่างกัน ของพวกที่ศึกษามิจฉาทิฏฐิ เจ้าที่ เขาบอกว่ามีฤทธิ์มายึดครอบครองเหมือนนักเลงโต ถิ่นนั้นแถวนั้น เรียกว่าเจ้าที่ เช่น ศาลพระภูมิเจ้าที่ หรือไปเข้าใจศาลปู่-ย่า มาดูแลลูกหลานเป็นสถานปกครองดูแล เทวนิยมก็มีความเข้าใจความคิดอย่างนั้น ซึ่งมันขัดแย้งกับของพระพุทธเจ้า มันซ้อนอยู่ว่า บุญคุณของปู่-ย่า ตา-ยาย บุญคุณของผู้มีพระคุณมันมีจริง ถ้าบอกว่า อย่าไปเคารพนับถือก็จะตีทิ้งหมดเลย อย่าไปเคารพปู่-ย่า ตา-ยาย พ่อแม่พี่น้องก็เพียงให้เราเกิด อย่างนั้นไม่ได้ แต่ว่ามีบุญคุณไหมก็มีจริงๆ แต่มันไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่วิญญาณที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่อย่างนั้น แล้วจริงๆวิญญาณที่จะมายึดมั่นถือมั่นเป็นเจ้าที่ยึดที่เป็นวิญญาณที่มามีฤทธิ์เดช จริงๆแล้ว มันซ้อนอีก มันก็ไม่ควรจะเอาของที่ไม่ใช่ของของเรา เรามีสิทธิ์เป็นลูกหลานก็รับสิทธิมามันก็ไม่แปลกอะไร ถ้าเราไม่มีสิทธิอย่าไปยุ่ง แม้เป็นของปู่-ย่า ตา-ยาย แต่เราไม่สมควรเอาไม่มีสิทธิ์ มีพินัยกรรมโดยมีสิทธิอะไรก็แล้วแต่ มันไม่ใช่ มันก็หยาบ หรือแม้แต่เรามีสิทธิ์ เราก็ไม่ควรจะต้อง ยื้อแย่งอะไรนักหนา หากอยากได้มากๆจนกระทั่งทะเลาะฆ่าแกงกัน ให้ได้ก็ให้ไปเถิด ก็ให้พี่น้องอย่าแย่งกันก็แล้วกัน เขาจะไม่ยอมแบ่งก็แล้วแต่ ดีไม่ดีเราก็แถมของเราให้ด้วย เราถึงขั้นนี้ถึงจะแน่จริง สรุปแล้ววิญญาณเจ้าที่ใดๆมาจับจองที่ใดไม่มี ขออธิบายแทรกตรงนี้ วิญญาณที่ตายไปแล้วไปตามวิบาก ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยึดติดว่าของนี้เป็นของเรา ไม่มี ยึดอย่างไรก็ไม่ได้ อย่างไรก็ไม่มีสิทธิ์จะย้อนกลับมาเป็นของตัวเองไม่มี มีแต่วิบากที่ติดตัวไป ถ้าเป็นกุศลเกิดมาจะได้คาบช้อ

อ่านต่อ

นเงินช้อนทองคุณก็ได้เกิด มันมีทั้งดีชั่วกับโลกุตระ ถ้าดีชั่วคุณคาบช้อนเงินช้อนทองมา แต่คุณมีคุณธรรมแบบโลกีย์ด้วย ก็ดี มีคุณธรรมทางโลกีย์เกิดมามันก็ดี ถ้าคุณธรรมทางโลกีย์ก็ยังไม่มี เกิดมานั้นไม่ได้อะไรเลย ที่พูดกันนี้เป็นโลกีย์ ไม่ใช่โลกุตระ ส่วนของโลกุตระนั้น ถ้าเป็นโลกุตระแท้ตั้งแต่พระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ก็จะมีโลกุตระไปตามลำดับ นอกจากจะทั้งดีที่เป็นโลกุตระที่ไม่ติดยึดเป็นคนอีกโลกหนึ่งที่ไม่เกิดโทษภัย มาเป็นคนที่มีคุณค่าสร้างสรรเสียสละ เมตตาเกื้อกูล จะมีอีกเยอะเลย จะมีกายต่างกันสัญญาต่างกันสำหรับผู้ที่มีความเข้าใจเรื่องกายต่างกันสัญญาก็ต่างกัน แล้วยังแยกไปอีก เจ้าที่ก็ตาม เทวดาก็ตาม จะมีตัวตนกายต่างกันสัญญาต่างกัน กายอย่างเดียวกันสัญญาต่างกัน กายอย่างเดียวกันสัญญาอย่างเดียวกัน ถึงขั้นอรูปฌาน ท่านไม่กล่าวแล้ว กายต่างกัน ไม่ต้องพูดถึงภายนอกจะไปพูดถึงสภาวะแท้ๆของ 1 คือสิ่งที่ถูกรู้เป็นรูป อากาศเป็นรูป วิญญาณเป็นนาม อากาสานัญจายตนะ อายตนะเป็นสิ่งที่จะต้องสัมผัสกัน แล้วมีสะพานเชื่อมต่อเป็นปฏิกิริยามี Action reaction เรียกว่า ผู้ที่มีอายตนะได้ แม้จะมีถึงขั้นนามธรรมแล้ว ขั้นอรูป สิ่งที่ถูกรู้เป็นอย่างไร อรูป ก็คือรูป คือสิ่งที่ถูกรู้ วิญญาณคืออย่างไร คือธาตุรู้ที่ไปรู้ มันมี รูป กับ ผู้รู้รูป(รูปีรูปานิ) ผู้มีสิทธิ์ที่จะรู้รูป ผู้มีฐานะที่จะรู้รูป คนตาบอดไม่รู้รูป คนหลับตาไม่รู้รูป หลับตาปฏิบัติธรรมนั้นเจ๊งตั้งแต่วิโมกข์ข้อที่ 1 แล้ว ก็ตามีแต่ไปทำตาบอด พระพุทธเจ้าถามว่าอาจารย์ท่านสอนอย่างไร ก็สอนบอกว่าไม่ให้มีการกระทบตาหูจมูกลิ้นกาย พระพุทธเจ้าก็บอกว่าก็เหมือนกับคนตาบอดหูหนวก พวกนี้ฆ่าด้วยหอกเช้ากลางวันเย็นก็ไม่ตาย แต่นี่ตายก็ไม่ตาย หมดปัญญาที่จะอธิบายแล้วอาตมา มีภูมิเท่านี้ พ่อครูว่า…ต่างคนต่างเนรมิตเป็นนิรมาณกายของแต่ละคน เทวดา อธิบายได้แต่เจ้าที่เจ้าทางนั้น ไม่ควรเป็นแม้แต่เทวดาก็ไม่ควรเป็น ศาสนาพระพุทธเจ้านั้นดับเทวดา เป็นอเทวะ แต่รู้จักเทวะ อาศัยเทวะ แต่ไม่ได้ติดยึดในความเป็นเทวะ คุณสุทัศน์ถามมานี้ยังไม่ค่อยรู้อะไรเลย พญานาคมีจริงไหมก็อธิบายไปแล้วเป็นงูทรงเครื่อง แถวบ้านราชมีเมืองนาคราชหรือไม่...ไม่มี อาจมีงูเล็กบ้างประมาณไส้เดือนอะไรอย่างนี้

631115_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ตอบปัญหาพาคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน