จิตอรหันต์สายปัญญาจะปรุงแต่งได้แม้ในยามหลับ.docx
เนื้อหาในไฟล์
จิตอรหันต์สายปัญญาจะปรุงแต่งได้แม้ในยามหลับ _บัวดาว พรมเลิศ . น้อมกราบนมัสการพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ ด้วยความเคารพบูชาสุดเศียรเกล้า ลูกอโศกทั้งหลายน้อมกราบ ขออาราธนาพ่อครูอยู่เป็นร่มโพธิ์ให้ ลูกหลานเหลนโหลน ได้เห็นหลวงปู่ นั่งยิ้มก็เป็นขวัญกำลังจิตวิญญาณแล้ว เจ้าค่ะ พ่อครูว่า…อาตมาแน่นอน ถ้าอาตมาอยู่ อาตมาไม่หน้าบึ้งหรอก อาตมายิ้ม ทุกคนจะเห็นได้ว่าอาตมาเป็นคนมีสีหน้าบึ้งบูดอะไรไม่เคย มีแต่ยิ้ม หัวเราะเอิ๊กอ๊ากด้วยซ้ำไป ยิ้มแย้ม ซึ่งมันก็ไม่รู้จะไปบูดทำไมโง่ๆ หน้าบูดมันจะดียังไง หรืออาตมาเคยพูดว่า ไอ้ใจเรานี่นะ ใจจะเศร้าก็เราโง่เอง ใจจะน้อยเราก็โง่เอง ใจจะเสียเราก็โง่เอง ใจจะเสียเรียกว่าเสียใจ ใจจะน้อยเรียกว่าน้อยใจ เว้าใจแหว่งใจ เราเป็นเองหมด อาตมาอธิบายไปหมดแล้ว เราเป็นเจ้าของใจ ทำไมมันโง่ได้โง่ดี ทำใจของตัวเองทำให้มันไม่อยู่สุข ให้มันไม่สุขสำราญเบิกบานใจ แล้วทำให้จิตใจตัวเองเศร้าสร้อยเหงาหงอยหรือเป็นเดือดเป็นแค้น เป็นโน่นเป็นนี่ เอ๊ ก็พูดไป ที่จริงมันไม่ง่าย มันต้องอยู่เหนือและเข้าใจมีพลังพลังฤทธิ์ของปัญญาที่รู้ความจริง ใจเรานี่เราฝึกมาดีแล้วมันก็เป็นได้ (มีเสียงประกาศ) _สู่แดนธรรม... ผมอยากถามว่า ถ้าจิตของคนที่ไม่มีกิเลสแล้วอยู่เฉยๆไม่คิดอะไร มันก็แจ่มใสของมันเองใช่ไหมครับ ไม่ได้ปรุงแต่งอะไร ธรรมดาๆของมัน มันก็แจ่มใสอยู่เป็นธรรมชาติใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ใช่ แจ่มใส แต่ ธาตุจิตมันไม่ใช่ธาตุที่อยู่นิ่งๆ มันเป็นธาตุเคลื่อนไหว นอกจากจะหยุดมันจริงๆ ถ้าไม่ฝึกกำหนดนะ สายปัญญาที่ไม่ได้กำหนดหยุดเลย มันไม่หยุดหรอก แต่มันไม่ปรุงชั่ว มันไม่ปรุงเป็นอกุศล มันไม่ปรุงเป็นบาป ยิ่งเป็นพระอรหันต์แล้ว ก็จะทำงานมีแต่อภิสังขาร มีแต่ปรุงไปในทางเจริญ สร้างสรรค์มีสิ่งที่ดีงาม เพราะมันเป็น
อ่านต่อ
ธาตุทำงาน มันทำงานถ้ายิ่งเป็นปัญญา สายปัญญาไม่ได้ฝึกหยุดไม่ได้ฝึกพัก นอนหลับมันก็ปรุง แต่มันปรุงเป็นธรรมะ คนหมดกิเลสแล้วมันก็ไม่มีกิเลสไปปรุงแน่นอน แต่มันตรงจะเรียกปรุงนั้นว่าเป็นฝัน จะเรียกการปรุงนั้นว่าเป็นนิมิต มันก็เป็นนิมิตเป็นฝัน ซึ่งเขาไม่เข้าใจ ทางโลกบอกว่าพระอรหันต์จะไม่ฝัน สายหลับตาเขาไม่รู้ เขาดับสัญญา เขาก็ดับไม่รู้เรื่อง ตื่นเช้ามาให้ฝันเขาก็ถือว่าอย่างนั้นเป็นอรหันต์ อย่างนั้นยิ่งยืนยันเลยว่าคุณไม่ใช่อรหันต์ นอกจากคุณจะฝึกไม่ให้มันคิดมันนึก แม้ไม่คิดไม่นึก นอนหลับ สายปัญญาไม่ได้ฝึกดับ ไม่ทำงาน อสัญญี เจตสิกของตัวเองสัญญาไม่มากำหนดรู้จิตตัวเองเลย มันก็จะถ้ามันไม่ได้ฝึก ไม่ฝึกมันหยุดเลย ไม่ได้ฝึกให้มันหยุด มันก็จะรู้ว่าตัวเองปรุง ใส นอกจากเวลาจะพัก หยุดจริงๆเลย มันเมื่อย หรือมันเพลีย หรือมันอยากจะหยุด ถ้าไม่งั้นอยู่ได้ทั้งคืนไม่กินพลังงานเท่าไหร่หรอก ก็จะปรุงธรรมะไปอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านใช้คำว่า คุยกับเทวดา นั่นแหละ พระพุทธเจ้านี่คุยกับเทวดา ตอนกลางคืนท่านพักแค่ 4 ชั่วโมง 12 ชั่วโมงกลางคืน ท่านก็พักแค่ 4 ชั่วโมง นอกนั้นก็คุยกับเทวดาแล้วไม่ได้กินแรงอะไร ฝึก ยิ่งเป็นผู้ที่ไม่มีกิเลสแล้วมันก็เป็นธรรมชาติ นี่ก็อธิบายตามที่อาตมามีความจริงอธิบายได้เท่านี้ ผิดถูกอาตมารับผิดชอบ ส่วนใครเขาเป็นอะไรอย่างไรจะแย้งก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะคนเรามีฐานแห่งความรู้ความจริงที่ไม่เหมือนกัน ว่ากันไปต่างกันไป ของใครของมัน พูดความจริงของแต่ละคนของตัวเองออกมาบ้างคุณก็ฟัง หรือไม่ก็เดาๆด้นๆเอาเรื่องเดาๆด้นๆยังไม่รู้จริงด้วยเอามาพูด ไอ้นี่ก็เยอะ 661011 จบกิจทำกาละ 3 ประการ ด้วยฌานของพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก