จะอ่านรู้เวทนา สัญญา สังขาร ต้องปฏิบัติฌานลืมตา.docx
เนื้อหาในไฟล์
จะอ่านรู้เวทนา สัญญา สังขาร ต้องปฏิบัติฌานลืมตา _แหวว แหวว . กราบนมัสการพ่อท่านค่ะ ขอเรียนถามค่ะว่า ช่วงระหว่าง จิตเกิดเวทนาสัญญา พอสังขารเสร็จ พึ่งมารู้ตัว จะสังเกตรู้ได้อย่างไรคะ ว่าสัญญาแล้ว กำลังจะข้ามมาสังขาร ตามจิตไม่ทันค่ะพ่อ พ่อครูว่า…หัดอ่านอย่างนี้แหละ รู้หน้าที่ของมันก่อน คำว่า “เวทนา”มีหน้าที่อะไร มีอาการอย่างไร อาการของมันจะบอกหน้าที่ อาการของเวทนา คือ อาการรับรู้สึก รับรู้สึก สัมผัสและรับรู้สึก ถ้าไม่มีสัมผัส มันไม่มีเวทนา มันไม่รับรู้สึก มันจะมีแต่สัญญาเลย ถ้าไม่มีสัมผัสข้างนอกมีแต่สัญญา สัญญาคือ การกำหนดรู้กับความจำ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีสัมผัสข้างนอก สัญญามันก็ทำงานรู้ มันก็รู้ได้จากของเก่าหรืออดีตความจำ หรือคิดใหม่ฟุ้งซ่านไปเองอนาคตที่ยังไม่เคยมี มันยังไม่เคยเป็น เพราะฉะนั้นผู้ที่ไม่มีผัสสะ ไม่มีปัจจุบันธรรม ตากระทบรูป หู กระทบเสียงพวกนี้ จึงเป็นโมฆะในการปฏิบัติธรรมเพราะมันไม่ได้เป็นแปลงสิ่งที่กำลังเกิดจริง มันไปงมอยู่กับอดีตกับอนาคตซึ่งมันไม่มีของจริง อดีตกับอนาคตไม่มีของจริง ของจริงคือปัจจุบันการปัจจุบันธรรม ปัจจุบันชาติที่กำหนดสัมผัสและเกิดอาการนี่เป็นของจริง เรียนรู้ของจริงว่ามันเกิดปรุงแต่งกันอย่างไร มีกิเลส วิจัยวิจารกันอย่างไร จึงจะกำจัดตัวจริง มีของจริงก็ได้กำจัดตัวจริง แต่เมื่อไม่มีตัวจริง ไม่มีปัจจุบันธรรม มันก็มีแต่ของก๊ มีแเต่ของอดีตกับอนาคต เพราะฉะนั้นการไปหลับตาปฏิบัติธรรมจึงโมฆะ มันไม่มี มีแต่อดีต 18 กับอนาคต 44 ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้เลยในพระไตรปิฎกพระสูตรเล่มแรกเลย พรหมชาลสูตร มิจฉาทิฏฐิ 64 อย่าไปทำเลย แต่เขาเข้าใจไม่ได้เพราะชาวพุทธนั้นเสื่อม เสื่อมจนจำไม่ได้ว่าของพระพุทธเจ้าคืออย่างไรก็เลยมิจฉาหลงตามอาจารย์รุ่นก่อนๆ มิจฉาทิฏฐิอยู่
อ่านต่อ
จนทุกวันนี้ อาตมาก็ปลุกแล้วปลุกอีก เตือนแล้วเตือนอีก ยืนยันแล้วอ้างอิงอธิบายพามาปฏิบัติ เพื่อยืนยันของจริงเพื่อให้เทียบเคียงเลยว่าอะไรมันจะถูกต้องตามธรรมะพระพุทธเจ้าที่แท้ ไม่เขาก็ยังไม่กระดิกหู ไม่กระเตื้องอะไรเลยก็น่าสงสาร เราเรียนรู้ก็เรียนรู้ที่เวทนา สัญญา สังขาร นี่เป็นเจตสิก 3 ของวิญญาณที่เป็นธาตุรู้องค์รวม มีรูปด้วยคือสิ่งที่ถูกรู้ เพราะฉะนั้นเมื่อเวทนาสามารถที่เรามีสัญญากำหนดรู้ หรือมันกำหนดรู้แล้ว สัญญานี่แหละใช้กำหนดรู้ กำหนดรู้เวทนา กำหนดรู้สังขาร สังขารคือการปรุงแต่ง พอเวทนากระทบปั๊บ มันก็ปรุงแต่งด้วย ยิ่งมีกิเลสร่วมอยู่ด้วยกับจิต มันมีบทบาทจริงเลย มันมีอยู่ในเรา มันจะปรุงแต่งปุ๊บเลย มันจะสังขารทันที เราจึงต้องอ่านเวทนาที่มันสังขาร โดยตัวสัญญาเป็นตัวทำงาน กำหนดรู้ตัวนี้ จึงจะกำหนดรู้ที่มีสัมผัสและมีของจริงหรือความจริง เป็นปัจจุบันธรรม ถ้าไปหลับตามันไม่มีของจริง ไปทำยังไงก็แก้ไขไม่ได้ เพราะมันไม่มีของจริง มันมีแต่ในอดีตอนาคต ไม่รู้ว่าเราเป็นจริงหรือไม่เป็นจริง นี่ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร อธิบายสู่ฟังว่า หลับตานั้นเป็นมิจฉาทิฏฐิ ไปเอาอย่างเดียรถีย์ทำไม มาลืมตาปฏิบัติธรรมตามจรณะ 15 วิชชา 8 นี่ ตั้งแต่ศีลแต่ละข้อเดี๋ยวก็จะได้อธิบายจรณะ 15 วิชชา 8 ให้ดีๆ ตั้งใจอธิบายต่ออยู่ คนก็ยังอยากจะฟัง ค่อยๆว่าไป ทีนี้ที่ถามมาก็ต้องศึกษาไป แล้วรู้หน้าที่มันให้ชัด แล้วจะรู้ว่าอะไรมันก่อนมันหลังอาการมันยังไง ซึ่งมันไม่ใช่ง่ายๆ มันเป็นอภิธรรมจริงๆ มันเป็นเรื่องอจินไตย เป็นเรื่องสุดวิสัยที่ไม่ใช่รู้ง่ายๆ ขออภัยไม่ใช่เรื่องสุดวิสัยแต่เป็นวิสัยของอาริยะ เป็นวิสัยของคนเจริญที่แท้จริงจึงจะสามารถเรียนรู้ได้ ถ้าไม่ใช่อาริยบุคคลไม่รู้ความจริง จะรู้ผิดๆ ต้องมาศึกษาจริงๆ
_ใบยอม กันธะ . น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูงยิ่ง ธรรมะที่พ่อครูนำมาสอนลูก ๆ ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกลึกซึ้ง จรณะ 15 วิชชา 8 เป็นสุดยอดแห่งการสอน และลูกได้ฟัง แล้วนำมาปฏิบัติ ซึ่งลูกทำได้ระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นข้อสำรวมอินทรีย์ ข้อนี้ลูกยังทำไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่ละความพยายามจะฝึกไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะสำเร็จ รายงานมาให้ทราบค่ะ ด้วยความเคารพพ่อครูสุดหัวใจ พ่อครูว่า…อันนี้อาตมาก็ว่ายุคนี้ไม่มีใครมาอธิบายจรณะ 15 วิชชา8 มากเท่าอาตมาหรอก เอาจริงเอาจังด้วย สอนอย่างเอาจริงเอาจังด้วย เพราะ จรณะ 15 วิชชา 8 คือสมบัติที่เป็นของพระพุทธเจ้า เรียกเต็มๆว่า จรณะ วิชชาจรณะสมบัติ เป็นสาระแท้ เป็นทรัพย์จริงของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น คนที่ไม่อยู่ในร่องรอยของจรณะ 15 วิชชา 8 จึงไม่ได้อยู่ในกองสมบัติพระพุทธเจ้า อยู่นอกกองสมบัติ พวกนี้พวกนอกตระกูลพระพุทธเจ้า พวกไม่อยู่ในสมบัติของพระพุทธเจ้า พวกนอกตระกูลพระพุทธเจ้า ไม่มีมรดก ไม่ได้รับมรดกแท้ เพราะ มรดกของพระพุทธเจ้าคือจรณะ 15 วิชชา 8 คือสมบัติเป็นสุดยอด ดี ทำไปแต่ละระดับ การสำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยคะ ถูกแล้ว เอ้า..ดีมาก ตรงนี้ไม่ผิดเป้าแล้ว 661011 จบกิจทำกาละ 3 ประการ ด้วยฌานของพุทธ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก