พ่อครูผู้สถาปนาโลกุตระสู่เมืองไทยในยุคกึ่งพุทธกาล.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข23 กุมภาพันธ์ 2566

เนื้อหาในไฟล์

พ่อครูผู้สถาปนาโลกุตระสู่เมืองไทยในยุคกึ่งพุทธกาล พ่อครูว่า... เจริญธรรมพวกเราทุกคน การมีชีวิตอยู่ มีลมหายใจอยู่ ยังไม่ตาย อย่างที่ท่านเดินดินพูดเกริ่นขึ้นมาก่อนแล้วว่า ถ้ามีความพากเพียร มีความอุตสาหะ แม้จะพากเพียรในการพยายามมีสติสัมปชัญญะรู้ตัวทั่วพร้อม แล้วก็มีความตั้งใจ เรียนรู้ถึงความเจริญ จะเจริญแบบโลกีย์ก็ตาม เข้าใจเรื่องคำว่า ความดีกับความชั่วต่างกัน แล้วก็พากเพียรปฏิบัติตนให้ดีขึ้น มันก็ไม่เสียชาติเกิด ยิ่งมาเข้าใจโลกุตรธรรมแล้วไม่ใช่รู้แต่แค่ความดีความชั่ว แล้วก็ทำตนให้เป็นคนดี ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้นมีเรื่อง จิต เจตสิก รูป นิพพาน สามารถที่จะทำจิตเป็นประธาน ให้รู้จักจิตเจตสิกต่างๆ ซึ่งเป็นต้นทาง เป็นต้นเหตุแห่งการทำชั่วทำดีก็ดี จนกระทั่งดับเหตุคือดับความชั่วสนิท เหลือแต่ความดี ทำแต่ดี เข้าใจโลก เข้าใจเหตุปัจจัยที่ปรุงแต่งกัน เรียกว่าสมมุติสัจจะหรือสมมุติกับปรมัตถ์ก็แล้วแต่ เป็นสมมุติทางโลกีย์ก็ตาม ก็เข้าใจโลกีย์เขาที่เขายึดอย่างนี้ว่าดี เราก็ดีตามโลกๆโลกีย์เขา ไม่ได้ขัดแย้งอะไร ยิ่งเป็นโลกุตระ เป็นปรมัตถสัจจะ มันทวนกระแสกันกับความดีความชั่วที่ยึดมั่นถือมั่นต้องมี กลับเป็นไม่ต้องมี ไม่ต้องยึดมั่นถือมั่น ปลดปล่อย เลิกละไปอีก วาง จนกระทั่งซับซ้อนลึกซึ้งมาก วางได้ตั้งแต่เราเป็นๆ หลุดพ้นได้ตั้งแต่ตอนเป็นๆ ไม่ติดยึดในโลกต่างๆ ในอัตตาต่างๆ จิตเจตสิกต่างๆ หลุดพ้นได้ อย่างยืนหยัดยืนยันเลยเจ้าตัวจะรู้ได้ด้วยตน ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ จะรู้ได้ด้วยตนว่าความหลุดพ้นเป็นเช่นนี้ ความไม่ติดไม่ยึดเป็นเช่นนี้แต่เรายังมีชีวิต แต่เราจะต้องอาศัย ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกที่มันยังมีอยู่ มันปรุงแต่งกันอยู่ คนที่ติดเขาก็เป็นทาส เราไม่ติดแล้วเราก็อยู่เหนือเป็นอุตตระ อยู่เหนือสิ่งนั้

อ่านต่อ

นไม่เป็นทาส แม้ไม่เป็นทาสแล้วเราก็ไม่ไปตั้งตัวเป็นนายอีกด้วย ไม่ไปข่มไปเบ่งสิ่งที่เราหลุดพ้นมาได้แล้ว อย่างนี้เป็นต้น มีแต่เห็นใจเขา เมตตาเขา เห็นเขาอยู่ในสงสารที่ตกต่ำหรือตกอยู่ในสงสารก็ช่วยกัน หาทางบอกทางกล่าว หาทางที่จะช่วยกันให้ได้พัฒนาขึ้นมาให้ได้ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งพวกเรา เป็นชาวโลกุตระที่อาตมาทำงานมาเกิดมาในชาตินี้ปางนี้ พ.ศ. 2500 กว่าปีมานี้ ศาสนาพุทธมันเสื่อมมากจริงๆ เสื่อมมากจนไม่เหลือโลกุตระตามที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสพยากรณ์เอาไว้ ตั้งแต่ท่านทรงพระชนม์ชีพว่า ศาสนาของท่าน ศาสนาพุทธนี้ มันจะเสื่อมในอนาคตเหมือนกลองอานกะ อย่างนี้เป็นต้น ก็พูดถึง ยืนยันอ้างอิงมานานหลายที แล้วก็จริง มันจริงๆๆ ใครจะไม่เชื่อก็ไม่มีปัญหา แต่ผู้เชื่อก็ได้ประโยชน์ แล้วก็รู้ว่าโลกุตระคืออะไร ผู้นำโลกุตระมาสถาปนาลงไป อย่างพยายามสถาปนาตั้งมั่นให้เกิดทั้งรูปทั้งนาม ให้เกิดขึ้นเป็นตัวตนของผู้ที่มาเอง บรรลุได้ด้วยทั้งรูปทั้งนามเอง อย่างพวกเราชาวอโศก อาตมานำพานี้ได้ ทำได้ มีผู้ที่มาก่อนอาตมา กล่าวถึงคำว่าโลกุตระ หรือทำสภาพโลกุตระทางรูปธรรม ท่านไม่มีรายละเอียดเหมือนอาตมา ท่านก็ได้แต่นำพาให้คนรู้ แต่ทีนี้คนไทยมี DNA โลกุตระอยู่ลึกๆ แต่มันเสื่อมไปจนกระทั่งมันจะหมดเชื้อแล้ว แต่มันก็ยังไม่ใช่หมดเชื้อ พอมันได้รับการกระตุ้นอีกมันก็ขึ้นมา ใครมีอยู่เชื้อเยอะอย่างพวกคุณอย่างพวกชาวอโศก โอ้โห.. อย่างนี้ใช่ ก็รีบมาๆๆ จึงมาทัน 40-50 ปีอาตมาจึงกอบกู้ขึ้นมาได้ประมาณนี้ ทุกวันนี้ก็ดีขึ้น ชาวไทยก็มีแรงต้านแรงที่เข้าใจว่าอาตมานี้หลงทางพาผิด มากบฎต่อศาสนาพุทธ จะเอาอาตมาตาย อาตมาก็ยืนหยัดยืนยันจน ธัมโม หเว รักขติ ธัมมะจาริง ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม อาตมาก็นำพาสำเร็จรอดได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เหลือแต่ผู้ที่ยังไม่มั่นใจพอ เขาก็ยังไม่มา แม้รู้แล้วแต่เขายังติดโลกียะอยู่ ติดใน ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ก็แล้วแต่ เขาก็ติดตามศึกษาตามอยู่ แต่ไม่มาชาตินี้ ก็รับฟังอยู่ ติดตามอยู่ ก็มีเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นอยู่ ซึ่งอาตมาก็พยายามที่จะเพิ่มมวลของโลกุตรบุคคลให้ยิ่งๆๆๆขึ้น เห็นอัตราการก้าวหน้าตามภูมิปัญญาของอาตมา ก็วัดค่าอยู่ว่า มันมีอัตราการก้าวหน้าที่น่าพอใจมาก อาตมาก็ยิ่งเห็น ก็ยิ่งเห็นความลึกซึ้งของธรรมะ มันมีมากเหลือเกิน ลึกซึ้งมาก อาตมาก็จำเป็นเหมือนกันว่า จะต้องพูดเอาไว้ จะต้องสาธยายเอาไว้ให้มีผู้รับสืบทอด รับรู้ เก็บไป แล้วก็จะได้เป็นเชื้อถ่ายทอดสืบทอดกันต่อๆๆๆ ไปได้ ช่วยกัน มันเป็นเรื่องไม่เสียหาย มีแต่เรื่องดีกับดี มีแต่เรื่องเจริญกับเจริญ อาตมาจึงพยายาม ทั้งพยายามที่จะสืบทอดต่อ ยังไม่ยอมตาย ยังพยายามที่จะพากเพียรเพิ่ม อาตมานึกถึงภาษาไทย สัมประสิทธิ์ ซึ่งเป็นภาษาทางคณิตศาสตร์เขา แต่อาตมาเอามาใช้ทางพุทธศาสตร์ สัมประสิทธิ์เป็นภาษาทางคณิตศาสตร์ เป็นอัตราการก้าวหน้าในระดับคูณขึ้นไป ของพระพุทธเจ้าก็มีระดับคูณขึ้นไปเป็นอัตราการก้าวหน้าระดับคูณซึ่งมันเหนือชั้นกว่าบวก บวกมันทั้งช้าทั้งไม่มีพลังฤทธิ์ที่สูง ที่จะตกต่ำได้ง่าย แต่ถ้ามันคูณแล้วขึ้นไป บวก คูณ ยกกำลัง ถ้าถึงขั้นขีดยกกำลัง มันก็ยิ่งจะมั่นคง แน่นอน เที่ยงแท้ถาวร ใช่ไหม ยิ่งขึ้นๆ มันก็เป็นสัจจะของมันอย่างนั้น อาตมาก็เห็นว่า อัตราการก้าวหน้าพวกนี้มันมีจริง แม้.อาตมาพิสูจน์ตัวเองต่ออายุไข นี่ถ้าอาตมาอายุขัยไปถึงร้อย อีก 10 กว่าปีนิดหน่อย ประมาณ 11 ปี ตอนนี้ 89 แล้วไปถึง 100 ถ้าไปอีก 11 ปี อาตมาว่ามันไม่ใช่เล่นนะ 11 ปีกับที่ขันธ์อาตมาต้องพากเพียร ต้องอุตสาหะอาตมารู้ตัว ไม่ใช่เล่น แล้วพลังงานที่มันเพิ่มสัมประสิทธิ์นั้นๆ ขึ้นมา มันจะยิ่งเพิ่มขึ้นอีก เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพของสัมประสิทธิ์ที่มันได้นั้น มันจะช่วยให้ยิ่ง Fresh up มันยิ่งจะสดใหม่ หนุ่มขึ้น ยิ่งขึ้นเรื่อยๆๆๆเลย อันนี้เป็นเรื่องของอจินไตย เป็นเรื่องของสิ่งวิเศษเหนือสามัญธรรมดาที่มันเกิดจริง มันก็เป็นการพิสูจน์สัจจะอันนี้อีก เห็นไหม อาตมาฟังศาสตราจารย์ดอกเตอร์อะไรสักอย่างเมื่อกี้ เขาเปิดทางมือถือให้ฟัง เขาบอกว่าอาจารย์นี้อธิบาย ค้นพบมณีแดง มันก็คือสเต็มเซลล์ที่ว่า แต่ทีนี้อันนี้มันรู้สึกว่าจะเป็นจริงเป็นจัง กว่าดอกเตอร์สำลี สเต็มเซลล์ น่ะ อันนี้มณีแดงของอาจารย์คนนี้ มันดูจะมีผลจริงและรองรับกันดี มีผลวิจัยอะไรต่ออะไรดีกว่า อาตมาก็เห็นว่าการก้าวหน้าที่จะเพิ่มถือว่าอายุ เป็นยาอายุวัฒนะ ที่จิ๋นซีค้นหากัน ฮ่องเต้จิ๋นซีค้นมันไม่เจอในยุคโน้น แต่ในยุคนี้มันจะมี ดีไม่ดีจะได้โนเบิลไพรซ์ ถ้าพิสูจน์อย่างจริงจัง ได้สูตรที่สมบูรณ์แบบของมณีแดงนี้อย่างถาวรและได้พิสูจน์กันทดสอบกันอย่างจริงจังแล้ว มันจะสุดยอดเลย เขาเรียกมณีแดงยาต้านแก่ ไทยค้นพบครั้งแรกของโลก มณีแดงยาต้านความชรา ก็ดูไป เพราะฉะนั้นในชั่วอายุของอาตมาที่จะพยายามรักษาขันธ์นี้ให้มันไปได้ มันก็จะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาไล่เลี่ยกัน มันมีอะไรไล่เลี่ยมาตลอดเลยอาตมา ชีวิต อาตมาทำงานก็มีไล่เลี่ย คนอื่นมาเกิดหนุนซ้อนๆๆ ทำให้เกิดการเจริญได้สมบูรณ์แบบได้เรื่อยๆ เขาบอกว่ายังไม่จัดจำหน่ายอยู่ในขั้นการทดลองกับสัตว์ ไม่ได้เป็นผลไม้หรืออาหารเสริม แต่เป็นยาฉีดเท่านั้น ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง 1 เข็มมีอายุประมาณ 4 เดือน มณีแดงเป็นชื่อกระบวนการที่ทำให้ DNA เสถียรช่วยต่อต้านความชรา นี่ก็เป็นการพัฒนาของทางโลก ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์วิทยาศาสตร์ทางโลก คนก็คิดกันทั้งโลกพวกที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ แต่นี่คนไทยเราก็ไม่ได้ด้อยกว่าคนต่างประเทศเขา ก็คิดได้ อันนี้จริงๆแล้วมันก็ไม่ใช่เรื่องของทางธรรมะนะ แต่มันก็เป็นคุณธรรมอันหนึ่งที่มนุษย์ต้องการ มันเป็นรูปธรรม มันเป็นวัตถุธรรม ที่จะเข้ามาช่วยสรีระ ไม่ใช่นามธรรมทีเดียว แต่ชีวะชีวิตของสัตว์โลก มันก็ต้องมีทั้งรูปทั้งนามช่วยกัน ถ้ารูปมันช่วย นามก็พลอยไปได้ด้วยกัน ก็ค่อยๆพัฒนาไป 660222 มาเถอะมาอย่าช้าเพิ่มสัมประสิทธิ์มาสู่โลกุตระ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน