ทำไมอเมริกาไม่เชิญประเทศไทยไปร่วมประชุม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์16 KB
วันที่แก้ไข6 ธันวาคม 2564

เนื้อหาในไฟล์

ทำไมอเมริกาไม่เชิญประเทศไทยไปร่วมประชุม พ่อครูว่า... มาเข้าประเด็นร่วมสมัยที่อาตมาอยากจะพูด คือ อเมริกา ไม่เชิญชาวไทยไปร่วมประชุม ประเด็นนี้อยากจะร่วมเม้นกับเขาบ้าง ทำไมอเมริกาไม่เชิญประเทศไทยไปร่วมประชุม เป็นเรื่องที่เสียหน้าประเทศไทยตกกระป๋องหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่เลยฟังดีๆ การที่อเมริกาไม่เชิญไทยร่วมประชุมนั้น เป็นเรื่องชัดเจนมาก ชัดเจนว่าอเมริกา ยังไม่ใช่ประชาธิปไตย ยังเป็นเรื่องเห็นแก่ตัว เห็นแก่อำนาจ เห็นแก่ทุนนิยม เห็นแก่หมู่พวก เพราะฉะนั้นอเมริกาเขาจะเชิญหมู่พวกที่เขาจะครอบงำได้ ฟังประเด็นให้ดีๆนะ ประเทศที่เขารู้มีปฏิภาณว่าครอบงำได้ยาก เช่น ประเทศไทย เป็นต้น หรือประเทศที่เขาไม่ได้ประโยชน์เลย แต่ประเทศไทยเขาได้ประโยชน์ แต่เขาก็รู้ว่ามันยาก นี่คือความฉลาดแกมโกงของอเมริกา เขาไม่เชิญ มันส่อแสดงให้เห็นจิตลึกๆ ความเฉลียวฉลาดแกมโกงหรือบริสุทธิ์ใจ ของอเมริกัน ชัดเจนที่สุดเลย เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องไขความจริงให้ชัดเจนแล้ว จึงเป็นเรื่องที่ง่ายไทยก็ สบายๆเขาไม่เชิญก็ไม่ต้องไป ไม่มีปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นแสดงถึง จิตของชาวอเมริกาคนอเมริกัน ผู้บริหารปกครองอเมริกันเป็นตัวหลัก เขาเริ่มรู้ขึ้นมาแล้วว่า ไทยนั้นมีลักษณะแตกต่างจากอเมริกา เขาจะได้ศึกษาต่อไปอีกว่าไทยแตกต่างจากอเมริกาอย่างไร เอาง่ายๆ อเมริกายังหลงความร่ำรวย แต่ไทยนั้นหยุดแล้ว หยุดความร่ำรวย โดยเฉพาะในหลวงรัชกาลที่ 9 ประกาศเลย เราไม่ไปแย่งชิงความร่ำรวย เราก็ร่ำรวยพอสมควร เราพอกินพอใช้ เราไม่เอาร่ำรวยก้าวหน้า โลภโมโทสัน อย่างเช่นคนอเมริกาก็ตาม คนประเทศไหนๆส่วนใหญ่ก็ตาม เขาก็จะต้องเอาให้มากโลภโมโทสันให้มีมากๆเป็นเจ้าโลก ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทองอำนาจหมู่พวก เขาก็จะเอาหมดแหละ ง่ายๆก็ทรัพย์สินเงินทองอำนาจหมู่พวก เขาจะ

อ่านต่อ

ให้ได้พวกมากๆ ได้อำนาจยิ่งใหญ่ ทรัพย์สินเงินทองจะได้มีกองอยู่ที่เขามากๆ ซึ่งมันง่ายๆ เอาหมู่ใหญ่เป็นบรรทัดฐานตื้นๆ เขาก็ยังหลงความรวยอย่างหัวปักหัวปำ แต่ไทยนั้นหยุดความรวย หยุดโลภมาให้แก่ตน เป็นโลกุตระธรรม มานิยมความจนความพอเพียง ไม่แย่งชิงใคร มีปัญญาอย่างแท้จริง แต่อเมริกายังเฉโกอยู่ คือ ยังมีความฉลาดแกมโกงหรือฉลาดอย่างมีกิเลส แต่ปัญญานั้น ฉลาด อย่างไม่มีกิเลส กิเลสลดน้อยลงจนไม่มีกิเลสแล้ว เพราะฉะนั้นความรู้ความฉลาดของไทย จึงเป็นความรู้ความฉลาดที่ซื่อสัตย์ เสียสละ เกื้อกูลผู้อื่น เห็นการได้ให้เป็นความประเสริฐ ไม่ใช่การได้เปรียบเป็นความประเสริฐ นี่ชัดๆง่ายๆ ไม่ต้องใช้ปฏิภาณปัญญาอะไรลึกซึ้ง หรือความเฉลียวฉลาดลึกซึ้งอะไร เข้าใจให้ได้แล้วทำให้ได้ก็แล้วกัน คนที่มีปัญญาคือความเฉลียวฉลาดในตัวเองแท้จริงเห็นจริงแล้วเข้าใจได้จริงเลย แล้วจนกระทั่ง ทำตนเอง กายกรรม วจีกรรม มโโนเป็นประธาน พามามีน้อยกว่าเขา เช่น เราอยู่กันสองคน มีเงินก้อนหนึ่ง ร่วมกัน คนที่ฉลาดก็บอกว่าคุณเอาไปเถอะ ของเราเอาไว้นิดเดียว คุณเอาไปเลย มี 100 คุณเอาไป 90 เราเอาไว้แค่ 10 ก็พอ นี่คือคนฉลาด แล้วเราก็ไม่ได้เบียดเบียนตนเองแค่มี 10 เราก็เพียงพอ เราไม่เปลือง ไม่ผลาญ ไม่ฟุ่มเฟือย มีมากไปก็เท่านั้น แบกหามไป ทำให้คนอื่นขาดแคลนด้วย มีมากก็กระจายให้คนอื่นที่เขาจำเป็นมีความเดือดร้อนมีความจำเป็นต้องใช้ เฉลี่ยกันไปจึงเป็นหลักเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ ย้อนกลับมาเน้น อเมริกา ไม่เชิญไทยเข้าร่วมประชุม เราก็ไม่ได้ไปแสดงออกให้เป็นเรื่องที่เกิดปฏิกิริยาน่าเกลียดน่าชังอะไร เราก็ทำงานของเราไป ทำหน้าที่การงานของเรามีอีกเยอะแยะที่จะต้องช่วยประชาชน ให้ประชาชนฉลาดมีปัญญา แล้วก็สร้างสรร จะได้เผื่อแผ่คนอื่นต่อไปอีก แม้แต่คุณเอง อีกหน่อยเรามีเหลือเฟือก็จะช่วยเลี้ยงชาวอเมริกาได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องลึก เอาง่ายๆ ประเทศไทยมีความลึกซึ้งที่จะไม่เสียแรงงาน เสียเวลาไปสร้างสิ่งที่ไม่ควรสร้าง มันเคยหลงไปตามเขาจะต้องสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ เช่น ไปสร้างอาวุธ เอาไปเอามาคนไทยก็ไม่เก่งไม่ต้องไปสร้างอาวุธ แต่สร้างอาหาร จนกระทั่ง โศลกวันนี้ ว่าไง... “คนฉลาดสร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์สร้างอาวุธ” เป็นโศลกที่เป็น ความคิดที่กลั่น กลั่นได้แล้ว ก็เอามากระจายออกไป ให้คนเขาได้รู้ความคิดที่กลั่นแล้ว เตือนสติ คนที่เขาได้ฟัง ได้ยิน เดี๋ยวนี้ แปลเป็นภาษาต่างประเทศก็ได้ง่าย พูดแบบนี้คนแปลเป็นภาษาต่างประเทศได้เลย ซึ่งก็ไม่ใช่ภาษาที่ยากซับซ้อนลึกซึ้งอะไร เป็นภาษาสามัญ คนฉลาดก็สร้างอาหาร คนชั่วช้าสามานย์ก็สร้างอาวุธ ง่ายๆ เป็นเรื่องจริง โลกที่เจริญเป็นโลกที่ไม่ฆ่าแกง ไม่ทำร้ายกัน มีแต่ช่วยเหลือกันเสียสละกันไป มันเป็นโลกเจริญ ถ้าโลกยังข่มเบ่ง ยังเป็นโลกที่เสื่อมต่ำ แต่มันสลับซับซ้อน สิริมหามายา พวกที่โฆษณา propaganda อย่างสมัยโบราณ เจงกิสข่าน อเล็กซานเดอร์มหาราช เบ่งอำนาจ ได้อำนาจครอบงำได้เป็นผู้ชนะ อย่างนั้นเป็นนิยายเก่าแล้ว ตกกระป๋องแล้ว แต่ผู้ที่ยังงมงายงุ่มง่าม ก็ยังไม่รู้ว่าเราอยู่ในยุคไหน ที่เรายังยึดถือ ยังจะต้องเป็นอยู่นี้ คนส่วนใหญ่เขารู้หมดแล้วว่าเป็นเรื่อง เลวทราม เขาเลิกกันหมดแล้ว แต่ตัวเองยังงมงายงมโข่ง มันส่อแสดงให้เห็น ทั้งหมดในกระบวนคนทั้งหลาย ในประเทศทั้งประเทศ สังเกตสิ ประเทศใหญ่ๆ ประเทศอินเดียใหญ่ พลเมืองมีมาก จีนมากกว่าอินเดีย 2 ประเทศนี้ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก พลเมืองพันกว่าล้าน อินเดียเขาไม่ไปแข่งสร้างอาวุธเลย สร้างไปตามประสา สร้างดาวเทียมก็ทำเป็นประโยชน์ นิมนต์พ่อครูจิบน้ำ สู่แดนธรรม... ในกำลัง 4 มีปัญญาพละ และสังคหพละ จะมีอานิสงส์อีก คือ พ้นภัย 5 ซึ่งชาวโลกยังตามไม่ทัน พ่อครูว่า... มาต่ออีกที่ว่า อเมริกาไม่เชิญประเทศไทย แสดงให้เห็นที่ขยายความไปบ้าง ไทยไม่ต้องไปเดือดร้อนไม่มีเสียหน้าอะไรเลย ถ้าจะพูดไปแล้ว อเมริกาต่างหากเสียหน้า ที่เขาเชิญไป ต้องการเชิญไปครอบงำ แต่แม้เขาเชิญเราไป เราไม่ได้ไปเพื่อให้เขาครอบงำ เราก็จะไปแสดงวิสัยทัศน์ของเรา แต่เมื่อเขาไม่เชิญก็ไม่มีปัญหาอะไร คือมันซับซ้อนตรงประเด็นที่ว่า คนที่คบคน ใครจะคบใครก็แล้วแต่ ถ้าเราคบผู้นี้รู้ว่าผู้นี้ควรคบ ควรเคารพยกย่องบูชา เกรงใจอย่างแรงกล้า และละอายท่านอย่างแรงกล้า เพราะท่านทำแต่สิ่งที่น่าเชิดชูชื่นชม แต่เราทำสิ่งน่าเกลียดน่าละอายเยอะ เพราะฉะนั้นจะเข้าไปหาท่าน นี่ เรามีแต่สิ่งน่าละอายที่แสดงออก แสดงความเห็นแก่ตัวเป็นต้น แสดงความโลภไม่รู้จักจบ เป็นต้น มันน่าอาย แสดงความหลง ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเยอะแยะ เป็นต้น น่าอาย ท่านไม่มีแล้ว ท่านไม่เอา ท่านมีฐานะสูง เพราะฉะนั้นผู้ที่มีปฏิภาณปัญญาสำนึกว่า เรานี่ ยังต่ำมาก ท่านเจริญ แล้วก็เคยหลงผิดมานานก็สำนึกตนเอง เราโง่มานานน่าอาย รู้สึกตัว เป็นคุณสมบัติ คุณธรรม คุณวิเศษของคนที่สำนึก พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้แค่นี้ มาได้พบผู้ที่สูงส่งจริงๆ ผู้เป็นโลกุตระบุคคล โอ้โห เราเป็นโลกียะต่ำต้อยจริงๆ เราทำเลวทรามมานานแล้ว หลงผิดว่าถูก หลงรวย แย่งอำนาจแย่งพรรคพวก มันสุดประเสริฐ แย่งรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันสุดประเสริฐ โง่ไม่เสร็จ โง่มานาน โง่แรงโง่ลึกด้วย ตอนนี้มาสำนึกแล้ว จึงเกิดความละอายอย่างแรงกล้า เกรงกลัว เราจะเข้าไปนี้ท่านจะยอมรับเราหรือไม่ ท่านจะช่วยเราหรือไม่ หรือท่านจะคัดออก คนที่อยู่นอกทะเบียนสอนไม่ได้จะเป็นอย่างนั้นไหม เกรงกลัว ต้องเคารพอย่างแรงกล้า ต้องรักอย่างแรงกล้า เต็มที่เข้าไป อ่อนน้อมถ่อมตน อย่างยิ่งเข้าไป คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีอะไรในตัวตนเลย เข้าไปหาคนที่ท่านไม่มีตัวตนแล้ว เราต้องทำตนไม่มีตัวตนอย่างยิ่งเข้าไปด้วย ก็จะค่อยๆสอดประสาน เข้ากับท่านติด เราเข้าไปหากมีแต่ตัวตนเบ่งๆ เหมือน อัมพัฏฐมานพ ไปหาพระพุทธเจ้า จะได้อะไร เพราะฉะนั้นความซับซ้อนลึกซึ้งพวกนี้ มันยิ่งสำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุลทำให้เห็น คนเช่น อเมริกาก็ชนิดหนึ่ง คนเช่นเกาหลีเหนือก็อีกชนิดหนึ่ง เกาหลีเหนือน่ะเบ่งใหญ่ไม่ออก อเมริกาเบ่งใหญ่มาได้แล้วพยายามเบ่งต่ออีก แต่ตอนนี้คนเขารู้ทัน อเมริกาก็เลยเบ่งต่อได้ยากขึ้น แต่ก่อนนี้ พูดให้ชัด ไทยก็ยังไม่ตื่นตัวเท่าไหร่ ก็ยังไปหลงอเมริกาอยู่ พอในหลวง ร.9 ขึ้นมา แถมอาตมาขึ้นมาอีก สองสำทับ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านสุขุมคัมภีรภาพ ท่านก็ทำของท่านไปนำร่องก่อน ทำนำร่องไปได้จนกระทั่งคนเห็น โลกุตรธรรมติดตลาดขึ้นมา ยังไม่ถึงขั้นนิยม ยังไม่ถึงขั้นเป็นแฟชั่น แต่ว่าติดตลาดขึ้นมา อยู่ในเกณฑ์ที่คนรู้แล้วก็เอาขึ้น ขึ้นบอร์ด ขึ้นลำดับ จัดลำดับไปแล้ว ว่า โลกุตรธรรมนี้สุดยอด เพราะฉะนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงเป็นที่รับได้ของ แม้แต่อเมริกาหรือสหประชาชาติที่อเมริกาเป็นหัวเรือใหญ่ ก็ยังต้องยอมรับในทีไปแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อเริ่มต้นมาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 บริหารประเทศมา 70 ปี อาตมาได้มาเสริมหนุนเข้าไป อาตมาเสริมหนุนทางเนื้อธรรมะ ทางเนื้อหาความรู้ทางธรรมะ ส่วนในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงพระจริยวัตร ทรงงานจริงๆเลย ทำให้เห็นว่า คุณธรรมโลกุตรธรรมนั้น จะต้องรู้จักสาระที่แท้ และทำสาระที่แท้นั้นไป ทำไปอย่างเผื่อแผ่เกื้อกูลกันเจือจานกัน โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปรวยกับเขา จนกว่าเขานั้นถูกแล้ว เพราะเราเป็นผู้มีความสามารถ มีสมรรถนะ มีปัญญาแข็งแรง เพราะฉะนั้นเราสร้างให้มากก็จะเหลือกินเหลือใช้ตลอดเวลา ยิ่งมีมวลหมู่เพิ่มก็มาช่วยกันสร้างก็เหลือเฟือเพิ่มขึ้นอีก มวลหมู่มากร่วมกันสร้างเพิ่มไปอีก เหลือมากเพิ่มอีก ก็ช่วยคน เอื้อมเอื้อเกื้อกว้าง ไปได้อีกๆ คนที่ได้รับความช่วยเหลือได้รับความช่วยเหลือเจือจานเกื้อกว้างออกไป เขารู้จัก เขาเข้าใจ Action reaction ปฏิกิริยาก็ คนที่ดีอย่างไรหนอจะได้ตอบแทนบุญคุณ เขาก็พยายามที่จะเมื่อมีอะไรพอจะมีจะได้ แม้ว่าเขาจะยังไม่เจริญเท่า แต่ก็เริ่มมีคุณธรรม เริ่มตอบแทนคืนมา โดยที่เราไม่ได้อยากได้ แต่คนที่เขาได้รับธรรมะ เห็นธรรมะ เขาเกิดธรรมะของเขา เขาก็ตอบแทนคืน ตอบแทนผู้ที่ควรตอบแทน แม้ว่าเขาจะมีน้อย เขาก็ตอบแทนคืนขึ้นมา เรายิ่งเป็นผู้ที่ไม่รับเพิ่มแล้ว เอาการตอบแทน เขาไม่ตอบแทนมามาก มันก็มากสำหรับเรา เพราะว่าเรามีเหลือมีมากมีเกินให้คนอื่นอยู่แล้ว เขาตอบแทนมา มันก็มีเพิ่มขึ้นไปอีก ระบบอย่างนี้มันล้อเลียนกับทุนนิยมเหมือนกัน แต่ทุนนิยมประกันเข้าหาตัวเอง โลภโมโทสันไม่รู้จักพอ แต่นี่ มันยิ่งน้อยลงไปจากตัวเอง มากขึ้นๆ ยิ่งน้อยลงไป ลึกซึ้งขึ้น มันตีกลับกันอย่างนี้ นี่เป็นสัจจะที่จะปรากฏขึ้นในโลกในยุคต่อๆไป สู่แดนธรรม... อเมริกาพอเขามีอำนาจ ที่จะทำแล้วนี้เขามีภูมิเท่าที่มี เขาถึงได้เบียดเบียนชาวโลก ซึ่งต่างจากที่พ่อท่านสอน ว่า ต่อไปเรามีอำนาจอีกเชิงพระคุณ ความต่างกันในการใช้อำนาจของเรา อีกสัก 70-100 ปีต่อไป พ่อท่านเคยบอกว่า เราจะมีรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งไปคอยสอดส่องประเทศอื่นที่เขาขาดแคลน เราก็จะได้ไปช่วยเหลือเขา พ่อครูว่า... คือไทยเป็นแผ่นดินทอง ที่ไม่ใช่ทองคำหรือทองดำ ประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศที่มีสมบัติในแผ่นดินมากเป็นน้ำมันมีทองคำเยอะ ไม่ต้อง แต่ไทยเราปลูกพืช ยิ่งกว่าทองคำหรือยิ่งกว่าทองดำ ให้พืชนี่แหละเป็นสมบัติ พืชนี่แหละเป็นอาวุธ พืชนี่แหละเป็นอาหาร ให้มีคุณภาพของพืชที่ดี มีสารที่ประเสริฐ สารที่เหมาะสมกับมนุษยชาติ เหมือนอย่างเขาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไบโอโลยี่ก็ตาม อะไรจะเสริมธาตุวิตามิน หรือให้คนที่ขาดแคลนให้สมบูรณ์ เติมมุมนั้นมุมนี้ฉันเดียวกัน เราได้พิสูจน์แล้วว่า พืชพันธุ์ธัญญาหารนี่ มันเป็นยิ่งกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองดำ ทองพืชนี่ ยิ่งกว่าทองคำ ยิ่งกว่าทองดำ แล้วก็สร้างขึ้นมาได้ อย่าง ไม่มีวันหมด ทองคำกว่าจะสะสมตัวเองเป็นทองคำ ใช้เวลาเป็นล้านๆปี แล้วมีจำกัด หมดไปก็ต้องหมด ทองดำ ก็กำลังจะหมดตอนนี้ เพราะดูดขึ้นมา แต่เขาคำนวณกันแล้วว่าอีกกี่ปีจะหมดโลก ตอนนี้ก็เลยต้องมาเอาพลังงานทางแดด พลังงานทองดำ จากน้ำมัน จะหมดแล้ว แต่พลังงานทางพืช ไม่มีวันหมดหรอก แผ่นดินมีอยู่ตราบใด มันหมุนเวียนอยู่ได้ตลอด แล้วพืชนี่ ใครไปยับยั้งมันทำงานอาจจะได้บ้าง ถ้ามันไปต่อไม่ได้ มันก็สร้างตัวมันเองให้เจริญอยู่ตลอด ทั้งวันทั้งคืน ไม่มีพักนะ มันสุดยอด เป็นธาตุพีชนิยาม สุดยอด ยิ่งใหญ่ที่สุดเลย แล้วคนก็อาศัยพืชนี้เป็นอาหารทั้งนั้นเลย คนทั่วโลกเลย ยอดขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ตะวันออกตะวันตกไหนก็แล้วแต่ กินพืชได้ทั้งนั้น เป็นอาหารจริงๆของคนด้วย เพราะฉะนั้นอาหารจึงเป็นหนึ่งในโลก พืชนี่เป็นอาหารหนึ่งในโลก เราจับฐานนี้ เมืองไทยอยู่ในโซนที่ สร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ดีที่สุดแล้ว สู่แดนธรรม... ผมจำได้ว่า พ่อท่านเคยพูดว่า พวกหลงความก้าวหน้า หลงอุตสาหกรรมก็อยากร่ำรวย การที่เขาจะร่ำรวยได้ ก็มีทางเดียวคือต้องไปเอาทรัพยากรธรรมชาติมาทำให้รวย ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันมีอยู่จำกัด ส่วนพวกเราเป็นผู้มีปัญญาแล้ว เราปลูกพืชผักไปก็ไม่ได้ทำลายสิ่งที่มี พ่อครูว่า... เราบำรุงดินบำรุงน้ำ ทำให้ได้สัดส่วนที่เหมาะแก่การปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร เรามาเรียนรู้สร้างความเฉลียวฉลาดในการบูรณะ พืชพันธุ์ธัญญาหารให้เจริญ ให้อุดมสมบูรณ์ ให้มากจนล้นจนเกิน การคมนาคมของทุกวันนี้ก็เจริญมากแล้ว เพราะฉะนั้นเราจะส่งไปแจกจ่ายเจือจานกันทั่วไปก็ง่ายขึ้น การถนอมอาหารก็มีวิธีการมีความรู้ ที่จะส่งกันไปถึงกันเผื่อแผ่กันไปถึงไกลสุดขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้ ตะวันออกสู่ตะวันตกก็แล้วแต่ มันย่นย่อเวลาลงหมดแล้ว มันดีแล้ว เพราะฉะนั้นสรุปเข้าไปเป้าอีก ใครยังเข้าใจไม่ได้ พยายามทำความเข้าใจให้ดีๆ มาช่วยกัน โชคของเรามากแล้วที่อยู่ในโซนของที่ที่เหมาะจะสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหาร ถ้าเราไปตกในโซนที่ไม่เหมาะสมอยู่ในโซนทะเลทรายหรือขั้วโลกเหนือ มีแต่หิมะหรือมีแต่น้ำแข็ง แน่นอนมันก็ยาก แต่เราทำได้มากกว่าในโซนใกล้เส้นศูนย์สูตร มีดินน้ำไฟลมที่อุดมสมบูรณ์พร้อมที่จะมาทำพืชพันธุ์ธัญญาหาร พืชพันธุ์ธัญญาหารมันก็เอาความเหมาะสมของมันซึ่งมันไม่รู้ตัวหรอก แล้วมันก็จะจำกัดของมัน มันต้องได้น้ำได้อาหารได้ธาตุที่มันต้องการในแต่ละชนิดแต่ละตระกูล มันก็ต้องเป็นไปของมัน สู่แดนธรรม... เราไม่ต้องกลัวเขาวิจารณ์ว่าเราพัฒนาไปสู่ความล้าหลัง เพราะว่าเรากำลังจะถอยหลังเข้าคลอง พ่อครูว่า... ไม่เลย คำว่าถอยหลังเข้าคลอง คลองคือ ครรลองครองธรรม เราเข้าสู่ครรลองครองธรรมที่สมบูรณ์แบบ ที่ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง ไม่เกินไปไม่น้อยไป เข้ามาสู่ความเหมาะสมที่สุด เราทำเข้ามาแล้ว ที่ว่า ถอยหลังเข้าคลอง เพราะว่าคนมันเลยเถิดออกนอกความพอเหมาะพอดี ออกไปไกลเลยเถิด สู่แดนธรรม... เขากำลังจะตกเหวแล้วใช่ไหมครับ เราก็เลยต้องดึงกลับมาสู่ครรลอง พ่อครูว่า... ใช่ เราเข้ามาอยู่ในขอบเขตพอดี เราต้องมีปัญญารู้ด้วยว่า นี่คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว คนที่ไม่เข้าใจก็ไม่เข้า แต่เราเข้าใจ เราชัดเจน ถึงคนอื่นจะไม่เข้าใจชัดเจนเหมือนเรา แต่เราชัดเจนของเรา มั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วก็ทำไปเลย เช่น ขณะนี้เราสรุปว่า เราจะเป็นประเทศที่มีพลเมืองและพื้นดิน ทำได้ ดินน้ำไฟลม เราปรุงแต่งให้เหมาะสมที่จะทำพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ อย่างบ้านราชฯเรา แต่เดิม ปลูกอะไรก็ยังไม่ดีหรอก จนทุกวันนี้ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารได้ดี ก็อย่างที่เห็นจริง ไม่ได้พูดโม้จนเกินไป เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่คน คนฉลาด เข้าใจที่จะทำอะไร ทำอย่างไร ผลออกมาเป็นอย่างไรเราก็เข้าใจหมด รู้ แล้วก็มีผลออกมายืนยันพิสูจน์ เราก็สืบขยายความเจริญ ให้มากยิ่งขึ้นของสิ่งที่มันเจริญนั้นๆไป เราเอาความฉลาด ความรู้ พลังงาน ทุนรอนมาลงกับอย่างนี้ ทำพืชพันธุ์ธัญญาหารให้เต็มที่ แล้วก็มีอุดมการณ์หรืออุดมคติหรือใจจริง ไม่ได้มี ไม่ได้สร้างขึ้นมาให้มากให้เยอะให้ดีเพื่อไปเอาเปรียบใคร หรือเพื่อให้แลกเปลี่ยนเอากลับคืนมา เราจะได้มากขึ้น เอามาหอบหวงแหนไว้ ไม่เลย สู่แดนธรรม... พ่อท่านได้เคลียร์ตรงนี้ดีนโยบายของเรานี้คนอาจมองได้ว่า เดี๋ยวเราจะทำเหมือน CP พ่อครูว่า... พูดไปก็ ดูเผินๆดูเหมือนดีว่าเขาสร้างอาหาร แต่ วิธีการ นโยบายของเขานั้น เขากอบโกยร่ำรวย คนต้องกินอาหาร เขาจับประเด็นนี้ได้ เพราะฉะนั้นเขาไม่เกี่ยงอาหารเขาทำทั้งหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประมงหรือปศุสัตว์ ทั้งพืช แล้วอาศัยสิ่งที่จำเป็นของคนนี่แหละ เอาไปเป็นอำนาจ เป็นตัวประกันที่เขาจะได้เปรียบเอามามากๆ แล้วเขาก็รวยกันมากมาย อาตมานี่ ขออภัยเถอะ ไม่เอาอย่างเด็ดขาดเลย ในภาวะซับซ้อนลึกซึ้ง ไม่อยากพูดมากกว่านี้ อาหารเหมือนกัน แต่วิธีการความรู้ความเข้าใจความโลภความเห็นแก่ตัวประชาชนมันต่างกัน อย่างชาวอโศกเราเข้าใจอย่าง CP ทำ แต่ไม่ได้ทำอย่าง CP แต่เราก็ไม่ได้ทำเก่งเท่าเขา เพราะคนส่วนใหญ่ประชาชนเป็นปุถุชน ยังติดในลาภยศสรรเสริญโลกียสุข เขาจึงได้มวลได้สมาชิกมากกว่าเรา สมาชิกของเราแม้น้อย แต่มีคุณสมบัติ คุณวิเศษ คุณธรรม ราคาสูงกว่ากันเยอะ คนอย่างพวกเราราคาสูงกว่ากันเยอะ ราคาของกรรมก็แพง ราคาของแรงงานก็แพง ราคาของคุณค่าต่างๆ คุณธรรมซ้อนอยู่ในตัว แล้วก็เป็นคนอยู่ในสังคมนี้ซ้อน เพราะฉะนั้นวิเคราะห์รวมแล้ว คนคนหนึ่ง คุณค่าคุณวิเศษมันแพงกว่าคนโลกีย์ คนปุถุชนเขาเยอะ ขออภัยพูดแล้วเหมือนยกตัวยกตน แต่อธิบายวิชาการสัจธรรมสู่ฟัง สรุปที่โลกุตรธรรม เป็นอาริยธรรมของ อาริยชน ไม่ใช่ของคนที่ไม่เจริญ มิลักขะ แต่เขาหลงตัวว่าเป็นคนเจริญอย่างอเมริกา เป็นคนเถื่อนอเมริกาเนี่ยเอาเปรียบและข่มเหงคนอื่นแล้วนึกว่าตัวเองเจริญ คุณยังเอาเปรียบคนอื่นไม่ใช่คนเจริญ ง่ายๆสั้นๆ คนที่ช่วยเหลือเขาไม่ไปข่มเขา ตนเองต้องพึ่งตนเองรอดแล้วทำในสิ่งจำเป็นสำคัญแจกจ่ายเกื้อกูลเขาได้ อย่างนั้นต่างหากเป็นคนมีคุณค่า เป็นคนประเสริฐ เพราะฉะนั้นเขาจะแข่งอาวุธ แข่งอำนาจ แข่งพรรคพวกอะไร เราไม่ต้องไปแข่งกับเขาเลย เราเพิ่มศักยภาพในการสร้างสิ่งที่สำคัญจำเป็นของมนุษยชาติให้ดี ให้มีทั้งปริมาณและคุณภาพที่เพิ่มขึ้นมากขึ้น สู่แดนธรรม... วันนี้เด็กๆ ได้ฟังอะไรที่ดีๆมาก ฟังแล้วคงไม่อยากไปไหนแล้วล่ะ อยู่ช่วยพ่อท่านทำประเทศชาติบ้านเมืองให้เป็นตัวอย่าง พ่อครูว่า... คุณไม่ต้องทำเป็นลวงๆหรอก เขารู้จริงเขาก็อยู่จริง ถ้าไม่รู้ดีรู้จริงจะถูกบังคับอยู่ก็ไม่ได้เรื่องหรอก มันของจริง เราต้องการของจริง ของจริงมันได้เท่าไหร่ก็เอา ของไม่จริงยิ่งอยู่ยิ่งไม่ดี มันลบล้างกันในตัว มันทำลายตัวเองในตัว 641206 รายการ ตุ้ม ตะลุ่ม ตุ้ม ม้ง ครั้งที่ 19

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน