สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าคืออย่างไร.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.84 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยของพระพุทธเจ้าคืออย่างไร พ่อครูว่า...ไม่ว่าจะเป็นบัญญัติกับสภาวะ บัญญัติคือชื่อพยัญชนะต่างๆ เมื่อเป็นคนที่อยู่ในวงจรวิบากครบ กลุ่มนี้เขาถือกันเป็นหลักการสมมุติแล้วว่าอย่างนี้คืออย่างนี้ๆ เป็นที่รู้กันแล้ว พอมีบารมีหรือมีวิบากจะเรียกว่าสันดานถ้าเป็นทางที่ไม่ดี มีครบแล้วมันจะลงตัวเลขก็ตามลงชื่อก็ตามลักษณะจริงพฤติกรรมจริงของคนนั้นก็ตาม ตรงกันหมดเลย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอจินไตยอย่างหนึ่ง ความลงตัวของพระพุทธเจ้าที่จะต้องประสูติตรัสรู้ปรินิพพานวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 6 จะต้องชื่อนั้นในยุคนั้น มันจะลงตัว พอถึงขีดที่ได้สัดส่วนจริงๆแล้วก็ลงตัวชัดจริงๆ อาตมาเกิด 5 มิถุนายนในหลวงเกิด 5 ธันวาคม ซึ่งคนละครึ่งปีเลย แล้วแถม มีคนชื่อจำลองมาเกิด 5 กรกฎาคมอีก สิ่งเหล่านี้อาตมาไม่สงสัยและชัดเจน สมณะฟ้าไท.. ผู้เป็นปัญญาธิกะจึงตรัสรู้ได้เร็ว ผู้เป็นศรัทธาธิกะจึงตรัสรู้ได้ช้ากว่าครึ่งหนึ่ง จะชัดเจนว่าเราทำอะไรต้องมีองค์ประกอบความรู้ให้มีความชัดเจนสูงที่สุด รู้ว่าคนนี้ชื่อนี้จะมาทำอะไร ซึ่งจะมาเองตามบารมี เราเป็นสาวกผู้ตามก็ไม่รู้รอบเท่าท่าน ก็เดินตามที่ท่าน บอกจึงจะบรรลุได้เร็ว พ่อครูว่า...พาดพิงถึงเหตุการณ์ปัจจุบันพฤติกรรมสังคมตอนนี้เรื่องการเมืองเห็นแล้วน่าสนุก แต่เขาคงทุกข์กันน่าดู มันก็เป็นความไม่รู้ ความมีตัวตนความอยากได้ของตัวบุคคลต้องการอย่างนั้นอย่างนี้ อาตมาก็พูดซ้ำซากวนเวียนไปมาในเรื่องของคนไทยเมืองไทยพฤติกรรมสังคมของคนในด้านเศรษฐกิจสังคม ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่มันลงตัวมันดี พูดแล้วเหมือนคุยโม้คุยต่อหลงตัวอวดอ้างเหมือนหลงตัวเอง เช่นบอกว่าเมืองไทยเป็นเมืองเป็นเมืองที่มีประชาธิปไตยดีที่สุดสูงที่สุดในโลก เขาก็บอกว่าต้องอเมริกาสิ ความเป็น

อ่านต่อ

ประชาธิปไตย อาตมายืนยันว่าพฤติกรรมความเป็นประชาธิปไตยพระพุทธเจ้าได้ประพฤติตั้งแต่ในยุคของท่าน ท่านเป็นตัวประชาธิปไตยยอดเยี่ยมที่สุด ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความเป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุดอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านมีความรู้และพาให้ประพฤติ ประชาธิปไตยที่ท่านสรุปไว้ 3 ประโยคคือ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ยิ่งใหญ่ที่สุด 1. พหุชนหิตายะ ผู้ที่สร้างประโยชน์ให้แก่มวลมนุษยชาติได้มากนี่คือคุณสมบัติผู้มีที่มีประชาธิปไตย แล้วต้องรู้ว่าอะไรคือโทษอะไรคือประโยชน์ จึงได้สร้างแต่ประโยชน์ให้แก่มวลมนุษยชาติได้มาก แม้แต่คนชั่วเขาก็ได้รับประโยชน์ด้วยแต่เขาไม่รู้ตัว 2. พหุชนสุขายะ ขอยืมคำว่าสุขมาใช้เป็นสุขที่ไม่เดือดร้อนวุ่นวายเป็นสุขที่สงบ อยู่กันอย่างก็อะลุ่มอล่วย สดชื่นเบิกบานดีไม่เหี่ยวแห้ง ไม่โศกปริเทวทุกขโทมนัสอุปายาสะ 3. รับใช้โลก โลกานุกัมปายะ อนุเคราะห์ช่วยเหลือโลกรับใช้โลก อุ้มชูโลกบริการโลกถึงขั้นไปบริหารบริบาลโลก คือการกระทำกรรมของคนนี้ ช่วยเหลือโลกเป็นประโยชน์ต่อโลก นี่คือนิยาม 3 ข้อใหญ่ของความเป็นประชาธิปไตย เหตุปัจจัยที่จะเป็นเช่นนี้ได้ก็จะต้องมีคนคนนั้นที่เป็นเจ้าแห่งประชาธิปไตยมีความรู้ในประชาธิปไตย ก็จะต้อง 1. เป็นคนที่ไม่มีตัวตน ไม่เห็นแก่ตัวแก่ตน 2. เป็นผู้ที่เสียสละสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องการอะไรตอบแทน 3. มีปัญญามีความรู้รอบทุกอย่างจัดสรรได้ตามสัปปุริสธรรม 7 มหาปเทส 4 ประมาณให้ได้สัดส่วนทุกปริเฉท ทุกกาละ สัดส่วน เป็นพฤติกรรมที่ยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ มนุษย์ที่มี ความรู้ความสามารถทำได้ และประพฤติได้ ตามที่รู้ที่สามารถจึงจะเกิดพฤติกรรมจริงของมนุษย์ เมื่อมนุษย์ได้มีพฤติกรรมอันนี้หลายคนรวมตัวกันเป็นหมู่กลุ่มสังคม ที่ประพฤติได้อย่างนี้ ความประพฤตินี้เรียกว่าประชาธิปไตย พลังอำนาจอธิปไตยของโลกเป็นแบบนี้แล้วก็มีความเข้าใจตาม รู้ว่าพลังและอำนาจในตัวเราเองเป็นอย่างไรแค่ไหน 4. รู้ความเหมาะสมดีที่สุดเรียกว่าธรรมะ ในโลกาธิปไตย อัตตาธิปไตย ธรรมาธิปไตย คำว่าธรรมะเป็นคำที่รวมไว้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ถูกต้องตามกาละที่ไม่เที่ยงทุกวินาทีไม่มีอะไรเที่ยงมีอะไรเกิดในปัจจุบันนั้น ปัจจุบันชาตินั้นเรียกว่า status quo ปัจจุบันคือสิ่งที่แท้จริงเล็กน้อยที่สุด เลื่อนออกไปจากนั้นก็เคลื่อนแล้วมีอะไรออกไปจากนั้นก็ไม่มีปัจจุบันแล้ว ผู้ที่รู้ก็จะรู้รายละเอียดแล้วจัดสรรให้ได้เหมาะสมควร ผู้ที่ไม่มีตัวตนมีแต่ความเสียสละ มีปัญญา ไม่มีความลำเอียง เป็นผู้รับใช้มวลชนช่วยเหลือมวลชนในงานชั้นสูง ที่คนรู้ไม่ได้ด้วยง่ายๆทำด้วยไม่ได้ง่ายๆจึงต้องทำหน้าที่ เป็นงานชั้นสูง เป็นงานยาก เป็นงานที่ลึกซึ้ง คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) ความจริงที่เป็นจริงไม่ใช่แค่เหตุผลตรรกะ แต่ทำได้จริงด้วยตามพยัญชนะที่ผู้รู้อย่างพระพุทธเจ้าได้ตรัสขึ้นมาลงตัว เพราะฉะนั้นถ้าไม่ลงตัวก็เรียกว่า ตรรกะ พวกเราไม่ได้มีแต่พฤติกรรมแบบตรรกะแต่มีพฤติกรรมแบบสัจจะ ประพฤติประชาธิปไตยได้ ชาวอโศกเป็นผู้ที่ประพฤติประชาธิปไตยดีที่สุดในโลก พูดไปแล้วเหมือนน่าหมั่นไส้จริงๆ เป็นประชาธิปไตยที่อยู่ถึงขั้นปกครองโดยไม่ต้องปกครอง ประชาชนทุกคนรู้หน้าที่ไม่ต้องจ้าง เพราะฉะนั้นในสังคมชาวอโศกไม่จ้าง ทุกคนมาทำฟรีสมัครใจมาเองมีอิสระเสรีภาพ ไม่สมัครใจ ไป ไม่ได้ไล่แต่บอกความจริงพูดภาษาไทย มีพวกคุณมาให้อาตมาทำงานให้ ขยายสัจธรรม ซึ่งเป็นสิ่งสูงสุดเป็นสิ่งที่มนุษยชาติเกิดมาแล้วต้องมามีอันนี้มีความรู้อันนี้ ได้อย่างนี้เป็นอย่างนี้ให้สูงสุด และสิ่งที่เราได้จะไปไหน เข้ามาทำให้ประโยชน์แก่ทุกคน พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก)วนอยู่อย่างนี้ 620526_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ขณะนี้เมืองไทยมีประชาธิปไตยสูงที่สุดในโลก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน