สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน จุดแยกระหว่างโลกียะกับโลกุตระ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ธรรมะ 2) ตอน จุดแยกระหว่างโลกียะกับโลกุตระ อาตมาก็ชี้จุดแบ่ง อาตมารู้จุดแยกระหว่างโลกียะกับโลกุตระ โลกุตระนั้นคุณจะรู้ได้อย่างไร คุณต้องรู้จิตเจตสิกด้วย อาการ ลิงค นิมิต อุเทสของตน คุณต้องรู้อาการเจตสิกของตน โดยเฉพาะ เวทนา คือ ความรู้สึก ความรู้ที่มันเป็นความรู้สึกที่จิตมันเคลื่อนไหวเคลื่อนที่แล้ว ความรู้ก็คือความเข้าใจ พอรู้แล้วมันมีสภาวะเช่นนี้เรียกว่ารู้สึก นั่นแหละ เป็นตัวชี้บ่ง พระพุทธเจ้าก็พยายามใช้พยัญชนะว่า เวทนา ในความรู้สึกหรือความรู้ รู้ดีรู้ชั่วแล้วทำดีไม่ทำชั่ว นั่นยังเป็นโลกียะ แต่ของพระพุทธเจ้านั้นไม่ใช่แค่ความรู้สึก ไม่ใช่แค่ดีชั่ว แต่รู้สึกพ้นความสุขความทุกข์ ซึ่งมันเป็นคำปลอมทั้งคู่ เป็นเทวะ สุขกับทุกข์เป็นธรรมะ 2 แล้วไปยึดสุข ยึดทุกข์ 2 ตัวคือสุขกับทุกข์เป็นเหมือนเหรียญสองด้านเป็นเทวดาตีไม่แตก คนไม่รู้ก็คือเทวนิยมที่ตีเหรียญเทวไม่ออก ตีจิตเจตสิกตัวเองไม่ออก แยกจิตเจตสิกตัวเองไม่ออก จำนนอยู่กับสุขกับทุกข์ แล้วไปหลงว่า เจ้าของความสุขเป็นพลังงานใหญ่ยิ่งในโลกในมหาจักรวาลเรียกว่าพระเจ้า เป็นเจ้าของความสุข จะให้ใครเป็นสุข คนนี้สิ่งนี้ อยู่ไหน? ไม่รู้ เอามายืนยันแสดงที่สุดให้สัมผัสตัวตนไม่ได้ ก็เลยคลุมเครืออยู่อย่างนี้ตลอดกาลนาน กลายเป็นเทวดานิรันดร เทวะก็ไม่รู้จัก เพราะตีเทวะไม่แตก ตีสภาพสองไม่แตก สภาพ 2 มีอะไร สภาพ 2 มีเยอะมาก ทุกอย่างเป็นสภาพ 2 ทั้งนั้น เมื่อเกิดสภาพ 2 ก็จะเกิดอุปมาเป็นการเปรียบเทียบ ถ้าคุณไม่มีตัวที่เปรียบเทียบคุณจะตีไม่แตกอยู่อย่างนั้นตลอดกาล นัตถิอุปมา แต่นัตถิอุปมา พระพุทธเจ้าที่มีวิชชาแล้วคือมันจบการเปรียบเทียบที่ได้มีมาหมดแล้วไม่ต้องเปรียบเทียบอีก เปรียบเทียบแล้วชัดเจนหมดทุกเหลี่ยมมุมทุกด้าน นั่นก็คือ นัตถิ ท
อ่านต่อ
ี่สมบูรณ์แบบก็เรียกว่า อัตถิ มันสมบูรณ์แบบครบถ้วนแล้วไม่ใช่นัตถิ ไม่ต้องเปรียบเทียบกับอะไรอีกเพราะมันเป็นหนึ่งเดียว ยอด 1 ไง อะไรก็เทียบไม่ได้แล้ว สูงสุดดีสุดประเสริฐสุด สุดๆ ว่างสุด 620526_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ขณะนี้เมืองไทยมีประชาธิปไตยสูงที่สุดในโลก