09-บทที่ 5 6.pdf

โฟลเดอร์pdf
ประเภทไฟล์PDF (application/pdf)
ขนาดไฟล์121 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2562

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การวิจัย เรื่อง การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 2 อ าเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับความปวดคอ บ่าไหล่ ก่อนและหลังการทดลอง และเพื่อเปรียบเทียบความรู้ก่อนและหลังการแนะน าเกี่ยวกับอาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ และเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้จากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 2 อ าเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีอาการปวดบริเวณคอ บ่าไหล่ จ านวน 45 คน และเป็นผู้สมัครใจเข้าร่วมการบ าบัดโดยวิธีกดจุดเส้นลมปราณที่แขนเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Research) แบบกลุ่มเดียววัดก่อน-หลังการทดลอง (One group pretest posttest design) โดยเครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โปรแกรมการประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความปวดและแบบทดสอบความรู้ ที่ผู้วิจัยได้สร้างและพัฒนาขึ้น สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าความถี่ (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (X) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบ Paired-Samples t-test สรุปผลการวิจัย 1. ก่อนได้รับการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน กลุ่มตัวอย่างมีระดับความปวดคอ บ่าไหล่เฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง (X= 5.31 , S.D. = 1.84) และหลังได้รับการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน พบว่า ระดับความปวดคอ บ่าไหล่เฉลี่ยลดลงอยู่ในระดับน้อย (X= 1.73 , S.D. = 1.16) 2. ผลการเปรียบเทียบระดับความปวดคอ บ่าไหล่ข

อ่านต่อ

องกลุ่มตัวอย่าง หลังการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนน้อยกว่าก่อนการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนอย่างมีนัยส าคัญที่สถิติที่ระดับ .05 (t = 14.13 , p < 0.001) 3 . ผลการเปรียบเทียบระดับความรู้เกี่ยวกับอาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณหลังการแนะน าสูงกว่าก่อนการแนะน า อย่างมีนัยส าคัญที่สถิติที่ระดับ .05 (t = 30.49 , p < 0.001) อภิปรายผล จากการศึกษาผลของการประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่า ไหล่ ของผู้เข้าค่ายแพทย์วิถีธรรม สวนป่านาบุญ 2 อ าเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้วิจัยขออภิปรายผลตามวัตถุประสงค์การวิจัยดังนี้ 1. จากผลการวิจัย พบว่า หลังได้รับการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน ระดับความปวดคอ บ่าไหล่จากระดับความปวดเฉลี่ยปานกลาง ลดลงอยู่ในระดับน้อย ทั้งนี้เนื่องจากการกดจุดเส้นลมปราณเป็นการกระตุ้นหรือฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายด้วยวิธีทางอย่างธรรมชาติ และสรรพคุณ 107 ของการกดจุดสามารถระงับโรคต่าง ๆ ได้ดี จนร่างกายแข็งแรงและสุขภาพทางจิตใจก็แจ่มใสขึ้นไปด้วย การกดและกระตุ้นอย่างถูกต้อง ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบต่างๆ ภายในร่างกายให้บรรดาเหล่าอวัยวะทุกส่วนท างานกันได้อย่างสมบูรณ์ ไม่สะดุดติดขัดหรือเสื่อมสภาพไป ช่วยเสริมความต้านทานโรคและสร้างความสมบูรณ์แข็งแรงให้แก่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ดังเช่น ใจเพชร กล้าจน. (2553 : 291-386) ที่กล่าวถึงวิธีการระบายสิ่งที่พิษร้อนหรือเย็นเกินนั้นออก เมื่อมีสิ่งที่เป็นพิษหรืออันตรายมาสัมผัสกับเนื้อเยื่อของร่างกาย จะท าให้เกิดการเกร็งแข็งค้างของกล้ามเนื้ออย่างอัตโนมัติเพื่อหนีหรือขับพิษหรืออันตรายนั้นออก จึงท าให้เกิดอาการตึง แข็ง เจ็บ ปวด มึน ชาตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย อันเกิดจากเลือดลมไหลเวียนไม่ดี เทคนิคข้อที่ 6 คือ การออกก าลังกาย กดจุดเส้นลมปราณ โยคะ กายบริหาร เป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยลดอาการตึง แข็ง เจ็บ ปวด มึน ชา เกร็งแข็งค้างตามส่วนต่าง ๆ ของกล้ามเนื้อได้ และเมื่อผู้ได้รับการกดจุดเส้นลมปราณเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่มีอาการปวดลดลงอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาสั้น สอดคล้องกับธัฏษิณา กาแพง (2557) ที่ได้ศึกษาพบว่าระดับอาการปวดคอและไหล่ และระดับความดันโลหิตในผู้ที่มีอาการปวดคอและไหล่มีความสัมพันธ์กัน และสอดคล้องกับ วู๊ดและเบคเกอร์ (Wood and Becker. 1981 : 25) ที่ศึกษาการนวดกดจุดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ผลการศึกษาพบว่า การนวดกดจุดกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดด าได้ดีเท่า ๆ กับการไหลเวียนของเลือดแดง ท าให้การไหลกลับของเลือดด าเข้าสู่หัวใจมีปริมาณเพิ่มขึ้น การสูบฉีดเลือดจากหัวใจไปเลี้ยงเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลทางเมแคนิกส์ของเส้นเลือดของเส้นเลือดแดง (Arterioles) 2. จากผลการวิจัย พบว่า ระดับความปวดคอ บ่าไหล่ของกลุ่มตัวอย่าง หลังการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนน้อยกว่าก่อนการทดลอง นั่นคือ การประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ มีประสิทธิภาพท าให้อาการปวดลดลง ทั้งนี้เนื่องจาก เส้นลมปราณจะเป็นสิ่งเชื่อมโยงอวัยวะภายในทั้งห้า อวัยวะกลวงทั้งหก แขนขาและทุกส่วนของร่างกายเข้าด้วยกัน เป็นเส้นล าเลียงพลังเลือดและของเหลวไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เส้นลมปราณท าหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนและสมดุลของพลัง รวมทั้งควบคุมการไหลเวียนของเลือดบ ารุงรักษากระดูก หล่อลื่นเอ็น และไขข้อต่างๆ ทั่วร่างกายให้สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องและเป็นปกติเนื่องจากเส้นลมปราณต่างๆ ของร่างกายต่อเนื่องเชื่อมโยงและมีความสัมพันธ์กันอยู่ จึงท าให้อวัยวะต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (โครงการพัฒนาเทคนิคการทายาสมุนไพร โครงการศึกษาการแพทย์ตะวันออก และมูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา. 2551 : 49-50) และภาสกิจ (วิทวัส) วัณนาวิบูล (2551) กล่าวว่าเส้นลมปราณ ทอดยาวไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เป็นเส้นทางล าเลียงพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ท าให้การท างานของอวัยวะทุกส่วนอยู่ในภาวะสมดุล เส้นลมปราณที่ผ่านบริเวณแขนไปยังบ่าไหล่และคอ เมื่อใดก็ตามที่เกิดการติดขัดในต าแหน่งใดต าแหน่งหนึ่งท าให้พลังลมปราณ เลือด ของเหลวต้องคั่งค้าง หยุดชะงัก ก็จะท าให้เกิดอาการเจ็บหรือปวดบริเวณคอ บ่าไหล่ได้ การกดจุดเส้นลมปราณบริเวณแขนทั้งสองข้าง จ านวนข้างละ 6 เส้น เส้นละ 2 นาที ซึ่งผลการกดจุดเส้นลมปราณแต่ละเส้นส่งผลต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ ดังนี้ เส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ เป็นเส้นลมปราณที่ทอดยาวตามแนวร่องกล้ามเนื้อร่องกระดูกกึ่งกลางเยื้องมาทางนิ้วนางของแขนด้านหน้า การกดจุดเส้นลมปราณนี้จะกดต่อเนื่องพื้นที่ต่อพื้นที่ 108 ตามร่องกล้ามเนื้อมัดหน้าด้านในจนถึงจุดกลางรักแร้ ซึ่งมักเป็นจุดที่ท าให้เกิดอาการปวดตึงไปยังบ่าไหล่ ดังนั้นการกดจุดเส้นลมปราณนี้เป็นการเปิดทางเดินของเส้นลมปราณให้ส่งพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไปสู่เยื่อหุ้มหัวใจ ซึ่งส่งผลให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณหัวใจ เป็นเส้นลมปราณที่ทอดยาวตามแนวร่องกล้ามเนื้อร่องกระดูกของแขนด้านหน้าที่ตรงกับด้านหน้าของนิ้วก้อย การกดจุดเส้นลมปราณนี้จะกดต่อเนื่องพื้นที่ต่อพื้นที่ ตามร่องกล้ามเนื้อมัดหน้าด้านในจนถึงรักแร้ค่อนไปทางปีกสะบัก ซึ่งผู้ที่มีอาการปวดตึงไปยังบ่าไหล่ จะมีอาการเจ็บตามจุดเส้นลมปราณนี้ ดังนั้นการกดจุดเส้นลมปราณนี้เป็นการเปิดทางเดินของเส้นลมปราณไม่ให้ติดขัดท าให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณปอด เป็นเส้นลมปราณที่ทอดยาวตามแนวร่องกล้ามเนื้อร่องกระดูกของแขนด้านหน้า บริเวณกึ่งกลางระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ตรงร่องที่ชิดกับเส้นเอ็นกลางแขนด้านในมาทางนิ้วโป้ง การกดจุดเส้นลมปราณนี้จะกดต่อเนื่องพื้นที่ต่อพื้นที่ ตามร่องกล้ามเนื้อมัดหน้าด้านในจนถึงสุดกระดูกหัวไหล่ แล้วกดเลาะอ้อมข้างกระดูกหัวไหล่ลงมากดเขี่ยตรงจุดรอยต่อระหว่างกระดูกไหปลาร้ากับรักแร้ ซึ่งผู้ที่มีอาการปวดคอ บ่าไหล่ มักจะมีอาการปวดตึงบริเวณหน้าอกด้านบน รอยต่อระหว่างกระดูกไหปลาร้ากับรักแร้ บางรายมีอาการไหล่ติด หายใจไม่สะดวก ดังนั้นการกดจุดเส้นลมปราณนี้เป็นการเปิดทางเดินของเส้นลมปราณที่ติดขัดตลอดแนวเส้น โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่เพื่อให้ส่งพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไปสู่ปอดได้สะดวกขึ้น จึงส่งผลให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณล าไส้ใหญ่ เป็นเส้นลมปราณที่ทอดยาวตามแนวร่องกล้ามเนื้อร่องกระดูกของแขนด้านหลัง เริ่มจากร่องบุ๋มใต้กระดูกหัวไหล่ตรงกลางแขนด้านนอก กดตามร่องกลางแขนด้านนอกออกมาเรื่อยๆ จนถึงข้อมือ แล้วเลื่อนมากดที่จุด เหอกู่ ซึ่งอยู่ระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ซึ่งเป็นจุดระบายพิษที่ส าคัญจุดหนึ่ง การกดจุดเส้นลมปราณนี้เป็นการเปิดทางเดินของเส้นลมปราณที่ติดขัดตลอดแนวเส้น โดยเฉพาะบริเวณบ่าและหัวไหล่ เพื่อให้ส่งพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้สะดวกขึ้น จึงส่งผลให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณซานเจียว เป็นเส้นลมปราณที่เป็นเส้นชุมทางของพลังงานสามส่วน ได้แก่ ช่องท้อง ช่องอกและช่องเชิงกราน เริ่มต้นจากบริเวณต้นคอตรงชายผม ลงมาข้างคอ ร่องกลางบ่า เรื่อยมาหัวไหล่ ซึ่งการกดจุดเส้นลมปราณนี้จะส่งผลโดยตรงต่ออาการปวดคอ บ่าไหล่ การกดด้วยน้ าหนักที่พอเหมาะและถูกจุด ถูกวิธี จะช่วยกระจายลมปราณที่เสียที่อั้นอยู่บริเวณคอ บ่าไหล่ให้กระจายและไหลเวียนออกไป ส่งผลให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ เส้นลมปราณล าไส้เล็ก เป็นเส้นลมปราณที่เริ่มจากปลายสะบักด้านหลังมาหากลางสะบัก กดตามร่องกล้ามเนื้อข้างกระดูกแขนด้านนอกด้านนิ้วก้อย จนถึงโคนนิ้วก้อย การกดจุดเส้นลมปราณนี้เป็นการเปิดทางเดินของเส้นลมปราณที่ติดขัดตลอดแนวเส้น โดยเฉพาะบริเวณหัวไหล่ เพื่อให้ส่งพลังลมปราณ เลือด ของเหลวไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้สะดวกขึ้น ท าให้อาการปวด ตึง บริเวณบ่าไหล่ลดลงได้ ดังนั้นสามารถสรุปได้ว่า การกดจุดเส้นลมปราณบริเวณแขนทั้ง 6 เส้น เป็นการเปิดทางเดินของเส้นลมปราณ ให้สามารถท างานได้เป็นปกติไม่ติดขัดหรือเกิดความสมดุล อวัยวะที่เส้นลมปราณวิ่งผ่านได้รับพลังลมปราณ สารอาหาร สามารถขับของเสียได้ดี จึงท าให้อาการปวดบริเวณ คอ บ่าไหล่ 109 หายหรือทุเลาลงได้รวดเร็ว สอดคล้องกับสมเกียรติ ศรไพศาล (2552 : 11-13) ได้ศึกษาประสิทธิผลการกดจุด โดยศึกษาเบื้องต้นถึงประสิทธิผลการใช้การกดจุดบ าบัดในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มอาการต่าง ๆ 7 กลุ่มอาการ พบว่า กลุ่มอาการที่มีประสิทธิผลค่อนข้างสูง คือ ดีขึ้นร้อยละ 96.92 ได้แก่ กลุ่มอาการปวดศีรษะ ไมเกรน และกลุ่มอาการปวดคอ บ่า ดีขึ้นร้อยละ 92.52 สอดคล้องกับไฮส์ และคณะ (Hsieh et al. 2010 : 1-2) ได้ศึกษาและเปรียบเทียบผลการบ าบัดเพื่อลดอาการปวดศีรษะด้วยวิธีนวดกดจุดและการรักษาโดยใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ ผลการวิจัยพบว่า การบ าบัดอาการปวดศีรษะเรื้อรังด้วยวิธีกดจุดช่วยลดอาการปวดศีรษะลดลงมากกว่าการรักษาด้วยการกินยาคลายกล้ามเนื้อ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (p = 0.047) และ ฟลอร์และเติร์ก (Flor and Turk. 1984 : 105) ได้ศึกษาพบว่าอาการปวดหลัง คอ บ่าไหล่ ท าให้จ ากัดการเคลื่อนไหวของร่างกายและก่อให้เกิดความอ่อนแอของกล้ามเนื้อตามมา การกดจุดและนวดท าให้ลดอาการปวดได้ 3. จากผลการวิจัย พบว่า ระดับความรู้เกี่ยวกับอาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณ เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณหลังการแนะน าสูงกว่าก่อนการแนะน า อย่างมีนัยส าคัญที่สถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้เนื่องจากการรักษาอาการปวดบริเวณ คอ บ่าไหล่ด้วยเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขน นั้นผู้วิจัยได้จัดโปรแกรมการให้ความรู้ร่วมด้วยกับการรักษา ซึ่งเป็นความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจเป็นสาเหตุของอาการปวดคอ บ่าไหล่ ลักษณะอาการปวดคอ บ่าไหล่ จุดเส้นลมปราณต่าง ๆ และเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณ ซึ่งกลุ่มตัวอย่างสามารถเข้าใจถึงสาเหตุ อาการ วิธีการรักษาอาการปวดคอ บ่าไหล่ด้วยเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนโดยการศึกษาจากคู่มือได้ด้วยตนเอง ดังนั้นจึงส่งผลให้กลุ่มตัวอย่างเกิดความรู้ความเข้าใจมากขึ้น ดังเช่น สแปร์โร (Sparrow. 1985 : 43) ที่ศึกษาพบว่า การกดจุดและการนวด เป็นการพยาบาลโดยการสัมผัสอย่างใกล้ชิด ท าให้ผู้ป่วยอบอุ่น สบายใจ และพึงพอใจ เช่นเดียวกันกับ แบย์ส (Byass (1988 : 40) ที่กล่าวว่า การนวดและกดจุดท าให้ลดความตึงเครียดทางอารมณ์ ลดความซึมเศร้าและความเจ็บปวดมีความสัมพันธ์กันในทางบวกอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้นเมื่อกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจ รู้สึกสบาย เบากาย มีก าลัง ได้รับรู้น้ าหนักจากการสาธิตและทดลองกดจุดด้วนตนเอง จึงท าให้กลุ่มตัวอย่างมีความรู้มากขึ้น ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะการน าผลการวิจัยไปใช้ 1. ควรน าผลการศึกษาของการประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนในการดูแลตนเองเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ ไปใช้และเผยแพร่ในพื้นที่อื่น ๆ และบุคคลที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้มีความรู้พื้นฐานในการดูแลตนเองทางเลือกและน าไปประยุกต์ต่อได้ 2. ควรมีการจัดอบรม ให้ความรู้ ความเข้าใจ และน าข่าวสารใหม่ ๆ เกี่ยวกับอาการปวดคอและปวดศีรษะ มาเผยแพร่แก่บุคคลทั่วไปที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการปฏิบัติในการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและลดภาวะกลับเป็นซ้ าของอาการปวดคอ บ่าไหล่ 3. ควรมีการท าหนังสือหรือบทความหรือโปสเตอร์ที่สามารถท าความเข้าใจง่าย เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถน าความรู้ไปศึกษาและลองปฏิบัติตามเองได้ที่บ้านและควรมีการท าสื่อลงอินเทอร์เน็ต เพื่อการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายขึ้น 110 ข้อเสนอแนะการท าวิจัยครั้งต่อไป 1. งานวิจัยครั้งนี้ศึกษาเพียงการลดอาการปวดเฉพาะบริเวณคอ บ่าไหล่เท่านั้น ดังนั้นควรศึกษาเทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณอื่น ๆ เพื่อลดอาการปวด หรือบาดเจ็บบริเวณอวัยวะอื่น ๆ ต่อไป 2. งานวิจัยครั้งนี้ศึกษาผลการกดจุดเส้นลมปราณเพียงครั้งเดียว ดังนั้นในการศึกษาครั้งต่อไปจึงควรศึกษาความคงทนของอาการปวดคอ บ่าไหล่ที่ลดลง เปรียบเทียบกับวิธีการบ าบัดรักษาอื่น ๆ เช่น การนวด การกัวซา การฝังเข็ม เป็นต้น 3. ในการวิจัยครั้งต่อไปควรศึกษากับกลุ่มตัวอย่างอื่น ๆ เช่น กลุ่มผู้ใช้แรงงงาน พนักงานในส านักงาน นักกีฬา ผู้สูงอายุ เป็นต้น เพื่อน าโปรแกรมไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาสุขภาพเฉพาะกลุ่มอาชีพต่อไป 4. ในการวิจัยครั้งต่อไปควรน าโปรแกรมประยุกต์ใช้เทคนิคการกดจุดเส้นลมปราณที่แขนในการดูแลตนเองเพื่อลดอาการปวดคอ บ่าไหล่ ใช้กับผู้ป่วยกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังในส่วนอื่น เช่น ผู้ป่วยปวดหลังส่วนล่าง โรคข้อเข่าเสื่อม ผู้ป่วยไหล่ติดเรื้อรัง เป็นต้น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน